Share

บทที่ 9 ปะทะคารมตลอดทาง  

Penulis: sanvittayam
last update Tanggal publikasi: 2026-02-13 10:39:29

ปะทะคารมตลอดทาง  

ด้านของหว่านซูฉีและผู้พันหยาง สองคนนั่งรถยนต์ไปด้วยกันโดยมีผู้พันหยางเป็นคนขับ

รถยนต์คันนี้แล่นเข้าสู่เมืองใหญ่ และจุดหมายคือห้างสรรพสินค้าของรัฐ

หว่านซูฉีนั่งเงียบพร้อมกับเหม่อมองไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดไม่จา จนซีห่าวเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนน่าอึดอัดนี้ “ฉีเอ๋อร์หิวหรือยัง จะแวะหาอะไรกินก่อนไหม"

“พี่ซีห่าวหิวแล้วหรือคะ” หญิงสาวละสายตาจากข้างทางหันมาพูดกับชายหนุ่ม แม้จะไม่อยากเรียกพี่ก็ตาม

“ยังครับ ฉีเอ๋อร์ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมเรื่องแต่งงานของเรา” ดูคล้ายจะเป็นการถามลองเชิงและลองใจของหว่านซูฉีว่าเธอจะตอบอย่างไร

“ถ้าฉันบอกว่าไม่เต็มใจ คุณจะยกเลิกงานแต่งหรือไม่ล่ะท่านผู้พัน”

คราวนี้หว่านซูฉีไม่มีท่าทีอ่อนแอหรือหวาดกลัวใด ๆ ในสายตาอีก เพราะเธอยังไม่ต้องการแต่งงาน และไม่อยากใช้ชีวิตกับชายคนไหนนอกจากครอบครัวของเธอ  

หยางซีห่าวกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะหมดความอดทนได้เร็วขนาดนี้

“ปิดบังตัวตนกับครอบครัวตั้งหลายปี ทำไมกับผมแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงกลับหมดความอดทนเสียล่ะครับ แบบนี้ก็หมดสนุกน่ะสิ” จากชายหนุ่มผู้เย็นชาต่อหญิงสาวที่เข้าใกล้ วันนี้หยางซีห่าวไม่มีท่าทีเหล่านั้นอีกแล้ว เขากลับนึกสนุกที่จะต่อปากต่อคำและยั่วให้ว่าที่ภรรยาโกรธตนเอง  

“แล้วคุณจะเอายังไงท่านผู้พัน เราสองคนไม่ได้รักกัน อยู่กันไปมีแต่จะประสาทเสียเปล่า ๆ หากวันใดคุณเจอหญิงสาวที่รักขึ้นมาจะทำอย่างไร”

“คุณไม่อยากเป็นคุณนายผู้พันหรือไงครับ” ชายหนุ่มถามด้วยความแปลกใจ หญิงสาววัยนี้ส่วนมากล้วนอยากจะสบาย แล้วการเป็นคุณนายผู้พันมันไม่ดีตรงไหน

“หึ ไม่อยากเป็นค่ะ ฉันอยากใช้ชีวิตปกติสุข ต้องขอโทษแทนพี่ใหญ่ด้วย ที่ให้คุณต้องตอบแทนบุญคุณโดยการแต่งงานกับฉัน เพราะพี่ใหญ่คิดว่าฉันอ่อนแอ ขี้โรค เลยอยากให้มีคนปกป้อง แต่คุณก็เห็นแล้วนี่ฉันปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้อ่อนแอและขี้กลัวอย่างที่ทุกคนเห็น"

หว่านซูฉีรู้สึกไม่ดีจึงขอโทษแทนพี่ชายอีกครั้ง แต่เธอยังยืนยันว่าไม่อยากแต่งงานกับเขาเหมือนเดิม

“สายไปเสียแล้วครับ แล้วไม่จำเป็นต้องขอโทษอะไรทั้งนั้น ในเมื่อผมลั่นวาจาไปแล้ว และที่สำคัญแม้ว่าตอนนี้เราสองคนอาจจะยังไม่รักกัน ต่อไปไม่แน่ว่า อาจจะมีลูกหลานเต็มบ้าน ต่อให้เวลานี้คุณไม่อยากแต่ง แต่คุณก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้วละฉีเอ๋อร์ หึ ๆ” หยางซีห่าวตอบกลับพร้อมกับหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ชายหนุ่มรู้สึกว่าการต่อปากต่อคำกับหว่านซูฉีไม่ใช่เรื่องที่แย่นัก ออกจะชอบเสียด้วยซ้ำ

“หากเป็นเช่นนั้นคุณเปลี่ยนตัวเจ้าสาวได้ไหมล่ะ เปลี่ยนเป็นหมี่ลี่ลูกสาวจากบ้านใหญ่ ยังไงก็แซ่เดียวกัน จะได้ไม่ผิดสัญญา” นี่ดูเหมือนจะเป็นทางออกสุดท้ายของหว่านซูฉีแล้ว จึงเสนอการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวออกมา และหวังว่าผู้พันหยางคนนี้จะตอบรับ

“คนที่พาคุณมาขายนั่นน่ะหรือ ไม่ไหวละ จิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์แบบนั้นผมไม่ชอบ และไม่อยากเข้าใกล้ด้วย”

“เมื่อครู่นี้คุณคงเห็นสิ่งที่ฉันทำหมดแล้ว ฉันโหดเหี้ยมยิ่งกว่าหมี่ลี่มากนัก ฉันฆ่าคนและคุณควรจะถอยห่าง ถ้าหากเรื่องนี้แดงขึ้นมาฉันคงไม่รอดจากการเป็นผู้ต้องสงสัย สรุปแล้วยุติการแต่งงานในครั้งนี้เถอะ ตำแหน่งคุณจะได้ไม่สะเทือนเพราะภรรยาฆ่าคนตาย"

หว่านซูฉียกเรื่องนี้มาอ้าง หากล่อลวงหญิงสาวมาขายเรียกว่าโหดเหี้ยม แล้วสิ่งที่เธอทำล่ะเรียกว่าอะไร

“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล ผมให้ลูกน้องจัดการกลบร่องรอยของคุณหมดแล้ว ถ้าเกิดผมไม่พูด คนของผมไม่พูด คุณไม่มีทางเดือดร้อนแน่ แต่ถ้าคุณยังปฏิเสธการแต่งงานแบบนี้ ก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะเผลอพูดออกไป"

“หน้าไม่อาย อยากจะพูดก็พูดไปสิ ทุกคนรู้ว่าฉันอ่อนแอและขี้ขลาดแค่ไหน ไม่มีใครเชื่อคุณหรอก” หว่านซูฉีสวนกลับทันควัน

เธอไม่กลัวคำขู่นี้เลยแม้แต่น้อย ในสายตาชาวบ้านเด็กสาวจากบ้านรองหว่านเป็นคนอ่อนแอและขี้ขลาดอยู่แล้ว ไม่มีใครเชื่อหรอกนะว่าเธอกล้าฆ่าคน

“สำหรับฉีเอ๋อร์คงไม่มีใครเชื่อ แต่ถ้าเป็นเหวินเปียวล่ะ ผมคิดว่าทุกคนเชื่อเต็มร้อยเลยละ คุณจะลองดูไหม ด้วยอำนาจที่พอจะมีของผม หากจะยัดข้อหาชาวบ้านธรรมดาสักคนคงไม่ยาก"

น้ำเสียงนี้ช่างบาดหูและยียวนเหลือเกินสำหรับหว่านซูฉี เธอรู้ดีว่าชายหน้าหนาคนนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ตัวเธอเองไม่เท่าไร อย่างมากแค่ต้องหลบซ่อนตัว แต่พี่ใหญ่นั้นไม่ใช่ ไหนจะพี่สะใภ้อีกล่ะ หากผู้พันบ้าคนนี้พูดจริงพี่ชายเธอไม่แย่หรอกหรือ

“คุณ !!” หว่านซูฉีเค้นเสียงลอดไรฟัน เวลานี้เธอโกรธจัดแล้วจริง ๆ

ยิ่งเห็นอาการและท่าทางแบบนี้ หยางซีห่าวกลับยิ่งพอใจเป็นที่สุด เนื่องจากท่าทางของหว่านซูฉีตอนนี้ไม่ต่างจากแมวตัวน้อยที่กำลังขู่ศัตรู

“เอาล่ะถึงแล้ว จะลงไปลองชุดเจ้าสาวดี ๆ หรือจะกลับบ้านแล้วรอฟังข่าว…”

“ยอมแล้ว ฉันยอมแล้วท่านผู้พัน แต่งก็แต่งสิกลัวที่ไหน แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน แต่คุณต้องรับในสิ่งที่ฉันขอให้ได้ ตกลงไหม”

ในเมื่อต้องแต่งงานและไม่มีทางเลือกอื่น หว่านซูฉีจึงตกลงด้วยความจำยอม แต่เลือกที่จะยื่นข้อเสนอขึ้นมาเผื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเปลี่ยนใจ

“ไหนคุณลองพูดมาซิ ผมให้ไม่เกินสามข้อ” หยางซีห่าวอยากรู้ว่ากระต่ายป่าตัวนี้จะเล่นแง่อะไรกับเขาอีก จึงยอมให้เธอมีเงื่อนไขได้ถึงสามข้อ

“ข้อแรก ฉันไม่ชอบคนเจ้าชู้ ตลอดระยะเวลาที่เราแต่งงานกันคุณต้องไม่มีผู้หญิงอื่น”

“ข้อสองล่ะ”

“ข้อสอง ฉันต้องการอิสระ และต้องการความเป็นส่วนตัว ฉันจะไปไหนก็ไม่ต้องรายงานใครหรือต้องรายงานทุกครั้ง”

“ส่วนข้อสาม ฉันรู้ดีว่าเราสองคนไม่สามารถแยกห้องนอนได้ ดังนั้นคุณห้ามเอาส่วนนั้นมารุกล้ำร่างกายฉันเด็ดขาด”

เจอข้อสามเข้าไปหยางซีห่าวขำพรืดออกมาทันที กระต่ายป่าเล่นงานเข้าแล้วไหมล่ะ เอาง่าย ๆ คือไม่ยอมเข้าหอกับเขานั่นเอง

“คำตอบข้อหนึ่ง ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ในเมื่อแต่งงานแล้วย่อมต้องมีภรรยาคนเดียว ส่วนข้อสองผมรับข้อเสนอนี้ คนเราต่อให้แต่งงานกันแล้วย่อมต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง

แต่ข้อสาม ผมแต่งคุณมาเป็นเมียนะครับคุณว่าที่ภรรยา ไม่ได้เอามาไว้บูชา มีที่ไหนแต่งงานแล้วไม่ยอมให้รุกล้ำ ผมไม่ใช่คนตายด้านหรือไร้ความรู้สึกนะฉีเอ๋อร์"

ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย แต่แววตากลับเปล่งประกายความขบขันออกมา

“ถ้าอย่างนั้นแค่ช่วงระยะแรกก็ได้ ขอฉันทำใจหน่อยเถอะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างจำยอม อีกทั้งเธอยังไม่พร้อมมีสามีเวลานี้

ร่างนี้เพิ่งจะอายุสิบเจ็ด วัยขนาดนี้ในยุคที่เธอจากมายังเรียนมัธยมอยู่เลย หว่านซูฉีคิดว่าตนเองยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ เธอยังไม่อยากหาห่วงมาผูกคอ

ชาติก่อนใช่ว่าเธอไม่อยากมีใคร แต่เพราะมาเฟียเช่นเธอมอบหัวใจให้ใครไม่ได้ต่างหาก เลยไม่คิดว่ารักแท้มันจะมีอยู่จริง

“เอาเถอะ รีบลงมาจะได้ไปลองชุดแต่งงาน หรือเราแวะหาอะไรกินก่อนดีกว่า ผมเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน”

“กินอิ่มท้องป่อง จะลองชุดได้อย่างไรล่ะคะคุณ…” เมื่อเจอสายตาคมเข้มมองมา หว่านซูฉีจึงต้องรีบเปลี่ยนคำเรียกทันที

“พี่ซีห่าว”

“แล้วจะปล่อยให้ท้องหิวแบบนี้หรือไง”

“เอาเถอะ แล้วแต่พี่จะบัญชาเลยค่ะ ฉันคร้านจะเถียงด้วยแล้ว เปลืองพลังงานในร่างกาย” หว่านซูฉีค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะลงจากรถและเดินตามชายหนุ่มเข้าไปในห้างสรรพสินค้า

ไม่มีใครในวงสังคมไม่รู้จักผู้พันหยาง การที่ชายหนุ่มเดินควงคู่มากับหญิงสาวคนหนึ่งจึงทำให้เป็นจุดสนใจของผู้คนไม่น้อย

ทั้งสองเดินเข้าร้านอาหารของรัฐที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ เพื่อกินอาหารด้วยกันมื้อแรก

พนักงานเดินเข้ามาสอบถาม และส่งรายการอาหารให้

“ฉีเอ๋อร์อยากกินอะไรสั่งเลยนะ” หยางซีห่าวเอ่ยขึ้นเพื่อให้ว่าที่ภรรยาสั่งอาหารได้ตามใจ

หว่านซูฉีส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย เธอรู้ดีถึงการมีมารยาท ในเมื่อเธอและเขาต้องใช้ชีวิตร่วมกันจึงไม่อยากทำลายชื่อเสียงของว่าที่สามี

หญิงสาวจึงสั่งอาหารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น แม้จะอยากแกล้งให้เขาจ่ายเงิน แต่สภาวะขาดแคลนอาหารเช่นนี้ กินไม่หมดเสียดายแย่เลย

“กินแค่นี้จะอิ่มหรือ” หยางซีห่าวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าหว่านซูฉีนั้นสั่งอาหารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น แววตานั้นเป็นประกายขบขันเล็กน้อยกับท่าทางของเธอ ในใจตอนแรกคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าคงจะกลั่นแกล้งเขา ด้วยการสั่งอาหารมามากมาย ไม่คิดว่าเธอจะรู้ความขนาดนี้

“อิ่มค่ะ สั่งมาเยอะหากกินไม่หมดคงเสียดายแย่ ยังมีชาวบ้านมากมายที่ขาดแคลนอาหาร พอนึกถึงเรื่องนี้ฉันไม่กล้ากินทิ้งกินขว้าง อีกอย่างพี่น่าจะรู้ว่าครอบครัวฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น ไม่ค่อยได้กินอาหารดี ๆ เท่าไร”

“หลังแต่งงานแล้ว ฉีเอ๋อร์อยากจะกินอะไร พี่จะหามาให้ทุกอย่าง ขอแค่บอกเท่านั้น” น้ำเสียงและแววตาช่างอ่อนโยนยิ่งนัก ซูฉีคิดว่าชายคนนี้อาการหนักยิ่งกว่าเธอที่มีหน้ากากหลากหลายอารมณ์เสียอีก 

พนักงานไม่คิดว่าท่านผู้พันหยางจะอ่อนโยนกับหญิงสาวได้ขนาดนี้ เขาคือหนึ่งในนายน้อยที่หญิงสาวหลายคนหมายปอง ข่าวคราวล้วนบอกว่าผู้พันหยางไม่เข้าใกล้ผู้หญิง และนิสัยเย็นชายิ่งนัก แต่สิ่งที่เห็นกลับตรงกันข้ามทั้งหมด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ

    ความสุขที่ต้องการเมื่อเข้าเดือนที่สี่หว่านซูฉีพบว่าแม้เห็นหน้าหยางซีห่าวเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามองอยู่ก็คลื่นไส้แล้ว หญิงสาวจึงอดกลั้นแล้วบอกให้สาวใช้ออกไปเรียกชายหนุ่มมานั่งคุยกันเสียหน่อย“ภรรยาเอ่อ…พี่นั่งได้หรือครับ” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เห็นเพียงหญิงสาวเมินหน้าหนีก็เข้าใจในทันทีว่าเธอยังไม่หายอาการนั้น“อุ่ก คือฉันคิดว่า อึ่ก…” หว่านซูฉีใช้มือลูบหน้าท้องเบาๆ คิดในใจว่า ‘ลูกรักแม่ขอคุยกับพ่อสักหน่อยได้ไหมคะ’ ทันใดนั้นอาการอยากอาเจียนก็เหมือนค่อย ๆ บรรเทาลง แต่พอจะหันไปมองหน้าเขาก็เป็นเหมือนเดิม เธอจึงต้องจำใจหันหน้าไปอีกด้านเพื่อคุยกันให้จบ“พี่ซีห่าว เชื่อเรื่องของชาติภพไหมคะ” หว่านซูฉีเอ่ยถาม“พี่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว หรือชาติก่อนพี่เป็นศัตรูกับลูก เขาถึงได้รังเกียจพี่นัก” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างกังวล“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่พี่ช่วยแตะลูกและพูดกับลูกดีดีสักครั้ง พูดอะไรก็ได้จากใจพี่ได้ไหม” หว่านซูฉีอยากลองดู หากมันจะช่วยได้สักทางเธอรู้สึกเหมือนลูกเข้าใจทั้งเธอและหยางซีห่าวมันเป็นสายสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาก หรืออาจเป็นเพราะทั้งคู่รักกันมากจนกลายเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 66 เหม็นหน้าสามี

    เหม็นหน้าสามีนี่เป็นครั้งแรกที่จิงหลันได้พบกับจิตสังหาร เธอคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่านายพล และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งกรำศึกมานักต่อนัก แต่เมื่อเห็นหว่านซูฉีก็พบว่าตนเองนั้นเป็นเพียงมดเท่านั้น จิตสังหารของหว่านซูฉีบดขยี้จิตใจของจิงหลัน จนเธอได้แต่พึมพำ ขดตัวลงด้วยความหวาดกลัวในทันใดแตกต่างจากเพ่ยจีที่ยังมีความนึกคิดแม้จะโดนข่มขู่ หว่านซูฉีจัดการกับจิงหลันอย่างเลือดเย็น เหมือนที่เธอกล้าลงมือกับพ่อลูกหยางอย่างเลือดเย็น ทั้งที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบปีอย่างน้อยก็ควรรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวบ้าง ไม่ว่าจะโดนกีดกันอย่างไร อาศัยบ้านเขามียี่สิบปีกลับไม่มีสำนึกใดใดเลยหรือ?เธอเกลียดคนที่กล้าหักหลังเจ้าบ้าน เพราะเธอเองก็เคยโดนหักหลังเช่นกัน เพียงแต่ความผูกพันน้อยนิดหว่านซูฉีไม่คิดเก็บมาใส่ใจ“ฉีเอ๋อร์ อย่าใส่ใจเลย จิงหลันกับเพ่ยจีพ่ายแพ้แล้ว พวกเขาจะโดนจับขังลืมหรืออะไรก็ตามที่น้องต้องการ” หยางซีห่าวเอ่ยบอกกับภรรยาที่นักของเขาเพื่อให้เธอผ่อนคลายลงบ้างสักนิด“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเตรียมคุกพิเศษไว้ให้เพ่ยจีแล้ว” ว่าแล้วหว่านซูฉีก็ก้มลงมองบาดแผลบนแขนของสามีแล้วยังลูบไปตามตะเข็บที่

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 65 ภรรยาท้องแล้ว

    ภรรยาท้องแล้ว“พี่โทรศัพท์ไปแล้วไม่มีคนรับ ประเดี๋ยวพี่จะไปรับพวกเขาด้วยตัวเอง ภรรยาเข้าไปกินข้าวกับคุณพ่อก่อน…จิงหลันเองก็มาด้วยในวันนี้ ระมัดระวังตัวด้วย” ชายหนุ่มมองเข้าไปในห้องอาหารก็กระซิบบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“ไปเถอะค่ะ ฉันจะเก็บอาหารเช้าไว้ให้” หว่านซูฉีส่งสามีออกไปแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องอาหาร“แล้วซีห่าวล่ะจ๊ะ หนูซูฉี” จิงหลันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าหว่านซูฉี“พี่ซีห่าวรีบไปตามพี่ชายและพี่สะใภ้ฉันให้มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ เพราะเห็นว่าฉันยังเศร้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา คุณป้ามีอะไรหรือเปล่า” หว่านซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำตัวอ่อนแอต่อหน้าใครแล้ว“ไม่…ไม่มีจ๊ะ” จิงหลันยิ้มแหย นึกในใจว่าหว่านซูฉีเลิกทำตัวเป็นดอกบัวขาวเมื่อไหร่กัน? หรือพอโดนเปิดโปงแล้วก็คิดจะวางมาดเป็นนายหญิงซูทันที เมื่อคิดดังนั้นก็อดรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไม่ได้“ซูฉีอย่าคิดมากเลยนะ ช่วงที่ผ่านมาพ่อกังวลกับลูกแทบแย่ ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนมา ดูสิผอมลงเยอะเลย กินเยอะๆนะ เอาส่วนของพ่อไปทั้งหมดเลยก็ได้” นายพลหยางกล่าวจบก็ยื่นชามของตัวเองให้ลูกสะใภ้หว่านซูฉีที่คิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรเพื่อกำจ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 64 ไม่เคยโทษตัวเอง

    ไม่เคยโทษตัวเองบ้านสกุลหว่านนั้นวุ่นวายอย่างมากจนเป็นที่โจษจันไปทั่วหมู่บ้าน ชื่อเสียงดีงามที่สั่งสมมาสามรุ่นพังทลายลงก็ตรงนี้แต่บ้านสกุลหว่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนั้น ต้องกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากหว่านซูฉีแต่งงานไปเมื่อปู่หว่านเดินทางเข้าเมืองไปเป็นญาติผู้ใหญ่ให้หว่านซูฉี ย่าหว่านก็แสร้งแกล้งป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น จนเมื่อปู่หว่านกลับมาและคิดจะหย่าขาดจากภรรยาดีหรือไม่เห็นดังนั้น ก็ตัดสินใจฟังคำแนะนำของหลานสาวหลานชาย มุ่งหน้าไปเฝ้าสุสานประจำตระกูล อาศัยอยู่ที่ทางขึ้นสุสานตลอดทั้งปีไม่ได้กลับลงมาอีกเมื่อย่าหว่านได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจในทีแรก เพราะคนที่เฝ้าสุสานตระกูลยังได้รับเบี้ยหวัด และแต้มคะแนนงานส่วนแบ่งจากตระกูลประจำทุกวันไม่ขาด คนชราที่ไม่ได้มีลูกหลานดูแลหลายคน อยากช่วยเหลือลูกหลานบ้างบางคนก็สละตนขึ้นไปประจำอยู่บนนั้นแม้โดนนินทาว่าร้ายจากเพื่อนบ้าน ย่าหว่านก็ไม่หวั่นทั้งยังรู้สึกเหมือนได้รับอิสระในการตัดสินใจ จากที่เคยต้องถามปู่ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านก่อน ตอนนี้นางก็ตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเองหมดแล้วดังนั้นนางจึงชี้นิ้วบอกให้ลูกชายคนโตแต่งงานใหม่ทันที โดยไม่สนใจคำทัดทานของเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 63 จุดจบของหว่านหลี่มี่

    จุดจบของหว่านหลี่มี่หยางซีห่าวเพิ่งเดินลงมาโดยมีทหารคนสนิทคอยรับใช้อยู่ไม่ไกล เห็นภรรยาคุยกับลูกน้องคนสนิทจบพอดีก็รีบเดินเข้าไปกอด“ภรรยา พี่คิดถึงน้องมากเลย” หยางซีห่าวป้อนคำหวานใส่ภรรยาโดยไม่สนใจสายตาใครแม้แต่น้อย“พี่ซีห่าว อายแม่บ้านสักหน่อยเถอะค่ะ” หว่านซูฉีหน้าแดง สามีของเธอหน้าหนาเหลือเกิน ไม่รู้จักอายบ้างเลย แสดงความรักในที่สาธารณะแบบนี้ หากอยู่ด้านนอกในช่วงห้าปีก่อนหน้านี้ คงได้โดนทหารแดงจับแห่ประจานทั่วเมืองไปแล้ว“พี่จะอายทำไมกันนี่บ้านของเรา อีกทั้งเราก็เป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ว่าแต่เป็นอย่างไรบ้าง การค้ากับทางการเป็นไปด้วยดีไหม” หยางซีห่าวพูดออกมาอย่างคนหน้ามึนและไม่ลืมถามถึงกิจการของภรรยา“เป็นไปด้วยดีค่ะ” หว่านซูฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยดี“แล้วเงินพอไหม สามีของน้องรวยมากนะ ถ้าหากเงินสำหรับซื้อสินค้าไม่เพียงพอก็เบิกเพิ่มได้ สกุลหยางของเราต้องพึ่งพากิจการของนายหญิงซูแล้ว”หว่านซูฉีได้ยินแบบนั้นก็หันไปกอดสามีตอบกลับ แล้วยังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความกังวล“พี่จะไม่ยอมรับตำแหน่งกลับคืนจริง ๆ หรือคะ”“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว” หยางซีห่าวตอบพร้อมกั

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 62 เริ่มสร้างกิจการบนดิน

    เริ่มสร้างกิจการบนดินหว่านซูฉีดูแลสามีด้วยตัวเองมาตลอดจนวันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ก่อนที่ตู้หมิงจะมาขอเข้าพบเพื่อรายงานข่าวกิจการใหม่ และเรื่องราวที่เธอได้ให้เขาไปสืบมา“ตอนนี้ร้านค้าในตลาดมืดของเรายุติทั้งหมดและปิดตลาดมืดเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเจ้าของร้านที่มาเช่า ผมและจื่อหานส่งหนังสือให้แล้วว่า นายหญิงกำลังสร้างห้างสรรพสินค้าขึ้น และเปิดพื้นที่ให้จับจองเช่า ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เกินหกเดือนครับ ส่วนกิจการการในกลุ่มการค้าซูเม่ยทั้งหมด เวลานี้รัฐได้จัดทำใบอนุญาตและมอบสัมปทานให้เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าต่าง ๆ ก็เริ่มตกแต่งแล้วครับ”หว่านซูฉีนั่งฟังพร้อมกับพยักหน้าตาม เรื่องกิจการร้านค้าเธอเองก็มีการซื้อที่ดินและร้านค้าไว้จำนวนไม่น้อย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใหม่ ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าระบบนี้เธอเองเป็นคนขอไว้ และบอกแผนทุกอย่างให้กับผู้บัญชาการสูงสุดแต่เพียงแค่คนที่เคยขายในตลาดมืดของเธอเท่านั้น และทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของกลุ่มการค้าซูเม่ย เนื่องจากร้านค้าที่เช่าที่ในตลาดมืดของเธอนั้น เธอไม่อยากลอยแพพวกเขา แม้ว่าเวลานี้รัฐยังมีข้อจำกัดเรื่องการค้า แต่ทุกอย่างมักจะมีช่องโหว่เสมอ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อ

    บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อข้อมูลของอีกฝ่ายได้มาน้อยนิดนั้นเป็นเรื่องปกติมาก เพราะการสืบข่าวของคนในองค์กรยุคนี้ ก็ไม่ต่างกับการสอดแนมและกลายเป็นสายลับได้โดยง่ายเมื่อโดนอีกฝ่ายจับได้ เวลานี้ลูกน้องของนายท่านเป๋อโดนจับตัวไปพร้อมกับถูกยัดเยียดข้อหาสายลับร่วมสองคนแล้วปัง!! เสี่ยงทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจของ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-23
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 61 จบปัญหาเสียที

    จบปัญหาเสียทีจากนั้นนั้นเสียงของเลขาหนานก็ดังขึ้น เขาอ่านรายงานสิ่งที่ได้รับการตรวจสอบมาแล้วว่าเป็นจริง แตกต่างจากการฟ้องร้องก่อนหน้านี้ที่มีเพียงพยานบุคคลทั้งสองฝ่าย“รายงานฉบับนี้ได้กล่าวไว้ว่า ตอนนี้เกิดการขาดแคลนเสบียงอาหารจากทางใต้ ไล่มาจนถึงภาคกลางแล้ว และอีกไม่นานก็คงลามไปจนถึงภาคเหนือ เมื่

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 60 จากดำเป็นขาว

    จากดำเป็นขาวหว่านซูฉีรู้ดีว่าสามีรักประเทศนี้ ส่วนเธอยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ พวกเขาเพียงต้องไปกบดานชั่วคราวเพื่อรอวันที่เธอจะสวมรอยพร้อมสร้างตัวตนใหม่เพื่อเข้ามาในประเทศได้อีกครั้งเท่านั้นเอง“แล้วพ่อ…”“คุณพ่อจะไม่โดนอะไร” หว่านซูฉีหลบตาสามี เธอคิดจะทิ้งสิ่งที่พ่อสามีสามารถใช้ต่อรองกับกอ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 58 ผลประโยชน์

    ผลประโยชน์นายพลหยางตอนนี้อยู่บ้านสกุลโจว เขาพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนรับรองแขกเป็นส่วนใหญ่ เพราะบ้านโจวเองก็ค่อนข้างวุ่นวายเรื่องหลังบ้านเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่ทางคนใหญ่โตยังไม่คิดจะลงมือทำอะไรสักอย่าง นั่นทำให้นายพลหยางจิตใจเริ่มไม่สงบ ใจนั้นกลัวว่าเรื่องราวจะถูกละเลยกลายเป็นคดีและยืดเยื้อไ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-01
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status