Share

บทที่ 5 หยางซีห่าว

Penulis: sanvittayam
last update Tanggal publikasi: 2026-02-10 16:55:42

หยางซีห่าว

ทางด้านผู้พันหยาง หลังจากพบหน้าว่าที่ภรรยาแล้ว ชายหนุ่มจึงกลับมายังคฤหาสน์เพื่อทักทายผู้เป็นบิดา เดินเข้ามายังไม่ทันพ้นประตู กลับมีเสียงแหลมร้องเรียกด้วยความดีใจ และตั้งท่าจะเดินเข้ามาคล้องแขน แต่ทว่าซีห่าวเบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็ว การกระทำของชายหนุ่มทำให้เพ่ยจีหน้าเสียไม่น้อย

“พี่กลับมาแล้ว คุณลุงเขยบ่นคิดถึงไม่หยุดเลยค่ะ” หญิงสาวปรับสีหน้ารวดเร็ว ก่อนจะจีบปากจีบคอพูดโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร

หยางซีห่าวเลือกที่จะเดินหนี วันนี้เขาตั้งใจจะเข้ามาหาบิดาเพื่อพูดคุยเรื่องงานแต่งเท่านั้น โดยปกติหากไม่ไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ เขามักจะนอนในค่ายทหาร นาน ๆ ถึงจะกลับมานอนที่คฤหาสน์หลังนี้สักครั้ง

หยางซีห่าวคือบุตรชายคนเดียวของนายพลหยาง ชายหนุ่มเข้าเป็นทหารตอนอายุสิบหก เวลานั้นเขาเพิ่งจบมัธยมปลายและเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย แต่เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานั้น ทำให้เขาเลือกที่จะเรียนควบคู่กับการฝึกซ้อมทหารไปด้วย

ชายหนุ่มไต่เต้าขึ้นมาโดยใช้ความสามารถของตนเองจนมาถึงตำแหน่งผู้พันในปัจจุบัน ไม่มีการใช้เส้นสายของบิดาช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นหลายตระกูลใหญ่ต่างก็อยากจะเกี่ยวดองกับตระกูลหยาง เนื่องจากตระกูลหยางนั้นมีฐานะร่ำรวยและมีอำนาจในกองทัพไม่น้อย เพียงแต่ผู้พันหยางไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับใคร จนอายุล่วงเลยเข้าเลขสาม

กระทั่งวันหนึ่งเขาปฏิบัติภารกิจและเกิดการปะทะเข้าจนได้รับบาดเจ็บ แต่ได้รับความช่วยเหลือจากเหวินเปียวและจื่อหานเมื่อสามปีก่อน

เขาจึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตในครั้งนี้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะร้องขอเรื่องใดก็ตาม แต่ชายหนุ่มไม่คิดว่าสามเดือนก่อนเหวินเปียวจะมาขอพบ และให้เขาตอบแทนบุญคุณด้วยการแต่งงานกับน้องสาวที่ชื่อ ‘หว่านซูฉี’

ในเมื่อรับปากไปแล้ว ชายชาติทหารเช่นเขาไม่มีวันกลืนน้ำลายตัวเอง จึงได้ตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับหญิงสาวที่ชื่อหว่านซูฉี โดยให้ผู้เป็นบิดาพาแม่สื่อไปสู่ขอเธอเมื่อเดือนก่อน แต่เขาไม่ได้ติดตามไปด้วยเนื่องจากติดภารกิจด่วน

วันนี้กลับมาจึงแอบไปพบหน้าว่าที่เจ้าสาวของตนเองเสียหน่อย แต่ไม่คิดว่าเธอจะดูบอบบางและอ่อนแอเช่นนี้

‘เธอคงซ่อนบางอย่างไว้ภายใต้หน้ากากที่แสดงออกว่าอ่อนแอและหวาดกลัวสินะ ซูฉี’ นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มคิด จากที่เขาพบเธอในวันนี้ หญิงสาวไม่ใช่แบบที่เห็น ความรู้สึกของเขาบอกแบบนั้น

ทันทีที่มาถึงหน้าห้องของบิดา หยางซีห่าวเคาะประตู ก่อนจะสั่งงานลูกน้องบางอย่าง

“ส่งคนติดตามและดูแลเธอให้ดี ฉันต้องการรับรู้ความเคลื่อนไหวเธอทั้งหมด”

“ครับนาย” อานเผิงตอบรับ ก่อนจะเดินแยกออกมาและรีบสั่งการลูกน้องทันทีตามคำสั่งที่ได้รับมา

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานของนายพลหยาง ผู้เป็นพ่อจึงเอ่ยทักทายลูกชายด้วยรอยยิ้ม และดีใจที่หยางซีห่าวกลับมาอย่างปลอดภัย

“กลับมาแล้วหรืออาห่าว” นายพลหยางเอ่ยทัก ก่อนใช้สายตาสำรวจลูกชาย พอเห็นไม่มีส่วนใดเสียหายจึงพยักหน้าอย่างพอใจ

“ครับพ่อ ผมจะมาสอบถามพ่อเรื่องงานแต่งของผม ตอนนี้พ่อเตรียมการไปถึงไหนแล้วครับ” หยางซีห่าวไม่รีรอ รีบพูดถึงจุดประสงค์ของตนเองออกมา

“เรื่องงานเลี้ยง ทางโรงแรมจัดเตรียมห้องจัดเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงลูกไปตรวจสอบความเรียบร้อยเท่านั้น จริงสิ อย่าลืมพาหนูซูฉีไปลองชุดเจ้าสาวด้วยนะลูก พ่อดูแล้วทางบ้านหว่านน่าจะไม่จัดเตรียมอะไร วันที่พ่อไปสู่ขอฝ่ายนั้นต้องการขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาว อ้างว่าซูฉีร่างกายอ่อนแอไม่เหมาะจะตั้งท้องทายาทของลูก”

จากนั้นนายพลหยางจึงเล่าเรื่องราวในวันนั้นให้ลูกชายฟังอย่างละเอียด

หยางซีห่าวกระตุกยิ้มอย่างเย็นชาออกมาเล็กน้อย ในใจนั้นคิดว่า นี่คงเป็นเหตุผลที่เหวินเปียวต้องการให้น้องสาวแต่งงานกับเขาสินะ

“ครับพ่อ แล้วพ่อเป็นอย่างไรบ้างตอนที่ผมไม่อยู่ ร่างกายดีขึ้นบ้างไหม” ชายหนุ่มรู้ว่าระยะนี้พ่อของตนมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง คิดว่าน่าจะเป็นเพราะพ่อพักผ่อนไม่เพียงพอและโหมงานหนักจนเกินไป

“ขึ้น ๆ ลง ๆ นั่นแหละ พ่อเองก็แก่แล้ว อีกไม่กี่ปีก็จะได้เกษียณ ตอนนั้นคงได้ปลดประจำการดูแลหลาน ๆ เสียที พรุ่งนี้พ่อจะไปพบทนายเสียหน่อย”

นายพลหยางกล่าวขึ้น อาการป่วยที่กำลังเป็นนั้นเขาไม่รู้ว่าจะรักษาหายหรือไม่ วันก่อนหมอมาตรวจถึงบ้านก็บอกเพียงว่าพักผ่อนน้อย ไม่แน่ว่าหมอไม่อาจจะไม่กล้าบอกว่าเขาเป็นโรคร้ายก็ได้ จึงคิดที่จะทำพินัยกรรมไว้ก่อน  

“พ่อทำแบบนี้ไม่กลัวว่าคุณนายเขาจะโกรธเคืองเอาหรือครับ” หยางซีห่าวย้อนถามพ่อของตน

“ลูกรู้ว่าพ่อแต่งงานกับเธอเพราะอะไร ไม่ใช่พ่อไม่รู้ว่าจิงหลันพาเพ่ยจีเข้ามาดูแล เพราะวาดหวังจะให้ลูกแต่งกับหลานสาวเธอ ในใจพ่อมีเพียงแม่ของลูกเท่านั้น และลูกคือดวงใจคนเดียวของพ่อ และพ่อกล้าสาบานว่าพ่อไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางกายกับจิงหลันเลยหลังจากคืนนั้น”

เรื่องที่ท่านนายพลถูกวางยากำหนัดจนพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับจิงหลัน หยางซีห่าวย่อมรู้ดี และยังรู้อีกว่าพ่อของตนนั้นไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับจิงหลันอีกเลย แต่ที่ต้องรับเข้าบ้าน เพราะชายชาติทหารเช่นพวกเขาเมื่อทำผิดแล้วย่อมต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง  

“ผมเชื่อครับ ผมรู้จักนิสัยพ่อดี”

“แต่งงานแล้วกลับมาอยู่บ้านนะลูก ไม่ต้องกลัวว่าใครจะรังแกแม่หนูซูฉี เพราะเธอคือนายหญิงน้อยของบ้านนี้”

ท่านนายพลกล่าวคล้ายจะขอร้อง เรื่องที่ให้ลูกชายกลับมาอยู่บ้านหลังจากแต่งงานแล้ว พร้อมกับให้คำสัญญาว่า จะไม่มีใครมารังแกลูกสะใภ้เขาได้ โดยที่สองพ่อลูกไม่รู้เลยว่า หว่านซูฉีก็ไม่มีทางยอมให้ใครคิดร้ายกับเธอเหมือนกัน

“ครับพ่อ” ชายหนุ่มรับปากเรื่องจะกลับมาอยู่บ้าน ส่วนเรื่องที่ใครคิดจะรังแกภรรยาของเขาหากกล้าก็ลองดู

ด้านหว่านซูฉี หลังจากที่ช่วยพี่ชายและพี่สะใภ้ทำอาหารเสร็จแล้ว เธอและทุกคนจึงเดินมายังบ้านของจื่อหานอีกครั้ง และครั้งนี้หญิงสาวมาในฐานะน้องของเหวินเปียวไม่ใช่นายหญิงซู

“ซูฉีบอกว่าพี่ต้องการพบเราสองคน พี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่าพี่ใหญ่” ซวงซวงเอ่ยถามพี่ชายทันทีที่พบหน้า

“อีกครึ่งเดือนพี่จะย้ายออกจากหมู่บ้าน น้องและอาเปียวจะไปด้วยกันหรือไม่” จื่อหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามแบบฉบับของตน

“อะไรนะ ! ทำไมพี่ถึงย้ายออกจากหมู่บ้านล่ะ เกิดเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้หรือไม่พี่ใหญ่”

ซวงซวงตกใจจนร้องเสียงหลง กลัวว่าจะเกิดเรื่องกับพี่ชายจนต้องย้ายออกจากหมู่บ้าน เหมือนตอนที่ช่วยเธอจากคนเลวพวกนั้น

“นั่นสิครับ เกิดอะไรขึ้นครับพี่ใหญ่” หว่านเหวินเปียวเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อรู้เรื่องนี้

“ทั้งสองคิดอะไรกัน ที่พี่บอกจะย้ายออกจากหมู่บ้านนั่นก็เพราะสหายมาชวนไปทำงานด้วย เขาเป็นคนสนิทของนายหญิงซู นายจะไปทำงานด้วยกันไหมล่ะ อีกไม่นานซูฉีจะแต่งงานแล้ว นายเองก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้วนี่”

จื่อหานตอบพร้อมกับรีบอธิบาย ก่อนที่น้องสาวและน้องเขยจะคิดไปไกลกว่านี้

“พี่ใหญ่ไปอยู่ในเมืองกับพี่จื่อหานเถอะนะ ฉันเองจะได้ไม่เป็นกังวลและเป็นห่วงพี่หลังจากที่ฉันแต่งงานแล้ว พอฉันไม่อยู่ย่าและคนอื่น ๆ คงใช้งานพี่กับพี่สะใภ้จนไม่มีเวลาพักแน่ แล้วเมื่อไรพี่และพี่สะใภ้จะมีหลานตัวน้อยให้พวกเราล่ะ” หว่านซูฉีรีบสนับสนุน เธอต้องการให้พี่ชายตัดสินใจเรื่องนี้โดยเร็ว

“พี่อยากไปนะซูฉี แต่ย่าจะยอมหรือไง แรงงานของบ้านหว่านที่ทำแต้มคะแนนมากที่สุด มีเพียงพี่กับซวงซวงเท่านั้น”

เหวินเปียวอยากหลุดพ้นจากบ้านหว่านมานานแล้ว แต่เพราะทุกครั้งที่ขอแยกบ้าน ย่ามักจะเอาความกตัญญูมาอ้างเสมอ เลยทำให้เขาไม่สามารถแยกบ้านได้

“ยอมไม่ยอมต้องเสี่ยงดูละพี่ใหญ่ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันจัดการเอง อาจจะยอมแลกกับเงินสินสอดบางส่วน” แม้จะพูดว่ายอมแลกกับเงินสินสอด แต่เธอไม่ได้ใจดีขนาดนั้น บ้านหว่านมีเพียงปู่หว่านคนเดียวที่เธอคิดจะตอบแทนบุญคุณแทนผู้เป็นพ่อ ส่วนคนอื่นอย่าฝัน

“เรื่องแยกบ้านยังมีเวลา อีกตั้งสองอาทิตย์กว่าที่ซูฉีจะแต่งงาน พรุ่งนี้หาข้ออ้างก่อนเถอะ พี่จะพาไปเจอคนที่ชื่อตู้หมิง เขาเป็นคนสนิทของนายหญิงซู เราต้องไปสมัครงานกันก่อน”

จื่อหานเหลือบสายตามองหว่านซูฉี โดยที่เหวินเปียวและซวงซวงไม่ทันสังเกต หญิงสาวพยักหน้าให้เล็กน้อยเป็นอันเข้าใจกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ

    ความสุขที่ต้องการเมื่อเข้าเดือนที่สี่หว่านซูฉีพบว่าแม้เห็นหน้าหยางซีห่าวเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามองอยู่ก็คลื่นไส้แล้ว หญิงสาวจึงอดกลั้นแล้วบอกให้สาวใช้ออกไปเรียกชายหนุ่มมานั่งคุยกันเสียหน่อย“ภรรยาเอ่อ…พี่นั่งได้หรือครับ” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เห็นเพียงหญิงสาวเมินหน้าหนีก็เข้าใจในทันทีว่าเธอยังไม่หายอาการนั้น“อุ่ก คือฉันคิดว่า อึ่ก…” หว่านซูฉีใช้มือลูบหน้าท้องเบาๆ คิดในใจว่า ‘ลูกรักแม่ขอคุยกับพ่อสักหน่อยได้ไหมคะ’ ทันใดนั้นอาการอยากอาเจียนก็เหมือนค่อย ๆ บรรเทาลง แต่พอจะหันไปมองหน้าเขาก็เป็นเหมือนเดิม เธอจึงต้องจำใจหันหน้าไปอีกด้านเพื่อคุยกันให้จบ“พี่ซีห่าว เชื่อเรื่องของชาติภพไหมคะ” หว่านซูฉีเอ่ยถาม“พี่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว หรือชาติก่อนพี่เป็นศัตรูกับลูก เขาถึงได้รังเกียจพี่นัก” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างกังวล“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่พี่ช่วยแตะลูกและพูดกับลูกดีดีสักครั้ง พูดอะไรก็ได้จากใจพี่ได้ไหม” หว่านซูฉีอยากลองดู หากมันจะช่วยได้สักทางเธอรู้สึกเหมือนลูกเข้าใจทั้งเธอและหยางซีห่าวมันเป็นสายสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาก หรืออาจเป็นเพราะทั้งคู่รักกันมากจนกลายเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 66 เหม็นหน้าสามี

    เหม็นหน้าสามีนี่เป็นครั้งแรกที่จิงหลันได้พบกับจิตสังหาร เธอคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่านายพล และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งกรำศึกมานักต่อนัก แต่เมื่อเห็นหว่านซูฉีก็พบว่าตนเองนั้นเป็นเพียงมดเท่านั้น จิตสังหารของหว่านซูฉีบดขยี้จิตใจของจิงหลัน จนเธอได้แต่พึมพำ ขดตัวลงด้วยความหวาดกลัวในทันใดแตกต่างจากเพ่ยจีที่ยังมีความนึกคิดแม้จะโดนข่มขู่ หว่านซูฉีจัดการกับจิงหลันอย่างเลือดเย็น เหมือนที่เธอกล้าลงมือกับพ่อลูกหยางอย่างเลือดเย็น ทั้งที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบปีอย่างน้อยก็ควรรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวบ้าง ไม่ว่าจะโดนกีดกันอย่างไร อาศัยบ้านเขามียี่สิบปีกลับไม่มีสำนึกใดใดเลยหรือ?เธอเกลียดคนที่กล้าหักหลังเจ้าบ้าน เพราะเธอเองก็เคยโดนหักหลังเช่นกัน เพียงแต่ความผูกพันน้อยนิดหว่านซูฉีไม่คิดเก็บมาใส่ใจ“ฉีเอ๋อร์ อย่าใส่ใจเลย จิงหลันกับเพ่ยจีพ่ายแพ้แล้ว พวกเขาจะโดนจับขังลืมหรืออะไรก็ตามที่น้องต้องการ” หยางซีห่าวเอ่ยบอกกับภรรยาที่นักของเขาเพื่อให้เธอผ่อนคลายลงบ้างสักนิด“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเตรียมคุกพิเศษไว้ให้เพ่ยจีแล้ว” ว่าแล้วหว่านซูฉีก็ก้มลงมองบาดแผลบนแขนของสามีแล้วยังลูบไปตามตะเข็บที่

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 65 ภรรยาท้องแล้ว

    ภรรยาท้องแล้ว“พี่โทรศัพท์ไปแล้วไม่มีคนรับ ประเดี๋ยวพี่จะไปรับพวกเขาด้วยตัวเอง ภรรยาเข้าไปกินข้าวกับคุณพ่อก่อน…จิงหลันเองก็มาด้วยในวันนี้ ระมัดระวังตัวด้วย” ชายหนุ่มมองเข้าไปในห้องอาหารก็กระซิบบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“ไปเถอะค่ะ ฉันจะเก็บอาหารเช้าไว้ให้” หว่านซูฉีส่งสามีออกไปแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องอาหาร“แล้วซีห่าวล่ะจ๊ะ หนูซูฉี” จิงหลันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าหว่านซูฉี“พี่ซีห่าวรีบไปตามพี่ชายและพี่สะใภ้ฉันให้มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ เพราะเห็นว่าฉันยังเศร้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา คุณป้ามีอะไรหรือเปล่า” หว่านซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำตัวอ่อนแอต่อหน้าใครแล้ว“ไม่…ไม่มีจ๊ะ” จิงหลันยิ้มแหย นึกในใจว่าหว่านซูฉีเลิกทำตัวเป็นดอกบัวขาวเมื่อไหร่กัน? หรือพอโดนเปิดโปงแล้วก็คิดจะวางมาดเป็นนายหญิงซูทันที เมื่อคิดดังนั้นก็อดรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไม่ได้“ซูฉีอย่าคิดมากเลยนะ ช่วงที่ผ่านมาพ่อกังวลกับลูกแทบแย่ ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนมา ดูสิผอมลงเยอะเลย กินเยอะๆนะ เอาส่วนของพ่อไปทั้งหมดเลยก็ได้” นายพลหยางกล่าวจบก็ยื่นชามของตัวเองให้ลูกสะใภ้หว่านซูฉีที่คิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรเพื่อกำจ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 64 ไม่เคยโทษตัวเอง

    ไม่เคยโทษตัวเองบ้านสกุลหว่านนั้นวุ่นวายอย่างมากจนเป็นที่โจษจันไปทั่วหมู่บ้าน ชื่อเสียงดีงามที่สั่งสมมาสามรุ่นพังทลายลงก็ตรงนี้แต่บ้านสกุลหว่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนั้น ต้องกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากหว่านซูฉีแต่งงานไปเมื่อปู่หว่านเดินทางเข้าเมืองไปเป็นญาติผู้ใหญ่ให้หว่านซูฉี ย่าหว่านก็แสร้งแกล้งป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น จนเมื่อปู่หว่านกลับมาและคิดจะหย่าขาดจากภรรยาดีหรือไม่เห็นดังนั้น ก็ตัดสินใจฟังคำแนะนำของหลานสาวหลานชาย มุ่งหน้าไปเฝ้าสุสานประจำตระกูล อาศัยอยู่ที่ทางขึ้นสุสานตลอดทั้งปีไม่ได้กลับลงมาอีกเมื่อย่าหว่านได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจในทีแรก เพราะคนที่เฝ้าสุสานตระกูลยังได้รับเบี้ยหวัด และแต้มคะแนนงานส่วนแบ่งจากตระกูลประจำทุกวันไม่ขาด คนชราที่ไม่ได้มีลูกหลานดูแลหลายคน อยากช่วยเหลือลูกหลานบ้างบางคนก็สละตนขึ้นไปประจำอยู่บนนั้นแม้โดนนินทาว่าร้ายจากเพื่อนบ้าน ย่าหว่านก็ไม่หวั่นทั้งยังรู้สึกเหมือนได้รับอิสระในการตัดสินใจ จากที่เคยต้องถามปู่ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านก่อน ตอนนี้นางก็ตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเองหมดแล้วดังนั้นนางจึงชี้นิ้วบอกให้ลูกชายคนโตแต่งงานใหม่ทันที โดยไม่สนใจคำทัดทานของเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 63 จุดจบของหว่านหลี่มี่

    จุดจบของหว่านหลี่มี่หยางซีห่าวเพิ่งเดินลงมาโดยมีทหารคนสนิทคอยรับใช้อยู่ไม่ไกล เห็นภรรยาคุยกับลูกน้องคนสนิทจบพอดีก็รีบเดินเข้าไปกอด“ภรรยา พี่คิดถึงน้องมากเลย” หยางซีห่าวป้อนคำหวานใส่ภรรยาโดยไม่สนใจสายตาใครแม้แต่น้อย“พี่ซีห่าว อายแม่บ้านสักหน่อยเถอะค่ะ” หว่านซูฉีหน้าแดง สามีของเธอหน้าหนาเหลือเกิน ไม่รู้จักอายบ้างเลย แสดงความรักในที่สาธารณะแบบนี้ หากอยู่ด้านนอกในช่วงห้าปีก่อนหน้านี้ คงได้โดนทหารแดงจับแห่ประจานทั่วเมืองไปแล้ว“พี่จะอายทำไมกันนี่บ้านของเรา อีกทั้งเราก็เป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ว่าแต่เป็นอย่างไรบ้าง การค้ากับทางการเป็นไปด้วยดีไหม” หยางซีห่าวพูดออกมาอย่างคนหน้ามึนและไม่ลืมถามถึงกิจการของภรรยา“เป็นไปด้วยดีค่ะ” หว่านซูฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยดี“แล้วเงินพอไหม สามีของน้องรวยมากนะ ถ้าหากเงินสำหรับซื้อสินค้าไม่เพียงพอก็เบิกเพิ่มได้ สกุลหยางของเราต้องพึ่งพากิจการของนายหญิงซูแล้ว”หว่านซูฉีได้ยินแบบนั้นก็หันไปกอดสามีตอบกลับ แล้วยังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความกังวล“พี่จะไม่ยอมรับตำแหน่งกลับคืนจริง ๆ หรือคะ”“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว” หยางซีห่าวตอบพร้อมกั

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 62 เริ่มสร้างกิจการบนดิน

    เริ่มสร้างกิจการบนดินหว่านซูฉีดูแลสามีด้วยตัวเองมาตลอดจนวันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ก่อนที่ตู้หมิงจะมาขอเข้าพบเพื่อรายงานข่าวกิจการใหม่ และเรื่องราวที่เธอได้ให้เขาไปสืบมา“ตอนนี้ร้านค้าในตลาดมืดของเรายุติทั้งหมดและปิดตลาดมืดเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเจ้าของร้านที่มาเช่า ผมและจื่อหานส่งหนังสือให้แล้วว่า นายหญิงกำลังสร้างห้างสรรพสินค้าขึ้น และเปิดพื้นที่ให้จับจองเช่า ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เกินหกเดือนครับ ส่วนกิจการการในกลุ่มการค้าซูเม่ยทั้งหมด เวลานี้รัฐได้จัดทำใบอนุญาตและมอบสัมปทานให้เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าต่าง ๆ ก็เริ่มตกแต่งแล้วครับ”หว่านซูฉีนั่งฟังพร้อมกับพยักหน้าตาม เรื่องกิจการร้านค้าเธอเองก็มีการซื้อที่ดินและร้านค้าไว้จำนวนไม่น้อย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใหม่ ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าระบบนี้เธอเองเป็นคนขอไว้ และบอกแผนทุกอย่างให้กับผู้บัญชาการสูงสุดแต่เพียงแค่คนที่เคยขายในตลาดมืดของเธอเท่านั้น และทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของกลุ่มการค้าซูเม่ย เนื่องจากร้านค้าที่เช่าที่ในตลาดมืดของเธอนั้น เธอไม่อยากลอยแพพวกเขา แม้ว่าเวลานี้รัฐยังมีข้อจำกัดเรื่องการค้า แต่ทุกอย่างมักจะมีช่องโหว่เสมอ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 37 บอกความจริงพี่ชาย

    บทที่ 37 บอกความจริงพี่ชายหว่านเหวินเปียวที่โดนไล่ให้กลับบ้านไปก่อน ตู้หมิงบอกเพียงว่า ‘วันนี้ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว’ ทั้งที่เขายังทำงานไม่เสร็จ ก็รู้สึกแปลกประหลาดใจจนพูดไม่ออก แต่ก็ยอมกลับบ้านด้วยความยินดีเพราะห่วงภรรยาที่อยู่บ้านคนเดียวเขาเดินกลับมาบ้าน ระหว่างทางเห็นทหารแดงกลุ่มหนึ่งที่กำลังบุกเ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-24
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อ

    บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อข้อมูลของอีกฝ่ายได้มาน้อยนิดนั้นเป็นเรื่องปกติมาก เพราะการสืบข่าวของคนในองค์กรยุคนี้ ก็ไม่ต่างกับการสอดแนมและกลายเป็นสายลับได้โดยง่ายเมื่อโดนอีกฝ่ายจับได้ เวลานี้ลูกน้องของนายท่านเป๋อโดนจับตัวไปพร้อมกับถูกยัดเยียดข้อหาสายลับร่วมสองคนแล้วปัง!! เสี่ยงทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจของ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-23
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 61 จบปัญหาเสียที

    จบปัญหาเสียทีจากนั้นนั้นเสียงของเลขาหนานก็ดังขึ้น เขาอ่านรายงานสิ่งที่ได้รับการตรวจสอบมาแล้วว่าเป็นจริง แตกต่างจากการฟ้องร้องก่อนหน้านี้ที่มีเพียงพยานบุคคลทั้งสองฝ่าย“รายงานฉบับนี้ได้กล่าวไว้ว่า ตอนนี้เกิดการขาดแคลนเสบียงอาหารจากทางใต้ ไล่มาจนถึงภาคกลางแล้ว และอีกไม่นานก็คงลามไปจนถึงภาคเหนือ เมื่

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 60 จากดำเป็นขาว

    จากดำเป็นขาวหว่านซูฉีรู้ดีว่าสามีรักประเทศนี้ ส่วนเธอยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ พวกเขาเพียงต้องไปกบดานชั่วคราวเพื่อรอวันที่เธอจะสวมรอยพร้อมสร้างตัวตนใหม่เพื่อเข้ามาในประเทศได้อีกครั้งเท่านั้นเอง“แล้วพ่อ…”“คุณพ่อจะไม่โดนอะไร” หว่านซูฉีหลบตาสามี เธอคิดจะทิ้งสิ่งที่พ่อสามีสามารถใช้ต่อรองกับกอ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-02
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status