Home / โรแมนติก / หัวใจวิศรุต (วิศรุต&แพรพรรณ) / ตอนที่ 9 จะทำให้มันเสียโฉม[1]

Share

ตอนที่ 9 จะทำให้มันเสียโฉม[1]

last update Last Updated: 2025-12-04 20:19:11

“แล้วยังติดต่อแพรไม่ได้อีกเหรอวะ?”

“อืม ไม่งั้นกูจะมานั่งแดกเหล้าแบบนี้ทำไม กูไม่เข้าใจแพรเลยว่ะ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนมีเรื่องอะไรแพรก็ไม่เคยปิดบังกูเลย แต่ตอนนี้เหมือนกูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแพรเลย กูอยากจะรู้จริง ๆ ว่าสี่เดือนก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมแพรถึงหายไปจากชีวิตกูแบบนั้น แล้วพอเธอกลับมา กูยังต้องมาเจอเรื่องเหี้ย ๆ ที่กูโดนใส่ร้ายอีก”

วิศรุตถอนหายใจยาว ราวกับระบายความอึดอัดในอก เขานึกย้อนกลับไปในตอนนั้น ช่างเป็นจังหวะนรกชัด ๆ วิศรุตรู้ดีว่าสองแม่ลูกวางแผนเอาไว้ก่อนแน่นอน

“เอาเหอะ ไว้ค่อยว่ากันถ้าเจอเธออีกที” ธีรวุฒิพูดพลางลุกขึ้นยืน บิดไหล่เล็กน้อยอย่างเหนื่อยล้า “แต่ตอนนี้กูไม่ไหวละ ขอตัวกลับก่อนล่ะนะ” ธีรวุฒิเอ่ยปากฝากเพื่อนให้บาร์เทนเดอร์ดูแลต่อจากเขา

“มึงก็กลับได้แล้วเหมือนกันนะ แต่ถ้ายังอยากดื่มต่อก็เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่คอนโดก็แล้วกัน เฮ้ยน้องชาย!! ฝากดูแลเพื่อนพี่หน่อยนะ ถ้าไม่ไหวก็เรียกแท็กซี่เดี๋ยวพี่โอนตังให้เอง”

เด็กหนุ่มผู้ให้บริการหลังเคาน์เตอร์พยักหน้ารับ หลังจากนั้นธีรวุฒิก็เดินออกไปพร้อมกับโทรเรียกแท็กซี่เพื่อให้ไปส่งตัวเองที่บ้าน เขาจอดรถทิ้งไว้ที่นี่โดยไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเพื่อนของตัวเองอีก

วิศรุตยังคงดื่มต่อและพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มเรื่องเขากับคนรัก ทำให้อีกฝ่ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องอยู่เป็นเพื่อนเขาจนกระทั่งร้านใกล้ปิด

โดยไม่ทันได้คาดคิดกลับมีชายร่างใหญ่สองคนเข้ามาหิ้วตัวลูกค้าของตนไปต่อหน้าต่อตา

“นะ..นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันครับ พวกคุณเป็นใครกัน!!”

เด็กหนุ่มหลังเคาน์เตอร์ร้องถามด้วยน้ำเสียงตกใจ ขณะมองชายแปลกหน้าสองคนที่จู่ ๆ ก็เข้ามารวบตัวเพื่อนของเจ้าของร้าน ที่เพิ่งฝากให้เขาดูแล

“มึงอย่าเสือกไอ้หนู!” หนึ่งในนั้นหันมาตวาดลั่น สีหน้าเหี้ยมเกรียม “พอดีกูอยากคุยกับเพื่อนหน่อย อย่ามาขัดขวางเลย ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะเว้ย ไอ้หนุ่ม! เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน!” พูดจบมันก็กระชากแขนวิศรุตอย่างแรง ทำให้ร่างกายที่มึนเมาโซเซตามแรงดึงเดินตามออกมานอกร้าน

“เฮ้ย! มึงเป็นใครวะ!!” วิศรุตขืนตัวเต็มที่ แม้สภาพจะไม่พร้อมต่อสู้ แต่สัญชาตญาณป้องกันตัวก็ยังทำงานอยู่ เขาผลักใส่พวกนั้นจนเซถอยหลังไป

แต่ไม่ทันไร หมัดหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าเขาเต็มแรง

“นี่แน่ะ!! หมัดนี้คงช่วยให้มึงยอมตามกูไปดี ๆ ”

"เห้ย!! มึงจะทำร้ายมันไม่ได้นะเขาบอกให้จับตัวไปเฉย ๆ" หนึ่งในนั้นคว้าแขนเพื่อนตัวเองไว้ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ขณะที่วิศรุตทรุดตัวลงกับพื้น เลือดไหลซึมจากมุมปาก

"ก็ไอ้นี่มันกวนตีนกูก่อนไง!”

พูดจบมันก็ไม่รอช้า ชายคนนั้นชกเข้าไปที่หน้าของวิศรุตเต็มแรง พวกมันได้รับค่าจ้างมาเพื่อแค่พาตัว ผู้ชายคนนี้ไป แต่เพราะเจ้าตัวดันไม่ยอมง่าย ๆ แถมยังฮึดสู้ทั้งที่กำลังกายไม่พร้อม ถ้าปล่อยให้ยื้อกันแบบนี้ต่อไป มีหวังได้คนแจ้งตำรวจแน่พวกมันก็เลยเลือกที่จะรุมทำร้ายทั้งสองคน

วิศรุตที่ถูกเล่นงานไม่ทันตั้งตัวพอถูกรุมก็ล้มพับลง แต่โชคดียังเป็นของเขาอยู่เมื่อแพรพรรณขับรถมาเจอ เธอจอดรถตะโกนเสียงดังลั่น

“หยุดนะ ปล่อยตัวเขาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรหาตำรวจ ช่วยด้วยมีคนถูกทำร้าย!!” 

แพรพรรณตะโกนสุดเสียง เธอรีบกดโทรศัพท์ทันทีและโชว์หน้าจอที่กำลังต่อสาย 191 ให้พวกมันเห็น ถึงแม้เธอจะกลัวจนตัวสั่น มือไม้เย็นเฉียบ แต่เธอเข้าไปแบบนี้ไม่ได้แน่ ในตอนนั้นการ์ดของร้านก็วิ่งกรูเข้ามาช่วยพอดี

พวกมันชะงัก ก่อนที่คนหนึ่งจะสบถออกมาด้วยความโมโห

“แส่จริง ๆ นังคนนี้! เอาไว้คราวหน้ากูจะมาคิดบัญชีกับมึงใหม่ให้หน้าอ่อน!! ” พวกมันสบถหลายคำก่อนจะวิ่งหนีไป

ทั้งแพรพรรณและวิศรุตรู้ทันทีว่าใครเป็นคนส่งพวกนั้นมา

โชคดีที่แพรพรรณเพิ่งกลับจากธุระ และถนนเส้นนี้เป็นทางผ่านพอดี พอเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนถูกรุมทำร้าย เธอก็ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ลืมแม้กระทั่งความปลอดภัยของตัวเอง เพราะผู้ชายสองคนนี่ก็น่ากลัว หากพวกมันพกอาวุธมาไม่แคล้วเป็นเธอที่จะต้องอยู่ในอันตราย แต่เรื่องนั้นเธอกลับไม่สนใจเพียงเพราะเห็นว่าใครถูกทำร้าย

“รุต! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ลุกไหวไหมคะ?” เธอคุกเข่าลงข้าง ๆ ใช้มือประคองใบหน้าเขาอย่างเบามือ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย

“แพร...คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย ผมตามหาคุณแทบแย่” เสียงแผ่วของเขาสะท้อนออกมาพร้อมแววตาที่ทั้งเว้าวอนและอ่อนล้า มันทำให้แพรพรรณปวดหนึบในใจ

“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ค่ะ รีบขึ้นรถก่อนดีกว่า พี่คะ! ช่วยหน่อยค่ะ!”

เธอตะโกนเรียกการ์ดที่อยู่ใกล้ ๆ ให้เข้ามาช่วยพยุงอีกแรง ก่อนจะรีบเปิดประตูรถให้วิศรุตขึ้นไป แล้วพาเขาออกจากที่ตรงนั้นให้เร็วที่สุด ระหว่างทางในรถเงียบสนิทวิศรุตได้แต่มองหญิงคนรักด้วยความคิดถึง แพรพรรณขับมาสักพักก็แวะเข้ามาจอดที่ปั๊ม เพราะเธอรู้สึกขับต่อไม่ไหว เธอยังมือสั่นอยูเลย 

“ผมดีใจที่ได้เจอคุณอีกครั้ง อย่าไปไหนอีกเลยนะแพร ผมรักคุณ และอยากมีคุณอยู่ข้าง ๆ ตลอดไป อยู่กับผมนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ หญิงสาวไม่ได้ตอบกลับคำใด ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดจากริมฝีปากของเธอ มีเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ที่ดังขึ้นแทน ก่อนที่หยาดน้ำตาจะร่วงหล่นลงบนปกเสื้อของเขา ซึมผ่านเนื้อผ้าไปจนเปียกชื้น

วิศรุตไม่พูดอะไร เขาปล่อยให้เธอร้องไห้ ระบายความอัดอั้นจนพอใจ 

เขาไม่รู้หรอกว่าการที่เธอหายไปนั้นเธอเจอเรื่องอะไรมาบ้าง แต่คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องดี แล้วยังมีเรื่องศศิเข้ามาเป็นตัวก่อชนวนในใจของเธออีก ไม่ต้องพูดถึงแม่เลี้ยงของเธอ รายนั้นร้ายกาจเพียงใดทำไมเขาจะไม่รู้ เมื่อเสียงสะอื้นค่อย ๆ จางลง วิศรุตก็ค่อย ๆ ดันตัวเธอออกจากอก มือหน้ายกขึ้นปาดน้ำตาที่แก้มแดงระเรื่อด้วยความอ่อนโยน จากนั้นก็ก้มลงจูบแผ่วเบาลงบนแก้มข้างนั้น ราวกับจะปลอบโยน

แววตาของเขาเศร้าหมอง ในยามที่เห็นคนรักบอบช้ำถึงเพียงนี้

“ไปครับ เดี๋ยวผมขับรถให้”

เมื่อสลับที่นั่งกันเสร็จเรียบร้อย เคลื่อนก็เคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ ก่อนจะถูกเร่งเครื่องยนต์ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เมื่อถนนเริ่มไม่มีรถราสัญจรไปมา แพรพรรณไม่รู้หรอกว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหน เธอเพียงนั่งสงบอารมณ์ เรื่องราววุ่นวายยังไม่จบแค่นี้แน่ ไหนจะเรื่องที่เธอท้องอีก ตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ที่สำคัญสองแม่ลูกนั่นไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่

ในขณะที่แพรพรรณจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเอง จู่ ๆ คนข้างกายก็พูดขึ้น

“ผมไม่เข้าใจเลยแพร คนในบ้านคุณทำไมถึงได้ใจร้ายกันขนาดนั้น?” น้ำเสียงของวิศรุตเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “คุณเป็นลูกสาวคนโตนะ! แล้วคุณก็โตแล้วด้วย จะไปยอมให้แม่เลี้ยงกับน้องสาวกดหัวอยู่ทำไมกัน”

เขาขบกรามแน่นด้วยความคับข้องใจ ยิ่งได้รู้เรื่องราวมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเจ็บใจแทนเธอมากเท่านั้น

แพรพรรณหลุบตาลงต่ำ มือสองข้างบีบกันแน่น

“รุตคะ คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ ถึงแพรจะพูดไปมันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นอีก แพรเป็นคนที่ครอบครัวไม่ต้องการอยู่แล้วตั้งแต่แม่เสียไปคราวนั้น” 

แพรพรรณพยายามกลั้นน้ำตาและไม่อยากย้อนคิดถึงเรื่องเดิม    ซ้ำ ๆ เธออยู่ในบ้านไม่ได้มีสิทธิ์มีปากเสียงอะไรทั้งนั้น ยอมให้สองแม่ลูกพวกนั้นกดขี่มาโดยตลอด แต่ที่เธอไม่อยากออกไปเพราะเธอเองก็รักพ่อ พ่อคือคนเดียวที่ฉุดรั้งให้เธออยู่ ยังไงเขาก็เป็นผู้ให้กำเนิดถึงแม้บางครั้งการกระทำของเขาจะถือว่าลำเอียงก็ตาม

แต่เธอไม่อยากอกตัญญู อย่างน้อยเขาก็ส่งเสียเธอเรียนจนจบ มีที่อยู่ที่กิน ยิ่งคิดเรื่องราวในอดีตหญิงสาวก็ยิ่งจมดิ่งไปกับความรู้สึกที่อัดอั้น น้ำตาที่เหือดแห้งกลับไหลออกมาอีกครั้ง วิศรุตที่เห็นหญิงสาวร้องไห้ ก็โทษตัวเอง หากเขาไม่เอ่ยถึงครอบครัว เธอก็คงไม่ร้อง

“ขอโทษนะแพร คุณอย่าร้องเลยนะ เช็ดน้ำตาก่อนนะครับ” เขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้พลางโทษตัวเองในใจที่เอ่ยเรื่องครอบครัวของเธอออกมา 

แพรพรรณรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ

“ผมเข้าใจ แต่ขอร้องคุณได้ไหม ต่อจากนี้เลิกยุ่งกับบ้านนั้นเถอะนะ แล้วก็ย้ายมาอยู่กับผม”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หัวใจวิศรุต (วิศรุต&แพรพรรณ)    ตอนพิเศษ 2 หัวใจวิศรุต

    “พี่นิดหน่อย!”“ป้านิดหน่อย!”สองเสียงเล็กและใหญ่ดังเกือบพร้อมกันด้วยความดีใจ ก่อนที่แม่ลูกจะพากันวิ่งตรงเข้าไปหานิดหน่อย ซึ่งถูกเชิญมาร่วมงานในค่ำคืนนี้เช่นกัน“พี่นิดหน่อยมาได้ไงคะ ละ…แล้วนั่น พี่นิดหน่อยท้องเหรอคะ?”แพรพรรณร้องถามเสียงสูง ทั้งดีใจที่เห็นคนซึ่งเธอเคารพไม่ต่างจากพี่สาวมาหา แต่พอได้มองใกล้ ๆ เห็นหน้าท้องที่นูนชัด ก็ทำเอาดวงตาเธอเบิกกว้างแทบถลน"สวัสดีป้านิดจ้า น้องขวัญคิดถึงจัง"เจ้าหญิงตัวน้อยวิ่งปรี่มากอดขานิดหน่อยแน่นด้วยความคิดถึง ยังไม่ทันที่นิดหน่อยจะก้มลงคุยกับหลานสาว คนเป็นสามีก็ขยับเข้ามาอุ้มพาขวัญขึ้นแทน เพราะเกรงว่าภรรยาก้มตัวแล้วจะอึดอัด“สวัสดีจ้ะคุณลุงธนินทร์” พาขวัญเอ่ยอย่างสนิทสนม ไม่ได้ตกใจเลยที่ถูกอุ้ม เพราะเธอรักและคุ้นเคยกับชายคนนี้ไม่แพ้ป้านิดหน่อยเลย ตอนที่แม่พาไปเชียงใหม่ ก็ได้เจอกันบ่อย ๆ ตอนที่แม่ไปเยี่ยมป้านิดที่ทำงาน"เด็กดี เดี๋ยวลุงอุ้มนะลูก ป้านิดหน่อยมีน้องในท้อง อุ้มหนู

  • หัวใจวิศรุต (วิศรุต&แพรพรรณ)    ตอนพิเศษ 1 หัวใจวิศรุต

    "เอาละครับ ตอนนี้พร้อมแล้ว หมอจะเปิดผ้าแล้วนะครับ"เสียงคุณหมอวัยกลางคนพูดขึ้นอย่างใจดี และในตอนนั้นเองคนที่อยู่ในชุดผู้ป่วยก็รู้สึกเกร็งขึ้นมา แต่ฝ่ามือใหญ่ที่กอบกุมกันเอาไว้ข้างนึงพร้อมด้วยฝ่ามือเล็ก ๆ ของลูกสาวที่จับมือเธอเอาไว้อีกข้างก็ทำเอาเธออุ่นซ่านในใจ"แม่จ๋า แม่ไม่ต้องตื่นเต้นนะจ๊ะ เดี่ยวแม่ก็จะได้เห็นหน้าน้องขวัญแล้วน้า เย้ ๆ แม่จะได้เห็นหน้าน้องขวัญแล้ว " เสียงเด็กน้อยที่พูดอยู่ข้าง ๆ แลดูตื่นเต้นมากกว่าคนเป็นแม่เสียอีก ทำเอาคนที่รออย่างใจจดใจจ่อทั้งเจ้าสัวไพบูลย์ ทั้งคุณหญิงอาภาและป้าแป้นต่างก็พากันยิ้มออกมา ส่วนคนเป็นพ่อเองนั้นก็ทั้งตื่นเต้นทั้งกังวลไม่แพ้คนป่วยเลยเหมือนกันในที่สุดดวงตาของเธอก็จะได้มองเห็นอีกครั้งนึงแล้ว "เรียบร้อยแล้วครับ ค่อย ๆ ลืมตานะครับ" คุณหมอพูดหลังจากที่เอาผ้าออกจากดวงตาของหญิงสาวทั้งสองข้างเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่คุณหมอค่อย ๆ เอาผ้าปิดตาออกจากดวงตาทั้งสองข้างของแพรพรรณ ความมืดที่เธอคุ้นชินมาตลอดช่วงพักรักษาตัวก็ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วย

  • หัวใจวิศรุต (วิศรุต&แพรพรรณ)    ตอนที่ 63 หัวใจวิศรุต(จบ)

    “ขออนุญาตคร๊าบ~ ท่านประธาน”เสียงเคาะประตูพร้อมกับน้ำเสียงลากยาวที่ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าตัวตั้งใจขัดจังหวะ ทำเอาวิศรุตถึงกับจิ๊ปากออกมาอย่างหงุดหงิด“เข้ามา”วิศรุตเอ่ยเสียงเข้ม พร้อมกับปล่อยมือจากหญิงสาว แพรพรรณรีบจัดเสื้อผ้าแล้วขยับไปนั่งห่างอย่างรวดเร็ว สีหน้ายังคงแดงระเรื่อเพราะเขินอาย แต่ก็ไม่พ้นสายตาของปรินทร์ที่มองแล้วยิ้มกริ่มด้วยความชอบใจ“ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ แต่พอดีมีงานด่วนเข้ามาน่ะคร๊าบบ~” น้ำเสียงที่ยังคงลากยาวแซว ๆ ทำเอาแพรพรรณขัดเขินไม่น้อย ส่วนวิศรุตที่เห็นท่าทางของลูกน้องก็ถลึงตาใส่ ปรินทร์ที่เห็นก็สะดุ้ง รีบหุบยิ้มแล้วยกแฟ้มเอกสารไปวางไว้บนโต๊ะอย่างรู้หน้าที่ทันที“โอ๊ะ! เจ้านายครับ นี่ครับ ผมตรวจสอบทุกแฟ้มอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว เชิญดูได้เลยนะครับ!”ปรินทร์พูดจบก็รีบหมุนตัวจะเดินออกไปแทบไม่ทัน เมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเจ้านายตัวเองที่ยังไม่หายขัดใจจากการถูกขัดจังหวะ‘แต่กระผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับ งานมันรอไม่ได้จริง ๆ ค่อยไปสวีทกันต่อที่บ้านนะครับท่านป

  • หัวใจวิศรุต (วิศรุต&แพรพรรณ)    ตอนที่ 62 ไม่ปล่อยมือ

    พ่อของเธอแม้จะเคยดื้อรั้นและหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ครั้งนี้กลับยินยอมรับความช่วยเหลือโดยไม่เกี่ยงงอน เพราะลึก ๆ แล้ว เขารู้ว่าหากไม่รับ สิ่งที่สร้างมาตลอดชีวิตอาจสูญสลายไปต่อหน้าต่อตา และอย่างน้อยเขายังพอเหลือมรดกไว้ให้ลูกสาวและหลานสาวได้ใช้เป็นหลักประกันในวันข้างหน้าส่วนเรื่องของเธอกับวิศรุต แม้ว่าเขาจะพาเธอเข้ามาอยู่ในฐานะแม่ของลูกและพร้อมที่จะเริ่มต้นครอบครัวใหม่แล้วยังจะให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขาแต่เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่เหมาะสมกับเขาเลยแม้แต่น้อยเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลจะให้มาจมปลักอยู่กับคนตาบอดแบบเธอได้ยังไง ถึงแม้ว่าเธอเต็มใจยอมมาอยู่ด้วยกับเขาแต่เธอก็มาในฐานะแม่ของลูกเขา หากอนาคตข้างหน้าลูกเรื่องมากกว่านี้วันหนึ่ง จะมีผู้หญิงที่พร้อมที่เพียบพร้อมสามารถเดินคู่กับเขาอย่างเชิดหน้าชูตาได้ และเธอคิดว่าวันนั้นลูกเธอก็คงจะเข้าใจและนั่นจึงเป็นเหตุผลที่แพรพรรณใจแข็ง และปฏิเสธที่จะจดทะเบียนสมรสกับเขาทางด้านของวิศรุตเขานั่งพิงกำแพงอยู่อีกฟากหนึ่งของประตูห้องน้ำ ไอแพดในมือยังเปิดค้างอยู่ที่รายชื่อโรงพยาบาลชั้นนำจากต่างป

  • หัวใจวิศรุต (วิศรุต&แพรพรรณ)    ตอนที่ 61 ดูแลอย่างดี

    “ถ้าทะเลาะกันแบบนี้ แม่ไม่กินข้าวจริง ๆ ด้วย”เท่านั้นแหละ ทุกอย่างเงียบสนิท สองพ่อลูกหันมามองหน้าเธอพร้อมกัน ใบหน้าหงอยเป็นลูกหมาพร้อมใจกันหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปากตนเองทันที ทำเอาเจ้าสัวไพบูลย์และคุณหญิงอาภาถึงกับหัวเราะลงคอด้วยความชอบใจ แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ในบ้านหลังนี้ ใครใหญ่ที่สุดจากนั้นแพรพรรณก็เริ่มทานอาหาร ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถตักอาหารได้แต่อาหารที่เธอชอบก็มาอยู่วันจานเธออยู่ตลอดไม่ต้องบอกว่าเป็นฝีมือใครนอกจากคนเป็นเจ้าของบ้านและลูกสาวของเธอ วิศรุตคอยดูแลเธออยู่ไม่ห่าง ไม่เพียงแค่ตักอาหารเท่านั้นเขายังใช้ทิชชูซับมุมปากเธอเมื่อเห็นว่ามีอะไรเปื้อนเล็กน้อย ทำเอาลูกสาวที่นั่งมองอยู่ทำหน้าตูม มองค้อนใส่พ่อทันทีเพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะคุณพ่อแย่งหน้าที่ของเธอไปอีกแล้วไงล่ะ!หลังจากจบมื้ออาหาร ก็เป็นดั่งทุกครั้ง เมื่อวิศรุตอุ้มแพรพรรณทันทีเพื่อพาเธอไปยังห้องนอนของพวกเขา โดยมีลูกสาววิ่งดุ๊กดิ๊กตามไปไม่ห่าง“อ๊ะ! รุต ปล่อยแพรนะคะ แพรจะเดินเอง” เสียงหวานเอ่ยค้านขึ้นทันทีที่ร่างบางถูกอุ้มลอ

  • หัวใจวิศรุต (วิศรุต&แพรพรรณ)    ตอนที่ 60 แค่นี้ก็รู้แล้วใครใหญ่ที่สุด

    เธอจ้องไปยังแม่ของเธอ คนที่เธอเฝ้ารอ ร้องไห้ด้วยความคิดถึงอยู่ทุกวัน แต่ตอนนี้กำลังกอดเด็กที่นั่งตักตัวเองอยู่ และยังมีเด็กคนอื่นอีกหลายคนที่ล้อมหน้าล้อมหลังเด็กน้อยดีใจที่เจอแม่ แต่ก็ปวดใจที่แม่ไม่มองเธอเลย น้ำตาไหลพราก เสียงร้องไห้แปรเปลี่ยนเป็นเพียงเสียงสะอื้นแผ่ว ๆ ในลำคอ ดวงตาคู่น้อยนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง สับสนและโกรธคนเป็นแม่ เธอมองแม่ด้วยความน้อยใจ'แม่ลืมหนูแล้วเหรอ? ทำไมแม่ถึงกอดคนอื่น ไม่มองหนูเลย?'พอวิศรุตเห็นลูกสาวเสียใจที่ผู้เป็นแม่กอดเด็กคนอื่น เขาก็อุ้มร่างเล็กขึ้นมาแนบอกทันที มือใหญ่อบอุ่นลูบผมลูกเบา ๆ ก่อนจะกระซิบอย่างอ่อนโยนตรงข้างหู“ชู่ว...ไม่ร้องนะคนเก่งของพ่อ หนูดูเงียบ ๆ ก่อนนะลูก ดูแม่ก่อน แล้วเราค่อยไปหาแม่ด้วยกัน เข้าใจไหมครับ”พาขวัญพยักหน้าทั้งน้ำตา กอดคอพ่อแน่นแล้วมองผู้เป็นแม่ตรงหน้าขณะนั้นเอง ครูบัวก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หวังจะมาตามเด็ก ๆ ไปทานอาหารที่มีผู้ใจบุญมามอบให้ ทว่าเมื่อสายตาเธอปะทะเข้ากับภาพตรงหน้าสองพ่อลูกที่ยืนกอดกันอยู่ ดวงตาของเด็กน้อยแ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status