تسجيل الدخولดรุณีร้องไห้จนพอใจก่อนจะลงจากชั้นสิบห้ามายังชั้นหนึ่ง ตาคู่ใสยังมีความแดงช้ำ โชคดีที่พนักงานเข้างานช่วงบ่ายหมดแล้วจึงไม่ต้องคอยหลบสายตาใคร หล่อนเดินตรงมายังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อติดต่อขอแลกบัตร
“ดิฉันมาแลกบัตรคืนค่ะ”
“ไม่ทราบว่าชื่ออะไรเหรอคะ”
“ดรุณีค่ะ”
พนักงานสาวหมุนเก้าอี้กลับไปค้นหาบัตรมาคืนจนเจอชื่อดรุณี ก่อนส่งคืนไม่ลืมที่จะเช็กโดยอ่านชื่อและนามสกุล “คุณดรุณี ศรัณย์เวชกุลนะคะ”
“ค่ะ” วางบัตรผู้เยี่ยมชมลงหน้าเคาน์เตอร์และรับบัตรกลับคืนมาเก็บไว้ รีบเร่งฝีเท้าออกไปโดยไม่ทันเห็นหน้าสาวประชมสัมพันธ์ว่าเหวอมากแค่ไหน
“เฮ้ย! นั่นมันนามสกุลเจ้าของบริษัท!”
“แกเป็นอะไรร้องเสียงดังเชียว ดีนะไม่มีลูกค้า”
สาวประชาสัมพันธ์หันไปมองหน้าเพื่อน ดวงตายังคงเบิกกว้างเช่นเดิม “แกจำผู้ช่วยเลขาคุณแก้วที่ชื่อดาได้ไหม”
“ใคร” ลินินมองหน้าเพื่อนงงๆ พยายามนึกตามก็คิดไม่ออก คุณแก้วเปลี่ยนเลขาผู้ช่วยบ่อยเกิ๊นนน
“ก็คนที่มาส่งขนมเมื่อกี้ไง ที่ฉันเชิดใส่เจ้าหล่อน”
“แล้วยังไง คิดจะเม้าท์อะไรก็เม้าท์มาย่ะ อย่าลีลา ยัยเลขาผู้ช่วยคนนั้นถูกไล่ออกไปตั้งหลายปี ถ้าเมื่อกี้หล่อนไม่สะกิดให้มอง ฉันก็จำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ” พูดเปล่าๆ ไม่สนุก ลินินใช้ช่วงเวลาที่บริษัทเงียบสงบลากเก้าอี้มานั่ง “เขาเม้าท์กันทั้งบริษัทว่าโดนคุณแก้วด่าเตลิดเปิดเปิงกลางห้องพยาบาล เพราะไปทำการพรีเซนต์งานเสียหาย”
“ฮึ! ทำงานไม่เอาไหน มิน่าล่ะ คุณแก้วถึงไม่เลี้ยงไว้”
“อืมใช่ แล้วเมื่อกี้แกจะเล่าอะไร”
“โอ๊ย! เกือบลืม จะพูดขัดทำไมเนี่ย!” วีนเพื่อน เนื้อตัวสั่นระริกทั้งตกใจทั้งคันปากอยากเล่า หล่อนแฉลบสายตามองรอบๆ เห็นยังมีคนเดินไปมา แต่ไม่ได้จะเข้ามาสอบถามข้อมูล “เมื่อกี้นางมาแลกบัตรจ้า แล้วรู้อะไรไหมว่านางใช้นามสกุลเดียวกับคุณแก้ว! ฉันแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย เป็นไปได้ยังไง”
“ชู่ว์! นังมด! แกอยากถูกคุณแก้วฉีกอกเหรอ ได้ใส่คอนแท็กเลนส์ไหม”
“ใส่สิ บิ๊กอายใหญ่ขนาดนี้ยังกล้าถาม แต่ฉันเห็นเต็มตาจริงๆ นะยัยนิน ก่อนคืนบัตรฉันก็อ่านทวนถึงติดสตั้นไง”
“เป็นไปไม่ได้หรอก นางจะมาใช้นามสกุลคุณแก้วได้ยังไง”
“เอ๊ะ แก! หรือว่าลูกของนางจะเป็นลูกของ…”
“คุณหมอก หรือคุณมีนอะแก”
“ถ้าไม่ผิดนะแก ฉันว่าต้องเป็นคุณหมอกแน่เลย เพราะคุณมีนแทบไม่กลับเมืองไทยเลยนะ จะเจอกันแวบเดียวแล้วติดลูกขนาดนั้นเลยเหรอ” ไม่อยากจะคิด ดังนั้นสองสาวแปลงร่างเป็นนักสืบจำเป็นโดยสืบจากเฟซบุ๊ก ชื่อนามสกุลยังเหมือนเดิม ไม่ใช่ศรันย์เวชกุลแบบในบัตรประชาชน
“ดูสิแก ในนี้นามสกุลยังไม่เปลี่ยน” เอียงจอไอโฟนเอ็กซ์ไปให้เพื่อนดู
“หรือเราจะไปค้นรูปสมัยเด็กของคุณหมอก ไปลองเทียบกับหน้าลูกสาวของชีดู เอาไหม!”
“เธอสองคนคุยอะไรกัน!” ทั้งสองรีบเงยหน้าขึ้นก็เห็นคุณแก้วกัลยาและข้างหลังของท่านเป็นคุณภูมินทร์ ลูกชายคนเล็กที่เพิ่งนินทาไปสดๆ ร้อนๆ เหงื่อสองสาวไหลซึมไปทั้งใบหน้า แม้เครื่องปรับอากาศจะเย็นไปถึงขั้วหัวใจก็ตาม ทั้งสองจึงกระวนกระวาย หายใจติดๆ ขัดๆ ลนลานไปหมด หันมามองหน้าหลายครั้งและเกือบร้องไห้ใส่กัน
“นี่เป็นเวลาทำงาน ไม่ใช่เวลาเม้าท์เจ้านาย แล้วก็ไม่ต้องแก้ตัวอะไรทั้งนั้นเพราะฉันมีหู และฉันได้ยินสิ่งที่พวกเธอคุยกันทุกคำ!”
“ขอ… ขอโทษค่ะคุณแก้ว เราแค่บังเอิญเจอเลขาผู้ช่วยเก่าของคุณแก้ว ก็เลยพูดถึงเรื่องเก่าๆ นิดหน่อยเองนะคะ”
“ชะ… ใช่ค่ะ เราไม่ได้เม้าท์อะไรกระทบคุณแก้วเลยนะคะ” สองสาวกลัวถูกเด้งคู่ ช่วยกันแก้ตัวสุดฤทธิ์ แต่เหมือนจะไม่สำเร็จ
“ฉันก็บอกแล้วไง ว่าฉันได้ยินสิ่งที่พวกเธอพูดกันทุกคำ” ท่านย้ำพลางปรายสายตามองจอโทรศัพท์หนึ่งในสอง ที่ยังคงเปิดหน้าจอค้างไว้เป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของดรุณี อยากดุที่ลูกสะใภ้เข้ามาแลกบัตรในนี้ แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้นก็ต้องถามเหตุผลก่อนว่ามีใครเรียกให้เข้ามาหาหรือเปล่า ท่านไม่ใช่คนไร้เหตุผลมากขนาดนั้น
“คุณแก้วขา พวกเราขอโทษนะคะ เราไม่ได้ตั้งใจจะนินทาจริงๆ” สาวประชาสัมพันธ์ทั้งสองยกมือสั่นๆ มาไหว้ ทว่าท่านไม่อยากฟังอะไรแล้ว
“วันนี้ก่อนเลิกงานให้ขึ้นไปพบฉันข้างบน หวังว่าเธอสองคนจะเข้าใจที่ฉันพูดนะ” แคร์ซะที่ไหนล่ะ คุณแก้วกัลยาเชิดใบหน้าใส่จะหันกลับไปเรียกลูกชายคนเล็ก ทว่าภูมินทร์หายไปไหนไม่รู้ ท่านไม่ได้ยืนรอ แต่กดโทรหาขณะไปยังหน้าลิฟต์
“ลูกหายไปไหน แม่กำลังจะขึ้นไปข้างบนแล้วนะ”
‘ผมนึกขึ้นได้ว่ามีธุระครับ ไว้หลังเลิกงานจะมารับไปชอปปิงนะครับ จุ๊บๆ คุณรักแม่นะ’ ภูมินทร์วางสายจากมารดา ล้วงกระเป๋ากางเกงหากุญแจมาเปิดรถ ขับออกไปทางหน้าบริษัท สิ่งที่สองสาวเม้าท์ทำให้ทราบว่าพี่สะใภ้เพิ่งจะออกจากบริษัทไปไม่นาน ถ้าตามไปตอนนี้อาจจะทันก็ได้ รถยุโรปคันหรูเคลื่อนออกมาหน้าบริษัทพยายามขับชิดเลนส์ซ้ายเพื่อมองหาตามทางเดิน รวมถึงป้ายรถเมล์ไกลออกไปราวสองร้อยเมตร แล้วก็เจอจริงๆ ผู้หญิงที่อายุอานามใกล้เคียงดรุณี
“คุณครับ รอก่อน” เขาจอดรถ วิ่งเข้าไปจับข้อมือเล็กเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหล่อนจะขึ้นรถเมล์
สาวสวยคนนั้นหันมามองหน้าแล้วบิดข้อมือหนี “อย่ามาแตะตัวฉันนะ!”
“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ คุณคือคุณดรุณีใช่ไหม”
“นังหนู เร็วๆ จะขึ้นมาไหม” ป้ากระเป๋ารถเมล์ตะโกนถาม เมื่อคนอื่นเบียดขึ้นมาจนหมดแล้ว เหลือคนเดียวที่ยังยืนคุยกับผู้ชายไม่ยอมขึ้นมา
“ไปจ้าป้า แป๊บหนึ่งนะ” สาวคนนั้นก็ตะโกนกลับไป สีหน้ายุ่งเหยิงหันมามองหนุ่มแปลกหน้า
“ผมมีนนะ น้องพี่หมอก” ตอบและยิ้มกว้างสุดชีวิต
“หมอกไหน มีนไหน ฉันไม่รู้จักพวกคุณ แล้วฉันก็ไม่ได้ชื่อดรุณี คุณจำคนผิดแล้ว”
กระเป๋ารถเมล์ด่ากราดทั้งผู้โดยสารและด่ากระทบมาถึงเขาด้วย “ชักช้าอยู่ได้ จะง้อเมียก็ให้มันมีน้ำยาหน่อยสิไอ้หนุ่ม!”
“ผมยัง… ไม่มีเมีย” ได้แค่พูดเบาๆ เท่านั้น ประตูก็ปิดใส่หน้าปัง!
ภูมินทร์เสียหน้า ยืนงงในดงคนเพื่อมองรถเมล์เคลื่อนออกจากป้าย คนแถวนั้นหันมามองกันเต็มเลย เขาอาย รีบวิ่งกลับรถ ตัดสินใจไม่ตามหาแล้วเลือกใช้วิธีถามเลขานุการของพี่ชาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นวันนี้เขาต้องเจอหน้าลูกเมียพี่ชายให้ได้ ดีเลย์หน่อย แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าปล่อยสองคนนั้นทิ้งไว้เรื่อยๆ ไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง
ตอนพิเศษหลายเดือนผ่านมา นอกจากจะทำขนมขายในร้านตามปกติแล้ว ตามคำแนะนำของคุณป้าคุณหมอกท่านให้ลูกชายมาติดต่อซื้อขนมจากที่ร้านไปจัดอีเว้นท์ด้วย ช่วงนี้ดาริกาจึงงานยุ่งทำขนมกับน้องในร้านเกือบจะทุกวัน ได้ค่าเหนื่อยกลับมาอย่างคุ้มค่า หายเหนื่อย เริ่มจะอิจฉาแล้ว น้องมีเงินเก็บเยอะ รวยเกินหน้าเกินตาดรุณียังทำงานช่วยสามีในตำแหน่งเลขาผู้ช่วย เขาไม่ยอมให้ย้ายไปช่วยงานคุณมีนให้ฝ่ายนั้นไปหาเลขาเอง คุณหมอกน่ะขี้หวง ขี้หึง ใครเข้ามาคุยกับหล่อนก็ไม่ยอม เช้านี้น้องนำขนมหลายร้อยชิ้นไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีปฐวีอาสาขับรถมารับส่ง เขาเพิ่งกลับจากพม่ามาติดต่องานที่กรุงเทพก็ยังไม่วายตามมาจีบน้องสาวต่อ ไม่เข็ดเลย น้องยังเปรยๆ ไว้ว่าจะหัดขับรถแล้วซื้อมาใช้สักคัน เวลาส่งขนมจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือคุณปฐวีของเรานี่แหละ รอลุ้นกันไปยาวๆวันอาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างเยอะแต่ดรุณีไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะน้องรับสมัครพนักงานเพิ่มสองตำแหน่ง รวมถึงกุ๊กด้วย จึงแค่มานั่งสวยๆ รอเช็กบิลลูกค้า“มาแล้วค่ะ ถามคุณแม่สิคะว่าเหนื่อยไหม” เสียงโทนเข้มดัดให้อ่อนลงได้ดัดจริตมาก ดรุณีละสายตาจากลูกค้าในร้านมองกลับไปยั
บทส่งท้ายร่างอรชรของดาริกาเดินเข้ามาทางหลังร้าน การแต่งตัวยังเป็นสไตล์เดิมเพิ่มเติมคือความแมน ดรุณีเริ่มจะหนักใจกลัวน้องสาวจะพาน้องสะใภ้มาเจอมากกว่าน้องเขย ยังดีหน่อยที่ดาริกาไม่ได้แสดงออกว่าชอบผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคงลุ้นยากหน่อย หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูถึงกับมีหนุ่มมาตามจีบถึงบ้าน แวะเวียนกันมาไม่ว่าจะเป็นคุณวีคุณมีน น้องน้อยคนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใคร สนใจแค่ทำขนมขายผู้ท้าชิงคนที่ 1 ปฐวี มาช่วยงานในร้านพร้อมกับสโลแกนจีบสาวว่ารุ่นใหญ่พร้อมเปย์ แต่ก็อกเดาะเพราะถ้าพูดถึงเรื่องเปย์คงแพ้ภูมินทร์ที่ฐานะรวยมากกว่าผู้ท้าชิงคนที่ 2 ภูมินทร์ อายุมากกว่าสี่ปีไม่ห่างมากแบบปฐวี หล่อ รวย พร้อมการันตีความแซ่บ แต่ดรุณีมองตาเดียวก็รู้ว่าน้องสาวไม่สนใจใครเลยว่าแต่… อยากรู้จัง ว่าน้องชอบผู้ชายแบบไหนกันนะ“น้องดรีม บนบานศาลกล่าวอะไรไว้ทำไมไม่ยอมทำตาม ไหนบอกถ้าคุณหมอกรักพี่ จะยอมทำตัวเรียบร้อยอ่อนหวานแต่งตัวน่ารักๆ ล่ะ ถ้าเจ้าที่เจ้าทางมาทวงคุณหมอกกลับไปพี่ไม่เป็นม่ายเหรอ ยากมากนะรู้ไหม กว่าพี่จะลงเอยกับคุณหมอกได้” น้องเดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์ยังไม่ทันอ้าปากทักอะไร ก็เจอประโยคบ่นยาวดรุณีหลุบสายตา
22ร้านถูกปิดไว้และใส่กุญแจคล้องจากด้านนอก หนุ่มๆ ยืนเฝ้าและตะโกนเสียงดังจนคนผ่านไปผ่านมาไล่ให้หยุดส่งเสียงรบกวนภูดิศพยายามต่อสายหาภรรยาและดาริกาทว่าไร้การตอบรับใดๆ เมื่อเปลี่ยนไปโทรหามารดาท่านจึงสั่งให้กลับบ้าน“พวกกูไปส่งมึงที่บ้านเอง” เพื่อนๆ ออกอาสาและเดินทางไปที่บ้านหลังใหญ่ของประธานบริษัทไทยออลสตาร์ หนุ่มๆ อดฉลองกันไปเป็นแถบเมื่อมาถึงบ้านแล้วเห็นหน้าคุณแก้วกัลยากับคุณภูธเนศกำลังเคร่งเครียด“แม่ครับ ผมไปหาน้องดาที่บ้านแต่ไม่มีใครอยู่เลย”“ใช่ ทั้งสองคนเขาไปหาที่อยู่ใหม่” ท่านตอบห้วนๆ คนในบ้านเงียบกริบต่างไม่มีใครพูดอะไร ชวนให้อึดอัดแท้แม้แต่ก๊วนสถาปนิกก็ยังตกใจ ปีนขึ้นนั่งเบียดกันบนโซฟาใหญ่ส่งสัญญาณมือไปถามภูมินทร์ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องหันกลับไปมองคุณแก้วกัลยา ซึ่งท่านกำลังใช้สายตาว่างเปล่ามองภูดิศ“หา… หาที่อยู่ใหม่ทำไมครับ แล้วบ้านล่ะ ร้านล่ะ” ภูดิศถามไปแล้วจะร้องไห้ อาการน้อยใจเดิมตีตื้นกลับมาเพราะจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมภรรยาถึงเมินเฉย ไม่รักเขาเหมือนเมื่อก่อน“แม่ครับ พ่อครับ ตอบผมหน่อยสิ” เข้าไปจับแขนท่านทั้งสอง เขย่าเบาๆ“หมอ
แม้ลำดับการพรีเซนต์ของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจะมาเป็นลำดับต้นๆ แต่ผลงานกลับแย่เกินบรรยาย แม้แต่เจ้าของโครงการยังกระอักกระอวลใจในการฟังการนำเสนองาน จนมาถึงคิวของหนุ่มๆ จากไทยออลสตาร์คอนสตัคชั่น ซึ่งก็สมชื่อบริษัท รวมดาวเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงไว้ทั้งนั้น ทุกคนพูดเก่ง มั่นใจ พรีเซนต์เก่ง ตอบคำถามเยี่ยม ภาษาอังกฤษฉะฉานกันทุกคน มีการนำเสนอทั้งในสไลด์ แบบจำลองสามมิติ และตัวโมเดลขนาดย่อส่วนบริษัทอื่นก็มีสิทธิ์ในการฟัง ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกออกจากห้องหรือใช้โทรศัพท์ในขณะฟังการพรีเซนต์ จนกระทั่งครบทุกบริษัท ทางเจ้าของโครงการขอเวลาปรึกษากันราวครึ่งชั่วโมงก็พร้อมประกาศผล โดยในช่วงประกาศผลทางผู้จัดงานยินยอมให้นักข่าวจากหลายสำนักเข้ามาเก็บภาพ เก็บวิดีโอนำไปลงข่าวคอลัมธุรกิจสิ้นเสียงประกาศผู้ชนะ หนุ่มๆ จากออลสตาร์ร้องเฮกันลั่นห้องจัดประชุม ได้ขึ้นไปเซ็นสัญญาโครงการ ณ ขณะนั้นเลย ภูดิศยังใส่ผ้าพันข้อมือแต่สามารถเซ็นได้สบายมากรับหน้าที่เป็นผู้คุมงาน พวกเขาถ่ายรูปคู่กันกับเจ้าของโครงการ คนในนั้นปรบมือพอผ่านๆ เพราะต่างก็เสียดายที่บริษัทตนผลงานไม่เข้าตากรรมการทีมงานของภูดิศเข้ามายืนซ้อนหลังถ่ายรูป อดห
21“รบกวนคุณมีนจอดข้างหน้านี้ให้หน่อยนะคะ”“ทำไมล่ะครับ ยังไม่ใกล้ถึงร้านเลยนะ”ถามหลังจากหยุดรถให้ตามความต้องการของพี่สะใภ้ ถนนเส้นนี้เป็นทางไปร้านดรุณีก็จริงแต่ก็อีกหลายกิโลกว่าจะไปถึง ภูมินทร์ไม่ต้องการให้หล่อนกลับบ้านด้วยตัวเอง สภาพจิตใจย่ำแย่ขนาดนี้คงไม่แคล้วลงไปเดินร้องไห้ข้างถนนน้ำตาคลอเปิดประตูเตรียมจะลงจากรถ “คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาไม่อยากให้น้องสงสัย”“แต่ว่า…” ภูมินทร์มีสีหน้าหนักใจ “ให้ผมไปส่งร้านเถอะนะครับคุณดา”“คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาขอร้อง ดาอยากอยู่คนเดียว”ใบหน้าสวยแดงก่ำไปหมดเกิดจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายนาทีดรุณีหลบไปพักทำใจที่อื่นเกือบสองชั่วโมงจึงกลับมาที่ร้าน ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้คราบน้ำตาให้น้องสาวสงสัย“พี่ดาหายไปไหนมาคะ” ออกจากร้านไปตั้งแต่ตอนเที่ยงจนตอนนี้บ่ายสามกว่าเพิ่งจะกลับมา ภูดิศมาหาตั้งสองรอบพอตอบว่ายังไม่เห็นกลับบ้านก็รีบขับรถออกไป ท่าทางแปลกๆ เหมือนสองคนมีปัญหาอะไรกัน“พี่แวะห้างดูเครื่องทำวาฟเฟิลมาน่ะ อันเก่าของเราเริ่มใช้งานไม่ดีแล้ว”“จริงค่ะ แต่ว่าวันนี้ร้านเงียบจังเนอะพี่ดา ตั้งแต่พี่ดาออกไปมีลูกค้าเข้ามาสองโต๊ะเอง สั่งแค่เครื่องดื่มค
เปิดร้านได้สักพักคุณปู่คุณย่าน้องขวัญก็มาหาที่ร้านและรับหลานไปเที่ยวเล่น หลังคุณท่านทั้งสองออกไปได้สักพักภูดิศก็เริ่มลนลานอยากออกไปบ้าง ทว่าใจปอดไม่กล้าขออนุญาตเมีย ถึงขั้นที่ดรุณีต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดเอง “ถ้ามีธุระก็ไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้ากันถึงขนาดนี้”“พี่ว่าพี่พูดเคลียร์ทุกอย่างแล้วนะน้องดา ทำไมน้องดายังไม่หายโกรธสักทีล่ะ”“เอาเป็นว่า ถ้าจะไปตอนไหนก็ตามใจนะคะ ดาจะไปดูขนมหลังร้าน” บอกเท่านั้นก็เดินผ่านสามีเข้าหลังร้านทันทีภูดิศถอนหายใจหนักมากตวัดสายตาขวางๆ มองน้องพนักงาน ก่อนจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงถอดผ้ากันเปื้อนและขับรถออกจากร้านขนมหวาน ไปหาที่จอดใหม่ในห้างฯ แถวนี้ เขาต้องใส่แจ็คเก๊ตตัวหนา ใส่แว่นเพื่ออำพรางตัวตนแฟนคลับน้ำหวานมากันค่อนข้างเยอะ มีทั้งแฟนพันธุ์แท้และคนทั่วไปที่มาเดินห้างในวันหยุด หล่อนมาเปิดตัวเครือข่ายโทรศัพท์ใหม่ที่เพิ่งจะได้รับเกียรติเป็นพรีเซนเตอร์ ยืนอยู่กลางเวทีพูดถึงประสบการณ์ใช้โทรศัพท์ ภูดิศกอดอกมองจากด้านหลังด้วยความเบื่อหน่าย พลางส่งข้อความไปหาก๊วนเพื่อน‘อีกหนึ่งชั่วโมงกูจะหลอกเหยื่อเข้าไปบริษัท พวกมึงเตรียมรับมือไว้’กรุ้งกริ้ง กริ้งกริ้ง เสียงโมเดลเ







