เข้าสู่ระบบพ่อของเธอแม้จะเคยดื้อรั้นและหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ครั้งนี้กลับยินยอมรับความช่วยเหลือโดยไม่เกี่ยงงอน เพราะลึก ๆ แล้ว เขารู้ว่าหากไม่รับ สิ่งที่สร้างมาตลอดชีวิตอาจสูญสลายไปต่อหน้าต่อตา และอย่างน้อยเขายังพอเหลือมรดกไว้ให้ลูกสาวและหลานสาวได้ใช้เป็นหลักประกันในวันข้างหน้า
ส่วนเรื่องของเธอกับวิศรุต แม้ว่าเขาจะพาเธอเข้ามาอยู่ในฐานะแม่ของลูกและพร้อมที่จะเริ่มต้นครอบครัวใหม่แล้วยังจะให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขาแต่เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่เหมาะสมกับเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลจะให้มาจมปลักอยู่กับคนตาบอดแบบเธอได้ยังไง ถึงแม้ว่าเธอเต็มใจยอมมาอยู่ด้วยกับเขาแต่เธอก็มาในฐานะแม่ของลูกเขา หากอนาคตข้างหน้าลูกเรื่องมากกว่านี้วันหนึ่ง จะมีผู้หญิงที่พร้อมที่เพียบพร้อมสามารถเดินคู่กับเขาอย่างเชิดหน้าชูตาได้ และเธอคิดว่าวันนั้นลูกเธอก็คงจะเข้าใจ
และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่แพรพรรณใจแข็ง และปฏิเสธที่จะจดทะเบียนสมรสกับเขา
ทางด้านของวิศรุต
เขานั่งพิงกำแพงอยู่อีกฟากหนึ่งของประตูห้องน้ำ ไอแพดในมือยังเปิดค้างอยู่ที่รายชื่อโรงพยาบาลชั้นนำจากต่างป
“พี่นิดหน่อย!”“ป้านิดหน่อย!”สองเสียงเล็กและใหญ่ดังเกือบพร้อมกันด้วยความดีใจ ก่อนที่แม่ลูกจะพากันวิ่งตรงเข้าไปหานิดหน่อย ซึ่งถูกเชิญมาร่วมงานในค่ำคืนนี้เช่นกัน“พี่นิดหน่อยมาได้ไงคะ ละ…แล้วนั่น พี่นิดหน่อยท้องเหรอคะ?”แพรพรรณร้องถามเสียงสูง ทั้งดีใจที่เห็นคนซึ่งเธอเคารพไม่ต่างจากพี่สาวมาหา แต่พอได้มองใกล้ ๆ เห็นหน้าท้องที่นูนชัด ก็ทำเอาดวงตาเธอเบิกกว้างแทบถลน"สวัสดีป้านิดจ้า น้องขวัญคิดถึงจัง"เจ้าหญิงตัวน้อยวิ่งปรี่มากอดขานิดหน่อยแน่นด้วยความคิดถึง ยังไม่ทันที่นิดหน่อยจะก้มลงคุยกับหลานสาว คนเป็นสามีก็ขยับเข้ามาอุ้มพาขวัญขึ้นแทน เพราะเกรงว่าภรรยาก้มตัวแล้วจะอึดอัด“สวัสดีจ้ะคุณลุงธนินทร์” พาขวัญเอ่ยอย่างสนิทสนม ไม่ได้ตกใจเลยที่ถูกอุ้ม เพราะเธอรักและคุ้นเคยกับชายคนนี้ไม่แพ้ป้านิดหน่อยเลย ตอนที่แม่พาไปเชียงใหม่ ก็ได้เจอกันบ่อย ๆ ตอนที่แม่ไปเยี่ยมป้านิดที่ทำงาน"เด็กดี เดี๋ยวลุงอุ้มนะลูก ป้านิดหน่อยมีน้องในท้อง อุ้มหนู
"เอาละครับ ตอนนี้พร้อมแล้ว หมอจะเปิดผ้าแล้วนะครับ"เสียงคุณหมอวัยกลางคนพูดขึ้นอย่างใจดี และในตอนนั้นเองคนที่อยู่ในชุดผู้ป่วยก็รู้สึกเกร็งขึ้นมา แต่ฝ่ามือใหญ่ที่กอบกุมกันเอาไว้ข้างนึงพร้อมด้วยฝ่ามือเล็ก ๆ ของลูกสาวที่จับมือเธอเอาไว้อีกข้างก็ทำเอาเธออุ่นซ่านในใจ"แม่จ๋า แม่ไม่ต้องตื่นเต้นนะจ๊ะ เดี่ยวแม่ก็จะได้เห็นหน้าน้องขวัญแล้วน้า เย้ ๆ แม่จะได้เห็นหน้าน้องขวัญแล้ว " เสียงเด็กน้อยที่พูดอยู่ข้าง ๆ แลดูตื่นเต้นมากกว่าคนเป็นแม่เสียอีก ทำเอาคนที่รออย่างใจจดใจจ่อทั้งเจ้าสัวไพบูลย์ ทั้งคุณหญิงอาภาและป้าแป้นต่างก็พากันยิ้มออกมา ส่วนคนเป็นพ่อเองนั้นก็ทั้งตื่นเต้นทั้งกังวลไม่แพ้คนป่วยเลยเหมือนกันในที่สุดดวงตาของเธอก็จะได้มองเห็นอีกครั้งนึงแล้ว "เรียบร้อยแล้วครับ ค่อย ๆ ลืมตานะครับ" คุณหมอพูดหลังจากที่เอาผ้าออกจากดวงตาของหญิงสาวทั้งสองข้างเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่คุณหมอค่อย ๆ เอาผ้าปิดตาออกจากดวงตาทั้งสองข้างของแพรพรรณ ความมืดที่เธอคุ้นชินมาตลอดช่วงพักรักษาตัวก็ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วย
“ขออนุญาตคร๊าบ~ ท่านประธาน”เสียงเคาะประตูพร้อมกับน้ำเสียงลากยาวที่ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าตัวตั้งใจขัดจังหวะ ทำเอาวิศรุตถึงกับจิ๊ปากออกมาอย่างหงุดหงิด“เข้ามา”วิศรุตเอ่ยเสียงเข้ม พร้อมกับปล่อยมือจากหญิงสาว แพรพรรณรีบจัดเสื้อผ้าแล้วขยับไปนั่งห่างอย่างรวดเร็ว สีหน้ายังคงแดงระเรื่อเพราะเขินอาย แต่ก็ไม่พ้นสายตาของปรินทร์ที่มองแล้วยิ้มกริ่มด้วยความชอบใจ“ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ แต่พอดีมีงานด่วนเข้ามาน่ะคร๊าบบ~” น้ำเสียงที่ยังคงลากยาวแซว ๆ ทำเอาแพรพรรณขัดเขินไม่น้อย ส่วนวิศรุตที่เห็นท่าทางของลูกน้องก็ถลึงตาใส่ ปรินทร์ที่เห็นก็สะดุ้ง รีบหุบยิ้มแล้วยกแฟ้มเอกสารไปวางไว้บนโต๊ะอย่างรู้หน้าที่ทันที“โอ๊ะ! เจ้านายครับ นี่ครับ ผมตรวจสอบทุกแฟ้มอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว เชิญดูได้เลยนะครับ!”ปรินทร์พูดจบก็รีบหมุนตัวจะเดินออกไปแทบไม่ทัน เมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเจ้านายตัวเองที่ยังไม่หายขัดใจจากการถูกขัดจังหวะ‘แต่กระผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับ งานมันรอไม่ได้จริง ๆ ค่อยไปสวีทกันต่อที่บ้านนะครับท่านป
พ่อของเธอแม้จะเคยดื้อรั้นและหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ครั้งนี้กลับยินยอมรับความช่วยเหลือโดยไม่เกี่ยงงอน เพราะลึก ๆ แล้ว เขารู้ว่าหากไม่รับ สิ่งที่สร้างมาตลอดชีวิตอาจสูญสลายไปต่อหน้าต่อตา และอย่างน้อยเขายังพอเหลือมรดกไว้ให้ลูกสาวและหลานสาวได้ใช้เป็นหลักประกันในวันข้างหน้าส่วนเรื่องของเธอกับวิศรุต แม้ว่าเขาจะพาเธอเข้ามาอยู่ในฐานะแม่ของลูกและพร้อมที่จะเริ่มต้นครอบครัวใหม่แล้วยังจะให้เธอจดทะเบียนสมรสกับเขาแต่เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่เหมาะสมกับเขาเลยแม้แต่น้อยเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลจะให้มาจมปลักอยู่กับคนตาบอดแบบเธอได้ยังไง ถึงแม้ว่าเธอเต็มใจยอมมาอยู่ด้วยกับเขาแต่เธอก็มาในฐานะแม่ของลูกเขา หากอนาคตข้างหน้าลูกเรื่องมากกว่านี้วันหนึ่ง จะมีผู้หญิงที่พร้อมที่เพียบพร้อมสามารถเดินคู่กับเขาอย่างเชิดหน้าชูตาได้ และเธอคิดว่าวันนั้นลูกเธอก็คงจะเข้าใจและนั่นจึงเป็นเหตุผลที่แพรพรรณใจแข็ง และปฏิเสธที่จะจดทะเบียนสมรสกับเขาทางด้านของวิศรุตเขานั่งพิงกำแพงอยู่อีกฟากหนึ่งของประตูห้องน้ำ ไอแพดในมือยังเปิดค้างอยู่ที่รายชื่อโรงพยาบาลชั้นนำจากต่างป
“ถ้าทะเลาะกันแบบนี้ แม่ไม่กินข้าวจริง ๆ ด้วย”เท่านั้นแหละ ทุกอย่างเงียบสนิท สองพ่อลูกหันมามองหน้าเธอพร้อมกัน ใบหน้าหงอยเป็นลูกหมาพร้อมใจกันหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปากตนเองทันที ทำเอาเจ้าสัวไพบูลย์และคุณหญิงอาภาถึงกับหัวเราะลงคอด้วยความชอบใจ แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ในบ้านหลังนี้ ใครใหญ่ที่สุดจากนั้นแพรพรรณก็เริ่มทานอาหาร ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถตักอาหารได้แต่อาหารที่เธอชอบก็มาอยู่วันจานเธออยู่ตลอดไม่ต้องบอกว่าเป็นฝีมือใครนอกจากคนเป็นเจ้าของบ้านและลูกสาวของเธอ วิศรุตคอยดูแลเธออยู่ไม่ห่าง ไม่เพียงแค่ตักอาหารเท่านั้นเขายังใช้ทิชชูซับมุมปากเธอเมื่อเห็นว่ามีอะไรเปื้อนเล็กน้อย ทำเอาลูกสาวที่นั่งมองอยู่ทำหน้าตูม มองค้อนใส่พ่อทันทีเพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะคุณพ่อแย่งหน้าที่ของเธอไปอีกแล้วไงล่ะ!หลังจากจบมื้ออาหาร ก็เป็นดั่งทุกครั้ง เมื่อวิศรุตอุ้มแพรพรรณทันทีเพื่อพาเธอไปยังห้องนอนของพวกเขา โดยมีลูกสาววิ่งดุ๊กดิ๊กตามไปไม่ห่าง“อ๊ะ! รุต ปล่อยแพรนะคะ แพรจะเดินเอง” เสียงหวานเอ่ยค้านขึ้นทันทีที่ร่างบางถูกอุ้มลอ
เธอจ้องไปยังแม่ของเธอ คนที่เธอเฝ้ารอ ร้องไห้ด้วยความคิดถึงอยู่ทุกวัน แต่ตอนนี้กำลังกอดเด็กที่นั่งตักตัวเองอยู่ และยังมีเด็กคนอื่นอีกหลายคนที่ล้อมหน้าล้อมหลังเด็กน้อยดีใจที่เจอแม่ แต่ก็ปวดใจที่แม่ไม่มองเธอเลย น้ำตาไหลพราก เสียงร้องไห้แปรเปลี่ยนเป็นเพียงเสียงสะอื้นแผ่ว ๆ ในลำคอ ดวงตาคู่น้อยนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง สับสนและโกรธคนเป็นแม่ เธอมองแม่ด้วยความน้อยใจ'แม่ลืมหนูแล้วเหรอ? ทำไมแม่ถึงกอดคนอื่น ไม่มองหนูเลย?'พอวิศรุตเห็นลูกสาวเสียใจที่ผู้เป็นแม่กอดเด็กคนอื่น เขาก็อุ้มร่างเล็กขึ้นมาแนบอกทันที มือใหญ่อบอุ่นลูบผมลูกเบา ๆ ก่อนจะกระซิบอย่างอ่อนโยนตรงข้างหู“ชู่ว...ไม่ร้องนะคนเก่งของพ่อ หนูดูเงียบ ๆ ก่อนนะลูก ดูแม่ก่อน แล้วเราค่อยไปหาแม่ด้วยกัน เข้าใจไหมครับ”พาขวัญพยักหน้าทั้งน้ำตา กอดคอพ่อแน่นแล้วมองผู้เป็นแม่ตรงหน้าขณะนั้นเอง ครูบัวก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หวังจะมาตามเด็ก ๆ ไปทานอาหารที่มีผู้ใจบุญมามอบให้ ทว่าเมื่อสายตาเธอปะทะเข้ากับภาพตรงหน้าสองพ่อลูกที่ยืนกอดกันอยู่ ดวงตาของเด็กน้อยแ







