Inicio / รักโบราณ / หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70 / ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ

Compartir

ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ

Autor: sanvittayam
last update Última actualización: 2026-02-10 16:55:59

ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ

วันเวลาล่วงเลยมาอีกสามวัน หว่านซูฉีก็ยังไม่มีความคืบหน้าของสองแม่ลูกอย่างปี้เจียวและหมี่ลี่ จื่อหานบอกเพียงว่าปี้เจียวส่งจดหมายถึงใครบางคนเท่านั้น ส่วนหว่านหมี่ลี่ใช้ชีวิตปกติ และเธอไม่ได้พบคนแปลกหน้าที่ไหน

จื่อหานยังบอกอีกว่า วันสองวันนี้เขามักจะเห็นคนแปลกหน้าคอยแอบดูหว่านซูฉีอยู่เสมอ แต่กลับมีคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นอยู่กับผู้พันหยาง ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่านั่นคือคนของหยางซีห่าว

“ท่านผู้พันน่าจะส่งคนมาดูแลความปลอดภัยให้นายหญิง หากเป็นเช่นนั้นจริง ผมคิดว่าท่านผู้พันคงไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องของงานแต่งงาน ไม่แน่ท่านอาจจะทราบแล้วว่าบ้านหว่านต้องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว” จื่อหานคาดคะเนถึงสาเหตุที่ผู้พันหยางส่งคนมาคอยดูนายหญิงของตน

“หากคนพวกนั้นไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราก็ปล่อยไปเถอะ ส่วนเรื่องของหมี่ลี่ สามวันที่ผ่านมานี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ฉันว่ามันแปลกเกินไป และวันงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างสองแม่ลูกจะถอดใจ”

“หรือว่าพวกนั้นติดต่อกันทางจดหมายครับนายหญิง” จื่อหานเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับเขาชะล่าใจเกินไป เลยมองข้ามจุดนี้

หว่านซูฉีครุ่นคิดกับการกระทำที่ผ่านมาในสามวันนี้ของสองแม่ลูก เนื่องจากเธอไม่เห็นทั้งสองคนออกจากบ้าน หรือลางานไปไหนเลย

“ใช่แล้ว ! เมื่อวานเหมือนกับว่าน้องชายของปี้เจียวเดินทางมาหาแล้วพูดอะไรด้วยบางอย่างไม่นานก็กลับไป นายหญิงคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันหรือไม่ครับ” จื่อหานเหมือนนึกอะไรได้เลยพูดออกมาด้วยความตกใจ

“มีความเป็นไปได้มากเลยละ แต่ด้วยนิสัยของน้องชายปี้เจียว ชายผู้นั้นค่อนข้างขี้ขลาด และไม่กล้าทำอะไรสุ่มเสี่ยงให้ตนเองเดือดร้อน นอกเสียจากว่าผลตอบแทนและเงินค่าจ้างที่ปี้เจียวเสนอให้มันมากพอ ที่ทำให้น้องชายละทิ้งความหวาดกลัว”

หว่านซูฉีคาดเดาถึงการมาเยือนของฟานเต๋อ น้องชายปี้เจียว และคงมีทางเดียวคือ ปี้เจียวให้ฟานเต๋อออกหน้าให้ ซึ่งทางนี้มีความเป็นไปได้ที่สุดแล้ว

“ผมจะส่งคนตามประกบชายคนนั้นเองครับ” จื่อหานรู้สึกผิดไม่น้อยที่เขามองข้ามจุดเล็ก ๆ ไป

“เอาตามนี้ก็แล้วกัน แต่ต้องระวังหน่อย ในเมื่อคนของผู้พันหยางยังป้วนเปี้ยนอยู่ในหมู่บ้านนี้ ถ้าคนพวกนั้นคิดร้ายและวางแผนจะกำจัดฉันจริง ๆ หากไม่เข้าตาจนและฉันไม่ส่งสัญญาณออกมา พี่และคนของพี่อย่าเพิ่งเข้ามาช่วย คอยดูห่าง ๆ ก็พอ ในเมื่อผู้พันหยางเป็นคนฉลาด ลูกน้องของเขาย่อมต้องไม่ต่างกัน"

“แล้วนายหญิงจะไหวหรือครับ”

“ให้เขาเห็นว่าฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดและอ่อนแอ ยังดีกว่าเปิดเผยว่าฉันคือนายหญิงซูนะพี่จื่อหาน”

หว่านซูฉีกล่าวออกมาอย่างมีเหตุผล หากเข้าตาจนแล้วเธอเลือกที่จะให้คนของผู้พันหยางเห็นว่าเธอไม่ใช่คนอ่อนแอ ดีกว่าให้เขารู้ว่าเธอคือนายหญิงซูที่มีลูกน้องคอยคุ้มครองมากมาย

“ครับนายหญิง” ต่อให้ไม่เห็นด้วยแค่ไหน แต่ทว่าจื่อหานเลือกที่จะตอบรับในสิ่งที่เจ้านายสั่ง

เมื่อไม่มีอะไรแล้ว หว่านซูฉีจึงเดินออกมาจากบ้านของจื่อหาน และขึ้นเขาเพื่อไปเก็บผักอย่างเช่นทุกวัน

ในขณะที่กำลังเก็บผักป่าอยู่นั้น หว่านหมี่ลี่ก็เดินเข้ามาคุยด้วย

“ซูฉี…อีกหน่อยเธอก็จะแต่งงานแล้ว เรามาพูดดี ๆ กันบ้างเถอะ” หว่านหมี่ลี่เอ่ยขึ้น พร้อมกับปั้นหน้ายิ้มแย้มส่งให้ หว่านซูฉีคิดว่าต่อให้มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าปลอม

“พะ…พี่หมี่ลี่มีอะไรหรือคะ” แต่ทว่าหว่านซูฉียังคงทำทีท่าหวาดกลัวเหมือนเดิม นี่จึงทำให้อีกฝ่ายพยักหน้าพอใจ

“เธอจะกลัวฉันทำไม เราสองคนเป็นพี่น้องกัน วันนี้ฉันตั้งใจจะชวนเธอไปเลือกซื้อชุด น้องสาวจากบ้านรองแต่งงานทั้งที ฉันยังไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่เลย แล้วนี่พบเจอกับว่าที่เจ้าบ่าวหรือยัง”

‘ในที่สุดเธอก็จะล่อให้ฉันออกจากบ้านสินะ หมี่ลี่’

หว่านซูฉีคิดในใจ แต่ยังคงทำทีท่าหวาดกลัวและตอบด้วยเสียงที่ตะกุกตะกักเหมือนเดิม

“ฉะ…ฉันยังไม่เคยเจอหน้าผู้ชายคนนั้นเลย ตะ…แต่พี่จะไปซื้อของพี่ก็ไปเถอะ ฉันไปไม่ได้ ย่าให้เก็บผัก เดี๋ยวโดนตีอีก”

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ ฉันขออนุญาตย่ากับแม่แล้ว เรารีบไปกันดีกว่า จะได้รีบกลับ” หว่านหมี่ลี่บอก ก่อนจะฉุดดึงให้หว่านซูฉียืนขึ้นและทิ้งตะกร้าไว้ตรงนี้ก่อน

เมื่อถูกฉุดกระชาก หว่านซูฉีจึงทำทีเป็นเซถลาและขัดขืนเล็กน้อย

“จะเดินไปดี ๆ หรือไม่” หว่านหมี่ลี่เริ่มคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีขัดขืน จนพูดเสียงแทบจะตะคอกแล้ว พร้อมกับง้างมือขึ้นจะตี

จนหว่านซูฉีต้องพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว “ปะ…ไปแล้วค่ะ ซูฉีไปแล้ว”

หว่านหมี่ลี่ยิ้มด้วยความพอใจเมื่อแผนการที่วางไว้เริ่มเห็นผล

ในระหว่างที่ทั้งสองเดินออกจากหมู่บ้าน คนของผู้พันหยางเห็นเข้าจึงรีบให้สหายไปแจ้งเจ้านาย ส่วนตนเองนั้นเดินตามโดยทิ้งระยะห่างไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

ทางจื่อหานก็เช่นกัน เขามองดูการกระทำของหว่านหลี่หมี่อยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งบังคับและขู่เข็ญเจ้านายเขาให้ไปด้วย จึงรีบสะกดรอยตามเช่นกัน

“ระ…เราไม่ขึ้นเกวียนไปหรือคะพี่หมี่ลี่” หว่านซูฉีทำทีเหนื่อยเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัว

“จะขึ้นให้เสียเงินทำไม อีกนิดหนึ่งก็ถึงแล้ว”

‘นิดหนึ่งตรงไหน ต้องเดินเท้าเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงในเมือง’ หว่านซูฉีกลอกตาเล็กน้อยพร้อมกับบ่นในใจ เรื่องเดินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ เพียงแค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นงานเธอด้วยวิธีไหนมากกว่า

ทั้งสองเร่งความเร็วในการเดินเล็กน้อย เพียงสี่สิบห้านาทีก็เข้าเมืองแล้ว

หว่านหมี่ลี่ไม่ได้พาหว่านซูฉีไปไหน เธอพาเดินลัดเลาะเข้าซอยแห่งหนึ่ง ซึ่งในซอยนี้เปลี่ยวพอสมควร 

แม้จะมีทีท่าหวาดกลัว แต่สายตาของหว่านซูฉีกลับเด็ดเดี่ยวและเย็นชา หากใครได้สบตาหญิงสาวเวลานี้ คงเย็นไปถึงขั้วหัวใจ และคงรู้ว่าความตายอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

“ว้าย ! นี่พวกแกเป็นใครกัน” ในขณะที่ทั้งสองเดินมาเกือบถึงท้ายซอย ก็พบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณหกคนมาล้อมทั้งสองคนไว้

ซึ่งหว่านหมี่ลี่ทำทีคล้ายกับตกใจและหวาดกลัวมาก จึงได้วิ่งหนีออกมาแล้วแกล้งลืมหว่านซูฉีไว้

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหนีไปแล้ว หว่านซูฉีจึงกระตุกยิ้มเล็กน้อยและมองไปทางที่ญาติผู้พี่วิ่งหนีไป

“พี่ชาย แค่ล้อมจับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เพียงคนเดียว ถึงขนาดต้องพาคนมามากขนาดนี้เลยหรือ ว่าแต่คำสั่งที่ได้รับมาคืออะไร ช่วยบอกให้ฉันรู้ก่อนตายได้หรือไม่”

หว่านซูฉีเอ่ยถาม พร้อมกับยืดหลังตรงและเงยหน้าสบตากับกลุ่มชายฉกรรจ์ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่กลุ่มคนร้ายเท่านั้นที่แปลกใจ แม้แต่คนของผู้พันหยางก็ยังแปลกใจกับท่าทีที่แปลกไปของว่าที่คุณนาย

อีกทั้งเวลานี้เมื่อเห็นอันตรายตรงหน้าหว่านซูฉีว่าที่คุณนายท่านผู้พัน จึงเตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย หากเกิดอะไรขึ้นกับว่าที่คุณนายขึ้นมา เขาคงรับผิดชอบไม่ไหวและไม่กล้าสู้หน้าท่านผู้พันอีกแน่นอน

ในขณะที่กำลังจะเข้าไปช่วย กลับมีมือของใครบางคนรั้งไว้ พอหันมาเห็นว่าเป็นใครเขาเลยยิ้มออกมาอย่างดีใจเอ่ยเรียกทันที “ท่านผู้พัน !!”

“ยังไม่ต้องไป รอดูสถานการณ์ก่อน ฉันอยากรู้เจ้าสาวของฉันจะเป็นกระต่ายขี้กลัวหรือกระต่ายป่ากันแน่”

 หยางซีห่าวเอ่ยพร้อมกับมีรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย ด้วยความสามารถของเขา ชายทั้งห้าคนไม่เกินกำลังที่เขาจะจัดการได้ แต่ท่าทางที่แปลกไปของหว่านซูฉี กลับทำให้ชายหนุ่มอยากรู้ว่าหญิงสาวที่มักแสดงความอ่อนแอและหวาดกลัวให้ทุกคนเห็นนั้น แท้จริงตัวตนนั้นจะเป็นอย่างไร ชีวิตหลังแต่งงานคงไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วสินะ

ด้านของซูฉีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ชายกักขฬะกลุ่มนี้ เมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของเธอก็เกิดความเสียดายขึ้นมา “พี่ ก่อนจะส่งขายทำไมพวกเราไม่ลิ้มลองรสชาติสินค้ากันก่อนเล่า อย่างไรเสียราคาคงไม่ตกมาก ฮ่า ๆๆ”

“ไม่ได้ สินค้าชิ้นนี้ยังบริสุทธิ์ ราคาที่ได้ย่อมสูงแน่นอน หากพวกแกต้องการค่อยไปหาซื้อเอา อย่าทำให้สินค้าชิ้นนี้มีตำหนิ”

เขาตกลงซื้อขายกับลูกค้าในราคาหนึ่งพันหยวน แต่เขาซื้อเธอมาเพียงสามร้อยหยวนเท่านั้น กำไรส่วนต่างทำให้เขาและลูกน้องใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทำงานได้อีกหลายเดือน

ดังนั้นสินค้าชิ้นนี้ต้องไม่มีตำหนิ !!

“ที่แท้พวกพี่ชายต้องการจับฉันไปขายสินะ” หว่านซูฉีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจถึงจุดประสงค์ของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้หันกลับมาสนใจเธออีกครั้ง

ท่าทางที่เย็นชาและรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากหว่านซูฉี ทำให้ชายกลุ่มนี้รู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง ไม่คิดว่าหญิงสาวหน้าตาสวยหวานจะทำให้พวกเขารู้สึกกลัวขนาดนี้

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ

    ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะวันเวลาล่วงเลยมาอีกสามวัน หว่านซูฉีก็ยังไม่มีความคืบหน้าของสองแม่ลูกอย่างปี้เจียวและหมี่ลี่ จื่อหานบอกเพียงว่าปี้เจียวส่งจดหมายถึงใครบางคนเท่านั้น ส่วนหว่านหมี่ลี่ใช้ชีวิตปกติ และเธอไม่ได้พบคนแปลกหน้าที่ไหนจื่อหานยังบอกอีกว่า วันสองวันนี้เขามักจะเห็นคนแปลกหน้าคอยแอบดูหว่านซูฉีอยู่เสมอ แต่กลับมีคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นอยู่กับผู้พันหยาง ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่านั่นคือคนของหยางซีห่าว“ท่านผู้พันน่าจะส่งคนมาดูแลความปลอดภัยให้นายหญิง หากเป็นเช่นนั้นจริง ผมคิดว่าท่านผู้พันคงไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องของงานแต่งงาน ไม่แน่ท่านอาจจะทราบแล้วว่าบ้านหว่านต้องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว” จื่อหานคาดคะเนถึงสาเหตุที่ผู้พันหยางส่งคนมาคอยดูนายหญิงของตน“หากคนพวกนั้นไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราก็ปล่อยไปเถอะ ส่วนเรื่องของหมี่ลี่ สามวันที่ผ่านมานี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ฉันว่ามันแปลกเกินไป และวันงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างสองแม่ลูกจะถอดใจ”“หรือว่าพวกนั้นติดต่อกันทางจดหมายครับนายหญิง” จื่อหานเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับเขาชะล่าใจเกินไป เลยมองข้ามจุดนี้หว่านซูฉีครุ่นคิด

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   หยางซีห่าว

    หยางซีห่าวทางด้านผู้พันหยาง หลังจากพบหน้าว่าที่ภรรยาแล้ว ชายหนุ่มจึงกลับมายังคฤหาสน์เพื่อทักทายผู้เป็นบิดา เดินเข้ามายังไม่ทันพ้นประตู กลับมีเสียงแหลมร้องเรียกด้วยความดีใจ และตั้งท่าจะเดินเข้ามาคล้องแขน แต่ทว่าซีห่าวเบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็ว การกระทำของชายหนุ่มทำให้เพ่ยจีหน้าเสียไม่น้อย“พี่กลับมาแล้ว คุณลุงเขยบ่นคิดถึงไม่หยุดเลยค่ะ” หญิงสาวปรับสีหน้ารวดเร็ว ก่อนจะจีบปากจีบคอพูดโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรหยางซีห่าวเลือกที่จะเดินหนี วันนี้เขาตั้งใจจะเข้ามาหาบิดาเพื่อพูดคุยเรื่องงานแต่งเท่านั้น โดยปกติหากไม่ไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ เขามักจะนอนในค่ายทหาร นาน ๆ ถึงจะกลับมานอนที่คฤหาสน์หลังนี้สักครั้งหยางซีห่าวคือบุตรชายคนเดียวของนายพลหยาง ชายหนุ่มเข้าเป็นทหารตอนอายุสิบหก เวลานั้นเขาเพิ่งจบมัธยมปลายและเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย แต่เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานั้น ทำให้เขาเลือกที่จะเรียนควบคู่กับการฝึกซ้อมทหารไปด้วยชายหนุ่มไต่เต้าขึ้นมาโดยใช้ความสามารถของตนเองจนมาถึงตำแหน่งผู้พันในปัจจุบัน ไม่มีการใช้เส้นสายของบิดาช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อยดังนั้นหลายตระกูลใหญ่ต่างก็อยากจะเกี่ยวดองก

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   แผนร้าย

    แผนร้ายก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน บริเวณนี้มีบ้านไม่กี่หลังเท่านั้น และเพราะมีความเกี่ยวพันในฐานะเครือญาติ การที่หว่านซูฉีจะมาที่นี่และต่อให้ใครพบเห็นเข้าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ชายรูปร่างกำยำเดินออกมาเปิด เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงทำความเคารพเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูให้เข้ามาด้านใน“ครับนายหญิง” ท่าทางของชายหนุ่มคนนี้นอบน้อมไม่น้อยเนื่องจากรู้ตัวตนของหญิงสาวตรงหน้านี้ดี และเขาคือคนสนิทอีกคนที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านโดยปลอมตัวเป็นพรานป่า“จับตาดูปี้เจียวและหมี่ลี่ไว้ด้วยนะพี่จื่อหาน”“ครับนายหญิง”จื่อหานตอบรับ การที่นายหญิงสั่งให้จับตาป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องนั่นหมายความว่าสองคนนี้ย่อมมีแผนการร้าย เนื่องจากที่ผ่านมาเขาแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านมาสี่ห้าปี ไม่มีสักครั้งที่นายหญิงจะให้จับตามองคนบ้านหว่าน“อีกไม่นานพี่จื่อหานไม่ต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้แล้วนะ พี่ช่วยคุยกับพี่ใหญ่หน่อยสิว่าให้ไปสมัครงานที่สำนักงานนายหญิงซู และพี่ไปพักอาศัยอยู่ในบ้านของพี่ใหญ่ด้วย พี่ใหญ่และพี่สะใภ้จะได้ไม่แปลกใจเรื่องบ้านหลังนั้น”หว่านเหวินเปียวมีความคุ้นเคยก

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   ต้องการแย่งชิงวาสนา

    ต้องการแย่งชิงวาสนา“ไปเก็บผักแค่นี้ใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวัน พอแต่งงานเข้าตระกูลหยางไปแล้ว หวังว่าแกจะไม่ทำให้บ้านหว่านขายขี้หน้าไปทั้งบ้านหรอกนะ”ย่าหว่านพูดด้วยอารมณ์โมโห หญิงชราผู้นี้ยังขุ่นเคืองไม่หาย ตอนแรกไม่รู้ว่าใครต้องการมาสู่ขอหลานสาวไร้ประโยชน์คนนี้ แต่พอรู้ว่าเป็นถึงตระกูลท่านนายพลเลยขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็นหว่านหมี่ลี่หลานสาวคนโปรด แต่ทว่าฝ่ายของท่านนายพลหยางไม่ยอมอีกทั้งหลานชายคนโตจากบ้านรองก็ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าสาว ทำให้หญิงชราผู้นี้ไม่พอใจหลานชายและหลานสาวจากบ้านรองยิ่งกว่าที่เคยเป็น“ฉะ…ฉันมัวแต่เก็บผักจนลืมดูเวลาค่ะย่า ฉันขอโทษค่ะ”หว่านซูฉีก้มหน้าก้มตาเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ท่าทางของเธอเวลานี้ไม่ต่างกับลูกกวางที่กำลังเผชิญหน้ากับหมาป่า“ไป ๆ ไปให้พ้นหน้าฉัน เห็นหน้าแกแล้วช่างเสียสายตานัก อย่าลืมไปให้อาหารไก่ด้วยล่ะ” ย่าหว่านพูดจบก็เดินเข้าบ้านทันที เธอแทบจะไม่สนใจหลานสาวคนนี้อีกเลยภายใต้ท่าทางหวาดกลัวและการก้มหน้าก้มตาของหญิงสาว เธอกลับซุกซ่อนสายตาที่ดุดันเอาไว้ เวลานี้หว่านซูฉีรอเพียงถึงวันที่เธอแต่งงานเท่านั้น เพราะทุกคนจะได้หลุดพ้นจากที

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   หว่านซูฉีผู้อ่อนแอ

    หว่านซูฉีผู้อ่อนแอนายพลหยางเฟยคือบิดาของว่าที่สามีเธอ เขาแต่งงานใหม่หลังจากที่แม่ของหยางซีห่าวตายไป ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีลูกด้วยกัน เนื่องจากนายพลหยางประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีก แต่ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ นอกจากตัวของท่านนายพลและคนในตระกูลหยางทำให้แม่เลี้ยงอย่างเพ่ยจิงหลันต้องพาหลานสาวมาอยู่ด้วย เพราะต้องการให้หลานสาวแต่งกับลูกเลี้ยงของตน เนื่องจากรู้ดีว่าตนเองนั้นหมดหวังที่จะมีทายาทเพิ่มให้กับตระกูลหยางเพ่ยจีทำตัวไม่ต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่ ทั้ง ๆ ที่พื้นเพของเธอเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา โดยที่ตัวของเพ่ยจีเป็นลูกสาวของน้องชายเพ่ยจิงหลัน“น่าสนุกไม่น้อยนะ แต่งเข้าตระกูลหยางไปฉันคงไม่เหงาแล้วละ”หว่านซูฉียิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าสองคนนี้ไม่เข้ามาก้าวก่ายและวุ่นวายกับชีวิตเธอมากนัก ก็จะปล่อยให้อยู่อย่างสุขสบาย แต่ถ้าเมื่อไรที่ทั้งสองคนล้ำเส้นเข้ามา เธอจะทำให้อยู่ไม่สู้ตายเองแต่ถ้าสามีในอนาคตเกิดชอบพอกับหลานสาวแม่เลี้ยงขึ้นมาจริง ๆ เธอจะหาทางให้ทั้งสองได้ครองคู่กัน แถมด้วยใบหย่าและออกมาใช้ชีวิตกับครอบครัว ซึ่งเวลานี้เธอเหลือเพียงพี่ใหญ่และพ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   นายหญิงแห่งตลาดมืด

    นายหญิงแห่งตลาดมืดหว่านซูฉีสตรีร่างบาง ใบหน้างามหยดย้อยในวัยสิบเจ็ดปี นั่งดูสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายภายในสำนักงานแห่งหนึ่ง โดยข้างกายของเธอนั้นมีชายรูปร่างกำยำยืนนิ่งไม่พูดไม่จา“เดือนนี้ยอดขายจากทางใต้มีไม่น้อยเลยนะ พี่ตู้หมิง” หญิงสาวผู้เป็นเจ้านายเอ่ยขึ้นมาอย่างพอใจเมื่อเห็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นลูกน้องคนสนิทได้แต่พยักหน้าตอบกลับ ใครจะคิดว่าเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดขวบในวันนั้นจะกลายเป็นนายหญิงซู ผู้ทรงอิทธิพลในเวลานี้ เวลาเพียงหกปี ทำให้เด็กน้อยในวันวานมีอำนาจได้ขนาดนี้ แม้แต่กองทัพยังต้องไว้หน้า“นายหญิงควรจะระวังตัวไว้หน่อยนะครับ เวลานี้มีหลายกลุ่มกำลังตามสืบเบื้องหลังโรงน้ำชาซูเม่ย ตัวผมยังพอหลบเลี่ยงได้ แต่นายหญิง...” ตู้หมิงชายวัยสามสิบปี จากคนไร้บ้านและไร้อนาคตกลายมาเป็นมือขวาคนสนิทของนายหญิงซู เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นกังวล เนื่องจากการค้าบางอย่างของนายหญิงเป็นที่จับตามอง “คงไม่พ้นพวกที่ต้องการผลประโยชน์นั่นล่ะ เรื่องนี้พี่ไม่ต้องเป็นกังวล จะมีใครคิดกันล่ะว่าหญิงสาวผู้อ่อนแอจากบ้านหว่านจะเป็นนายหญิงซู และนายหญิงซูจะเป็นเพียงหญิงสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี แล้วเรื่องกลุ่มการค้าของนายท่านเป๋อล่ะ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status