LOGINพูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา
“คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น”
“ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ”
หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน”
“แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก
“ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ”
เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา
“ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน”
“ความผิดของใครคะ”
“ของคุณ”
“แน้คุณเป็นคนเข้าใจผิดเอง แล้วยังจะบอกว่าเป็นความผิดของฉันอีก”
“ก็ใครให้คุณไปสนิทสนมเล่นละครเป็นแฟนกับน้องชายของผมล่ะ แล้วก็เนียนซะจนเหมือนจริงที่สำคัญยังไม่บอกผมด้วย ผมก็น้อยใจเสียใจน่ะสิ”
“แล้วทีคุณละ”
“ผมทำไม...ผมทำอะไรให้คุณเสียใจ”
“ก็คุณไม่สนใจเอาใจใส่ฉันเหมือนเดิม ไม่รู้ยุ่งอะไรนักหนา” ปิยภัศร์ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เมธาวี
“คุณโกรธผมเรื่องนี้เองเหรอ...นี่ใช่ไหมสาเหตุที่ทำให้คุณรับปากแสดงบทแฟนสาวของนายภู”
“ก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ ฉันอยากที่จะให้ภูริมีความสุขกับความรักครั้งใหม่ของเขา และที่ฉันไม่บอกคุณก็เพราะนึกว่าคุณจะไม่สนใจ”
“ที่ผมยุ่งในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นเพราะว่าผมกำลังเตรียมงานแต่งงานของเรา”
“อะไรนะ! คุณพูดใหม่อีกทีซิคะว่าคุณกำลังเตรียมงานอะไรนะ”
“งานแต่งงานของเราสองคนไงครับ ผมนำเรื่องนี้ไปปรึกษาพ่อ นายวิน และก็คุณฟ้าพวกเราเลยช่วยกันจัดเตรียมงานนี้”
“โดยที่ฉันไม่รู้เนี่ยนะ”
“ผมต้องบอกคุณอยู่แล้วเพียงแต่ว่าก่อนที่ผมจะบอกคุณ ผมอยากที่จะจัดเตรียมอะไรไว้บ้าง”
“แล้วคุณไม่กลัวว่าฉันจะปฏิเสธคุณหรือคะ”
“ผมก็กลัวเหมือนกัน...แต่ไม่รู้ว่าผมคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า ผมรู้สึกว่าคุณไม่ได้รังเกียจผม”
“แล้วคุณเตรียมงานไปถึงไหนแล้วคะ”
“ก็เตรียมไปได้ประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว”
“เล่าให้ฟังบ้างสิว่าคุณเตรียมอะไรไปบ้างแล้ว ฉันคงจะเป็นว่าที่เจ้าสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยทั้งที่เป็นงานแต่งงานของตัวเอง”
“ตอนเช้าเราก็ทำพิธีทางศาสนาที่บ้านของคุณ หลังจากนั้นก็จะไปจัดงานฉลองมงคลสมรสกันที่เกาะส่วนตัวของผม ถ้าคุณได้ไปที่นั่นผมรับรองว่าคุณจะต้องชอบ”
ปิยภัศร์เล่าถึงสิ่งที่เขาได้จัดเตรียมไว้เกี่ยวกับงานแต่งงานในครั้งนี้ให้เธอฟังอย่างละเอียด เมธาวียิ้มให้เขาด้วยดวงตาเป็นประกายฉายแววว่าเธอกำลังมีความสุขเขาเองก็เช่นกัน จากนั้นก็ชวนกันลงไปทานอาหารเพราะว่าเธอรู้สึกหิว ปิยภัศร์รีบพาเธอลงมาข้างล่างเพื่อที่จะบอกข่าวดีเรื่องงานแต่งงานของเขากับหญิงสาวให้ป้าวรรณฟัง พร้อมกับทานอาหารเย็นไปด้วย
เมื่อปิยภัศร์จูงมือของเมธาวีลงมาด้านล่างก็เป็นเวลาเดียวกับที่ภูริพาญาดาเดินเข้ามาในบ้าน
“พี่ภัศร์กับตะวันลงมาพอดีผมพาว่าที่เจ้าสาวมาแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ ดาครับนี่พี่ภัศร์พี่ชายของผมครับ ส่วนผู้หญิงคนนี้ก็คือตะวันคนที่ทำให้คุณเข้าใจผมผิดไงครับ”
ปิยภัศร์ยิ้มและยื่นมือไปตรงหน้าของญาดาเธอยื่นมือมาจับพอเป็นพิธีแล้วก็ปล่อย
“ยินดีต้อนรับครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ญาดากล่าว
“สวัสดีค่ะคุณญาดา ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ ฉันได้ยินเรื่องของคุณนานแล้วเพิ่งจะได้มีโอกาสรู้จักตัวจริงอย่างเป็นทางการก็วันนี้เอง”
เมื่อเมธาวีสังเกตเห็นแหวนที่เธอสวมใส่ก็ยิ้มให้เธอพร้อมกับถาม
“คุณใส่แหวนวงนี้หมายความว่าคุณตกลงรับปากแต่งงานกับภูริแล้วใช่ไหมคะ”
“ค่ะฉันรับปากที่จะแต่งงานกับเขา”
“ตอนนี้ความรักของพวกคุณสองคนก็แฮปปี้สุดๆ น่ะสิ ยินดีด้วยนะคะ”
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่คุณทำมาทั้งหมด เพราะคุณผมถึงมีวันนี้ ขอบคุณมากนะตะวัน”
“ที่คุณต้องทำนอกจากคำขอบคุณแล้ว คุณควรจะต้องกล่าวคำขอโทษฉันด้วยนะคะ”
“เกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับพี่ภัศร์...คงจะไม่ได้ทะเลาะกันเพราะเรื่องของผมหรอกนะ”
“เพราะเรื่องที่คุณขอร้องให้ฉันทำ มันเกือบจะทำให้เขาทิ้งฉัน เขาทำจริงๆ ด้วย” ปิยภัศร์ยิ้ม
“ผมก็ขอโทษคุณแล้วไงที่ผมเข้าใจคุณผิด”
“นี่หมายความว่าคุณสองคนทะเลาะกันก่อนที่เราจะมาถึงใช่ไหม แต่ตอนนี้คงจะปรับความเข้าใจกันได้หมือนเดิมแล้วสินะ ตะวันนี่ใช่ไหมสาเหตุที่ทำให้คุณร้องไห้จนตาแดงช้ำแบบนี้ ผมขอโทษนะที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ภัศร์เข้าใจคุณผิด ข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์นั่นใช่ไหมที่เป็นชนวนของการทะเลาะกันในครั้งนี้”
“ยังจะมาพูดดีอีกสาเหตุที่ทำให้ฉันกับเขาทะเลาะกัน ก็เป็นเพราะเรื่องที่คุณมาขอร้องให้ฉันทำ แต่ฉันก็ดีใจนะที่ต่อไปนี้คุณจะได้มีความสุขกับเขาซะที”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







