홈 / รักโบราณ / หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70 / บทที่ 6 ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ

공유

บทที่ 6 ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ

작가: sanvittayam
last update 게시일: 2026-02-10 16:55:59

ไม่ใช่กระต่ายธรรมดาสินะ

วันเวลาล่วงเลยมาอีกสามวัน หว่านซูฉีก็ยังไม่มีความคืบหน้าของสองแม่ลูกอย่างปี้เจียวและหมี่ลี่ จื่อหานบอกเพียงว่าปี้เจียวส่งจดหมายถึงใครบางคนเท่านั้น ส่วนหว่านหมี่ลี่ใช้ชีวิตปกติ และเธอไม่ได้พบคนแปลกหน้าที่ไหน

จื่อหานยังบอกอีกว่า วันสองวันนี้เขามักจะเห็นคนแปลกหน้าคอยแอบดูหว่านซูฉีอยู่เสมอ แต่กลับมีคนหนึ่งที่เขาเคยเห็นอยู่กับผู้พันหยาง ซึ่งคาดเดาได้ไม่ยากว่านั่นคือคนของหยางซีห่าว

“ท่านผู้พันน่าจะส่งคนมาดูแลความปลอดภัยให้นายหญิง หากเป็นเช่นนั้นจริง ผมคิดว่าท่านผู้พันคงไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องของงานแต่งงาน ไม่แน่ท่านอาจจะทราบแล้วว่าบ้านหว่านต้องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว” จื่อหานคาดคะเนถึงสาเหตุที่ผู้พันหยางส่งคนมาคอยดูนายหญิงของตน

“หากคนพวกนั้นไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราก็ปล่อยไปเถอะ ส่วนเรื่องของหมี่ลี่ สามวันที่ผ่านมานี้ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ฉันว่ามันแปลกเกินไป และวันงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างสองแม่ลูกจะถอดใจ”

“หรือว่าพวกนั้นติดต่อกันทางจดหมายครับนายหญิง” จื่อหานเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับเขาชะล่าใจเกินไป เลยมองข้ามจุดนี้

หว่านซูฉีครุ่นคิดกับการกระทำที่ผ่านมาในสามวันนี้ของสองแม่ลูก เนื่องจากเธอไม่เห็นทั้งสองคนออกจากบ้าน หรือลางานไปไหนเลย

“ใช่แล้ว ! เมื่อวานเหมือนกับว่าน้องชายของปี้เจียวเดินทางมาหาแล้วพูดอะไรด้วยบางอย่างไม่นานก็กลับไป นายหญิงคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันหรือไม่ครับ” จื่อหานเหมือนนึกอะไรได้เลยพูดออกมาด้วยความตกใจ

“มีความเป็นไปได้มากเลยละ แต่ด้วยนิสัยของน้องชายปี้เจียว ชายผู้นั้นค่อนข้างขี้ขลาด และไม่กล้าทำอะไรสุ่มเสี่ยงให้ตนเองเดือดร้อน นอกเสียจากว่าผลตอบแทนและเงินค่าจ้างที่ปี้เจียวเสนอให้มันมากพอ ที่ทำให้น้องชายละทิ้งความหวาดกลัว”

หว่านซูฉีคาดเดาถึงการมาเยือนของฟานเต๋อ น้องชายปี้เจียว และคงมีทางเดียวคือ ปี้เจียวให้ฟานเต๋อออกหน้าให้ ซึ่งทางนี้มีความเป็นไปได้ที่สุดแล้ว

“ผมจะส่งคนตามประกบชายคนนั้นเองครับ” จื่อหานรู้สึกผิดไม่น้อยที่เขามองข้ามจุดเล็ก ๆ ไป

“เอาตามนี้ก็แล้วกัน แต่ต้องระวังหน่อย ในเมื่อคนของผู้พันหยางยังป้วนเปี้ยนอยู่ในหมู่บ้านนี้ ถ้าคนพวกนั้นคิดร้ายและวางแผนจะกำจัดฉันจริง ๆ หากไม่เข้าตาจนและฉันไม่ส่งสัญญาณออกมา พี่และคนของพี่อย่าเพิ่งเข้ามาช่วย คอยดูห่าง ๆ ก็พอ ในเมื่อผู้พันหยางเป็นคนฉลาด ลูกน้องของเขาย่อมต้องไม่ต่างกัน"

“แล้วนายหญิงจะไหวหรือครับ”

“ให้เขาเห็นว่าฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดและอ่อนแอ ยังดีกว่าเปิดเผยว่าฉันคือนายหญิงซูนะพี่จื่อหาน”

หว่านซูฉีกล่าวออกมาอย่างมีเหตุผล หากเข้าตาจนแล้วเธอเลือกที่จะให้คนของผู้พันหยางเห็นว่าเธอไม่ใช่คนอ่อนแอ ดีกว่าให้เขารู้ว่าเธอคือนายหญิงซูที่มีลูกน้องคอยคุ้มครองมากมาย

“ครับนายหญิง” ต่อให้ไม่เห็นด้วยแค่ไหน แต่ทว่าจื่อหานเลือกที่จะตอบรับในสิ่งที่เจ้านายสั่ง

เมื่อไม่มีอะไรแล้ว หว่านซูฉีจึงเดินออกมาจากบ้านของจื่อหาน และขึ้นเขาเพื่อไปเก็บผักอย่างเช่นทุกวัน

ในขณะที่กำลังเก็บผักป่าอยู่นั้น หว่านหมี่ลี่ก็เดินเข้ามาคุยด้วย

“ซูฉี…อีกหน่อยเธอก็จะแต่งงานแล้ว เรามาพูดดี ๆ กันบ้างเถอะ” หว่านหมี่ลี่เอ่ยขึ้น พร้อมกับปั้นหน้ายิ้มแย้มส่งให้ หว่านซูฉีคิดว่าต่อให้มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าปลอม

“พะ…พี่หมี่ลี่มีอะไรหรือคะ” แต่ทว่าหว่านซูฉียังคงทำทีท่าหวาดกลัวเหมือนเดิม นี่จึงทำให้อีกฝ่ายพยักหน้าพอใจ

“เธอจะกลัวฉันทำไม เราสองคนเป็นพี่น้องกัน วันนี้ฉันตั้งใจจะชวนเธอไปเลือกซื้อชุด น้องสาวจากบ้านรองแต่งงานทั้งที ฉันยังไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่เลย แล้วนี่พบเจอกับว่าที่เจ้าบ่าวหรือยัง”

‘ในที่สุดเธอก็จะล่อให้ฉันออกจากบ้านสินะ หมี่ลี่’

หว่านซูฉีคิดในใจ แต่ยังคงทำทีท่าหวาดกลัวและตอบด้วยเสียงที่ตะกุกตะกักเหมือนเดิม

“ฉะ…ฉันยังไม่เคยเจอหน้าผู้ชายคนนั้นเลย ตะ…แต่พี่จะไปซื้อของพี่ก็ไปเถอะ ฉันไปไม่ได้ ย่าให้เก็บผัก เดี๋ยวโดนตีอีก”

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ ฉันขออนุญาตย่ากับแม่แล้ว เรารีบไปกันดีกว่า จะได้รีบกลับ” หว่านหมี่ลี่บอก ก่อนจะฉุดดึงให้หว่านซูฉียืนขึ้นและทิ้งตะกร้าไว้ตรงนี้ก่อน

เมื่อถูกฉุดกระชาก หว่านซูฉีจึงทำทีเป็นเซถลาและขัดขืนเล็กน้อย

“จะเดินไปดี ๆ หรือไม่” หว่านหมี่ลี่เริ่มคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีขัดขืน จนพูดเสียงแทบจะตะคอกแล้ว พร้อมกับง้างมือขึ้นจะตี

จนหว่านซูฉีต้องพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว “ปะ…ไปแล้วค่ะ ซูฉีไปแล้ว”

หว่านหมี่ลี่ยิ้มด้วยความพอใจเมื่อแผนการที่วางไว้เริ่มเห็นผล

ในระหว่างที่ทั้งสองเดินออกจากหมู่บ้าน คนของผู้พันหยางเห็นเข้าจึงรีบให้สหายไปแจ้งเจ้านาย ส่วนตนเองนั้นเดินตามโดยทิ้งระยะห่างไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

ทางจื่อหานก็เช่นกัน เขามองดูการกระทำของหว่านหลี่หมี่อยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งบังคับและขู่เข็ญเจ้านายเขาให้ไปด้วย จึงรีบสะกดรอยตามเช่นกัน

“ระ…เราไม่ขึ้นเกวียนไปหรือคะพี่หมี่ลี่” หว่านซูฉีทำทีเหนื่อยเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัว

“จะขึ้นให้เสียเงินทำไม อีกนิดหนึ่งก็ถึงแล้ว”

‘นิดหนึ่งตรงไหน ต้องเดินเท้าเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงในเมือง’ หว่านซูฉีกลอกตาเล็กน้อยพร้อมกับบ่นในใจ เรื่องเดินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ เพียงแค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะเล่นงานเธอด้วยวิธีไหนมากกว่า

ทั้งสองเร่งความเร็วในการเดินเล็กน้อย เพียงสี่สิบห้านาทีก็เข้าเมืองแล้ว

หว่านหมี่ลี่ไม่ได้พาหว่านซูฉีไปไหน เธอพาเดินลัดเลาะเข้าซอยแห่งหนึ่ง ซึ่งในซอยนี้เปลี่ยวพอสมควร 

แม้จะมีทีท่าหวาดกลัว แต่สายตาของหว่านซูฉีกลับเด็ดเดี่ยวและเย็นชา หากใครได้สบตาหญิงสาวเวลานี้ คงเย็นไปถึงขั้วหัวใจ และคงรู้ว่าความตายอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

“ว้าย ! นี่พวกแกเป็นใครกัน” ในขณะที่ทั้งสองเดินมาเกือบถึงท้ายซอย ก็พบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณหกคนมาล้อมทั้งสองคนไว้

ซึ่งหว่านหมี่ลี่ทำทีคล้ายกับตกใจและหวาดกลัวมาก จึงได้วิ่งหนีออกมาแล้วแกล้งลืมหว่านซูฉีไว้

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหนีไปแล้ว หว่านซูฉีจึงกระตุกยิ้มเล็กน้อยและมองไปทางที่ญาติผู้พี่วิ่งหนีไป

“พี่ชาย แค่ล้อมจับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เพียงคนเดียว ถึงขนาดต้องพาคนมามากขนาดนี้เลยหรือ ว่าแต่คำสั่งที่ได้รับมาคืออะไร ช่วยบอกให้ฉันรู้ก่อนตายได้หรือไม่”

หว่านซูฉีเอ่ยถาม พร้อมกับยืดหลังตรงและเงยหน้าสบตากับกลุ่มชายฉกรรจ์ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่กลุ่มคนร้ายเท่านั้นที่แปลกใจ แม้แต่คนของผู้พันหยางก็ยังแปลกใจกับท่าทีที่แปลกไปของว่าที่คุณนาย

อีกทั้งเวลานี้เมื่อเห็นอันตรายตรงหน้าหว่านซูฉีว่าที่คุณนายท่านผู้พัน จึงเตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย หากเกิดอะไรขึ้นกับว่าที่คุณนายขึ้นมา เขาคงรับผิดชอบไม่ไหวและไม่กล้าสู้หน้าท่านผู้พันอีกแน่นอน

ในขณะที่กำลังจะเข้าไปช่วย กลับมีมือของใครบางคนรั้งไว้ พอหันมาเห็นว่าเป็นใครเขาเลยยิ้มออกมาอย่างดีใจเอ่ยเรียกทันที “ท่านผู้พัน !!”

“ยังไม่ต้องไป รอดูสถานการณ์ก่อน ฉันอยากรู้เจ้าสาวของฉันจะเป็นกระต่ายขี้กลัวหรือกระต่ายป่ากันแน่”

 หยางซีห่าวเอ่ยพร้อมกับมีรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย ด้วยความสามารถของเขา ชายทั้งห้าคนไม่เกินกำลังที่เขาจะจัดการได้ แต่ท่าทางที่แปลกไปของหว่านซูฉี กลับทำให้ชายหนุ่มอยากรู้ว่าหญิงสาวที่มักแสดงความอ่อนแอและหวาดกลัวให้ทุกคนเห็นนั้น แท้จริงตัวตนนั้นจะเป็นอย่างไร ชีวิตหลังแต่งงานคงไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้วสินะ

ด้านของซูฉีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ชายกักขฬะกลุ่มนี้ เมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของเธอก็เกิดความเสียดายขึ้นมา “พี่ ก่อนจะส่งขายทำไมพวกเราไม่ลิ้มลองรสชาติสินค้ากันก่อนเล่า อย่างไรเสียราคาคงไม่ตกมาก ฮ่า ๆๆ”

“ไม่ได้ สินค้าชิ้นนี้ยังบริสุทธิ์ ราคาที่ได้ย่อมสูงแน่นอน หากพวกแกต้องการค่อยไปหาซื้อเอา อย่าทำให้สินค้าชิ้นนี้มีตำหนิ”

เขาตกลงซื้อขายกับลูกค้าในราคาหนึ่งพันหยวน แต่เขาซื้อเธอมาเพียงสามร้อยหยวนเท่านั้น กำไรส่วนต่างทำให้เขาและลูกน้องใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทำงานได้อีกหลายเดือน

ดังนั้นสินค้าชิ้นนี้ต้องไม่มีตำหนิ !!

“ที่แท้พวกพี่ชายต้องการจับฉันไปขายสินะ” หว่านซูฉีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจถึงจุดประสงค์ของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้หันกลับมาสนใจเธออีกครั้ง

ท่าทางที่เย็นชาและรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากหว่านซูฉี ทำให้ชายกลุ่มนี้รู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง ไม่คิดว่าหญิงสาวหน้าตาสวยหวานจะทำให้พวกเขารู้สึกกลัวขนาดนี้

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ

    ความสุขที่ต้องการเมื่อเข้าเดือนที่สี่หว่านซูฉีพบว่าแม้เห็นหน้าหยางซีห่าวเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามองอยู่ก็คลื่นไส้แล้ว หญิงสาวจึงอดกลั้นแล้วบอกให้สาวใช้ออกไปเรียกชายหนุ่มมานั่งคุยกันเสียหน่อย“ภรรยาเอ่อ…พี่นั่งได้หรือครับ” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เห็นเพียงหญิงสาวเมินหน้าหนีก็เข้าใจในทันทีว่าเธอยังไม่หายอาการนั้น“อุ่ก คือฉันคิดว่า อึ่ก…” หว่านซูฉีใช้มือลูบหน้าท้องเบาๆ คิดในใจว่า ‘ลูกรักแม่ขอคุยกับพ่อสักหน่อยได้ไหมคะ’ ทันใดนั้นอาการอยากอาเจียนก็เหมือนค่อย ๆ บรรเทาลง แต่พอจะหันไปมองหน้าเขาก็เป็นเหมือนเดิม เธอจึงต้องจำใจหันหน้าไปอีกด้านเพื่อคุยกันให้จบ“พี่ซีห่าว เชื่อเรื่องของชาติภพไหมคะ” หว่านซูฉีเอ่ยถาม“พี่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว หรือชาติก่อนพี่เป็นศัตรูกับลูก เขาถึงได้รังเกียจพี่นัก” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างกังวล“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่พี่ช่วยแตะลูกและพูดกับลูกดีดีสักครั้ง พูดอะไรก็ได้จากใจพี่ได้ไหม” หว่านซูฉีอยากลองดู หากมันจะช่วยได้สักทางเธอรู้สึกเหมือนลูกเข้าใจทั้งเธอและหยางซีห่าวมันเป็นสายสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาก หรืออาจเป็นเพราะทั้งคู่รักกันมากจนกลายเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 66 เหม็นหน้าสามี

    เหม็นหน้าสามีนี่เป็นครั้งแรกที่จิงหลันได้พบกับจิตสังหาร เธอคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่านายพล และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งกรำศึกมานักต่อนัก แต่เมื่อเห็นหว่านซูฉีก็พบว่าตนเองนั้นเป็นเพียงมดเท่านั้น จิตสังหารของหว่านซูฉีบดขยี้จิตใจของจิงหลัน จนเธอได้แต่พึมพำ ขดตัวลงด้วยความหวาดกลัวในทันใดแตกต่างจากเพ่ยจีที่ยังมีความนึกคิดแม้จะโดนข่มขู่ หว่านซูฉีจัดการกับจิงหลันอย่างเลือดเย็น เหมือนที่เธอกล้าลงมือกับพ่อลูกหยางอย่างเลือดเย็น ทั้งที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบปีอย่างน้อยก็ควรรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวบ้าง ไม่ว่าจะโดนกีดกันอย่างไร อาศัยบ้านเขามียี่สิบปีกลับไม่มีสำนึกใดใดเลยหรือ?เธอเกลียดคนที่กล้าหักหลังเจ้าบ้าน เพราะเธอเองก็เคยโดนหักหลังเช่นกัน เพียงแต่ความผูกพันน้อยนิดหว่านซูฉีไม่คิดเก็บมาใส่ใจ“ฉีเอ๋อร์ อย่าใส่ใจเลย จิงหลันกับเพ่ยจีพ่ายแพ้แล้ว พวกเขาจะโดนจับขังลืมหรืออะไรก็ตามที่น้องต้องการ” หยางซีห่าวเอ่ยบอกกับภรรยาที่นักของเขาเพื่อให้เธอผ่อนคลายลงบ้างสักนิด“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเตรียมคุกพิเศษไว้ให้เพ่ยจีแล้ว” ว่าแล้วหว่านซูฉีก็ก้มลงมองบาดแผลบนแขนของสามีแล้วยังลูบไปตามตะเข็บที่

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 65 ภรรยาท้องแล้ว

    ภรรยาท้องแล้ว“พี่โทรศัพท์ไปแล้วไม่มีคนรับ ประเดี๋ยวพี่จะไปรับพวกเขาด้วยตัวเอง ภรรยาเข้าไปกินข้าวกับคุณพ่อก่อน…จิงหลันเองก็มาด้วยในวันนี้ ระมัดระวังตัวด้วย” ชายหนุ่มมองเข้าไปในห้องอาหารก็กระซิบบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“ไปเถอะค่ะ ฉันจะเก็บอาหารเช้าไว้ให้” หว่านซูฉีส่งสามีออกไปแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องอาหาร“แล้วซีห่าวล่ะจ๊ะ หนูซูฉี” จิงหลันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าหว่านซูฉี“พี่ซีห่าวรีบไปตามพี่ชายและพี่สะใภ้ฉันให้มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ เพราะเห็นว่าฉันยังเศร้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา คุณป้ามีอะไรหรือเปล่า” หว่านซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำตัวอ่อนแอต่อหน้าใครแล้ว“ไม่…ไม่มีจ๊ะ” จิงหลันยิ้มแหย นึกในใจว่าหว่านซูฉีเลิกทำตัวเป็นดอกบัวขาวเมื่อไหร่กัน? หรือพอโดนเปิดโปงแล้วก็คิดจะวางมาดเป็นนายหญิงซูทันที เมื่อคิดดังนั้นก็อดรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไม่ได้“ซูฉีอย่าคิดมากเลยนะ ช่วงที่ผ่านมาพ่อกังวลกับลูกแทบแย่ ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนมา ดูสิผอมลงเยอะเลย กินเยอะๆนะ เอาส่วนของพ่อไปทั้งหมดเลยก็ได้” นายพลหยางกล่าวจบก็ยื่นชามของตัวเองให้ลูกสะใภ้หว่านซูฉีที่คิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรเพื่อกำจ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 64 ไม่เคยโทษตัวเอง

    ไม่เคยโทษตัวเองบ้านสกุลหว่านนั้นวุ่นวายอย่างมากจนเป็นที่โจษจันไปทั่วหมู่บ้าน ชื่อเสียงดีงามที่สั่งสมมาสามรุ่นพังทลายลงก็ตรงนี้แต่บ้านสกุลหว่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนั้น ต้องกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากหว่านซูฉีแต่งงานไปเมื่อปู่หว่านเดินทางเข้าเมืองไปเป็นญาติผู้ใหญ่ให้หว่านซูฉี ย่าหว่านก็แสร้งแกล้งป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น จนเมื่อปู่หว่านกลับมาและคิดจะหย่าขาดจากภรรยาดีหรือไม่เห็นดังนั้น ก็ตัดสินใจฟังคำแนะนำของหลานสาวหลานชาย มุ่งหน้าไปเฝ้าสุสานประจำตระกูล อาศัยอยู่ที่ทางขึ้นสุสานตลอดทั้งปีไม่ได้กลับลงมาอีกเมื่อย่าหว่านได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจในทีแรก เพราะคนที่เฝ้าสุสานตระกูลยังได้รับเบี้ยหวัด และแต้มคะแนนงานส่วนแบ่งจากตระกูลประจำทุกวันไม่ขาด คนชราที่ไม่ได้มีลูกหลานดูแลหลายคน อยากช่วยเหลือลูกหลานบ้างบางคนก็สละตนขึ้นไปประจำอยู่บนนั้นแม้โดนนินทาว่าร้ายจากเพื่อนบ้าน ย่าหว่านก็ไม่หวั่นทั้งยังรู้สึกเหมือนได้รับอิสระในการตัดสินใจ จากที่เคยต้องถามปู่ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านก่อน ตอนนี้นางก็ตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเองหมดแล้วดังนั้นนางจึงชี้นิ้วบอกให้ลูกชายคนโตแต่งงานใหม่ทันที โดยไม่สนใจคำทัดทานของเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 63 จุดจบของหว่านหลี่มี่

    จุดจบของหว่านหลี่มี่หยางซีห่าวเพิ่งเดินลงมาโดยมีทหารคนสนิทคอยรับใช้อยู่ไม่ไกล เห็นภรรยาคุยกับลูกน้องคนสนิทจบพอดีก็รีบเดินเข้าไปกอด“ภรรยา พี่คิดถึงน้องมากเลย” หยางซีห่าวป้อนคำหวานใส่ภรรยาโดยไม่สนใจสายตาใครแม้แต่น้อย“พี่ซีห่าว อายแม่บ้านสักหน่อยเถอะค่ะ” หว่านซูฉีหน้าแดง สามีของเธอหน้าหนาเหลือเกิน ไม่รู้จักอายบ้างเลย แสดงความรักในที่สาธารณะแบบนี้ หากอยู่ด้านนอกในช่วงห้าปีก่อนหน้านี้ คงได้โดนทหารแดงจับแห่ประจานทั่วเมืองไปแล้ว“พี่จะอายทำไมกันนี่บ้านของเรา อีกทั้งเราก็เป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ว่าแต่เป็นอย่างไรบ้าง การค้ากับทางการเป็นไปด้วยดีไหม” หยางซีห่าวพูดออกมาอย่างคนหน้ามึนและไม่ลืมถามถึงกิจการของภรรยา“เป็นไปด้วยดีค่ะ” หว่านซูฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยดี“แล้วเงินพอไหม สามีของน้องรวยมากนะ ถ้าหากเงินสำหรับซื้อสินค้าไม่เพียงพอก็เบิกเพิ่มได้ สกุลหยางของเราต้องพึ่งพากิจการของนายหญิงซูแล้ว”หว่านซูฉีได้ยินแบบนั้นก็หันไปกอดสามีตอบกลับ แล้วยังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความกังวล“พี่จะไม่ยอมรับตำแหน่งกลับคืนจริง ๆ หรือคะ”“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว” หยางซีห่าวตอบพร้อมกั

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 62 เริ่มสร้างกิจการบนดิน

    เริ่มสร้างกิจการบนดินหว่านซูฉีดูแลสามีด้วยตัวเองมาตลอดจนวันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ก่อนที่ตู้หมิงจะมาขอเข้าพบเพื่อรายงานข่าวกิจการใหม่ และเรื่องราวที่เธอได้ให้เขาไปสืบมา“ตอนนี้ร้านค้าในตลาดมืดของเรายุติทั้งหมดและปิดตลาดมืดเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเจ้าของร้านที่มาเช่า ผมและจื่อหานส่งหนังสือให้แล้วว่า นายหญิงกำลังสร้างห้างสรรพสินค้าขึ้น และเปิดพื้นที่ให้จับจองเช่า ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เกินหกเดือนครับ ส่วนกิจการการในกลุ่มการค้าซูเม่ยทั้งหมด เวลานี้รัฐได้จัดทำใบอนุญาตและมอบสัมปทานให้เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าต่าง ๆ ก็เริ่มตกแต่งแล้วครับ”หว่านซูฉีนั่งฟังพร้อมกับพยักหน้าตาม เรื่องกิจการร้านค้าเธอเองก็มีการซื้อที่ดินและร้านค้าไว้จำนวนไม่น้อย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใหม่ ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าระบบนี้เธอเองเป็นคนขอไว้ และบอกแผนทุกอย่างให้กับผู้บัญชาการสูงสุดแต่เพียงแค่คนที่เคยขายในตลาดมืดของเธอเท่านั้น และทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของกลุ่มการค้าซูเม่ย เนื่องจากร้านค้าที่เช่าที่ในตลาดมืดของเธอนั้น เธอไม่อยากลอยแพพวกเขา แม้ว่าเวลานี้รัฐยังมีข้อจำกัดเรื่องการค้า แต่ทุกอย่างมักจะมีช่องโหว่เสมอ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 61 จบปัญหาเสียที

    จบปัญหาเสียทีจากนั้นนั้นเสียงของเลขาหนานก็ดังขึ้น เขาอ่านรายงานสิ่งที่ได้รับการตรวจสอบมาแล้วว่าเป็นจริง แตกต่างจากการฟ้องร้องก่อนหน้านี้ที่มีเพียงพยานบุคคลทั้งสองฝ่าย“รายงานฉบับนี้ได้กล่าวไว้ว่า ตอนนี้เกิดการขาดแคลนเสบียงอาหารจากทางใต้ ไล่มาจนถึงภาคกลางแล้ว และอีกไม่นานก็คงลามไปจนถึงภาคเหนือ เมื่

    last update최신 업데이트 : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 60 จากดำเป็นขาว

    จากดำเป็นขาวหว่านซูฉีรู้ดีว่าสามีรักประเทศนี้ ส่วนเธอยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ พวกเขาเพียงต้องไปกบดานชั่วคราวเพื่อรอวันที่เธอจะสวมรอยพร้อมสร้างตัวตนใหม่เพื่อเข้ามาในประเทศได้อีกครั้งเท่านั้นเอง“แล้วพ่อ…”“คุณพ่อจะไม่โดนอะไร” หว่านซูฉีหลบตาสามี เธอคิดจะทิ้งสิ่งที่พ่อสามีสามารถใช้ต่อรองกับกอ

    last update최신 업데이트 : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 58 ผลประโยชน์

    ผลประโยชน์นายพลหยางตอนนี้อยู่บ้านสกุลโจว เขาพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนรับรองแขกเป็นส่วนใหญ่ เพราะบ้านโจวเองก็ค่อนข้างวุ่นวายเรื่องหลังบ้านเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่ทางคนใหญ่โตยังไม่คิดจะลงมือทำอะไรสักอย่าง นั่นทำให้นายพลหยางจิตใจเริ่มไม่สงบ ใจนั้นกลัวว่าเรื่องราวจะถูกละเลยกลายเป็นคดีและยืดเยื้อไ

    last update최신 업데이트 : 2026-04-01
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อ

    บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อข้อมูลของอีกฝ่ายได้มาน้อยนิดนั้นเป็นเรื่องปกติมาก เพราะการสืบข่าวของคนในองค์กรยุคนี้ ก็ไม่ต่างกับการสอดแนมและกลายเป็นสายลับได้โดยง่ายเมื่อโดนอีกฝ่ายจับได้ เวลานี้ลูกน้องของนายท่านเป๋อโดนจับตัวไปพร้อมกับถูกยัดเยียดข้อหาสายลับร่วมสองคนแล้วปัง!! เสี่ยงทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจของ

    last update최신 업데이트 : 2026-03-23
더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status