مشاركة

บทที่ 2/2

last update تاريخ النشر: 2026-02-27 05:59:37

ใจหาย กว่าจะได้สติก็มีเสียงแตรจากคันหลังบีบไล่ให้รีบออกรถทั้งที่ไฟเพิ่งเปลี่ยนสีไม่ถึงวิ รถยนต์ของคุณเคนเคลื่อนไปข้างหน้า เช่นเดียวกับรถคันนั้นที่เคลื่อนมาขนานกันแต่เร็วกว่าจึงแซงหน้าไป ดรุณีมองตามจนลับสายตา ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอ 'สามี' ในวันนี้ ถึงจะจดทะเบียนกันแต่เอาเข้าจริง เราสองคนแทบจะไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันเลย หนูขวัญอยู่ในท้องเก้าเดือนเขาก็ไปเรียนปริญญาโทอีกใบที่เมืองนอก กลับไทยก็ยังเมินเฉยใส่หล่อน ถ้าหากอยากเจอลูกวันไหนก็มักจะให้คุณแก้วกัลยามารับไปเล่นที่บ้าน บ้างก็พาแกไปชอปปิง ไปเที่ยว แต่ไม่เคยมีครั้งไหนได้ออกไปข้างนอกพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเลย

จะหวังอะไรกับเขามากมายเล่า ทุกวันนี้เจอหน้ากันทีไรไม่ถามหรอกว่าสบายดีไหม มีแต่จะถามว่า ‘หย่ากันไหม’ คนใจร้าย! เขารักลูก แต่ไม่เคยสนใจแม่ของลูกเลย

“คุณดาครับ!”

“คุณเคนพูดว่าอะไรนะคะ”

“ผมถามทางน่ะครับ คุณดายังไม่บอกชื่อโรงเรียนถัดไปเลย”

“จริงด้วย ขอโทษนะคะ” ดรุณีเร่งมือเปิดจีพีเอสเพื่อบอกทาง ลนลานเหลือเกินเหมือนคนไม่มีสติ

เคนสามารถมองทะลุปรุโปร่ง เพียงแค่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นเกิดจากอะไร

“อีกสามร้อยเมตรเลี้ยวซ้ายนะคะ โรงเรียนอยู่ข้างหน้าทางซ้ายมือค่ะ” บอกทางอย่าละเอียด

ดรุณีเข้าไปพบอาจารย์และดูโรงเรียนเพียงลำพังเช่นเคย วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกแต่นางฟ้าตัวน้อยของหล่อนไม่สบาย ยังไม่หายขาดเท่าไหร่นักจึงประวิงเวลาออกไป ใช้ช่วงเวลานี้ดูโรงเรียนเพิ่มเผื่อจะขอย้ายหนูขวัญมาเรียนแถวนี้ จะได้ลดค่าใช้จ่าย และลดเวลาในการเดินทาง

โรงเรียนที่คุณพ่อกับคุณย่าของหนูน้อยดูไว้ แพงแสนแพง ไกลก็แสนไกล เอาแต่ใจจะให้หนูขวัญไปเรียน แต่ทั้งสองคนไม่เคยพูดถึงเรื่องการเดินทางเลย ถ้าบอกว่าจะมีคนขับรถมารับมาส่งลูกหล่อนก็คงสบายใจมากกว่านี้ ดรุณีนั้นไม่มีรถ หากได้เข้าเรียนที่นั่นจริงก็คงจะมีชีวิตที่ลำบากมากขึ้น นั่นคือเหตุผลหลัก ส่วนเหตุผลรองก็แค่เตรียมใจไว้เผื่อได้หย่ากันจริงๆ หล่อนอยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเองจึงอยากหาโรงเรียนที่จ่ายไหว ไม่อยากเอะอะก็รบกวนเงินของภูดิศ เขายิ่งจ้องจะต่อว่าอยู่เนืองๆ ว่าเกาะเขากิน

คุณแม่ยังสาวพูดคุยกับคุณครูราวสิบนาที เข้าไปแอบดูเด็กๆ ในห้องเรียน และตัวอาคารรอบนอก ก่อนกลับคุณครูทักด้วยรอยยิ้ม “คุ้นๆ หน้าจังเลย ใช่เจ้าของร้านขนมแถวบีทีเอส… ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ” แม่ค้าคนสวยยิ้มรับ หวานพอๆ กับขนมในร้าน ยกมือไหว้ “ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูล”

“ยินดีค่ะ ไว้พร้อมวันไหนให้น้องเข้ามาได้เลยนะคะ” คุณครูเองก็ยินดีมากๆ เช่นกัน

“ค่ะ” ดรุณีขานรับ เดินลงจากอาคารกลับมายังลานจอดรถ ขณะนั้นมีเสียงไลน์ดังขึ้นเมื่อกดเข้าไปดูพบว่ามันถูกส่งมาจากพ่อของลูก ดรุณีเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ เมื่อเห็นว่าคุณเคนไม่อยู่แถวนี้จึงพิมพ์ตอบกลับ

Phudit: ทำไมต้องหาโรงเรียนใหม่!

Phudit: ทำไมไม่เลือกโรงเรียนตามที่ฉันกับคุณแม่หาไว้ให้

Darunee: ฉันคิดว่าค่าเทอมที่โรงเรียนนั้นแพงเกินไปค่ะ การเดินทางก็ไม่สะดวก

Phudit: อย่าเรื่องเยอะ ฉันไม่ได้จะให้เธอจ่ายเงินสักหน่อย!

Darunee: โรงเรียนนั้นไกลมาก ฉันไปรับไปส่งลูกทุกวันไม่ไหวหรอก ฉันเป็นแม่นะคะ ควรมีสิทธิ์ได้เลือกอะไรให้ลูกบ้าง

Phudit: ไม่ต้องมาเรื่องเยอะ ถ้าไม่มีพ่ออย่างฉันลูกก็ไม่เกิดหรอก

Phudit: หยุดดูโรงเรียนอื่นได้แล้ว แล้วอย่าให้ฉันเห็นอีกนะว่าเธอไปเที่ยวกับผู้ชาย!

ก็ถ้ามีสามีขับรถพาไปไหนมาไหน คงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายคนอื่นหรอก!

“รอนานไหมครับ” คุณเคนกลับมาพร้อมขวดน้ำ

“อ๋อ ไม่นานค่ะ เรากลับกันเถอะนะคะ ดาไม่อยากไปดูที่อื่นต่อแล้ว” บอกพลางเก็บโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋า ไม่สนใจจะอ่านข้อความจากคนพาลที่กระหน่ำส่งมาด่าหาว่าตนเองอ่านแล้วไม่ยอมตอบกลับ

“ได้ครับ ผมไปส่ง” ผายมือเชิญหญิงสาวกลับมายังรถยนต์ ทำหน้าที่เป็นสารถี

“คุณดาตัดสินใจหรือยังเรื่องที่ผมเสนอ ผมสามารถเพิ่มเงินเดือนให้คุณได้อีกนะครับ สองหมื่นอาจจะน้อยเกินไป”

“ไม่น้อยหรอกค่ะ ดาไม่ได้ทำงานนานมากแล้ว”

“ผมตั้งใจให้ในช่วงทดลองงานสามเดือนเท่านั้น พ้นเวลาไปจะอัปขึ้นตามความสามารถ และผลงานของคุณดา”

ดรุณีทอดสายตามองท้องถนนในกรุงเทพ “บอกตามตรงนะคะ ว่าดาสนใจมากๆ แต่ดายังติดภาระมากมาย น้องดรีมก็ยังเรียนไม่จบยังมาดูแลร้านเต็มตัวไม่ได้ อย่างน้อยดาต้องการเวลาประมาณสามสี่เดือน”

“คุณดารับปากผมแล้ว ห้ามคืนคำนะครับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยยิ้มๆ ระยะเวลาแค่นั้นสำหรับเขาถือว่าน้อยมาก

“จริงเหรอคะ” ดรุณีมองชายชาวญี่ปุ่น ใบหน้ายิ้มแย้มริมฝีปากเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะนอกจากเรื่องน้องสาวแล้วก็อยากจัดการเรื่องหย่า จะได้ไม่ต้องใช้นามสกุลของภูดิศไปสมัครงานให้คนอื่นจับผิด

“จริงสิครับ ผมมีตำแหน่งงานว่างให้คุณดาเสมอนะครับ จะที่ไทยหรือญี่ปุ่นก็มีที่ว่างเสมอ”

“ขอบคุณนะคะ ดาจะยื่นใบสมัครแน่นอนค่ะ”

คุณเคนหันหน้ามายิ้ม จากนั้นก็กลับไปมองทางตามเดิมเคลื่อนรถยนต์ทะยานกลับมาจอดหน้าเรียนบ้านขนมหวาน เขากินมื้อเที่ยงฝีมือดรุณีร่วมกับน้องสาว และลูกสาวของหล่อน ภาพนั้นอยู่ในสายตาของภูดิศตลอดเวลา เป็นอย่างที่มารดาเล่าจริงๆ ด้วย ว่านายเคนชวนดรุณีไปทำงานด้วย

โต๊ะนั้นมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ บรรยากาศสนุกสนาน รวมทั้งลูกสาวเขาก็มีความสุขตามผู้ใหญ่ไปด้วย หัวใจภูดิศเจ็บจี๊ดๆ เขาละสายตาภาพนั้น ยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน ยื่นแบงก์ห้าร้อยไปให้และเดินออกจากโต๊ะโดยไม่รอเงินทอน แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าทำไมดรุณีถึงอยากหย่า

ก็เพราะหล่อนมีผู้ชายคนใหม่มาคุย และหล่อนเองก็มีใจให้มัน!

แม่ค้าขนมหวานอยู่ในครัวครึ่งวันเพื่อทำขนมเค้ก ใบหน้าสวยๆ เปื้อนไปด้วยคราบแป้ง ใช้เวลาหลายชั่วโมงเค้กจำนวนห้าสิบกล่องก็เสร็จพร้อมส่งลูกค้า วันนี้น้องพนักงานลาหนึ่งวันจึงไม่มีคนออกไปส่งขนม ดรุณีรอน้องสาวกลับจากมหา’ลัยมาเฝ้าร้านถึงออกไปได้ เดินทางไกลมาถึงหน้าบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในไทย ดรุณีถอดหมวกกันน็อกคืนวินมอเตอร์ไซค์ จ่ายเงิน และเดินเข้ามาข้างใน

ใจหล่อนเต้นแรงตั้งแต่รู้ว่าใครเป็นคนสั่งขนมแล้ว แอบกลัวว่าจะถูกเขาเรียกมาดุเรื่องโรงเรียนลูก ประตูกระจกด้านหน้าเปิดอัตโนมัติมีพนักงานรักษาความปลอดภัย คอยสังเกตการณ์ลูกค้าและพนักงานทุกคน ดรุณีประหม่าไม่กล้าสบตาใคร เพราะหลังจากถูกไล่ออกก็แทบไม่ได้เข้ามาเหยียบที่นี่อีกเลย บรรยากาศทุกอย่างยังเหมือนเดิม เร่งรีบ หลายคนก้มหน้าเดินไปที่ลิฟต์ให้ทันเข้างานช่วงบ่าย ดรุณีรู้จักทางในนี้ดีแต่ต้องเข้าไปติดต่อประชาสัมพันธ์เพราะถือว่าเป็นคนนอก

สาวประชาสัมพันธ์ยิ้มบางๆ ไม่ได้ใส่ใจแม้จะได้ยินผู้มาใหม่เรียกชื่อเล่นของตน

“ใครสั่งเหรอคะ ดิฉันจะได้โทรให้ลงมารับ” ถามส่งๆ ขณะนั้นก็มีลูกค้าหลายคนมาติดต่องาน

ดรุณีต้องเบี่ยงกายหลบให้สาวประชาสัมพันธ์ตอบคำถามลูกค้า ไม่สำคัญอะไร แค่มาส่งขนมเฉยๆ นี่นา ดรุณีเข้าใจดี

“นี่เธอ เมื่อกี้บอกว่าใครสั่งนะ” กลับมาถามอีกทีคราวนี้หน้าตาไม่ยิ้มแย้ม

“คุณหมอกสั่งค่ะ” ดรุณีตอบเป็นทางการมากขึ้น

“คุณหมอกสั่งด้วยตัวเอง หรือเลขาของเขาเป็นคนโทรสั่ง”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หัวใจสลักรัก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษหลายเดือนผ่านมา นอกจากจะทำขนมขายในร้านตามปกติแล้ว ตามคำแนะนำของคุณป้าคุณหมอกท่านให้ลูกชายมาติดต่อซื้อขนมจากที่ร้านไปจัดอีเว้นท์ด้วย ช่วงนี้ดาริกาจึงงานยุ่งทำขนมกับน้องในร้านเกือบจะทุกวัน ได้ค่าเหนื่อยกลับมาอย่างคุ้มค่า หายเหนื่อย เริ่มจะอิจฉาแล้ว น้องมีเงินเก็บเยอะ รวยเกินหน้าเกินตาดรุณียังทำงานช่วยสามีในตำแหน่งเลขาผู้ช่วย เขาไม่ยอมให้ย้ายไปช่วยงานคุณมีนให้ฝ่ายนั้นไปหาเลขาเอง คุณหมอกน่ะขี้หวง ขี้หึง ใครเข้ามาคุยกับหล่อนก็ไม่ยอม เช้านี้น้องนำขนมหลายร้อยชิ้นไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีปฐวีอาสาขับรถมารับส่ง เขาเพิ่งกลับจากพม่ามาติดต่องานที่กรุงเทพก็ยังไม่วายตามมาจีบน้องสาวต่อ ไม่เข็ดเลย น้องยังเปรยๆ ไว้ว่าจะหัดขับรถแล้วซื้อมาใช้สักคัน เวลาส่งขนมจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือคุณปฐวีของเรานี่แหละ รอลุ้นกันไปยาวๆวันอาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างเยอะแต่ดรุณีไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะน้องรับสมัครพนักงานเพิ่มสองตำแหน่ง รวมถึงกุ๊กด้วย จึงแค่มานั่งสวยๆ รอเช็กบิลลูกค้า“มาแล้วค่ะ ถามคุณแม่สิคะว่าเหนื่อยไหม” เสียงโทนเข้มดัดให้อ่อนลงได้ดัดจริตมาก ดรุณีละสายตาจากลูกค้าในร้านมองกลับไปยั

  • หัวใจสลักรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายร่างอรชรของดาริกาเดินเข้ามาทางหลังร้าน การแต่งตัวยังเป็นสไตล์เดิมเพิ่มเติมคือความแมน ดรุณีเริ่มจะหนักใจกลัวน้องสาวจะพาน้องสะใภ้มาเจอมากกว่าน้องเขย ยังดีหน่อยที่ดาริกาไม่ได้แสดงออกว่าชอบผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคงลุ้นยากหน่อย หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูถึงกับมีหนุ่มมาตามจีบถึงบ้าน แวะเวียนกันมาไม่ว่าจะเป็นคุณวีคุณมีน น้องน้อยคนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใคร สนใจแค่ทำขนมขายผู้ท้าชิงคนที่ 1 ปฐวี มาช่วยงานในร้านพร้อมกับสโลแกนจีบสาวว่ารุ่นใหญ่พร้อมเปย์ แต่ก็อกเดาะเพราะถ้าพูดถึงเรื่องเปย์คงแพ้ภูมินทร์ที่ฐานะรวยมากกว่าผู้ท้าชิงคนที่ 2 ภูมินทร์ อายุมากกว่าสี่ปีไม่ห่างมากแบบปฐวี หล่อ รวย พร้อมการันตีความแซ่บ แต่ดรุณีมองตาเดียวก็รู้ว่าน้องสาวไม่สนใจใครเลยว่าแต่… อยากรู้จัง ว่าน้องชอบผู้ชายแบบไหนกันนะ“น้องดรีม บนบานศาลกล่าวอะไรไว้ทำไมไม่ยอมทำตาม ไหนบอกถ้าคุณหมอกรักพี่ จะยอมทำตัวเรียบร้อยอ่อนหวานแต่งตัวน่ารักๆ ล่ะ ถ้าเจ้าที่เจ้าทางมาทวงคุณหมอกกลับไปพี่ไม่เป็นม่ายเหรอ ยากมากนะรู้ไหม กว่าพี่จะลงเอยกับคุณหมอกได้” น้องเดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์ยังไม่ทันอ้าปากทักอะไร ก็เจอประโยคบ่นยาวดรุณีหลุบสายตา

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 22

    22ร้านถูกปิดไว้และใส่กุญแจคล้องจากด้านนอก หนุ่มๆ ยืนเฝ้าและตะโกนเสียงดังจนคนผ่านไปผ่านมาไล่ให้หยุดส่งเสียงรบกวนภูดิศพยายามต่อสายหาภรรยาและดาริกาทว่าไร้การตอบรับใดๆ เมื่อเปลี่ยนไปโทรหามารดาท่านจึงสั่งให้กลับบ้าน“พวกกูไปส่งมึงที่บ้านเอง” เพื่อนๆ ออกอาสาและเดินทางไปที่บ้านหลังใหญ่ของประธานบริษัทไทยออลสตาร์ หนุ่มๆ อดฉลองกันไปเป็นแถบเมื่อมาถึงบ้านแล้วเห็นหน้าคุณแก้วกัลยากับคุณภูธเนศกำลังเคร่งเครียด“แม่ครับ ผมไปหาน้องดาที่บ้านแต่ไม่มีใครอยู่เลย”“ใช่ ทั้งสองคนเขาไปหาที่อยู่ใหม่” ท่านตอบห้วนๆ คนในบ้านเงียบกริบต่างไม่มีใครพูดอะไร ชวนให้อึดอัดแท้แม้แต่ก๊วนสถาปนิกก็ยังตกใจ ปีนขึ้นนั่งเบียดกันบนโซฟาใหญ่ส่งสัญญาณมือไปถามภูมินทร์ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องหันกลับไปมองคุณแก้วกัลยา ซึ่งท่านกำลังใช้สายตาว่างเปล่ามองภูดิศ“หา… หาที่อยู่ใหม่ทำไมครับ แล้วบ้านล่ะ ร้านล่ะ” ภูดิศถามไปแล้วจะร้องไห้ อาการน้อยใจเดิมตีตื้นกลับมาเพราะจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมภรรยาถึงเมินเฉย ไม่รักเขาเหมือนเมื่อก่อน“แม่ครับ พ่อครับ ตอบผมหน่อยสิ” เข้าไปจับแขนท่านทั้งสอง เขย่าเบาๆ“หมอ

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 21/2

    แม้ลำดับการพรีเซนต์ของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจะมาเป็นลำดับต้นๆ แต่ผลงานกลับแย่เกินบรรยาย แม้แต่เจ้าของโครงการยังกระอักกระอวลใจในการฟังการนำเสนองาน จนมาถึงคิวของหนุ่มๆ จากไทยออลสตาร์คอนสตัคชั่น ซึ่งก็สมชื่อบริษัท รวมดาวเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงไว้ทั้งนั้น ทุกคนพูดเก่ง มั่นใจ พรีเซนต์เก่ง ตอบคำถามเยี่ยม ภาษาอังกฤษฉะฉานกันทุกคน มีการนำเสนอทั้งในสไลด์ แบบจำลองสามมิติ และตัวโมเดลขนาดย่อส่วนบริษัทอื่นก็มีสิทธิ์ในการฟัง ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกออกจากห้องหรือใช้โทรศัพท์ในขณะฟังการพรีเซนต์ จนกระทั่งครบทุกบริษัท ทางเจ้าของโครงการขอเวลาปรึกษากันราวครึ่งชั่วโมงก็พร้อมประกาศผล โดยในช่วงประกาศผลทางผู้จัดงานยินยอมให้นักข่าวจากหลายสำนักเข้ามาเก็บภาพ เก็บวิดีโอนำไปลงข่าวคอลัมธุรกิจสิ้นเสียงประกาศผู้ชนะ หนุ่มๆ จากออลสตาร์ร้องเฮกันลั่นห้องจัดประชุม ได้ขึ้นไปเซ็นสัญญาโครงการ ณ ขณะนั้นเลย ภูดิศยังใส่ผ้าพันข้อมือแต่สามารถเซ็นได้สบายมากรับหน้าที่เป็นผู้คุมงาน พวกเขาถ่ายรูปคู่กันกับเจ้าของโครงการ คนในนั้นปรบมือพอผ่านๆ เพราะต่างก็เสียดายที่บริษัทตนผลงานไม่เข้าตากรรมการทีมงานของภูดิศเข้ามายืนซ้อนหลังถ่ายรูป อดห

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 21/1

    21“รบกวนคุณมีนจอดข้างหน้านี้ให้หน่อยนะคะ”“ทำไมล่ะครับ ยังไม่ใกล้ถึงร้านเลยนะ”ถามหลังจากหยุดรถให้ตามความต้องการของพี่สะใภ้ ถนนเส้นนี้เป็นทางไปร้านดรุณีก็จริงแต่ก็อีกหลายกิโลกว่าจะไปถึง ภูมินทร์ไม่ต้องการให้หล่อนกลับบ้านด้วยตัวเอง สภาพจิตใจย่ำแย่ขนาดนี้คงไม่แคล้วลงไปเดินร้องไห้ข้างถนนน้ำตาคลอเปิดประตูเตรียมจะลงจากรถ “คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาไม่อยากให้น้องสงสัย”“แต่ว่า…” ภูมินทร์มีสีหน้าหนักใจ “ให้ผมไปส่งร้านเถอะนะครับคุณดา”“คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาขอร้อง ดาอยากอยู่คนเดียว”ใบหน้าสวยแดงก่ำไปหมดเกิดจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายนาทีดรุณีหลบไปพักทำใจที่อื่นเกือบสองชั่วโมงจึงกลับมาที่ร้าน ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้คราบน้ำตาให้น้องสาวสงสัย“พี่ดาหายไปไหนมาคะ” ออกจากร้านไปตั้งแต่ตอนเที่ยงจนตอนนี้บ่ายสามกว่าเพิ่งจะกลับมา ภูดิศมาหาตั้งสองรอบพอตอบว่ายังไม่เห็นกลับบ้านก็รีบขับรถออกไป ท่าทางแปลกๆ เหมือนสองคนมีปัญหาอะไรกัน“พี่แวะห้างดูเครื่องทำวาฟเฟิลมาน่ะ อันเก่าของเราเริ่มใช้งานไม่ดีแล้ว”“จริงค่ะ แต่ว่าวันนี้ร้านเงียบจังเนอะพี่ดา ตั้งแต่พี่ดาออกไปมีลูกค้าเข้ามาสองโต๊ะเอง สั่งแค่เครื่องดื่มค

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 20/2

    เปิดร้านได้สักพักคุณปู่คุณย่าน้องขวัญก็มาหาที่ร้านและรับหลานไปเที่ยวเล่น หลังคุณท่านทั้งสองออกไปได้สักพักภูดิศก็เริ่มลนลานอยากออกไปบ้าง ทว่าใจปอดไม่กล้าขออนุญาตเมีย ถึงขั้นที่ดรุณีต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดเอง “ถ้ามีธุระก็ไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้ากันถึงขนาดนี้”“พี่ว่าพี่พูดเคลียร์ทุกอย่างแล้วนะน้องดา ทำไมน้องดายังไม่หายโกรธสักทีล่ะ”“เอาเป็นว่า ถ้าจะไปตอนไหนก็ตามใจนะคะ ดาจะไปดูขนมหลังร้าน” บอกเท่านั้นก็เดินผ่านสามีเข้าหลังร้านทันทีภูดิศถอนหายใจหนักมากตวัดสายตาขวางๆ มองน้องพนักงาน ก่อนจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงถอดผ้ากันเปื้อนและขับรถออกจากร้านขนมหวาน ไปหาที่จอดใหม่ในห้างฯ แถวนี้ เขาต้องใส่แจ็คเก๊ตตัวหนา ใส่แว่นเพื่ออำพรางตัวตนแฟนคลับน้ำหวานมากันค่อนข้างเยอะ มีทั้งแฟนพันธุ์แท้และคนทั่วไปที่มาเดินห้างในวันหยุด หล่อนมาเปิดตัวเครือข่ายโทรศัพท์ใหม่ที่เพิ่งจะได้รับเกียรติเป็นพรีเซนเตอร์ ยืนอยู่กลางเวทีพูดถึงประสบการณ์ใช้โทรศัพท์ ภูดิศกอดอกมองจากด้านหลังด้วยความเบื่อหน่าย พลางส่งข้อความไปหาก๊วนเพื่อน‘อีกหนึ่งชั่วโมงกูจะหลอกเหยื่อเข้าไปบริษัท พวกมึงเตรียมรับมือไว้’กรุ้งกริ้ง กริ้งกริ้ง เสียงโมเดลเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status