공유

บทที่ 2

last update 게시일: 2026-02-02 15:57:20

นายแพทย์ภวินท์ยืนมองบ้านสภาพกลางเก่ากลางใหม่ที่ได้ข้อมูลจากเพื่อนสนิทว่าเป็นบ้านที่พราวจันทร์เช่าอาศัยอยู่กับลูกชายด้วยหัวใจที่หดหู่

“คงจะลำบากมากเลยสินะ”

เดิมทีพื้นฐานครอบครัวของพราวจันทร์ก็ค่อนข้างขัดสน แม้พ่อของเธอเป็นข้าราชการก็จริง ทว่าหนี้สินที่เกิดจากการที่ท่านกู้ยืมมาลงทุนทำบ้านจัดสรรแล้วเจ๊งไม่เป็นท่านั้น ทำให้ครอบครัวลำบากถึงขนาดที่ว่าไม่มีเงินที่จะส่งเสียให้หญิงสาวเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เธอจึงต้องทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน

และจากที่จิตภัทราเล่าให้ฟัง พราวจันทร์ต้องออกจากมหาวิทยาลัยกะทันหันเพราะเธอท้อง และในปีเดียวกัน ผู้เป็นพ่อก็จากไปด้วยโรคหัวใจ บ้านที่เคยอยู่อาศัยก็ถูกธนาคารขายทอดตลาดเพื่อชดใช้หนี้สิน เธอกับแม่จึงต้องระเหเร่ร่อนออกมาหาบ้านเช่าอยู่ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่พราวจันทร์จะคลอดลูก ผู้เป็นแม่ก็มาจากไปอีกคน

ยิ่งได้รู้ความเป็นไปของชีวิตหญิงสาว เขายิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนทำไว้ หากว่าในอดีตเขาไม่รักสนุกจนไม่สนถูกผิด พราวจันทร์ก็ไม่เป็นเช่นนี้ เธอคงไม่ลำบากและตอนนี้คงเป็นผู้หญิงวัยทำงานที่มีอนาคตสดใส

“พี่ขอโทษนะพราว” เขาพูดกับตัวแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แม้จะรู้สึกผิดเพียงใด แต่หากมัวแต่จมอยู่กับความรู้สึกผิดก็ไร้ประโยชน์ สิ่งที่เขาควรทำคือรับผิดชอบชีวิตสองแม่ลูกให้ดีที่สุด

เจ้าของร่างสูงใหญ่ก้าวขาเข้าไปในอาณาเขตบ้านเช่าที่แม่ของลูกเช่าอยู่อาศัย ภวินท์เผยรอยยิ้มออกมาเมื่อมองสำรวจบริเวณโดยรอบ แม้สภาพบ้านจะทรุดโทรม ทว่ากลับสะอาดสะอ้านและร่มรื่นไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สมกับเป็นบ้านเช่าของพราวจันทร์จริงๆ

เพล้ง!

เสียงถาดสเตนเลสตกกระทบพื้นเรียกให้ภวินท์หันไปมองจุดกำเนิดเสียง ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ตรงหน้า

พราวจันทร์เองก็หาได้แตกต่างจากภวินท์ไม่ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่หวานดูตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจ้าหล่อนสบสายตากับผู้ที่บุกรุกเข้ามาภายในอาณาเขตบ้าน เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันหนึ่งผู้ชายสารเลวคนนี้จะมาเยือนที่นี่ และคงมีไม่กี่เหตุผลที่นำพาเขามา

เมื่อตั้งสติได้ พราวจันทร์จึงก้มหยิบถาดใบนั้นขึ้นมาถือไว้ในมือ เธอช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา ทำให้หญิงสาววัยยี่สิบห้าสุขุมเกินกว่าอายุไปมาก

“พี่มาทำไม”

ความเยียบเย็นและแววตายากจะอ่านของเจ้าหล่อนที่มองมาทำให้เขาประหม่า กว่าจะรวบรวมความกล้าเอ่ยเรื่องที่ทำให้ต้องมาที่นี่ในวันนี้ก็นานหลายนาที

“ฝ้ายเล่าทุกอย่างให้พี่ฟังหมดแล้ว”

แม้หลายปีก่อนเธอจะเอ่ยปากขอร้องแพทย์หญิงจิตภัทราไว้ กระนั้นก็ไม่คิดว่าความลับจะถูกปกปิดไว้ได้ตลอดไป สักวันภวินท์ต้องรู้เรื่องนี้ และทันทีที่เห็นหน้าเขา เธอก็รู้เลยว่าวันนั้นมาถึงแล้ว

แต่รู้แล้วอย่างไร..

รู้แล้วผู้ชายชาติชั่วสารเลวคนนี้จะทำอะไรได้

ทะเบียนสมรสก็ไม่มี จดทะเบียนรับรองบุตรหรือก็ไม่

“กลับไปเถอะค่ะ ไม่ว่าหมอฝ้ายจะเล่าอะไรให้พี่ฟัง พี่ก็แค่ฟังก็พอ อย่าเก็บเอาเรื่องไร้สาระพวกนั้นไปคิดให้รกสมองเลย” ทุกคำที่พูดออกไป ไม่ต่างจากมีดที่กรีดหัวใจให้เจ็บปวด กระนั้นก็ทำได้เพียงเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจแล้วเผยใบหน้าที่แสร้งทำเหมือนว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรออกไปให้ชายหนุ่มได้เห็น หกปีแล้วที่เธอกับพ่อของลูกแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง เราสองคนไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเกี่ยวข้องกัน เพราะภวินท์มีครอบครัวแล้ว

แม่ของลูกจะโกรธหรือเกลียดเขานั้นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว แต่เธอจะกีดกันเขากับลูก หาใช่เรื่องที่ถูกต้องไม่

“เรื่องของเรา พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่ขอโทษ แต่พราวจะเอาความโกรธความเกลียดไปลงที่ลูกไม่ได้ ให้พี่ได้รับผิดชอบลูกเถอะนะพราว” เขาพูดพลางมองบ้านเช่าของพราวจันทร์ “ฝ้ายบอกพี่ว่าปีนี้ตะวันห้าขวบแล้ว ลูกเข้าเรียนอนุบาล อีกไม่กี่ปีลูกก็ต้องเข้าชั้นประถม แล้วก็เรียนสูงขึ้นเรื่อยๆ โตขึ้นทุกวัน พราวจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนเดียวไหวเหรอ ให้พี่ได้ช่วยเถอะนะ” เขาเลือกหยิบยกเอาเหตุผลนี้ขึ้นมา เพราะมีฐานความคิดที่ว่าแม้กระทั่งเหล็กยังบิ่นได้เพราะเงิน นับประสาอะไรกับใจคน แล้วยิ่งกับพราวจันทร์ด้วยแล้ว สภาวะเศรษฐีกิจเช่นนี้ ประกอบกับฐานะของเจ้าหล่อน อย่างไรการรับความช่วยเหลือจากเขาก็เป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเธอเองและลูก

ทว่าภวินท์ประเมินแม่ของลูกต่ำเกินไป สำหรับพราวจันทร์แล้ว เงินไม่สามารถซื้อใจเธอได้ จริงอยู่ที่ว่าฐานะของเจ้าหล่อนไม่ได้ร่ำรวยเฉกเช่นเขา ทว่าความขยันประกอบกับการที่ขวนขวายหาลู่ทางทำมาหากินอยู่เป็นนิจ ทำให้ชีวิตไม่อับจนจนเกินไป เพราะฉะนั้นความช่วยเหลือจากภวินท์ หาใช่สิ่งที่หญิงสาวต้องการไม่ สิ่งที่ใจปรารถนา คืออยากให้เขาไปไกลๆ จากชีวิตต่างหากเล่า

“จริงอยู่ที่ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย แต่ลูกของหนู หนูเลี้ยงเองได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนคนนอกอย่างพี่หรอกค่ะ”

“แต่เด็กคนนั้นเป็นลูกพี่ พี่ต้องรับผิดชอบ” ถึงเขาจะเป็นผู้ชายรักสนุก แต่ก็ไม่เคยคิดปัดความรับผิดชอบ ลูกทั้งคน จะไม่ให้ดูดำดูดีได้อย่างไร

“ลูกพี่ที่ไหนกัน ลูกหนูคนเดียวต่างหาก”

“ก่อนพี่มาหาพราว ฝ้ายเอารูปลูกของเราให้พี่ดูแล้ว พราวเคยสังเกตหน้าลูกบ้างไหมว่าเหมือนพี่แค่ไหน” แม้ไม่มีผลดีเอ็นเอมายืนยัน แต่ใบหน้าของตะวันฉายนั้น หาได้มีส่วนคล้ายพราวจันทร์ไม่ ตา จมูก ปาก ล้วนถอดแบบมาจากเขาราวกับคนคนเดียวกัน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หักใจรัก    บทที่ 75

    สายตาของส้มที่มองมายังเธอ ไม่ต้องรอให้พนักงานรุ่นพี่พูดออกมา เธอก็รู้ว่าส้มกำลังคิดอะไรอยู่ “ไม่ต้องเลยพี่ส้ม หนูกับหมอพอร์ชไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น แค่คนรู้จัก”สิ้นประโยคของพราวจันทร์ เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ที่ประตูทางเข้าคลินิกก็ดังกรุ้งกริ่ง ส่งสัญญาณว่ามีคนเปิดประตู ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่พนักงานประจำคลินิกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะติดสอยห้อยตามพ่อกับแม่มาที่คลินิกบ่อยครั้ง“แม่จ๋า ตะวันมาแล้ววว” เด็กชายตะวันฉายที่นั่งอยู่บนคนนายแพทย์ภวินท์ ตะโกนเรียกแม่เสียงดังลั่น“ตะวันอย่าเสียงดังสิลูก เกรงใจคนอื่นเขา” พราวจันทร์เอ็ดลูกชาย“ขอโทษครับผม” เด็กที่ว่านอนสอนง่าย พูดอะไรเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ รีบเอ่ยขอโทษแม่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่สมควรภวินท์เดินเข้าไปหาพราวจันทร์แล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ซึ่งคราแรกแม่ของตะวันฉายก็คิดว่าที่พ่อของลูกทำเช่นนั้นเพื่อให้ลูกชายลงจากบ่าทว่า.. ไม่ใช่“แม่ครับ พ่อมีอะไรจะให้”ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของพราวจันทร์เต้นตุบตับเมื่อเห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ภวินท์ยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวรู้ดีว่าข้างในคืออะไร กระนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแพทย์หนุ่มถึ

  • หักใจรัก    บทที่ 74

    ไม่คิดเลยว่าชีวิตของภวินท์จะผ่านเรื่องราวมามากมายขนาดนี้ เพราะหากมองจากภายนอกเขาดูมีพร้อมทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องขวนขวาย แต่ใครเล่าจะคิดว่าลูกชายมหาเศรษฐีที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ต้องต่อสู้กับอะไรหลายอย่างถึงเพียงนี้“แล้วอย่างนี้ถ้าแม่ใหญ่รู้ว่าพี่เจอแม่แล้ว แม่ใหญ่พี่จะไม่ทำอะไรป้าไจเหรอคะ”“ลองแตะต้องแม่พี่ดูสิ รับรองแม่ใหญ่กับครอบครัวได้ฉิบหายกันหมดแน่ ครอบครัวแม่ใหญ่ทำธุรกิจส่งออกผลไม้กระป๋องเป็นฉากบังหน้าเพื่อใช้ฟอกเงิน แม่ใหญ่รู้ว่าพี่รู้เรื่องนี้ แล้วถ้าไม่โง่จนเกินไป แม่ใหญ่ไม่กล้าทำอะไรแม่พี่หรอก”ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องกาญจนา พราวจันทร์เห็นเช่นนั้นแล้วก็อดหวั่นไม่ได้ เธอกลัวเหลือเกินว่าความแค้นในใจเขาจะทำให้ชายหนุ่มอะไรที่คาดไม่ถึง“พี่พอร์ช หนูเข้าใจพี่นะว่าพี่รู้สึกยังไง แต่หนูขออะไรได้ไหม ปล่อยวางเรื่องในอดีตแล้วเดินหน้าต่อไป ใช้เวลาอยู่กับป้าไจกับตะวันให้คุ้มค่าที่สุด อย่าเอาเรื่องร้ายๆ พวกนั้นมาบั่นทอนความรู้สึกแล้วก็ความสุขพี่เลยนะ” เธอวางมือตัวเองบนหลังมือของภวินท์ “ระหว่างพี่กับแม่ใหญ่ ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ อย่าต่อเวรต่อกรรมกันเลย”โทสะในใจมลายหา

  • หักใจรัก    บทที่ 73

    “แม่เองจ้ะ” แสดงว่าวันนั้นภวินท์ไม่เห็นนาง มิน่าเล่า ชายหนุ่มถึงไม่ยอมลงจากรถ“ตอนนั้นผมมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไลน์ เลยไม่เห็นแม่” เขาเล่าให้สกาวเดือนฟังสกาวเดือนหรี่ตามองลูกชาย “แน่ะ! สาวเยอะล่ะสิ”“ม่าย มีพราวคนเดียวครับ”สิ้นประโยคของภวินท์ ทุกคนในห้องก็หันไปมองพราวจันทร์ที่พึ่งเดินเข้ามาเป็นตาเดียว ซึ่งเจ้าหล่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่พ่อของตะวันฉายพูดจบแล้ว“สวัสดีค่าป้าไจป้าจอย” พราวจันทร์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นับถือทั้งสองท่าน “หน้าหนูมีอะไรติดหรือเปล่าคะ ทำไมทุกคนมองหนูแปลกๆ”“ไม่มีอะไรติดหรอกจ้ะ พอดีเมื่อกี้ลูกชายป้าพูดถึงหนู”ลูกชาย?นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามสกาวเดือนชี้ไปที่ภวินท์แล้วยิ้มกว้าง “นี่ลูกชายป้าเองจ้ะหนูพราว”“จริงเหรอคะ” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ “โลกกลมจังเลยค่ะคุณป้า”“นั่นน่ะสิ ป้าเองก็ไม่คิดว่าโลกจะกลมเป็นผลส้มขนาดนี้ แล้วยังโชคดีสมหวังเรื่องที่จะได้หนูพราวมาเป็นลูกสะใภ้อีกต่างหาก”เดี๋ยวนะ!ลูกสะใภ้อะไรกันไม่ ไม่ ไม่ ไม่มีทางเด็ดขาดพราวจันทร์พยายามปฏิเสธใจตัวเอง ทว่าสองแก้มหญิงสาวแดงปลั่งฟ้องว่าแท้

  • หักใจรัก    บทที่ 72

    “เธอดูหน้าตะวันสิ พี่ยังว่าอยู่ว่าทำไมมองตะวันแล้วถึงได้รู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมือนตาพอร์ชตอนเด็กจัง แต่จอย ตอนนี้พ่อของตาพอร์ชอยู่ที่ระเบียงห้องพัก เราต้องกลับก่อน ฉันไม่อยากเจอหน้าตานั่น”สองพี่น้องกำลังจะก้าวขาออกจากห้องพักฟื้นเพื่อหลบขจรเกียรติ ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไป“ไจ ไจจริงๆ ด้วย” แม้จะให้คนเฝ้าตามดูสารภีที่เปลี่ยนชื่อจริงเป็นสกาวเดือนอยู่ตลอด แต่เขาก็ไม่เคยไปหาแม่ของลูกด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหากได้พบหน้าแล้วจะห้ามใจไม่ให้ไปตามแม่ของภวินท์กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้ “ไจมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าฉันจะมาที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับแล้ว”“ไจสบายดีใช่ไหม”น้ำเสียงและแววตาที่ขจรเกียรติมองมา ชัดเหลือเกินว่าตาแก่นี่รู้สึกเช่นไรกับนาง แต่เรื่องของเราสองคนมันจบลงไปตั้งสามสิบกว่าปีแล้ว แม้จะหลงเหลือความทรงจำในช่วงที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันบ้าง แต่ความรู้สึกต่างๆ นั้นจางหายไปจนสิ้น แต่ที่ไม่อยากพบหน้าพ่อของภวินท์ เป็นเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาเขา“ฉันสบายดี สบายดีมากๆ แต่วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”แต่ยังไม่ทันที่สกาวเดือนจะก้าวเดิน ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออกก่อนที่เจ้าของร่างสู

  • หักใจรัก    บทที่ 71

    บางที.. คนเราก็มัวแต่ขวนขวายหาสิ่งนอกกายที่เรียกว่าเงิน จนหลงลืมคนที่อยู่ข้างๆ หลงลืมว่าแท้จริงแล้วความสุขของชีวิตคืออะไรเกิดมานานจนใกล้จะลาลับจากโลกไป ขจรเกียรติพึ่งคิดได้ว่าควรให้ความสำคัญกับอะไรเป็นที่หนึ่ง“ตลอดทั้งชีวิต ฉันก็คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้มีมากกว่าที่มี แต่ฉันลืมคิดไปว่าฉันมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเงินทอง ก็คือลูกชายฉันอย่างแก”“พ่อ..” ภวินท์สวมกอดขจรเกียรติ นี่เป็นกอดแรกของสองพ่อลูกตั้งแต่ชายหนุ่มจำความได้ “ถ้าผมทำอะไรให้พ่อไม่สบายใจ หรือล่วงเกินพ่อ ผมขอโทษนะ”“ไม่ต้องขอโทษ ฉันอาจจะด่าแกบ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยโกรธแก่ ฉันรักแกนะพอร์ช”พราวจันทร์ยิ้มกว้างกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น สำหรับเธอแล้ว ‘ครอบครัว’ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก หากไม่เข้าใจก็ควรรีบ ‘ปรับความเข้าใจ’ หรือถ้าหากใครทำผิดมา ‘การให้อภัย’ และ ‘การให้โอกาส’ เป็นสิ่งที่คนในครอบครัวควรมอบให้แก่กัน อย่างเช่นที่เธอได้รับมันจากพ่อแม่เสมอมา แม้วันนี้ท่านทั้งสองจะลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว แต่พ่อและแม่ยังอยู่ในใจเธอเสมอ ไม่เคยเลือนหายไปไหนพอได้รู้ข่าวจากรินลดาว่าตะวันฉายล้มหัวกระแทกชั้นวางรองเท้าจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส

  • หักใจรัก    บทที่ 70

    “เด็กควรได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ได้มีชีวิตที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เติบโตขึ้นมาในบ้านโกโรโกโสหลังนั้น ส่วนเธอ ฉันจะให้เงินสักก้อน แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ”“พ่อไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตพราวกับลูก ลูกจะอยู่กับพราว คนเดียวที่มีสิทธิ์ดูแลลูกคือแม่ของตะวัน ไม่ใช่คนอื่น” เขาจะไม่ยอมให้ขจรเกียรติพรากลูกชายไปจากอกพราวจันทร์เด็ดขาด“แกทนเห็นลูกของแกมีชีวิตอดๆ ยากๆ ได้ยังไงพอร์ช แกก็เห็นนี่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของลูกแกตอนนี้เป็นยังไง”“จริงอยู่ที่ว่าพราวอาจจะไม่ได้มีเงินมากมาย ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่โต แต่ผมได้เห็นแล้วว่าพราวเลี้ยงลูกยังไง เธอไม่เคยปล่อยให้ลูกอด เธอเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ตะวันตื่นแล้วพ่อได้สัมผัสกับหลาน พ่อจะรู้ว่าพราวเลี้ยงลูกมาดีแค่ไหน”ขจรเกียรติเงียบลงเมื่อได้ฟังคำพูดของลูกชาย เขามองผ่านภวินท์ไปที่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของหลาน “ฉันจะไม่เชื่อคำพูดใครทั้งนั้น จนกว่าจะได้พิสูจน์ทุกอย่างด้วยตัวเอง ถ้าเธอดูแลหลานฉันได้ดีเหมือนอย่างที่พอร์ชพูด ฉันจะปล่อยให้เธอดูแลลูกโดยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ แต่จะไม่ไปก้าวก่าย แต่ถ้าหากฉันเห็นว่าเธอดูแลลูกไม่

  • หักใจรัก    บทที่ 65

    เจ็บเจียนตายเป็นเช่นไร ไม่มีใครเข้าใจลึกซึ้งได้เท่าคนที่เคยพานพบมัน“พราวยังรักพี่อยู่ใช่ไหม” เขามองลึกเข้าไปในดวงตาพราวจันทร์แล้วเอ่ยถามเจ้าหล่อนโดยไม่สนใจสิ่งที่เธอวิงวอน “ถ้ายังรักกัน แล้วทำไมต้องปิดกั้นตัวเอง”“เพราะรักอย่างเดียวมันไม่พอไงคะ พี่เป็นคนบอกหนูเองว่าถ้าจะเลือกใครสักคนเป็นคู่ชีวิต ร

  • หักใจรัก    บทที่ 64

    เมื่อก่อนสำหรับเขา ความเหมาะสมเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าความรู้สึก ครั้งหนึ่งเขาเคยแต่งงานกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ฐานะ หน้าที่การงาน ชาติตระกูล รูปร่างหน้าตา สุดท้ายชีวิตสมรสก็ต้องจบลง หลังจากหย่าแล้ว เขาก็ได้มีโอกาสได้รู้จักกับนรินทร ผู้หญิงที่สวย รวย เก่ง นิสัยก็ไม่ได้แย่อะไร แต่พอได้พูดค

  • หักใจรัก    บทที่ 63

    ไฮโซสาวสวยไล่สายตามองผู้ช่วยนายแพทย์ภวินท์ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเหยียดพลางคิดเงียบๆ ในใจ‘ก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำ ไร้ค่า ไร้ราคา เป็นได้อย่างมากก็แค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นแหละ’แม้ว่าจะไม่มีธุระที่ต้องทำอะไรที่คลินิกภวินท์แล้ว แต่นรินทรก็ไม่ยอมไปไหน เธอนั่งรอนายแพทย์หนุ่มอย่างอดทนตั้งแต่หก

  • หักใจรัก    บทที่ 62

    สำหรับคนอื่น เรื่องของภวินท์กับนรินทรก็เป็นเพียงแค่เรื่องชาวบ้านที่อาจจะนำไปเป็นหัวข้อสนทนาบนโต๊ะอาหารยามว่างเท่านั้น แต่กับพราวจันทร์ ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกของนายแพทย์หนุ่ม ทุกคำที่อิสยาพูดออกมา กระแทกความรู้สึกเธอเสียจนใจเจ็บทั้งที่มั่นใจเหลือเกินว่าตนนั้นจะไม่มีทางรู้สึกอะไรกับพ่อของ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status