LOGIN“วันนี้คุณดาไปดูโรงเรียนให้คุณหนูครับ ออกจากบ้านไปคนเดียว ส่วนคุณหนูอยู่กับคุณดรีมที่ร้าน”
คนในสายคือคุณสุวิทย์ ทำงานเป็นเลขานุการส่วนตัวของภูดิศ ดูแลทุกอย่างทั้งเรื่องงานและเรื่องจิปาถะส่วนตัว
คิ้วเขากระตุกแรงมาก ไม่เข้าใจว่าหล่อนจะไปหาทำไมในเมื่อเขากับมารดาก็เลือกให้แล้วว่าจะให้ลูกเรียนที่ไหน ปูทางไว้ตั้งแต่โรงเรียนเตรียมอนุบาลจนกระทั่งถึงระดับปริญญาโทที่เมืองนอก “ส่งพิกัดมาทางไลน์ผมตอนนี้เลยนะ”
“ครับ ส่วนของที่คุณหมอกฝากซื้อ ผมส่งให้คุณท่านแล้วนะครับ”
“ครับ ไว้คราวหน้าจะรบกวนอีก”
“ได้ครับ ผมเองก็มีลูกสาว เลือกของขวัญช่วยได้สบายมากครับ” เลขาวัยกลางคนเอ่ยด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ
ภูดิศเคลื่อนรถออกจากความแออัดของการจราจร แวะข้างทางเพื่อหาร้านนั่งจิบกาแฟ เช้าๆ แบบนี้คนในร้านค่อนข้างหนาตา หลายคนแวะมาซื้อกาแฟก่อนเข้าบริษัท บางคนสั่งหลายแก้วเอาไปฝากเพื่อนที่ทำงาน กว่าจะถึงคิวเขาก็รอหลายนาที
เขาหยิบสมาร์ทโฟนเข้าเว็บชอปปิงออนไลน์ ชอบดูของสวยๆ งามๆ ในนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเด็ก ของเล่น แม้กระทั่งขนมก็อาศัยหาข้อมูลในเน็ต เขานั่งเก้าอี้รองผู้บริหารบริษัท แต่ในขณะเดียวกันก็ทำงานควบตำแหน่งทั้งฝ่ายบริหาร และสถาปนิกฝีมือดีประจำบริษัท ข้อความไลน์จากคุณสุวิทย์เพิ่งจะถูกส่งเข้ามา เขากดเข้าไปทันที เห็นตำแหน่งโรงเรียนเตรียมอนุบาลอยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งที่เขาอยู่เท่าไหร่นัก ก็เกิดความลังเลว่าจะไปหาหล่อนดีไหม ใบหน้าคมเข้มมีแววคิดมาก แต่ในที่สุดเขาก็เลือกดื่มกาแฟพลางเดินกลับรถยนต์ กดรีโมตปลดล็อก และแทรกกายเข้าไปนั่ง ขับเคลื่อนรถยุโรปสมรรถภาพดี เบียดเสียดการจราจรติดขัดไปตามแผนที่
ภูดิศจอดรถไว้หน้าโรงเรียนเดินเท้าเข้าไปข้างใน โรงเรียนค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเวลานี้เด็กๆ อยู่ในห้องเรียน นักธุรกิจหนุ่มอยู่ในชุดสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีขาวสอดเข้าใต้กางเกงสแล็คราคาแพง มองสภาพโรงเรียนที่ดรุณีเลือกให้ลูก บรรยากาศร่มรื่นดีอยู่หรอกแต่ขนาดมันเล็กไปหน่อย ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบอาคารขนาดเล็ก ยืนนานไปหน่อย ลุงคนทำความสะอาดกวาดฝุ่นมาทางนี้พอดี
“โทษทีพ่อหนุ่ม ลุงไม่ทันมองเห็น”
“ไม่เป็นไรครับ” ตอบด้วยสีหน้ายุ่งๆ ไม่ถือโทษลุง
ลุงแกแก่มากแล้ว เดินหลังค่อมเข้ามาหา “แต่งตัวดีนะเนี่ย มาหาครูหรือมาแอบดูลูกล่ะ”
“อ๋อ ผมมา…”
“เปิดเทอมวันแรกก็งี้ เด็กๆ งอแง ข้างในก็เลยดูยุ่งๆ”
“เอ่อ…” ปรายสายตาไปมองลุง แกแก่มาก แต่งตัวธรรมดา สองมือมีไม้กวาดกับที่ตักผง “เปล่าครับ ผมไม่ได้มาหาลูกหรือมาหาครูหรอก แต่พอดีมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเข้ามาที่นี่แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้กลับออกไปหรือยัง”
มีเสียงกรีดร้อง งอแงดังมาจากห้องหนึ่งไม่ไกล คาดว่าเด็กคงยังปรับตัวไม่ได้ ขณะนั้นเองภูดิศถึงมองเห็นกลุ่มผู้ปกครองที่ซ่อนตัวตามพุ่มไม้คอยดูลูกๆ บางคนหลบหลังแนวกำแพง ยื่นใบหน้าไปส่องเป็นระยะๆ ไม่ให้ลูกเห็นพวกตน
“มีแบบนี้ทุกเทอมเลยเหรอลุง ตลกดี”
ลุงมองตามแล้วหัวเราะ “มีสิ มาซุ่มดูเป็นเดือนจนกว่าลูกจะปรับตัวได้ก็มี ลุงเห็นจนชินแล้ว ลุงว่าไม่มีพ่อแม่ที่ดีคนไหนไม่รักไม่เป็นห่วงลูกหรอก ต้องตามดูจนกว่าลูกจะอยู่ได้กันทั้งนั้น”
คำตอบของลุงกระแทกใจคนฟัง คมยิ่งกว่ามีดปลายแหลม ภูดิศเงียบไปพักหนึ่ง ไม่กล้ามองตาแก กลัวแกจะรู้ว่าเขานี่แหละที่เป็น ‘พ่อเลวๆ’ แกไม่ทันสังเกตอะไร ตอบคำถามก่อนหน้านั้น พลางกวาดฝุ่นบนพื้นที่รองเท้าหนังของภูดิศเหยียบมาเละพื้น
“ถ้ามาตามหาแฟนลุงคงไม่เห็นหรอก วันหนึ่งมีผู้ปกครองเด็กเข้ามาเยอะจะตาย ลุงทำงานต่อก่อนนะพ่อหนุ่ม”
“ขอบคุณครับ”
เกิดความละอายขึ้นมานิดหน่อย แทบไม่มีหน้าจะอยู่ต่อ ภูดิศเร่งฝีเท้าเดินลงจากอาคารขนาดเล็ก ลัดเลาะตามข้างอาคารออกมานอกโรงเรียน จอดรถทิ้งไว้เส้นขาวแดงนานเกินไปตำรวจอาจมาล็อกล้อได้ พับผ่าเถอะ! สุดท้ายก็คลาดกับดรุณีจนได้ ภูดิศนั่งถอนหายใจในรถ รับแอร์เย็นๆ สายตาคู่คมยังคงมองเข้าไปในโรงเรียนเผื่อหล่อนจะกำลังเดินออกมา มีรถยนต์หนึ่งคันสวนทางออกไป เห็นว่ามันหรูดีจึงหันไปมอง และแล้วภูดิศก็ค้นพบว่าดรุณียังไม่ไปไหน ยังอยู่ในนั้น
ใครพาหล่อนมากันนะ! ภูดิศชักจะอารมณ์เสียรีบขับรถตามไป
“เกรงใจคุณเคนจังเลยค่ะ ความจริงไม่จำเป็นลำบากมาเป็นเพื่อนก็ได้” เกรงใจนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่สนใจตนเอง ถึงขั้นชวนไปทำงานและอาสาพามาสำรวจโรงเรียนเตรียมอนุบาลใกล้บ้าน เมื่อเช้าเกือบจะปฏิเสธทางโทรศัพท์ไปแล้ว แต่มานึกขึ้นได้ว่าอยากคุยกับเขาเรื่องงานจึงตกลง คุณเคนมาไทยครั้งนี้อยู่หลายวันและมีกำหนดการเดินทางกลับญี่ปุ่นไฟล์ทบินคืนนี้ช่วงกลางดึก
“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจดูแลคุณดากับน้องขวัญ”
ภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ ดังจากปากคุณเคน เขาอายุมากแล้วประมาณสี่สิบกลางๆ ผ่านชีวิตมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ครอบครัว รวมถึงการหย่าร้างกับภรรยา มิสเตอร์เคน อิชิโมจิ เป็นพ่อม่ายเนื้อหอมที่สาวๆ มักจะเข้ามาเสนอตัวให้ ไม่เกี่ยวว่าอายุเยอะ เพราะเขายังหล่อเหลาและสุขุม ทั้งสองคนรู้จักกันตั้งแต่สมัยดรุณียังทำงานในบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นของคุณภูธเนศ ออกจะเกรงใจหน่อยเพราะทั้งสองบริษัทเป็นคู่แข่งกัน ทำบริษัทเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้างทั้งในและนอกประเทศ ถือว่านานมากแล้วไม่คิดว่าเขาจะจำได้ เมื่อบังเอิญมาซื้อกาแฟในร้านหล่อนราวๆ หนึ่งปีที่แล้ว จากนั้นเป็นต้นมาคุณเคนก็มักจะแวะมาเยี่ยมทุกครั้งที่มากรุงเทพ
ถึงแม้จะรู้ว่าหล่อนมีลูก เขาก็ไม่เคยแสดงออกถึงความรังเกียจ ออกจะรักลูกหล่อนด้วยซ้ำ
“คุณดากินข้าวมาหรือยังครับ อยากแวะกินอะไรไหม หรือจะดูโรงเรียนต่อ”
“ดากินมาแล้วค่ะ คุณเคนล่ะคะ”
“ผมไม่ค่อยกินมื้อเช้าหรอกครับ แค่ขนมปังกับกาแฟก็อยู่ท้องแล้ว เราไปต่อกันเลยนะครับ” คุณเคนยิ้ม
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ดรุณีเกรงใจเขา ภายในรถยนต์ค่อนข้างเงียบสงัดเพราะคุณเคนไม่เปิดเพลงหรือวิทยุ ไฟแดงแยกนี้ติดนานหน่อย หล่อนแก้ความอึดอัดด้วยการมองออกไปรอบๆ กระทั่งสบตากับใครบางคน
ภูดิศ
“อ้าวเฮ้ย ไปจริงเหรอวะหมอก” แก๊งเพื่อนเรียกตามหลังแต่ไม่ทัน มันถือจานข้าวเปล่าลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว กินไวเป็นบ้าเลย ข้าวพวกเขายังเต็มจานกันเกือบทุกคน มันสวาปามอยู่คนเดียวหนุ่มๆ เซ็งเป็ดเป็นแถบ ละสายตาจากภูดิศ กลับมามองดรุณีที่ทำตาใสมองพวกเขาปริบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี อึดอัด อยากลุกออกไปจะแย่แล้ว เต้ ท็อป วี เลิกถามรัว ส่งยิ้มบางๆ มาให้ จากกระโดกกระเดกแย่งกันพูดเมื่อครู่ก็กลับมามีมารยาทมากขึ้น“พวกพี่แกล้งเล่นครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ มีปัญหาอะไรถามพวกพี่ได้ตลอดเลย ไม่ต้องไปถามไอ้หมอกหรอก”“ใช่ครับ พวกพี่มีแฟนกันหมดแล้ว แต่ไอ้วียังโสดน๊า” คนที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาไม่วายสปอลย์เพื่อน ดรุณีผ่อนคลายลงมากถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา และพยักหน้าเบาๆ เพื่อรับทราบพี่ท็อปพูดเสริม “กินข้าวกันเถอะครับ ไอ้วี! มึงไม่ต้องยิ้ม ไปซื้อน้ำมาให้น้องดาเลย กับขนมด้วยนะ เลี้ยงรับน้องหน่อย”สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้ฉีกยิ้มกว้าง ไล่ปฐวีให้ไปซื้อน้ำมาบริการแบบฟรีๆ ดรุณีมองพี่ๆ ในแง่ดีมากขึ้น ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าถูกถ่ายรูปไปนินทาในกลุ่มไลน์อีกแล้ว สาวๆ พนักงานที่แอบชอบสถาปนิกในกลุ่มนั้
ภูดิศ รักษาการประธานกรรมการบริษัทแอบอู้งาน นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาพาดบนโต๊ะ ดูกล้องวงจรปิดโถงทางเดินชั้นผู้บริหารมาจนถึงโต๊ะเลขาหน้าห้อง แอบสังเกตการณ์เลขาผู้ช่วยคนใหม่ อยากรู้ว่าหล่อนตั้งใจทำงานมากแค่ไหน หรือไม่ยอมหยิบจับอะไรจะนั่งเฝ้าเขาอย่างเดียวภาพจากกล้องยี่ห้อนี้ชัดชะมัดเลย คุณแม่หนูขวัญกำลังนั่งหน้าจอคอมพ์พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ลงบนแป้นพิมพ์ แฉลบสายตามาอ่านและพิมพ์สดๆ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยแปลแต่อย่างใดดูจากท่าทางก็เข้าทีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาน่าโยนลงถังขยะหรือเปล่า ผิดแกรมม่า พิมพ์ตกหล่นอะไรทำนองนั้นเขาก็ไม่เอากล่องอีเมลเด้งขึ้นมามุมล่างขวาของจอแมคบุ๊ก ภูดิศละสายตาจากหน้าจอใหญ่ กลับมามองจอเล็กและคลิกเม้าท์เข้าไปอ่าน พบว่าเป็นอีเมลคอนเฟิร์มวันเวลาคุยงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ผ่านมาที่เขาบินไปฮ่องกงครั้งหนึ่ง เขากดเปลี่ยนภาษาและตอบกลับไป ลงชื่อกำกับเสร็จสรรพ และก๊อบปี้ส่งต่อข้อมูลไปให้คุณสุวิทย์ เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมตาเขาเริ่มปรือๆ อีกแล้ว กาแฟสองแก้วที่ดรุณีชงมาให้ท่าจะเอาไม่อยู่ จึงต่อสายไปข้างนอกใช้หล่อนให้ลงไปซื้อจากร้านกาแฟข้างล่าง
“แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”แค่ปรายสายตามองเท่านั้นไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมองให้เต็มสองตา ร้อยวันพันปีดรุณีไม่เคยมายุ่งกับครอบครัวหรือบริษัทเขา แต่หลังจากมีข่าวดังก็โผล่หน้ามาให้เห็นแบบนี้ คงไม่พ้นฝีมือมารดาเขาแน่นอน นี่ขนาดตัวอยู่อังกฤษ แต่ยังไม่วายส่งคนมาจับผิด กลางวันมีดรุณีคอยจับผิด กลางคืนก็มีอีกคนส่งมาประกบเขา ตั้งใจให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรภูดิศชักจะอารมณ์เสียทุกทีปฐวีมองหน้าทั้งสองคน “อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ คุณดาบอกแม่มึงให้มาช่วยงาน” “ไม่เชิงรู้จัก แค่เคยเห็นหน้า” ประชดเข้าให้ดรุณีเองก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ต่างจากเขา โกรธ เจ้าหล่อนเอียงใบหน้ามามองอย่างเร็ว ในสายตาแฝงด้วยความไม่พอใจที่เขาตัดสัมพันธ์“คุณแม่ไปอังกฤษ เธอมาเสียเที่ยวแล้วแหละ กลับบ้านไปขายขนมไปเฝ้าร้านของเธอต่อเถอะ ที่นี่ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ!”“เฮ้ย! พอได้แล้วไอ้หมอก!” ปฐวีลุกขึ้นมาห้าม มันใช้มือผลักอกเขาออกไม่ให้ต่อว่าอะไรดรุณีไปมากกว่านี้ ออกตัวแรงปกป้องทั้งที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร“ไม่พอ! ถ้างานหลักคือจับตามองฉันก็นั่งเฝ้าประตู เฝ้าลิฟต์แถวนี้แหละ บริษัทของฉันรับแต่คนมีคุณภาพ
ดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเล
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลยหกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเ
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!หลังจากเคลียร์งานในออฟฟิศเสร็จ คล้อยบ่ายไปดูไซต์งานที่ชลบุรี โดยปกติภูดิศชอบทำงานแบบนี้มากกว่าเข้าไปช่วยบิดาที่ฝ่ายบริหาร ไซต์งานชลบุรีเป็นงานสร้างคอนโดสูงสี่สิบชั้น เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเสียงดังไปหมด คนงานก็เยอะเดินสวนกันไปมา ภูดิศถูกเชิญมาห้องประชุมซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้น และมีคนงานระดับหัวหน้านั่งรออยู่แล้ว“อัดงบอัดคนเข้าไปอีกแล้วกัน เร่งโครงการให้มันเร็วมากขึ้น”ภูดิศเข้าดูความคืบหน้าโครงการทุกอย่าง ทั้งการก่อสร้าง ทั้งเอกสารรายงานหลายสิบฉบับ กว่าจะได้กลับกรุงเทพก็เกือบสองทุ่มและในขณะนั้นก็มีสายเรียกเข้า เขาเหลือบสายตาไปมองแวบเดียวเท่านั้นแม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็กดรับหนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา“หมอก น้ำหวานรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมา” เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ ริมฝีปากสีแดงสดฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รีบลุกจากเก้าอี้มากอดแขนกำยำทว่ากลับต้องหน้าเสีย “ทำไมล่ะคะ แค่นี้เอง” ถามเพราะเขาปัดมือตนเองออก“ผมเพิ่งมาจากไซต์งาน ยังไม่อาบน้ำ”ดาราสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ออกม







