Share

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-02-02 15:56:48

“พอร์ช ฉันมีอะไรจะบอกแก” เธอผู้กุมความลับไว้นานถึงหกปี เมื่อคิดไตร่ตรองมาดีแล้วว่าหากพูดเรื่องนี้ออกไป จะไม่ทำให้ใครได้รับผลกระทบ ไม่ทำให้ชีวิตคู่ใครต้องมีปัญหา เพราะในยามนี้เพื่อนสนิทของเธอได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายที่หย่าร้างทางกฎหมายอย่างถูกต้อง จิตภัทราจึงไม่คิดจะปกปิดเรื่องที่ภวินท์สมควรต้องรู้อีกต่อไป แม้ใครบางคนจะขอร้องให้เธอเก็บงำเรื่องนี้เอาไว้ไม่ให้เขารู้ก็ตาม

นายแพทย์หนุ่มที่พึ่งกลับจากอำเภอพร้อมกับใบหน้าที่สดใส ด้วยว่าสิบโมงเช้าที่ผ่านมา เขาพึ่งจดทะเบียนหย่ากับภรรยาซึ่งอยู่กินกันอย่างหวานอมขมกลืนมานานถึงหกปี เมื่อยามนี้ได้กลับมาเป็นหนุ่มโสดอีกครั้ง แน่นอนว่าผู้ชายลั้ลลาย่อมรู้สึกมีความสุขมากถึงมากที่สุด

“มีอะไรก็พูดมาซิ แต่ขอเป็นเรื่องดีๆ นะ วันนี้เป็นวันดีของฉัน ฉันไม่อยากฟังข่าวร้าย”

ไม่รู้หรอกว่าเรื่องที่เธอกำลังจะพูดออกไปนั้น เป็นเรื่องดีหรือร้ายสำหรับภวินท์ แต่เธอรู้เพียงแค่ว่าต้องพูดออกไป เพราะหากไม่พูด เธอต้องอกแตกตายเป็นแน่

หกปี.. หกปีที่แพทย์หญิงจิตภัทราต้องทนเก็บงำความลับเรื่องที่ว่าพราวจันทร์ท้องลูกของภวินท์ หกปีที่ไม่สามารถมองหน้าอดีตภรรยาของเพื่อนได้อย่างสนิทใจ และเป็นหกปีที่เธอต้องทนเห็นสองแม่ลูกใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

“แกจำผู้หญิงที่ชื่อพราวได้ไหม”

เจ้าของร่างสูงใหญ่นิ่งไปเมื่อได้ยินแพทย์หญิงจิตภัทราถามเช่นนั้น แม้เวลาจะผ่านมานานถึงหกปี ทว่าก็ไม่ได้นานเกินไปที่จะทำให้เขาลืมเลือนผู้หญิงที่เคยผ่านมาเข้ามาในชีวิตได้ ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เคยรู้สึกดีด้วย ก็ยากยิ่งที่เวลาจะพร่าผลาญเจ้าหล่อนไปจากความทรงจำได้

“จำได้สิ ทำไมเหรอ”

แพทย์หญิงจิตภัทรามองหน้าเพื่อนสนิทแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เธอไม่รู้ว่าตนนั้นตัดสินใจถูกหรือไม่ แต่อย่างไรวันนี้ภวินท์ก็ควรที่จะได้รับรู้ว่าพราวจันทร์ตั้งท้องลูกของเขา

“วันที่แกให้ฉันไปส่งพราวที่บ้าน ระหว่างทางผู้หญิงคนนั้นอ้วกจนเป็นลม ฉันเลยตัดสินใจขับรถเลี้ยวเข้าโรงพยาบาล ตอนแรกฉันก็คิดว่าเป็นเพราะความเครียด แต่.. ไม่ใช่” แพทย์หญิงจิตภัทราสะท้านไปทั้งทรวงเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเมื่อหกปีก่อน วันที่นายแพทย์ภวินท์เข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่พราวจันทร์รู้ตัวว่าตนตั้งท้องลูกของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีคนอื่น เด็กสาวอายุสิบเก้าที่พึ่งก้าวเท้าเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะนักศึกษาได้เพียงปีเดียว นั่งร้องไห้ตาปูดตาบวมอยู่หน้าห้องตรวจครรภ์ด้วยไม่รู้จะทำเช่นไร หันไปทางไหนก็พบเพียงความมืดมน จะบากหน้าไปหาพ่อของลูกก็ไม่ได้ เพราะภวินท์ในเวลานั้นไม่ใช่หนุ่มโสด เขามีภรรยาแล้ว จะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ พราวจันทร์ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยเรื่องลูกในท้องกับพวกท่านทั้งสองเช่นไร

คิ้วหนาที่พาดผ่านดวงตาคู่คมขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีที่เห็นจิตภัทราทำหน้าเครียด แถมยังพูดอะไรแปลกๆ ออกมา

“มีอะไรแกก็รีบพูดมาสิ” ลางสังหรณ์บางอย่างบอกภวินท์ว่าเรื่องที่จิตภัทรากำลังจะพูดต่อไปนี้ หาใช่เรื่องดีสำหรับตัวเขา

“พราวท้อง.. ผู้หญิงคนนั้นท้องกับแก แกมีลูกชายพอร์ช แกมีลูกกับผู้หญิงคนนั้น”

ราวกับโลกทั้งใบที่วาดฝันไว้พังทลายลงมา ภวินท์แทบล้มทั้งยืนเมื่อสิ้นประโยคจากปากแพทย์หญิงจิตภัทรา ชายหนุ่มมองหน้าเพื่อนสนิท มือหนาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอแล้วเขย่าอย่างแรง

“แกพูดอะไรออกมาฝ้าย แกเสียสติไปแล้วเหรอ!”

“ฉันไม่ได้เสียสติเว้ยพอร์ช ฉันพูดจริงๆ พราวท้องกับแก แกมีลูกชายชื่อตะวัน อันที่จริงพราวไม่ให้ฉันบอกเรื่องนี้กับแก เพราะพราวเขาไม่อยากทำให้ครอบครัวแกมีปัญหา แต่ตอนนี้แกหย่าแล้ว ฉันเลยคิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องตะวันกับแกอีกต่อไป”

ตลอดระยะหกปีที่ผ่านมา จิตภัทรารับรู้ความเป็นไปของชีวิตพราวจันทร์เป็นอย่างดี เห็นมาโดยตลอดว่าพราวจันทร์ลำบากแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของสองแม่ลูก เพราะพราวจันทร์ไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆ จากเธอเลย และยังย้ำอยู่เสมอว่าอย่าบอกเรื่องของเด็กชายตะวันฉายให้พ่อของหนูน้อยรู้ เพราะเธอไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวภวินท์มีปัญหา

ภวินท์ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวที่วางตั้งอยู่ระหว่างทางเดินในโรงพยาบาล เขาไม่รู้เลยว่าตนนั้นรู้สึกเช่นไรที่รู้ว่าผู้หญิงที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยเมื่อหกปีก่อนท้อง

ดีใจงั้นหรือ.. ไม่เลยสักนิด

กระนั้นเด็กก็เกิดมาแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็ต้องรับผิดชอบ

“แล้วทำไมพราวไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฉันเลย”

เสียงของภวินท์ที่เอ่ยถามเธอ เบาหวิวจนแทบเลือนหายไปกับอากาศ นัยน์ตาสีดำที่เคยเจิดจ้า ยามนี้เหม่อลอยราวกับคนหมดอาลัยตายอยาก จิตภัทราเห็นสภาพเพื่อนแล้วได้แต่ทอดถอนหายใจ

“จะบอกได้ยังไงล่ะ ครั้งสุดท้ายที่แกกับพราวเจอกัน ก็คือวันที่พราวไปงานแต่งแก แต่ผู้หญิงคนนี้ใจเด็ดนะ พอพราวรู้ตัวว่าถูกแกหลอก เธอก็ตัดใจจากแกทันที ไม่ยื้อ ไม่ยอมกินน้ำใต้ศอกใคร แถมยังเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งนานหลายปีโดยไม่คิดจะขอร้องให้แกช่วยสักนิด”

จริงสิ..

ครั้งสุดท้ายที่ได้พบหน้าพราวจันทร์ ก็คือที่งานวิวาห์ของเขากับศรารินทร์ ในเวลานั้นเจ้าหล่อนอายุเพียงสิบเก้าปี เธอเป็นนักศึกษาปีหนึ่งที่ทำงานไปด้วยและเรียนหนังสือไปด้วยเพราะฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก

เราสองคนมีโอกาสได้รู้จักกันเพราะหญิงสาวมาสมัครเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ที่คลินิกเขา เพียงครั้งแรกที่ได้พบหน้า เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่าค้นหา เธอไม่เหมือนกันคนอื่นที่ได้พานพบมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น บางครั้งก็ใสกระจ่างราวกับพระอาทิตย์ในยามกลางวัน ทว่าบางครากลับดูยั่วเย้าคล้ายหญิงสาวเจนโลก แต่ทุกอย่างหาใช่เพราะเจ้าหล่อนประดิษฐ์ไม่ มันเป็นจริตธรรมชาติที่เธอเองก็คงไม่รู้ว่าตนนั้นมีอยู่ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้พราวจันทร์น่าสนใจ และมันดึงดูดเขาเข้าไปหาเธอ

คราแรกแค่คิด ‘คุยเล่นๆ ’ ทว่าสุดท้ายทุกอย่างก็เลยเถิดจนไปจบที่เตียง เขาจึงปล่อยให้เรื่องราวมันเลยตามเลย หาความสุขกับร่างกายของพราวจันทร์ จนสร้างความผูกพันทางใจให้กับเราสองคน กระนั้นท้ายที่สุดก็จำเป็นต้องยุติทุกอย่างลง เพราะเขามี ‘คู่ชีวิต’ ที่เลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อใกล้ถึงวันวิวาห์ เขาจึงหาทางพาตัวเองออกห่างจากพราวจันทร์ ทว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหักใจจากคนที่เรารู้สึกดีด้วย มันตัดใจยากเสียจนทำให้เขาเกิดความคิดที่ว่าอยากจะเก็บพราวจันทร์เอาไว้ แต่ความดันมาแตกเสียก่อนว่าแท้จริงแล้วเขาหาใช่หนุ่มโสดอย่างที่บอกเธอไว้ไม่

ภาพจำสุดท้ายเกี่ยวกับพราวจันทร์ที่ยังตรึงแน่นอยู่ในความทรงจำคือใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา และแววตาตัดพ้อต่อว่าของหญิงสาวที่มองมายังเขา ก่อนที่เธอจะหันหลังแล้วเดินจากไป หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็ไม่ได้พบหน้า ไม่ได้รับรู้ความเป็นไปของชีวิตกันและกันอีกเลย

ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันนี้ วันที่จดทะเบียนหย่ากับศรารินทร์ วันที่วาดหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุขอีกครั้ง เขากลับรู้ว่าผู้หญิงที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยเมื่อหกปีก่อนมีลูกกับเขา

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • หักใจรัก    บทที่ 75

    สายตาของส้มที่มองมายังเธอ ไม่ต้องรอให้พนักงานรุ่นพี่พูดออกมา เธอก็รู้ว่าส้มกำลังคิดอะไรอยู่ “ไม่ต้องเลยพี่ส้ม หนูกับหมอพอร์ชไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น แค่คนรู้จัก”สิ้นประโยคของพราวจันทร์ เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ที่ประตูทางเข้าคลินิกก็ดังกรุ้งกริ่ง ส่งสัญญาณว่ามีคนเปิดประตู ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่พนักงานประจำคลินิกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะติดสอยห้อยตามพ่อกับแม่มาที่คลินิกบ่อยครั้ง“แม่จ๋า ตะวันมาแล้ววว” เด็กชายตะวันฉายที่นั่งอยู่บนคนนายแพทย์ภวินท์ ตะโกนเรียกแม่เสียงดังลั่น“ตะวันอย่าเสียงดังสิลูก เกรงใจคนอื่นเขา” พราวจันทร์เอ็ดลูกชาย“ขอโทษครับผม” เด็กที่ว่านอนสอนง่าย พูดอะไรเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ รีบเอ่ยขอโทษแม่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่สมควรภวินท์เดินเข้าไปหาพราวจันทร์แล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ซึ่งคราแรกแม่ของตะวันฉายก็คิดว่าที่พ่อของลูกทำเช่นนั้นเพื่อให้ลูกชายลงจากบ่าทว่า.. ไม่ใช่“แม่ครับ พ่อมีอะไรจะให้”ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของพราวจันทร์เต้นตุบตับเมื่อเห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ภวินท์ยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวรู้ดีว่าข้างในคืออะไร กระนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแพทย์หนุ่มถึ

  • หักใจรัก    บทที่ 74

    ไม่คิดเลยว่าชีวิตของภวินท์จะผ่านเรื่องราวมามากมายขนาดนี้ เพราะหากมองจากภายนอกเขาดูมีพร้อมทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องขวนขวาย แต่ใครเล่าจะคิดว่าลูกชายมหาเศรษฐีที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ต้องต่อสู้กับอะไรหลายอย่างถึงเพียงนี้“แล้วอย่างนี้ถ้าแม่ใหญ่รู้ว่าพี่เจอแม่แล้ว แม่ใหญ่พี่จะไม่ทำอะไรป้าไจเหรอคะ”“ลองแตะต้องแม่พี่ดูสิ รับรองแม่ใหญ่กับครอบครัวได้ฉิบหายกันหมดแน่ ครอบครัวแม่ใหญ่ทำธุรกิจส่งออกผลไม้กระป๋องเป็นฉากบังหน้าเพื่อใช้ฟอกเงิน แม่ใหญ่รู้ว่าพี่รู้เรื่องนี้ แล้วถ้าไม่โง่จนเกินไป แม่ใหญ่ไม่กล้าทำอะไรแม่พี่หรอก”ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องกาญจนา พราวจันทร์เห็นเช่นนั้นแล้วก็อดหวั่นไม่ได้ เธอกลัวเหลือเกินว่าความแค้นในใจเขาจะทำให้ชายหนุ่มอะไรที่คาดไม่ถึง“พี่พอร์ช หนูเข้าใจพี่นะว่าพี่รู้สึกยังไง แต่หนูขออะไรได้ไหม ปล่อยวางเรื่องในอดีตแล้วเดินหน้าต่อไป ใช้เวลาอยู่กับป้าไจกับตะวันให้คุ้มค่าที่สุด อย่าเอาเรื่องร้ายๆ พวกนั้นมาบั่นทอนความรู้สึกแล้วก็ความสุขพี่เลยนะ” เธอวางมือตัวเองบนหลังมือของภวินท์ “ระหว่างพี่กับแม่ใหญ่ ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ อย่าต่อเวรต่อกรรมกันเลย”โทสะในใจมลายหา

  • หักใจรัก    บทที่ 73

    “แม่เองจ้ะ” แสดงว่าวันนั้นภวินท์ไม่เห็นนาง มิน่าเล่า ชายหนุ่มถึงไม่ยอมลงจากรถ“ตอนนั้นผมมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไลน์ เลยไม่เห็นแม่” เขาเล่าให้สกาวเดือนฟังสกาวเดือนหรี่ตามองลูกชาย “แน่ะ! สาวเยอะล่ะสิ”“ม่าย มีพราวคนเดียวครับ”สิ้นประโยคของภวินท์ ทุกคนในห้องก็หันไปมองพราวจันทร์ที่พึ่งเดินเข้ามาเป็นตาเดียว ซึ่งเจ้าหล่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่พ่อของตะวันฉายพูดจบแล้ว“สวัสดีค่าป้าไจป้าจอย” พราวจันทร์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นับถือทั้งสองท่าน “หน้าหนูมีอะไรติดหรือเปล่าคะ ทำไมทุกคนมองหนูแปลกๆ”“ไม่มีอะไรติดหรอกจ้ะ พอดีเมื่อกี้ลูกชายป้าพูดถึงหนู”ลูกชาย?นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามสกาวเดือนชี้ไปที่ภวินท์แล้วยิ้มกว้าง “นี่ลูกชายป้าเองจ้ะหนูพราว”“จริงเหรอคะ” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ “โลกกลมจังเลยค่ะคุณป้า”“นั่นน่ะสิ ป้าเองก็ไม่คิดว่าโลกจะกลมเป็นผลส้มขนาดนี้ แล้วยังโชคดีสมหวังเรื่องที่จะได้หนูพราวมาเป็นลูกสะใภ้อีกต่างหาก”เดี๋ยวนะ!ลูกสะใภ้อะไรกันไม่ ไม่ ไม่ ไม่มีทางเด็ดขาดพราวจันทร์พยายามปฏิเสธใจตัวเอง ทว่าสองแก้มหญิงสาวแดงปลั่งฟ้องว่าแท้

  • หักใจรัก    บทที่ 72

    “เธอดูหน้าตะวันสิ พี่ยังว่าอยู่ว่าทำไมมองตะวันแล้วถึงได้รู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมือนตาพอร์ชตอนเด็กจัง แต่จอย ตอนนี้พ่อของตาพอร์ชอยู่ที่ระเบียงห้องพัก เราต้องกลับก่อน ฉันไม่อยากเจอหน้าตานั่น”สองพี่น้องกำลังจะก้าวขาออกจากห้องพักฟื้นเพื่อหลบขจรเกียรติ ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไป“ไจ ไจจริงๆ ด้วย” แม้จะให้คนเฝ้าตามดูสารภีที่เปลี่ยนชื่อจริงเป็นสกาวเดือนอยู่ตลอด แต่เขาก็ไม่เคยไปหาแม่ของลูกด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหากได้พบหน้าแล้วจะห้ามใจไม่ให้ไปตามแม่ของภวินท์กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้ “ไจมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าฉันจะมาที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับแล้ว”“ไจสบายดีใช่ไหม”น้ำเสียงและแววตาที่ขจรเกียรติมองมา ชัดเหลือเกินว่าตาแก่นี่รู้สึกเช่นไรกับนาง แต่เรื่องของเราสองคนมันจบลงไปตั้งสามสิบกว่าปีแล้ว แม้จะหลงเหลือความทรงจำในช่วงที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันบ้าง แต่ความรู้สึกต่างๆ นั้นจางหายไปจนสิ้น แต่ที่ไม่อยากพบหน้าพ่อของภวินท์ เป็นเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาเขา“ฉันสบายดี สบายดีมากๆ แต่วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”แต่ยังไม่ทันที่สกาวเดือนจะก้าวเดิน ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออกก่อนที่เจ้าของร่างสู

  • หักใจรัก    บทที่ 71

    บางที.. คนเราก็มัวแต่ขวนขวายหาสิ่งนอกกายที่เรียกว่าเงิน จนหลงลืมคนที่อยู่ข้างๆ หลงลืมว่าแท้จริงแล้วความสุขของชีวิตคืออะไรเกิดมานานจนใกล้จะลาลับจากโลกไป ขจรเกียรติพึ่งคิดได้ว่าควรให้ความสำคัญกับอะไรเป็นที่หนึ่ง“ตลอดทั้งชีวิต ฉันก็คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้มีมากกว่าที่มี แต่ฉันลืมคิดไปว่าฉันมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเงินทอง ก็คือลูกชายฉันอย่างแก”“พ่อ..” ภวินท์สวมกอดขจรเกียรติ นี่เป็นกอดแรกของสองพ่อลูกตั้งแต่ชายหนุ่มจำความได้ “ถ้าผมทำอะไรให้พ่อไม่สบายใจ หรือล่วงเกินพ่อ ผมขอโทษนะ”“ไม่ต้องขอโทษ ฉันอาจจะด่าแกบ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยโกรธแก่ ฉันรักแกนะพอร์ช”พราวจันทร์ยิ้มกว้างกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น สำหรับเธอแล้ว ‘ครอบครัว’ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก หากไม่เข้าใจก็ควรรีบ ‘ปรับความเข้าใจ’ หรือถ้าหากใครทำผิดมา ‘การให้อภัย’ และ ‘การให้โอกาส’ เป็นสิ่งที่คนในครอบครัวควรมอบให้แก่กัน อย่างเช่นที่เธอได้รับมันจากพ่อแม่เสมอมา แม้วันนี้ท่านทั้งสองจะลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว แต่พ่อและแม่ยังอยู่ในใจเธอเสมอ ไม่เคยเลือนหายไปไหนพอได้รู้ข่าวจากรินลดาว่าตะวันฉายล้มหัวกระแทกชั้นวางรองเท้าจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส

  • หักใจรัก    บทที่ 70

    “เด็กควรได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ได้มีชีวิตที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เติบโตขึ้นมาในบ้านโกโรโกโสหลังนั้น ส่วนเธอ ฉันจะให้เงินสักก้อน แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ”“พ่อไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตพราวกับลูก ลูกจะอยู่กับพราว คนเดียวที่มีสิทธิ์ดูแลลูกคือแม่ของตะวัน ไม่ใช่คนอื่น” เขาจะไม่ยอมให้ขจรเกียรติพรากลูกชายไปจากอกพราวจันทร์เด็ดขาด“แกทนเห็นลูกของแกมีชีวิตอดๆ ยากๆ ได้ยังไงพอร์ช แกก็เห็นนี่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของลูกแกตอนนี้เป็นยังไง”“จริงอยู่ที่ว่าพราวอาจจะไม่ได้มีเงินมากมาย ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่โต แต่ผมได้เห็นแล้วว่าพราวเลี้ยงลูกยังไง เธอไม่เคยปล่อยให้ลูกอด เธอเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ตะวันตื่นแล้วพ่อได้สัมผัสกับหลาน พ่อจะรู้ว่าพราวเลี้ยงลูกมาดีแค่ไหน”ขจรเกียรติเงียบลงเมื่อได้ฟังคำพูดของลูกชาย เขามองผ่านภวินท์ไปที่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของหลาน “ฉันจะไม่เชื่อคำพูดใครทั้งนั้น จนกว่าจะได้พิสูจน์ทุกอย่างด้วยตัวเอง ถ้าเธอดูแลหลานฉันได้ดีเหมือนอย่างที่พอร์ชพูด ฉันจะปล่อยให้เธอดูแลลูกโดยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ แต่จะไม่ไปก้าวก่าย แต่ถ้าหากฉันเห็นว่าเธอดูแลลูกไม่

  • หักใจรัก    บทที่ 23

    “วิธีอะไร?”แววตาเจ้าเล่ห์ชำเลืองมองผู้เป็นนาย “ก็.. รวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวคุณพราวไงครับ วิธีนี้ได้ทั้งแม่ได้ทั้งลูกเลย แถมยังดีกับทุกฝ่ายอีกด้วย น้องตะวันได้มีครอบครัวที่พร้อมหน้า คุณพราวก็มีคนดูแล ส่วนนายก็ได้เมียที่ทั้งสาวทั้งน่ารักจิ้มลิ้ม”“ไอ้บ้า!ฉันอยากดูแลลูกเว้ย ไม่ได้อยากแม่ของลูกมาทำ

  • หักใจรัก    บทที่ 22

    “แม่ของตะวันทำงานหนักขนาดนั้นเลยเหรอครับ” เขาไม่เคยถามรายละเอียดเรื่องงานกับพราวจันทร์ รู้เพียงแค่ว่าอาชีพหลักที่เธอหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองกับลูกคือการทำขนมขาย แต่รายละเอียดอื่นๆ เขาไม่รู้ กระนั้นถึงถามไป หญิงสาวก็คงไม่ยอมบอกแน่ว่าลำบากแค่ไหน เพราะกลัวว่าเขาจะใช้มันเป็นข้ออ้างเพื่อพรากลูกมาจากอ

  • หักใจรัก    บทที่ 21

    “ไอ้ลูกเนรคุณ กลับมานะ!” ขจรเกียรติโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเมื่อลูกชายที่เคยอยู่ในโอวาทมาตลอด วันนี้กลับแข็งข้อใส่“ใจเย็นๆ นะคะคุณ ลูกอาจจะมีธุระด่วน” นางพยายามปกป้องลูกเลี้ยงเช่นทุกครั้ง“มีธุระด่วนกับผีอะไรล่ะ มันคิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งแล้วเลยต่อต้านผม เสียดายที่ผมมีมันเป็นลูกเดียว ถ้าผมมีลูกหลายคน

  • หักใจรัก    บทที่ 20

    ด้วยรู้ดีว่าหลายปีมานี้สองแม่ลูกมีชีวิตที่ลำบากเพียงใด เมื่อมีโอกาสดีๆ เข้ามา นงลักษณ์จึงอยากให้พราวจันทร์คว้าเอาไว้ อย่างน้อยตะวันฉายก็จะได้สุขสบายกว่าที่เป็นอยู่“อย่าคิดเป็นตุเป็นตะขนาดนั้นเลยนาง เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน ที่สำคัญตอนนี้ฉันยังไม่เปิดใจให้ผู้ชายคนไหนทั้งนั้น ฉันมีแค่ผู้ชายที่ชื่อตะวั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status