Masukมินตราเดินเข้ามานั่งข้างน้องสาวและถามด้วยความห่วงใย
“ตะวันเป็นอย่างไรบ้าง ปกติตะวันเป็นคนแข็งแรงนี่นา ทำไมคราวนี้ถึงได้ป่วยได้”
“ตะวันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะพี่ฟ้า หมอบอกว่าพักผ่อนไม่กี่วันก็หาย”
“ตัวพี่ตะวันยังร้อนอยู่เลยนะคะ” สู่ขวัญพูดหลังจากที่เอามือไปอังที่หน้าผากของอีกฝ่ายเพื่อวัดไข้
“พี่รู้สึกมึนหัวนิดหน่อยเท่านั้น”
หลังจากที่พูดคุยกันอยู่สักพักสู่ขวัญก็ขอตัวลงไปคุยกับป้าวรรณข้างล่างเพื่อที่จะเปิดโอกาสให้สองพี่น้องคุยกันตามลำพัง มินตราเอ่ยปากขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะน้องขวัญ” สู่ขวัญหันมายิ้มให้เธอแทนคำตอบ จากนั้นก็หันมาลูบไล้ไปตามใบหน้าของน้องสาวเพื่อวัดไข้
“ยังมีไข้อยู่เลยเดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้ตะวันเองนะ”
แต่เมธาวีปฏิเสธและยืนยันว่าอยากจะอาบน้ำมากกว่า หญิงสาวใช้น้ำเสียงออดอ้อนซึ่งมักจะใช้ได้ผลทุกครั้งกับพี่ฟ้าของเธอ มินตราอิดออดอยู่สักพักจึงยอมทำตามคำขอร้องของน้องสาว จากนั้นก็ออกมาจัดเตรียมเสื้อผ้าให้เมธาวี
หลังจากที่เมธาวีอาบน้ำสระผมเรียบร้อยแล้ว มินตราก็ช่วยเป่าผมของเธอให้แห้ง พร้อมตำหนิน้องสาวด้วยความห่วงใย
“ตะวันสระผมทำไม รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่สบายก็ยังจะสระผมอีกน่าตีจริงๆ เลย”
หญิงสาวหันมากอดพี่สาวของเธอเอาไว้
“พี่ฟ้าจะตีน้องสาวคนนี้ลงเหรอคะ” มินตราถอนหายใจพร้อมกับกอดน้องสาวของตนเองไว้แน่น
“ตะวันอยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนที่นี่ดีกับตะวันหรือเปล่า”
“ก็ดีค่ะ ตะวันอยู่ที่นี่ในฐานะเจ้านายคนหนึ่ง และป้าวรรณจะคอยดูแลตะวันเป็นอย่างดี ป้าวรรณเป็นคนที่เลี้ยงดูคุณภัศร์มาตั้งแต่เขายังเด็กค่ะ”
“แล้วเขาล่ะจ๊ะดีกับตะวันไหม”
“นายนั่นน่ะเหรอคะก็โอเคนะคะ...เขาก็ดีในระดับหนึ่ง...แต่ที่ไม่ดีก็คือชอบที่จะคอยกวนประสาทของตะวันอยู่เรื่อย”
“พี่นี่แย่จังเลยนะรู้ทั้งรู้ว่าตะวันไม่อยากที่จะมาอยู่ที่นี่...แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้...ได้แต่ต้องทนดูน้องสาวของตัวเองต้องมาทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่”
“การอยู่ที่นี่ก็ไม่ถึงกับต้องทนทุกข์ทรมานอะไรหรอกค่ะ เพราะทุกคนที่นี่ก็ให้การต้อนรับตะวันเป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าตะวันยังรู้สึกแปลกๆ ที่จะต้องเข้ามาอยู่บ้านของคนอื่นแบบนี้ และโดยเฉพาะจะต้องมาอยู่ด้วยเหตุผมที่ไม่น่ายินดีเท่าไร แต่พี่ฟ้าไม่ต้องเป็นห่วงตะวันนะคะ ตะวันโตแล้วดูแลตัวเองได้ค่ะ”
มินตรลูบผมของน้องสาวด้วยความรักใคร่
“พ่อเป็นยังไงบ้างคะตะวันคิดถึงพ่อ ไม่รู้ว่าพ่อจะคิดถึงลูกสาวคนนี้บ้างหรือเปล่า”
“ช่วงนี้พ่อทำงานหนักมากไม่ค่อยจะได้มีเวลาพักผ่อน พี่รู้ดีว่าที่พ่อทำแบบนี้ก็เพราะว่าพ่อเสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ตะวันต้องมาอยู่ที่นี่ ทั้งที่พ่อเองก็ไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยอะไรตะวันได้เลย ได้แต่คอยดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น ส่วนตัวพี่เองก็เพิ่งจะเข้ามาเรียนรู้งาน ยังไม่สามารถแบ่งเบาภาระของพ่อได้สักเท่าไร พี่ก็รู้สึกกลุ้มใจเหมือนกัน”
“ตะวันฝากพี่ฟ้าช่วยดูแลพ่อแทนตะวันด้วยนะคะ แล้วพี่ฟ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าทำงานหนักมากจนเกินไปเดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน”
“จ้ะพี่รับปากตะวันว่าจะดูแลพ่อและก็ดูแลตัวเองอย่างดี ตะวันเองก็ต้องรับปากพี่เหมือนกันนะว่าจะดูแลตัวเองให้ดี ถ้ามีปัญหาอะไรอย่าเก็บเอาไว้คนเดียว ต้องบอกให้พี่รู้ด้วยเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะตะวันไม่เคยมีความลับกับพี่ฟ้าอยู่แล้ว”
“พี่ขึ้นมานานแล้วคงจะต้องลงไปเสียทีเดี๋ยวเจ้าของบ้านเขาจะว่าเอาได้ แล้วพี่จะหาเวลามาเยี่ยมตะวันอีก แต่ถ้าตะวันมีปัญหาอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลาเลยนะ” มินตราช่วยพยุงเมธาวีกลับไปนั่งที่เตียง
“พักผ่อนนะจะได้หายไวไวแล้วก็ห้ามเกเรด้วยล่ะ ต้องกินยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดเข้าใจไหม”
“ไม่ต้องห่วงนะคะตะวันจะทานยาให้ตรงตามเวลาค่ะ” เธอบอกลาพร้อมกับจูบแก้มน้องสาวของเธอก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป สู่ขวัญอยู่เป็นเพื่อนเมธาวีจนบ่ายจึงขอตัวกลับโดยมีคนขับรถของกวินขับรถมารับ
ในขณะที่ปิยภัศร์เดินเข้ามาบอกตะวันว่าเขามีงานด่วนที่จะต้องไปจัดการด้วยตัวเอง และบอกให้เธอนอนพักผ่อนห้ามลุกขึ้นไปไหน ถ้าเขากลับมาแล้วรู้ว่าเธอขัดคำสั่งของเขาล่ะก็ เธอจะโดนเขาจัดการขั้นเด็ดขาดโทษฐานที่กล้าขัดคำสั่ง
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท





![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

