แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: มนต์จันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-02 15:57:20

นายแพทย์ภวินท์ยืนมองบ้านสภาพกลางเก่ากลางใหม่ที่ได้ข้อมูลจากเพื่อนสนิทว่าเป็นบ้านที่พราวจันทร์เช่าอาศัยอยู่กับลูกชายด้วยหัวใจที่หดหู่

“คงจะลำบากมากเลยสินะ”

เดิมทีพื้นฐานครอบครัวของพราวจันทร์ก็ค่อนข้างขัดสน แม้พ่อของเธอเป็นข้าราชการก็จริง ทว่าหนี้สินที่เกิดจากการที่ท่านกู้ยืมมาลงทุนทำบ้านจัดสรรแล้วเจ๊งไม่เป็นท่านั้น ทำให้ครอบครัวลำบากถึงขนาดที่ว่าไม่มีเงินที่จะส่งเสียให้หญิงสาวเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เธอจึงต้องทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน

และจากที่จิตภัทราเล่าให้ฟัง พราวจันทร์ต้องออกจากมหาวิทยาลัยกะทันหันเพราะเธอท้อง และในปีเดียวกัน ผู้เป็นพ่อก็จากไปด้วยโรคหัวใจ บ้านที่เคยอยู่อาศัยก็ถูกธนาคารขายทอดตลาดเพื่อชดใช้หนี้สิน เธอกับแม่จึงต้องระเหเร่ร่อนออกมาหาบ้านเช่าอยู่ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่พราวจันทร์จะคลอดลูก ผู้เป็นแม่ก็มาจากไปอีกคน

ยิ่งได้รู้ความเป็นไปของชีวิตหญิงสาว เขายิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนทำไว้ หากว่าในอดีตเขาไม่รักสนุกจนไม่สนถูกผิด พราวจันทร์ก็ไม่เป็นเช่นนี้ เธอคงไม่ลำบากและตอนนี้คงเป็นผู้หญิงวัยทำงานที่มีอนาคตสดใส

“พี่ขอโทษนะพราว” เขาพูดกับตัวแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แม้จะรู้สึกผิดเพียงใด แต่หากมัวแต่จมอยู่กับความรู้สึกผิดก็ไร้ประโยชน์ สิ่งที่เขาควรทำคือรับผิดชอบชีวิตสองแม่ลูกให้ดีที่สุด

เจ้าของร่างสูงใหญ่ก้าวขาเข้าไปในอาณาเขตบ้านเช่าที่แม่ของลูกเช่าอยู่อาศัย ภวินท์เผยรอยยิ้มออกมาเมื่อมองสำรวจบริเวณโดยรอบ แม้สภาพบ้านจะทรุดโทรม ทว่ากลับสะอาดสะอ้านและร่มรื่นไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สมกับเป็นบ้านเช่าของพราวจันทร์จริงๆ

เพล้ง!

เสียงถาดสเตนเลสตกกระทบพื้นเรียกให้ภวินท์หันไปมองจุดกำเนิดเสียง ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ตรงหน้า

พราวจันทร์เองก็หาได้แตกต่างจากภวินท์ไม่ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่หวานดูตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจ้าหล่อนสบสายตากับผู้ที่บุกรุกเข้ามาภายในอาณาเขตบ้าน เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันหนึ่งผู้ชายสารเลวคนนี้จะมาเยือนที่นี่ และคงมีไม่กี่เหตุผลที่นำพาเขามา

เมื่อตั้งสติได้ พราวจันทร์จึงก้มหยิบถาดใบนั้นขึ้นมาถือไว้ในมือ เธอช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา ทำให้หญิงสาววัยยี่สิบห้าสุขุมเกินกว่าอายุไปมาก

“พี่มาทำไม”

ความเยียบเย็นและแววตายากจะอ่านของเจ้าหล่อนที่มองมาทำให้เขาประหม่า กว่าจะรวบรวมความกล้าเอ่ยเรื่องที่ทำให้ต้องมาที่นี่ในวันนี้ก็นานหลายนาที

“ฝ้ายเล่าทุกอย่างให้พี่ฟังหมดแล้ว”

แม้หลายปีก่อนเธอจะเอ่ยปากขอร้องแพทย์หญิงจิตภัทราไว้ กระนั้นก็ไม่คิดว่าความลับจะถูกปกปิดไว้ได้ตลอดไป สักวันภวินท์ต้องรู้เรื่องนี้ และทันทีที่เห็นหน้าเขา เธอก็รู้เลยว่าวันนั้นมาถึงแล้ว

แต่รู้แล้วอย่างไร..

รู้แล้วผู้ชายชาติชั่วสารเลวคนนี้จะทำอะไรได้

ทะเบียนสมรสก็ไม่มี จดทะเบียนรับรองบุตรหรือก็ไม่

“กลับไปเถอะค่ะ ไม่ว่าหมอฝ้ายจะเล่าอะไรให้พี่ฟัง พี่ก็แค่ฟังก็พอ อย่าเก็บเอาเรื่องไร้สาระพวกนั้นไปคิดให้รกสมองเลย” ทุกคำที่พูดออกไป ไม่ต่างจากมีดที่กรีดหัวใจให้เจ็บปวด กระนั้นก็ทำได้เพียงเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจแล้วเผยใบหน้าที่แสร้งทำเหมือนว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรออกไปให้ชายหนุ่มได้เห็น หกปีแล้วที่เธอกับพ่อของลูกแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง เราสองคนไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเกี่ยวข้องกัน เพราะภวินท์มีครอบครัวแล้ว

แม่ของลูกจะโกรธหรือเกลียดเขานั้นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว แต่เธอจะกีดกันเขากับลูก หาใช่เรื่องที่ถูกต้องไม่

“เรื่องของเรา พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่ขอโทษ แต่พราวจะเอาความโกรธความเกลียดไปลงที่ลูกไม่ได้ ให้พี่ได้รับผิดชอบลูกเถอะนะพราว” เขาพูดพลางมองบ้านเช่าของพราวจันทร์ “ฝ้ายบอกพี่ว่าปีนี้ตะวันห้าขวบแล้ว ลูกเข้าเรียนอนุบาล อีกไม่กี่ปีลูกก็ต้องเข้าชั้นประถม แล้วก็เรียนสูงขึ้นเรื่อยๆ โตขึ้นทุกวัน พราวจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนเดียวไหวเหรอ ให้พี่ได้ช่วยเถอะนะ” เขาเลือกหยิบยกเอาเหตุผลนี้ขึ้นมา เพราะมีฐานความคิดที่ว่าแม้กระทั่งเหล็กยังบิ่นได้เพราะเงิน นับประสาอะไรกับใจคน แล้วยิ่งกับพราวจันทร์ด้วยแล้ว สภาวะเศรษฐีกิจเช่นนี้ ประกอบกับฐานะของเจ้าหล่อน อย่างไรการรับความช่วยเหลือจากเขาก็เป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเธอเองและลูก

ทว่าภวินท์ประเมินแม่ของลูกต่ำเกินไป สำหรับพราวจันทร์แล้ว เงินไม่สามารถซื้อใจเธอได้ จริงอยู่ที่ว่าฐานะของเจ้าหล่อนไม่ได้ร่ำรวยเฉกเช่นเขา ทว่าความขยันประกอบกับการที่ขวนขวายหาลู่ทางทำมาหากินอยู่เป็นนิจ ทำให้ชีวิตไม่อับจนจนเกินไป เพราะฉะนั้นความช่วยเหลือจากภวินท์ หาใช่สิ่งที่หญิงสาวต้องการไม่ สิ่งที่ใจปรารถนา คืออยากให้เขาไปไกลๆ จากชีวิตต่างหากเล่า

“จริงอยู่ที่ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย แต่ลูกของหนู หนูเลี้ยงเองได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนคนนอกอย่างพี่หรอกค่ะ”

“แต่เด็กคนนั้นเป็นลูกพี่ พี่ต้องรับผิดชอบ” ถึงเขาจะเป็นผู้ชายรักสนุก แต่ก็ไม่เคยคิดปัดความรับผิดชอบ ลูกทั้งคน จะไม่ให้ดูดำดูดีได้อย่างไร

“ลูกพี่ที่ไหนกัน ลูกหนูคนเดียวต่างหาก”

“ก่อนพี่มาหาพราว ฝ้ายเอารูปลูกของเราให้พี่ดูแล้ว พราวเคยสังเกตหน้าลูกบ้างไหมว่าเหมือนพี่แค่ไหน” แม้ไม่มีผลดีเอ็นเอมายืนยัน แต่ใบหน้าของตะวันฉายนั้น หาได้มีส่วนคล้ายพราวจันทร์ไม่ ตา จมูก ปาก ล้วนถอดแบบมาจากเขาราวกับคนคนเดียวกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หักใจรัก    บทที่ 75

    สายตาของส้มที่มองมายังเธอ ไม่ต้องรอให้พนักงานรุ่นพี่พูดออกมา เธอก็รู้ว่าส้มกำลังคิดอะไรอยู่ “ไม่ต้องเลยพี่ส้ม หนูกับหมอพอร์ชไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น แค่คนรู้จัก”สิ้นประโยคของพราวจันทร์ เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ที่ประตูทางเข้าคลินิกก็ดังกรุ้งกริ่ง ส่งสัญญาณว่ามีคนเปิดประตู ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่พนักงานประจำคลินิกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะติดสอยห้อยตามพ่อกับแม่มาที่คลินิกบ่อยครั้ง“แม่จ๋า ตะวันมาแล้ววว” เด็กชายตะวันฉายที่นั่งอยู่บนคนนายแพทย์ภวินท์ ตะโกนเรียกแม่เสียงดังลั่น“ตะวันอย่าเสียงดังสิลูก เกรงใจคนอื่นเขา” พราวจันทร์เอ็ดลูกชาย“ขอโทษครับผม” เด็กที่ว่านอนสอนง่าย พูดอะไรเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ รีบเอ่ยขอโทษแม่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่สมควรภวินท์เดินเข้าไปหาพราวจันทร์แล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ซึ่งคราแรกแม่ของตะวันฉายก็คิดว่าที่พ่อของลูกทำเช่นนั้นเพื่อให้ลูกชายลงจากบ่าทว่า.. ไม่ใช่“แม่ครับ พ่อมีอะไรจะให้”ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของพราวจันทร์เต้นตุบตับเมื่อเห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ภวินท์ยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวรู้ดีว่าข้างในคืออะไร กระนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแพทย์หนุ่มถึ

  • หักใจรัก    บทที่ 74

    ไม่คิดเลยว่าชีวิตของภวินท์จะผ่านเรื่องราวมามากมายขนาดนี้ เพราะหากมองจากภายนอกเขาดูมีพร้อมทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องขวนขวาย แต่ใครเล่าจะคิดว่าลูกชายมหาเศรษฐีที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ต้องต่อสู้กับอะไรหลายอย่างถึงเพียงนี้“แล้วอย่างนี้ถ้าแม่ใหญ่รู้ว่าพี่เจอแม่แล้ว แม่ใหญ่พี่จะไม่ทำอะไรป้าไจเหรอคะ”“ลองแตะต้องแม่พี่ดูสิ รับรองแม่ใหญ่กับครอบครัวได้ฉิบหายกันหมดแน่ ครอบครัวแม่ใหญ่ทำธุรกิจส่งออกผลไม้กระป๋องเป็นฉากบังหน้าเพื่อใช้ฟอกเงิน แม่ใหญ่รู้ว่าพี่รู้เรื่องนี้ แล้วถ้าไม่โง่จนเกินไป แม่ใหญ่ไม่กล้าทำอะไรแม่พี่หรอก”ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องกาญจนา พราวจันทร์เห็นเช่นนั้นแล้วก็อดหวั่นไม่ได้ เธอกลัวเหลือเกินว่าความแค้นในใจเขาจะทำให้ชายหนุ่มอะไรที่คาดไม่ถึง“พี่พอร์ช หนูเข้าใจพี่นะว่าพี่รู้สึกยังไง แต่หนูขออะไรได้ไหม ปล่อยวางเรื่องในอดีตแล้วเดินหน้าต่อไป ใช้เวลาอยู่กับป้าไจกับตะวันให้คุ้มค่าที่สุด อย่าเอาเรื่องร้ายๆ พวกนั้นมาบั่นทอนความรู้สึกแล้วก็ความสุขพี่เลยนะ” เธอวางมือตัวเองบนหลังมือของภวินท์ “ระหว่างพี่กับแม่ใหญ่ ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ อย่าต่อเวรต่อกรรมกันเลย”โทสะในใจมลายหา

  • หักใจรัก    บทที่ 73

    “แม่เองจ้ะ” แสดงว่าวันนั้นภวินท์ไม่เห็นนาง มิน่าเล่า ชายหนุ่มถึงไม่ยอมลงจากรถ“ตอนนั้นผมมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไลน์ เลยไม่เห็นแม่” เขาเล่าให้สกาวเดือนฟังสกาวเดือนหรี่ตามองลูกชาย “แน่ะ! สาวเยอะล่ะสิ”“ม่าย มีพราวคนเดียวครับ”สิ้นประโยคของภวินท์ ทุกคนในห้องก็หันไปมองพราวจันทร์ที่พึ่งเดินเข้ามาเป็นตาเดียว ซึ่งเจ้าหล่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่พ่อของตะวันฉายพูดจบแล้ว“สวัสดีค่าป้าไจป้าจอย” พราวจันทร์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นับถือทั้งสองท่าน “หน้าหนูมีอะไรติดหรือเปล่าคะ ทำไมทุกคนมองหนูแปลกๆ”“ไม่มีอะไรติดหรอกจ้ะ พอดีเมื่อกี้ลูกชายป้าพูดถึงหนู”ลูกชาย?นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามสกาวเดือนชี้ไปที่ภวินท์แล้วยิ้มกว้าง “นี่ลูกชายป้าเองจ้ะหนูพราว”“จริงเหรอคะ” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ “โลกกลมจังเลยค่ะคุณป้า”“นั่นน่ะสิ ป้าเองก็ไม่คิดว่าโลกจะกลมเป็นผลส้มขนาดนี้ แล้วยังโชคดีสมหวังเรื่องที่จะได้หนูพราวมาเป็นลูกสะใภ้อีกต่างหาก”เดี๋ยวนะ!ลูกสะใภ้อะไรกันไม่ ไม่ ไม่ ไม่มีทางเด็ดขาดพราวจันทร์พยายามปฏิเสธใจตัวเอง ทว่าสองแก้มหญิงสาวแดงปลั่งฟ้องว่าแท้

  • หักใจรัก    บทที่ 72

    “เธอดูหน้าตะวันสิ พี่ยังว่าอยู่ว่าทำไมมองตะวันแล้วถึงได้รู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมือนตาพอร์ชตอนเด็กจัง แต่จอย ตอนนี้พ่อของตาพอร์ชอยู่ที่ระเบียงห้องพัก เราต้องกลับก่อน ฉันไม่อยากเจอหน้าตานั่น”สองพี่น้องกำลังจะก้าวขาออกจากห้องพักฟื้นเพื่อหลบขจรเกียรติ ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไป“ไจ ไจจริงๆ ด้วย” แม้จะให้คนเฝ้าตามดูสารภีที่เปลี่ยนชื่อจริงเป็นสกาวเดือนอยู่ตลอด แต่เขาก็ไม่เคยไปหาแม่ของลูกด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหากได้พบหน้าแล้วจะห้ามใจไม่ให้ไปตามแม่ของภวินท์กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้ “ไจมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าฉันจะมาที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับแล้ว”“ไจสบายดีใช่ไหม”น้ำเสียงและแววตาที่ขจรเกียรติมองมา ชัดเหลือเกินว่าตาแก่นี่รู้สึกเช่นไรกับนาง แต่เรื่องของเราสองคนมันจบลงไปตั้งสามสิบกว่าปีแล้ว แม้จะหลงเหลือความทรงจำในช่วงที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันบ้าง แต่ความรู้สึกต่างๆ นั้นจางหายไปจนสิ้น แต่ที่ไม่อยากพบหน้าพ่อของภวินท์ เป็นเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาเขา“ฉันสบายดี สบายดีมากๆ แต่วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”แต่ยังไม่ทันที่สกาวเดือนจะก้าวเดิน ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออกก่อนที่เจ้าของร่างสู

  • หักใจรัก    บทที่ 71

    บางที.. คนเราก็มัวแต่ขวนขวายหาสิ่งนอกกายที่เรียกว่าเงิน จนหลงลืมคนที่อยู่ข้างๆ หลงลืมว่าแท้จริงแล้วความสุขของชีวิตคืออะไรเกิดมานานจนใกล้จะลาลับจากโลกไป ขจรเกียรติพึ่งคิดได้ว่าควรให้ความสำคัญกับอะไรเป็นที่หนึ่ง“ตลอดทั้งชีวิต ฉันก็คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้มีมากกว่าที่มี แต่ฉันลืมคิดไปว่าฉันมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเงินทอง ก็คือลูกชายฉันอย่างแก”“พ่อ..” ภวินท์สวมกอดขจรเกียรติ นี่เป็นกอดแรกของสองพ่อลูกตั้งแต่ชายหนุ่มจำความได้ “ถ้าผมทำอะไรให้พ่อไม่สบายใจ หรือล่วงเกินพ่อ ผมขอโทษนะ”“ไม่ต้องขอโทษ ฉันอาจจะด่าแกบ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยโกรธแก่ ฉันรักแกนะพอร์ช”พราวจันทร์ยิ้มกว้างกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น สำหรับเธอแล้ว ‘ครอบครัว’ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก หากไม่เข้าใจก็ควรรีบ ‘ปรับความเข้าใจ’ หรือถ้าหากใครทำผิดมา ‘การให้อภัย’ และ ‘การให้โอกาส’ เป็นสิ่งที่คนในครอบครัวควรมอบให้แก่กัน อย่างเช่นที่เธอได้รับมันจากพ่อแม่เสมอมา แม้วันนี้ท่านทั้งสองจะลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว แต่พ่อและแม่ยังอยู่ในใจเธอเสมอ ไม่เคยเลือนหายไปไหนพอได้รู้ข่าวจากรินลดาว่าตะวันฉายล้มหัวกระแทกชั้นวางรองเท้าจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส

  • หักใจรัก    บทที่ 70

    “เด็กควรได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ได้มีชีวิตที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เติบโตขึ้นมาในบ้านโกโรโกโสหลังนั้น ส่วนเธอ ฉันจะให้เงินสักก้อน แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ”“พ่อไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตพราวกับลูก ลูกจะอยู่กับพราว คนเดียวที่มีสิทธิ์ดูแลลูกคือแม่ของตะวัน ไม่ใช่คนอื่น” เขาจะไม่ยอมให้ขจรเกียรติพรากลูกชายไปจากอกพราวจันทร์เด็ดขาด“แกทนเห็นลูกของแกมีชีวิตอดๆ ยากๆ ได้ยังไงพอร์ช แกก็เห็นนี่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของลูกแกตอนนี้เป็นยังไง”“จริงอยู่ที่ว่าพราวอาจจะไม่ได้มีเงินมากมาย ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่โต แต่ผมได้เห็นแล้วว่าพราวเลี้ยงลูกยังไง เธอไม่เคยปล่อยให้ลูกอด เธอเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ตะวันตื่นแล้วพ่อได้สัมผัสกับหลาน พ่อจะรู้ว่าพราวเลี้ยงลูกมาดีแค่ไหน”ขจรเกียรติเงียบลงเมื่อได้ฟังคำพูดของลูกชาย เขามองผ่านภวินท์ไปที่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของหลาน “ฉันจะไม่เชื่อคำพูดใครทั้งนั้น จนกว่าจะได้พิสูจน์ทุกอย่างด้วยตัวเอง ถ้าเธอดูแลหลานฉันได้ดีเหมือนอย่างที่พอร์ชพูด ฉันจะปล่อยให้เธอดูแลลูกโดยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ แต่จะไม่ไปก้าวก่าย แต่ถ้าหากฉันเห็นว่าเธอดูแลลูกไม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status