LOGIN“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน”
“ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน”
“พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว”
“ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ”
“คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม”
“หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว
“จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว”
“อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน”
“ก็มันใช่นี่”
“ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
“พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ”
“แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญคุณดาไปทานอาหารพร้อมกันนะครับ”
เมื่อทุกคนเดินเข้าไปที่ห้องอาหารพบว่าป้าวรรณได้จัดเตรียมอาหารทุกอย่างไว้สำหรับพวกเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ภูริแนะนำว่าที่เจ้าสาวของเขาให้รู้จักกับป้าวรรณ และบอกถึงข่าวดีทั้งของเขาและปิยภัศร์ถึงเรื่องการแต่งงานที่จะมีขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ป้าวรรณแสดงความยินดีกับพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังจะมีความสุข และมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาซะที ไม่ใช่ทำตัวเสเพลใช้ผู้หญิงเปลืองเหมือนแต่ก่อน
ข่าวการแต่งงานของปิยภัศร์และเมธาวีแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว สื่อทุกสื่อต่างก็ประโคมข่าวนี้ทุกคนล้วนแต่จับตามองคู่รักคู่นี้ เพราะว่าเจ้าบ่าวเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ และเจ้าสาวก็ยังเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงสังคมไฮโซอีกด้วย พวกนักข่าวต่างก็ตื่นตาตื่นใจที่จะคอยพบกับงานแต่งงานในครั้งนี้ เพราะดูเหมือนจะเป็นงานที่จัดได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้งานแต่งงานของกวินและมินตรา
ปิยภัศร์เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับงานแต่งงานของเขาด้วยตัวเอง และยังตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวทุกแขนงทุกคำถามที่บรรดาสื่อมวลชนถาม อีกทั้งยังเชิญช่างภาพและสื่อมวลชนเข้าไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของเขาและเมธาวีด้วย
และแล้วก็มาถึงวันสำคัญของปิยภัศร์กับเมธาวี ทุกอย่างถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างไม่มีข้อผิดพลาดในตอนเช้าพิธีการทางศาสนาดำเนินมาจนเสร็จสิ้น แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ญาติพี่น้องที่สนิท แขกผู้ใหญ่ที่ทั้งคู่นับถือ และที่ขาดไม่ได้คือเพื่อนสนิทของเขาและเธอนั่นเอง สีหน้าของแต่ละคนนั้นล้วนยินดีกับคู่บ่าวสาว
จากนั้นก็มีการถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนที่จะแยกย้ายกันเพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่ของคู่บ่าวสาว ซึ่งได้จัดเตรียมขึ้นที่เกาะส่วนตัวอย่างเลิศหรูอลังการไม่ต่างไปจากงานเลี้ยงแต่งงานของกวินและมินตรา
เป็นไปตามความคาดหมายของทุกคน เพราะงานเลี้ยงฉลองบนเกาะส่วนตัวจัดได้อย่างยิ่งใหญ่จริงสมคำล่ำลือ ทุกคนที่มาร่วมงานล้วนแล้วแต่แต่งตัวกันอย่างสวยงามทั้งนั้น เพื่อเป็นการให้ความสำคัญแก่คู่บ่าวสาว เมื่อถึงเวลาคู่บ่าวสาวถูกเชิญให้ขึ้นมาบนเวที เพื่อกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานในครั้งนี้ โดยมีกวินรับหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวทีคู่กับสู่ขวัญน้องสาวของเขา
แต่ก่อนที่ทั้งสองพิธีกรจะมีการสัมภาษณ์คู่บ่าวสาว พวกเขาได้เปิดวีทีอาร์ของทั้งคู่ที่เจ้าบ่าวได้จัดทำขึ้นมาเพื่อให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านในค่ำคืนนี้ได้ชม มันเป็นการเก็บรวบรวมภาพในวัยเด็กเรื่อยมาจนถึงภาพความรักและความหวานชื่นในปัจจุบันของคู่บ่าวสาว เมื่อทุกคนที่ได้ดูวีทีอาร์นี้ต่างก็ต้องอมยิ้มด้วยความพึงพอใจ กับภาพความน่ารักของคู่บ่าวสาวที่คัดสรรมาให้ชม
ทุกอย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียงเพลง หรือแม้แต่ข้อความที่เจ้าบ่าวต้องการจะสื่อถึงเจ้าสาวของเขา บรรยากาศภายในงานในค่ำคืนนั้นต่างก็อบอวลไปด้วยความรักรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เมื่อฉายวีทีอาร์จบก็ถึงการสัมภาษณ์คู่บ่าวสาวที่ดำเนินการโดยพี่น้องตระกูล “อัศวะนันท์”
และพิธีกรทั้งสองคนก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาและเธอต่างก็สัมภาษณ์และพูดแซวคู่บ่าวสาวบนเวทีมาโดยตลอด จนได้รับเสียงหัวเราะและเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ที่มาร่วมงานในค่ำคืนนั้น ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแอบอิจฉาเจ้าสาวที่ได้เป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในวันนี้ และประทับใจกับบทสัมภาษณ์ในบางช่วงบางตอน
“เจ้าบ่าวมีความในใจอะไรที่จะบอกกับเจ้าสาวไหมคะ” ปิยภัศร์จับมือของเมธาวีเอาไว้สายตาของเขาที่มองเธอบอกถึงความรู้สึกของเขาในตอนนี้อย่างไม่ปิดบัง
“ก็คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่าผมรักคุณนะตะวันรักคุณมาก...ความรักที่ผมมีให้คุณมันไม่เคยลดน้อยลงเลยมันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และขอบคุณที่คุณให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่ดูแลคุณ ผมให้สัญญาว่าผมจะรักและซื่อสัตย์ต่อคุณเพียงคนเดียวตลอดไป”
“เจ้าสาวล่ะครับมีอะไรจะพูดกับเจ้าบ่าวหรือเปล่าครับ”
“ขอบคุณสำหรับความรักที่คุณมอบให้ ฉันซึมซับความรู้สึกนั้นได้ดี และฉันเองก็รักคุณมากเช่นกันค่ะ”
จากนั้นก็มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านข้างเวทีว่า
“จูบเลย ... จูบเลย...จูบเลย” ทุกคนร่วมกันส่งเสียงเชียร์ให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวบนเวที ปิยภัศร์รีบแก้ตัวกับเจ้าสาวว่า
“ผมเปล่านะมันไม่ใช่ความคิดของผม แต่ผมว่ามันเป็นความคิดที่ดีมากเลยล่ะ” จากนั้นเขาก็โน้มใบหน้าก้มลงประชิด แล้วประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากนุ่มสีกุหลาบนั้นบางเบาราวกับปีกผีเสื้อโบยบิน
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







