แชร์

บทที่ 2/2

ผู้เขียน: คณานางค์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-27 05:59:37

ใจหาย กว่าจะได้สติก็มีเสียงแตรจากคันหลังบีบไล่ให้รีบออกรถทั้งที่ไฟเพิ่งเปลี่ยนสีไม่ถึงวิ รถยนต์ของคุณเคนเคลื่อนไปข้างหน้า เช่นเดียวกับรถคันนั้นที่เคลื่อนมาขนานกันแต่เร็วกว่าจึงแซงหน้าไป ดรุณีมองตามจนลับสายตา ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอ 'สามี' ในวันนี้ ถึงจะจดทะเบียนกันแต่เอาเข้าจริง เราสองคนแทบจะไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันเลย หนูขวัญอยู่ในท้องเก้าเดือนเขาก็ไปเรียนปริญญาโทอีกใบที่เมืองนอก กลับไทยก็ยังเมินเฉยใส่หล่อน ถ้าหากอยากเจอลูกวันไหนก็มักจะให้คุณแก้วกัลยามารับไปเล่นที่บ้าน บ้างก็พาแกไปชอปปิง ไปเที่ยว แต่ไม่เคยมีครั้งไหนได้ออกไปข้างนอกพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเลย

จะหวังอะไรกับเขามากมายเล่า ทุกวันนี้เจอหน้ากันทีไรไม่ถามหรอกว่าสบายดีไหม มีแต่จะถามว่า ‘หย่ากันไหม’ คนใจร้าย! เขารักลูก แต่ไม่เคยสนใจแม่ของลูกเลย

“คุณดาครับ!”

“คุณเคนพูดว่าอะไรนะคะ”

“ผมถามทางน่ะครับ คุณดายังไม่บอกชื่อโรงเรียนถัดไปเลย”

“จริงด้วย ขอโทษนะคะ” ดรุณีเร่งมือเปิดจีพีเอสเพื่อบอกทาง ลนลานเหลือเกินเหมือนคนไม่มีสติ

เคนสามารถมองทะลุปรุโปร่ง เพียงแค่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นเกิดจากอะไร

“อีกสามร้อยเมตรเลี้ยวซ้ายนะคะ โรงเรียนอยู่ข้างหน้าทางซ้ายมือค่ะ” บอกทางอย่าละเอียด

ดรุณีเข้าไปพบอาจารย์และดูโรงเรียนเพียงลำพังเช่นเคย วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกแต่นางฟ้าตัวน้อยของหล่อนไม่สบาย ยังไม่หายขาดเท่าไหร่นักจึงประวิงเวลาออกไป ใช้ช่วงเวลานี้ดูโรงเรียนเพิ่มเผื่อจะขอย้ายหนูขวัญมาเรียนแถวนี้ จะได้ลดค่าใช้จ่าย และลดเวลาในการเดินทาง

โรงเรียนที่คุณพ่อกับคุณย่าของหนูน้อยดูไว้ แพงแสนแพง ไกลก็แสนไกล เอาแต่ใจจะให้หนูขวัญไปเรียน แต่ทั้งสองคนไม่เคยพูดถึงเรื่องการเดินทางเลย ถ้าบอกว่าจะมีคนขับรถมารับมาส่งลูกหล่อนก็คงสบายใจมากกว่านี้ ดรุณีนั้นไม่มีรถ หากได้เข้าเรียนที่นั่นจริงก็คงจะมีชีวิตที่ลำบากมากขึ้น นั่นคือเหตุผลหลัก ส่วนเหตุผลรองก็แค่เตรียมใจไว้เผื่อได้หย่ากันจริงๆ หล่อนอยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเองจึงอยากหาโรงเรียนที่จ่ายไหว ไม่อยากเอะอะก็รบกวนเงินของภูดิศ เขายิ่งจ้องจะต่อว่าอยู่เนืองๆ ว่าเกาะเขากิน

คุณแม่ยังสาวพูดคุยกับคุณครูราวสิบนาที เข้าไปแอบดูเด็กๆ ในห้องเรียน และตัวอาคารรอบนอก ก่อนกลับคุณครูทักด้วยรอยยิ้ม “คุ้นๆ หน้าจังเลย ใช่เจ้าของร้านขนมแถวบีทีเอส… ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ” แม่ค้าคนสวยยิ้มรับ หวานพอๆ กับขนมในร้าน ยกมือไหว้ “ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูล”

“ยินดีค่ะ ไว้พร้อมวันไหนให้น้องเข้ามาได้เลยนะคะ” คุณครูเองก็ยินดีมากๆ เช่นกัน

“ค่ะ” ดรุณีขานรับ เดินลงจากอาคารกลับมายังลานจอดรถ ขณะนั้นมีเสียงไลน์ดังขึ้นเมื่อกดเข้าไปดูพบว่ามันถูกส่งมาจากพ่อของลูก ดรุณีเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ เมื่อเห็นว่าคุณเคนไม่อยู่แถวนี้จึงพิมพ์ตอบกลับ

Phudit: ทำไมต้องหาโรงเรียนใหม่!

Phudit: ทำไมไม่เลือกโรงเรียนตามที่ฉันกับคุณแม่หาไว้ให้

Darunee: ฉันคิดว่าค่าเทอมที่โรงเรียนนั้นแพงเกินไปค่ะ การเดินทางก็ไม่สะดวก

Phudit: อย่าเรื่องเยอะ ฉันไม่ได้จะให้เธอจ่ายเงินสักหน่อย!

Darunee: โรงเรียนนั้นไกลมาก ฉันไปรับไปส่งลูกทุกวันไม่ไหวหรอก ฉันเป็นแม่นะคะ ควรมีสิทธิ์ได้เลือกอะไรให้ลูกบ้าง

Phudit: ไม่ต้องมาเรื่องเยอะ ถ้าไม่มีพ่ออย่างฉันลูกก็ไม่เกิดหรอก

Phudit: หยุดดูโรงเรียนอื่นได้แล้ว แล้วอย่าให้ฉันเห็นอีกนะว่าเธอไปเที่ยวกับผู้ชาย!

ก็ถ้ามีสามีขับรถพาไปไหนมาไหน คงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายคนอื่นหรอก!

“รอนานไหมครับ” คุณเคนกลับมาพร้อมขวดน้ำ

“อ๋อ ไม่นานค่ะ เรากลับกันเถอะนะคะ ดาไม่อยากไปดูที่อื่นต่อแล้ว” บอกพลางเก็บโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋า ไม่สนใจจะอ่านข้อความจากคนพาลที่กระหน่ำส่งมาด่าหาว่าตนเองอ่านแล้วไม่ยอมตอบกลับ

“ได้ครับ ผมไปส่ง” ผายมือเชิญหญิงสาวกลับมายังรถยนต์ ทำหน้าที่เป็นสารถี

“คุณดาตัดสินใจหรือยังเรื่องที่ผมเสนอ ผมสามารถเพิ่มเงินเดือนให้คุณได้อีกนะครับ สองหมื่นอาจจะน้อยเกินไป”

“ไม่น้อยหรอกค่ะ ดาไม่ได้ทำงานนานมากแล้ว”

“ผมตั้งใจให้ในช่วงทดลองงานสามเดือนเท่านั้น พ้นเวลาไปจะอัปขึ้นตามความสามารถ และผลงานของคุณดา”

ดรุณีทอดสายตามองท้องถนนในกรุงเทพ “บอกตามตรงนะคะ ว่าดาสนใจมากๆ แต่ดายังติดภาระมากมาย น้องดรีมก็ยังเรียนไม่จบยังมาดูแลร้านเต็มตัวไม่ได้ อย่างน้อยดาต้องการเวลาประมาณสามสี่เดือน”

“คุณดารับปากผมแล้ว ห้ามคืนคำนะครับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยยิ้มๆ ระยะเวลาแค่นั้นสำหรับเขาถือว่าน้อยมาก

“จริงเหรอคะ” ดรุณีมองชายชาวญี่ปุ่น ใบหน้ายิ้มแย้มริมฝีปากเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะนอกจากเรื่องน้องสาวแล้วก็อยากจัดการเรื่องหย่า จะได้ไม่ต้องใช้นามสกุลของภูดิศไปสมัครงานให้คนอื่นจับผิด

“จริงสิครับ ผมมีตำแหน่งงานว่างให้คุณดาเสมอนะครับ จะที่ไทยหรือญี่ปุ่นก็มีที่ว่างเสมอ”

“ขอบคุณนะคะ ดาจะยื่นใบสมัครแน่นอนค่ะ”

คุณเคนหันหน้ามายิ้ม จากนั้นก็กลับไปมองทางตามเดิมเคลื่อนรถยนต์ทะยานกลับมาจอดหน้าเรียนบ้านขนมหวาน เขากินมื้อเที่ยงฝีมือดรุณีร่วมกับน้องสาว และลูกสาวของหล่อน ภาพนั้นอยู่ในสายตาของภูดิศตลอดเวลา เป็นอย่างที่มารดาเล่าจริงๆ ด้วย ว่านายเคนชวนดรุณีไปทำงานด้วย

โต๊ะนั้นมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ บรรยากาศสนุกสนาน รวมทั้งลูกสาวเขาก็มีความสุขตามผู้ใหญ่ไปด้วย หัวใจภูดิศเจ็บจี๊ดๆ เขาละสายตาภาพนั้น ยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน ยื่นแบงก์ห้าร้อยไปให้และเดินออกจากโต๊ะโดยไม่รอเงินทอน แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าทำไมดรุณีถึงอยากหย่า

ก็เพราะหล่อนมีผู้ชายคนใหม่มาคุย และหล่อนเองก็มีใจให้มัน!

แม่ค้าขนมหวานอยู่ในครัวครึ่งวันเพื่อทำขนมเค้ก ใบหน้าสวยๆ เปื้อนไปด้วยคราบแป้ง ใช้เวลาหลายชั่วโมงเค้กจำนวนห้าสิบกล่องก็เสร็จพร้อมส่งลูกค้า วันนี้น้องพนักงานลาหนึ่งวันจึงไม่มีคนออกไปส่งขนม ดรุณีรอน้องสาวกลับจากมหา’ลัยมาเฝ้าร้านถึงออกไปได้ เดินทางไกลมาถึงหน้าบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในไทย ดรุณีถอดหมวกกันน็อกคืนวินมอเตอร์ไซค์ จ่ายเงิน และเดินเข้ามาข้างใน

ใจหล่อนเต้นแรงตั้งแต่รู้ว่าใครเป็นคนสั่งขนมแล้ว แอบกลัวว่าจะถูกเขาเรียกมาดุเรื่องโรงเรียนลูก ประตูกระจกด้านหน้าเปิดอัตโนมัติมีพนักงานรักษาความปลอดภัย คอยสังเกตการณ์ลูกค้าและพนักงานทุกคน ดรุณีประหม่าไม่กล้าสบตาใคร เพราะหลังจากถูกไล่ออกก็แทบไม่ได้เข้ามาเหยียบที่นี่อีกเลย บรรยากาศทุกอย่างยังเหมือนเดิม เร่งรีบ หลายคนก้มหน้าเดินไปที่ลิฟต์ให้ทันเข้างานช่วงบ่าย ดรุณีรู้จักทางในนี้ดีแต่ต้องเข้าไปติดต่อประชาสัมพันธ์เพราะถือว่าเป็นคนนอก

สาวประชาสัมพันธ์ยิ้มบางๆ ไม่ได้ใส่ใจแม้จะได้ยินผู้มาใหม่เรียกชื่อเล่นของตน

“ใครสั่งเหรอคะ ดิฉันจะได้โทรให้ลงมารับ” ถามส่งๆ ขณะนั้นก็มีลูกค้าหลายคนมาติดต่องาน

ดรุณีต้องเบี่ยงกายหลบให้สาวประชาสัมพันธ์ตอบคำถามลูกค้า ไม่สำคัญอะไร แค่มาส่งขนมเฉยๆ นี่นา ดรุณีเข้าใจดี

“นี่เธอ เมื่อกี้บอกว่าใครสั่งนะ” กลับมาถามอีกทีคราวนี้หน้าตาไม่ยิ้มแย้ม

“คุณหมอกสั่งค่ะ” ดรุณีตอบเป็นทางการมากขึ้น

“คุณหมอกสั่งด้วยตัวเอง หรือเลขาของเขาเป็นคนโทรสั่ง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 7/2

    “อ้าวเฮ้ย ไปจริงเหรอวะหมอก” แก๊งเพื่อนเรียกตามหลังแต่ไม่ทัน มันถือจานข้าวเปล่าลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว กินไวเป็นบ้าเลย ข้าวพวกเขายังเต็มจานกันเกือบทุกคน มันสวาปามอยู่คนเดียวหนุ่มๆ เซ็งเป็ดเป็นแถบ ละสายตาจากภูดิศ กลับมามองดรุณีที่ทำตาใสมองพวกเขาปริบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี อึดอัด อยากลุกออกไปจะแย่แล้ว เต้ ท็อป วี เลิกถามรัว ส่งยิ้มบางๆ มาให้ จากกระโดกกระเดกแย่งกันพูดเมื่อครู่ก็กลับมามีมารยาทมากขึ้น“พวกพี่แกล้งเล่นครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ มีปัญหาอะไรถามพวกพี่ได้ตลอดเลย ไม่ต้องไปถามไอ้หมอกหรอก”“ใช่ครับ พวกพี่มีแฟนกันหมดแล้ว แต่ไอ้วียังโสดน๊า” คนที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาไม่วายสปอลย์เพื่อน ดรุณีผ่อนคลายลงมากถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา และพยักหน้าเบาๆ เพื่อรับทราบพี่ท็อปพูดเสริม “กินข้าวกันเถอะครับ ไอ้วี! มึงไม่ต้องยิ้ม ไปซื้อน้ำมาให้น้องดาเลย กับขนมด้วยนะ เลี้ยงรับน้องหน่อย”สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้ฉีกยิ้มกว้าง ไล่ปฐวีให้ไปซื้อน้ำมาบริการแบบฟรีๆ ดรุณีมองพี่ๆ ในแง่ดีมากขึ้น ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าถูกถ่ายรูปไปนินทาในกลุ่มไลน์อีกแล้ว สาวๆ พนักงานที่แอบชอบสถาปนิกในกลุ่มนั้

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 7/1

    ภูดิศ รักษาการประธานกรรมการบริษัทแอบอู้งาน นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาพาดบนโต๊ะ ดูกล้องวงจรปิดโถงทางเดินชั้นผู้บริหารมาจนถึงโต๊ะเลขาหน้าห้อง แอบสังเกตการณ์เลขาผู้ช่วยคนใหม่ อยากรู้ว่าหล่อนตั้งใจทำงานมากแค่ไหน หรือไม่ยอมหยิบจับอะไรจะนั่งเฝ้าเขาอย่างเดียวภาพจากกล้องยี่ห้อนี้ชัดชะมัดเลย คุณแม่หนูขวัญกำลังนั่งหน้าจอคอมพ์พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ลงบนแป้นพิมพ์ แฉลบสายตามาอ่านและพิมพ์สดๆ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยแปลแต่อย่างใดดูจากท่าทางก็เข้าทีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาน่าโยนลงถังขยะหรือเปล่า ผิดแกรมม่า พิมพ์ตกหล่นอะไรทำนองนั้นเขาก็ไม่เอากล่องอีเมลเด้งขึ้นมามุมล่างขวาของจอแมคบุ๊ก ภูดิศละสายตาจากหน้าจอใหญ่ กลับมามองจอเล็กและคลิกเม้าท์เข้าไปอ่าน พบว่าเป็นอีเมลคอนเฟิร์มวันเวลาคุยงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ผ่านมาที่เขาบินไปฮ่องกงครั้งหนึ่ง เขากดเปลี่ยนภาษาและตอบกลับไป ลงชื่อกำกับเสร็จสรรพ และก๊อบปี้ส่งต่อข้อมูลไปให้คุณสุวิทย์ เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมตาเขาเริ่มปรือๆ อีกแล้ว กาแฟสองแก้วที่ดรุณีชงมาให้ท่าจะเอาไม่อยู่ จึงต่อสายไปข้างนอกใช้หล่อนให้ลงไปซื้อจากร้านกาแฟข้างล่าง

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 6/2

    “แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”แค่ปรายสายตามองเท่านั้นไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมองให้เต็มสองตา ร้อยวันพันปีดรุณีไม่เคยมายุ่งกับครอบครัวหรือบริษัทเขา แต่หลังจากมีข่าวดังก็โผล่หน้ามาให้เห็นแบบนี้ คงไม่พ้นฝีมือมารดาเขาแน่นอน นี่ขนาดตัวอยู่อังกฤษ แต่ยังไม่วายส่งคนมาจับผิด กลางวันมีดรุณีคอยจับผิด กลางคืนก็มีอีกคนส่งมาประกบเขา ตั้งใจให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรภูดิศชักจะอารมณ์เสียทุกทีปฐวีมองหน้าทั้งสองคน “อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ คุณดาบอกแม่มึงให้มาช่วยงาน” “ไม่เชิงรู้จัก แค่เคยเห็นหน้า” ประชดเข้าให้ดรุณีเองก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ต่างจากเขา โกรธ เจ้าหล่อนเอียงใบหน้ามามองอย่างเร็ว ในสายตาแฝงด้วยความไม่พอใจที่เขาตัดสัมพันธ์“คุณแม่ไปอังกฤษ เธอมาเสียเที่ยวแล้วแหละ กลับบ้านไปขายขนมไปเฝ้าร้านของเธอต่อเถอะ ที่นี่ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ!”“เฮ้ย! พอได้แล้วไอ้หมอก!” ปฐวีลุกขึ้นมาห้าม มันใช้มือผลักอกเขาออกไม่ให้ต่อว่าอะไรดรุณีไปมากกว่านี้ ออกตัวแรงปกป้องทั้งที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร“ไม่พอ! ถ้างานหลักคือจับตามองฉันก็นั่งเฝ้าประตู เฝ้าลิฟต์แถวนี้แหละ บริษัทของฉันรับแต่คนมีคุณภาพ

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 6/1

    ดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเล

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 5/3

    เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลยหกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเ

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 5/2

    โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!หลังจากเคลียร์งานในออฟฟิศเสร็จ คล้อยบ่ายไปดูไซต์งานที่ชลบุรี โดยปกติภูดิศชอบทำงานแบบนี้มากกว่าเข้าไปช่วยบิดาที่ฝ่ายบริหาร ไซต์งานชลบุรีเป็นงานสร้างคอนโดสูงสี่สิบชั้น เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเสียงดังไปหมด คนงานก็เยอะเดินสวนกันไปมา ภูดิศถูกเชิญมาห้องประชุมซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้น และมีคนงานระดับหัวหน้านั่งรออยู่แล้ว“อัดงบอัดคนเข้าไปอีกแล้วกัน เร่งโครงการให้มันเร็วมากขึ้น”ภูดิศเข้าดูความคืบหน้าโครงการทุกอย่าง ทั้งการก่อสร้าง ทั้งเอกสารรายงานหลายสิบฉบับ กว่าจะได้กลับกรุงเทพก็เกือบสองทุ่มและในขณะนั้นก็มีสายเรียกเข้า เขาเหลือบสายตาไปมองแวบเดียวเท่านั้นแม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็กดรับหนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา“หมอก น้ำหวานรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมา” เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ ริมฝีปากสีแดงสดฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รีบลุกจากเก้าอี้มากอดแขนกำยำทว่ากลับต้องหน้าเสีย “ทำไมล่ะคะ แค่นี้เอง” ถามเพราะเขาปัดมือตนเองออก“ผมเพิ่งมาจากไซต์งาน ยังไม่อาบน้ำ”ดาราสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ออกม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status