Masukหลังจากที่มินตราออกมาจากห้องประชุม เธอรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับมอบหมายมานั้นมันหนัก และเกินความสามารถของตนเอง แต่เมื่อผู้ถือหุ้นที่ปิยภัศร์ส่งมาเป็นตัวแทนของเขา ลงมติในที่ประชุมยืนยันหนักแน่นว่าจะให้เธอนั่งตำแหน่งรักษาการแทนท่านประธาน ในช่วงเวลาที่ท่านไม่สบายโดยจะต้องไปรับการผ่าตัดและพักรักษาตัวอยู่ที่อเมริกา ทั้งที่มินตราพยายามที่จะคัดค้านและปฏิเสธ
แต่ทุกคนให้เหตุผลว่าเธอคือคนที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ เพราะเธออยู่ในฐานะลูกสาวคนโตของคุณวิชญะ และเพราะเมธาวีได้ให้การปฏิเสธที่จะมานั่งตำแหน่งนี้ เนื่องจากติดสัญญาที่จะต้องทำงานในตำแหน่งเลขาของปิยภัศร์
ดังนั้นหน้าที่นี้จึงต้องตกเป็นของมินตรา เรื่องนี้น้องสาวได้คุยกับเธอก่อนที่จะเข้าประชุมว่าให้เธอรับตำแหน่งนี้ ในขณะที่มินตราเองก็ต้องการที่จะให้น้องสาวเป็นคนนั่งทำงานตำแหน่งนี้ แต่เมธาวีกลับบอกว่าตนเองจะต้องทำตามสัญญาของพ่อที่ทำไว้กับปิยภัศร์ เพราะฉะนั้นหน้าที่นี้จึงขอมอบให้มินตราเป็นคนดูแลแทน ในฐานะลูกสาวคนโตของตระกูล “จิระกานต์กุล”
พร้อมทั้งหาเหตุผลมากมายเพื่อที่จะมาโน้มน้าวจิตใจมินตราให้ยอมรับตำแหน่งนี้ สุดท้ายมินตราก็ยินยอมตกลงและรับปากเมธาวีว่าเธอจะพยายามทำงานในหน้าที่นี้อย่างดีที่สุดจนกว่าพ่อจะกลับมา
และนั่นเองที่เป็นสาเหตุให้มินตราค่อนข้างกังวลว่าตนเองจะมีความสามารถขนาดนั้นหรือไม่ แต่ก็บอกกับตัวเองว่าจะพยายามทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และก็ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อที่จะทุ่มเทศึกษาการทำงานอย่างตั้งใจ
จนเกือบลืมไปว่าเย็นนี้ตนเองมีนัดกับกวินเอาไว้ เขาบอกว่าจะมารับเธอไปทานอาหารเย็นด้วยกัน มินตรารีบโทรไปยกเลิกนัดและอธิบายถึงเหตุผลให้เขาฟัง กวินบอกว่าไม่เป็นไรเขาเข้าใจแต่ก็เตือนว่าอย่าทำงานจนลืมเวลาพักผ่อน ช่วงนี้ยิ่งมีเรื่องเครียดอยู่ด้วยเขาเกรงว่าเธอจะล้มป่วยไปอีกคน
อีกทั้งยังบอกให้เธอสบายใจเกี่ยวกับเรื่องการรักษาตัวของบิดาบุญธรรมว่าไม่ต้องเป็นห่วง...อะไรที่ปิยภัศร์รับปากแล้วเขาจะจัดการให้มันผ่านไปได้ด้วยดี คำพูดของเขาทำให้มินตราหมดกังวลเรื่องอาการป่วยของพ่อ แต่ก็อดที่จะระบายความอึดอัดใจของเธอ เกี่ยวกับเรื่องที่เธอต้องมานั่งเก้าอี้บริหารแทนบิดาให้เขาฟังไม่ได้อยู่ดี ซึ่งมันกดดันเธอมากเลยเพราะเธอไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และก็เพิ่งจะเข้ามาช่วยงานพ่อได้ไม่นาน
แต่นี่จะต้องมานั่งทำหน้าที่อันใหญ่หลวงนี้ และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองจะทำมันได้ดีแค่ไหน กวินคอยปลอบใจและบอกเธอว่ามันไม่ยากอย่างที่คิดของแบบนี้มันเรียนรู้กันได้
“พ่อของคุณต้องมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพคอยช่วยทำงานอยู่แล้ว หน้าที่ของคุณก็คือบริหารและควบคุมคนเหล่านั้นให้เป็นเท่านั้นเอง ถ้ายังไงผมจะคอยเป็นที่ปรึกษาให้”
เธอจึงวางใจและกล่าวขอบคุณเขาก่อนที่จะวางสาย มินตรายอมรับว่าการที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับกวินมันทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมาก ทั้งที่ก็รู้ดีว่าการที่เขาทำแบบนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความเป็นเพื่อน และที่เขาปกป้องดูแลรวมถึงให้ความช่วยเหลือเธอนั้น ก็เป็นเพียงตามทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษเท่านั้น แต่เธอจะไม่คิดมากอีกไม่ว่าเขาจะทำเพราะสาเหตุอะไรก็ตามมันก็เป็นสิ่งดีดีที่เธอรู้สึกขอบคุณเขาเสมอ
หลังจากที่ต้องนั่งเก้าอี้บริหารแทนบิดาบุญธรรมที่กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนั้น มินตรามักจะเริ่มต้นทำงานตั้งแต่ก่อนเจ็ดโมงเช้า และก็นั่งทำงานเพลินจนมักจะลืมเวลานัดของตัวเองที่นัดกับกวินไว้เสมอ
ในระยะเวลาที่มินตรามานั่งเก้าอี้บริหารกวินจึงมักจะแวะเวียนมารับเธอไปทานอาหาร หรือไปดูหนังฟังเพลงกับเขาอยู่เป็นประจำ นั่นเพราะเขารู้ดีว่าเวลาที่มินตราตั้งใจที่จะทำอะไรแล้วล่ะก็เธอจะทำจนลืมเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้เธอเครียดกับงานมากจนเกินไป
วันนี้ก็เช่นกันที่มินตรานั่งทำงานเพลินอยู่ จนกระทั่งรู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตนเอง จึงเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะมองว่า ใครกันที่เข้ามารบกวนเวลาทำงานของเธอ
“วินมาตั้งแต่เมื่อไรคะ”
“ก็สักพักแล้วครับตอนแรกผมรออยู่ข้างล่าง แต่รออยู่นานคุณก็ยังไม่ลงไปซะที ผมก็เลยขึ้นมาตามคุณคงจะไม่ลืมนัดของเราอีกนะครับ”
“ตายจริง...ฟ้าต้องขอโทษด้วยค่ะลืมจริงๆ ค่ะ แต่วันนี้ไม่ไปได้ไหมคะ งานยังไม่เสร็จเลยเหลืออีกตั้งหลายอย่าง”
“ไม่เป็นไรงั้นเดี๋ยวผมจะออกไปซื้ออาหารเข้ามาทานกับคุณที่นี่ ผมจะได้อยู่เป็นเพื่อนคุณด้วยคุณอยากทานอะไร”
“อะไรก็ได้ค่ะเอาเป็นว่าแล้วแต่คุณก็ละกันค่ะ”
“ได้เลยครับเดี๋ยวผมกลับมา ว่าแต่คุณอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”
“ได้ค่ะไม่ต้องเป็นห่วงรีบไปรีบกลับนะคะ”
“ครับผม” เขาพูดพร้อมหลิ่วตาให้เธอก่อนเดินออกจากห้องไป
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
