LOGINบทที่ 5 แยกย้ายกันไปเติบโต
ลมเย็นจากทุ่งส้มพัดลอดเข้ามาทางหน้าต่าง แต่ในห้องโถงกลับเงียบขรึมเหมือนแบกน้ำหนักบางอย่างเอาไว้ พ่อเลี้ยงสุริยาเอนหลังบนเก้าอี้ไม้ เสียงถอนหายใจดังเฮือกพลางปรายตามองลูกชายที่นั่งก้มหน้ากอดเข่าอยู่ตรงข้าม “อาทิตย์…มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บอกพ่อมาตามตรง” เสียงทุ้มกดต่ำ แฝงความเข้มงวดจนบรรยากาศหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม อาทิตย์กำลังจะอ้าปาก แต่ยังไม่ทันได้พูด ประตูไม้ก็ดังเอี๊ยด!!!… แม่เลี้ยงอาทิตยาเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นสมุนไพรติดกาย หลังกลับจากการพาคนงานสาวไปทำคลอด เดินมาไม่ทันไรก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอ่อน “อ้าว…น้องน่านฟ้ามาส่งขนมให้แล้วใช่ไหมลูก?” อาทิตย์ชะงักไปทันที กำลังหาคำจะพูด แต่พ่อเลี้ยงสุริยาชิงตอบเสียงขรึมแทน “มาแล้วก็ไปแล้ว…แล้วไอ้อนันต์มันก็ตามมาโวยวายเอะอะอยู่หน้าบ้านนี่แหละ” แววตาของแม่เลี้ยงอาทิตยาเปลี่ยนทันที จากอ่อนโยนเป็นตึงเครียด “เกิดอะไรขึ้นคะ?” อาทิตย์เลยรวบรวมใจรีบพูดออกมาเสียงจริงจัง “คือ…อย่างนี้ครับพ่อแม่ มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ พอดีผมจะชวนน้องกินเค้ก…แล้วผมแกล้งแขนน้องไว้ น้องเลยเสียหลักล้มลงมาทับตัวผมเองครับ ไม่มีอะไรเลย” คำอธิบายชัดเจนเรียบง่าย ทำเอาแม่เลี้ยงถอนหายใจโล่งแล้วส่ายหน้ายิ้มบาง “โธ่…เรื่องแค่นี้เอง แม่ก็นึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ ที่แท้ก็แค่หกล้ม ไม่ใช่เรื่องอะไรเลยนี่ลูก” แต่แทนที่บรรยากาศจะเบาลง เสียงเข้มของพ่อเลี้ยงสุริยากลับดังขึ้น “ไม่ใช่ไม่ใหญ่หรอกคุณ! ไอ้อนันต์มันมาโวยวายถึงหน้าบ้าน ว่าห้ามลูกเรายุ่งกับลูกมัน ฟังแล้วมันน่าหงุดหงิด” แม่เลี้ยงอาทิตยาหันไปสบตาสามี สีหน้าผิดหวัง “ก็ลูกบอกอยู่ว่าเป็นอุบัติเหตุ ทำไมต้องเอามาเป็นเรื่องเป็นราวให้เด็กสองคนเดือดร้อนด้วยคะ” อาทิตย์ก้มหน้าเงียบ รู้สึกเหมือนกลายเป็นต้นเหตุให้พ่อแม่ต้องถกเถียงกัน เขาพึมพำเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน “คุณลุง…เข้าใจผิดครับแม่ เขาคิดว่าผมกับน่านฟ้านอนกอดกันจริง ๆ…” แม่เลี้ยงอาทิตยาถอนหายใจแรงกว่าเดิม เธอส่ายหน้าช้า ๆ “แม่ล่ะเหนื่อยใจจริง ๆ เรื่องผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่…ไม่เคยจบสิ้น ทำไมต้องเอาความบาดหมางมาลากเด็ก ๆ ให้ต้องลำบากด้วย” สุริยาหันขวับไปมองเมีย “เอ้า! นี่พี่ผิดอะไรอีกล่ะน้อง ถึงมาว่าพี่แบบนี้” “ก็ผิดนี่คะ!” น้ำเสียงของเธอสั่นน้อย ๆ แต่หนักแน่น “พี่กับพ่อเลี้ยงอนันต์เอาแต่ทะเลาะกันไม่เลิก แล้วผลคืออะไร เด็ก ๆ ต้องไม่ถูกกัน ทั้งที่จริง ๆ พวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย” บรรยากาศในบ้านเงียบสนิทไปชั่วครู่ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดจากทุ่งส้มข้างนอกดังแว่ว ๆ พ่อเลี้ยงสุริยาเม้มปากแน่นเหมือนจะเถียง แต่สุดท้ายก็เลือกเงียบแทน เขาหันไปมองลูกชายแทน สีหน้ากลับมาเข้มจริงจัง “พอแล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องพูดมาก อาทิตย์ เตรียมตัวเก็บของไว้เถอะ อีกไม่กี่วันก็ต้องไปมหาวิทยาลัยแล้ว” อาทิตย์เงยหน้าขึ้นสบตาพ่อ รับคำสั้น ๆ “ครับพ่อ” แต่ในใจของเด็กหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดปนสับสน ไม่รู้ว่าอนาคตที่รออยู่ในมหาวิทยาลัยจะพาเขาออกจากเงาความขัดแย้งนี้ได้จริง ๆ หรือไม่… พ่อเลี้ยงอนันต์กับแม่เลี้ยงนภาเพิ่งปรับความเข้าใจกันได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของ น่านฟ้า ก็ดังขึ้นจากบันไดไม้ เขาค่อย ๆ เดินลงมาด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตาแดงเรื่อคล้ายกับเพิ่งผ่านการคิดหนักมาหลายคืน “พ่อครับ…” เสียงทุ้มแผ่วแต่ชัดถ้อยชัดคำ ทำให้ทั้งพ่อและแม่หันไปมองแทบจะพร้อมกัน “หนูจะไปเรียนออสเตรเลียครับ” คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ พ่อเลี้ยงอนันต์เงยหน้าขึ้นสบตาลูกชาย สีหน้าเข้มขรึมพลันอ่อนลง เขารู้ทันทีว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ “ถ้าหนูไม่อยากไป… ก็ไม่ต้องไปนะลูก” เสียงพ่อเลี้ยงแผ่วลงกว่าทุกครั้ง “พ่อกับแม่… จะไม่บังคับ” น่านฟ้าสูดหายใจเข้าลึก ๆ กำมือแน่นเหมือนจะบีบความลังเลทั้งหมดออกไปจากอก ก่อนจะเอ่ยชัดเจน “หนูตัดสินใจแล้วครับพ่อ หนูจะไปเรียนต่อที่นั่น” แววตาของพ่อเลี้ยงอนันต์สะท้อนความปวดร้าว เขาเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่เพียงการตัดสินใจเรื่องอนาคต แต่เป็นการเสียสละเพื่อความสบายใจของเขาเอง ลูกชายเลือกเดินออกไป… เพื่อหลีกเลี่ยงรอยร้าวระหว่างสองครอบครัว แม่เลี้ยงนภาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับวางมือทาบอก น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยแต่พยายามควบคุมให้นุ่มนวล “ลูก… คิดดีแล้วใช่ไหม” น่านฟ้าสบตาแม่เลี้ยง พยักหน้าอย่างมั่นคง “คิดดีแล้วครับ” บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบ เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างไม้ดังแผ่ว ๆ เหมือนตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของทุกคน พ่อเลี้ยงอนันต์หันไปมองเมียรักอย่างอ่อนแรง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยกับลูกชายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้างั้น… เดี๋ยวพ่อกับแม่จะติดต่อญาติที่อยู่ที่นั่นให้ เตรียมเรื่องเอกสารกับพาสปอร์ต… ทุกอย่างพ่อจะจัดการให้” “ครับพ่อ” น่านฟ้าตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก มันทั้งเจ็บปวด ทั้งภูมิใจ ทั้งห่วงหา แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียง ยอมรับ การตัดสินใจของลูกชายคนเดียว เช้าวันใหม่ อากาศยังไม่ทันร้อน ฟ้าก็ยังมีหมอกบาง ๆ คลอเหนือยอดไม้ อาทิตย์กลับรู้สึกไม่สบายใจนักที่ปล่อยให้เรื่องเมื่อวานค้างคาในใจ โดยเฉพาะสายตาของพ่อเลี้ยงอนันต์ที่มองเขากับน่านฟ้าเหมือนทำสิ่งไม่เหมาะสม มันฝังแน่นในอกจนเจ้าตัวนอนไม่หลับทั้งคืน อาทิตย์เลยเอ่ยกับแม่เสียงอ้อน ๆ “แม่ครับ… ก่อนผมจะไปเรียนต่อ ผมอยากไปขอโทษคุณลุงอนันต์จริง ๆ ครับ ผมไม่อยากให้ท่านเข้าใจผิด” แม่เลี้ยงอาทิตยาได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เห็นแววตาลูกชายแล้วถอนหายใจ “แน่ใจแล้วเหรอว่าจะไปน่ะลูก” “แน่ใจครับแม่ ผมอยากให้ท่านรับรู้ความจริงจากปากผม” แม่เลยยิ้มบาง ๆ พยักหน้ารับ ก่อนจะจัดกระเช้าผลไม้รวบรวมจากสวนในไร่ให้ลูกชายหิ้วติดมือไปด้วย เพื่อให้เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการขอโทษ เมื่อมาถึงฟาร์มโคนม กลิ่นหญ้าหมักและเสียงวัวร้องคลออยู่รอบ ๆ พอเดินเข้าไปในบ้านใหญ่ ก็เจอแม่เลี้ยงนภากำลังจัดเตรียมของอยู่พอดี อาทิตย์เลยรีบเอ่ยปากทักด้วยความสุภาพ “สวัสดีจ๊ะแม่เลี้ยงนภา” แม่เลี้ยงนภาหันมามอง ยิ้มแปลกใจ “อ้าว พี่อาทิตยา จะมาทำไมไม่บอกก่อนเลยจ๊ะ ไม่ทันได้ต้อนรับเลย” แม่เลี้ยงอาทิตยาหัวเราะเบา ๆ พลางยกมือไหว้ “ไม่เป็นไรหรอกพี่ ฉันแค่อยากพาอาทิตย์มาขอโทษพี่อนันต์เรื่องเมื่อวานนี้” แม่เลี้ยงนภาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง คล้ายจะระบายความเหนื่อยใจ “เฮ้อ… ฉันก็เบื่อนะ สองคนนั้นทะเลาะกันไม่เลิกจนลูก ๆ ต้องมาลำบากใจกันไปด้วย” “ฉันก็เหมือนกันพี่” แม่เลี้ยงอาทิตยาเสริมเสียงอ่อน “ตั้งใจพาลูกมาขอโทษนี่แหละ” “เอาเถอะ มา ๆ เดี๋ยวฉันพาเข้าไปหา” ว่าจบ แม่เลี้ยงนภาก็นำทางเข้าไปยังห้องรับแขก ที่ซึ่งพ่อเลี้ยงอนันต์กับน่านฟ้ากำลังนั่งคุยกันอยู่พอดี พอเห็นหน้ากัน บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดินเข็ม พ่อเลี้ยงอนันต์เลิกคิ้ว “พี่อนันต์ พอดีอาทิตย์จะมาขอโทษจ้ะพี่” แม่เลี้ยงอาทิตยาเอ่ยเกริ่นแทนลูก “มาทำไม” น้ำเสียงทุ้มหนักของพ่อเลี้ยงอนันต์ดังขึ้น ทำเอาอาทิตย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่เขาก็รีบก้าวเข้าไป ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ผม… มาขอโทษเรื่องเมื่อวานครับคุณลุง” แววตาพ่อเลี้ยงยังเข้ม แต่ก็ไม่ได้โกรธเกรี้ยวเหมือนเมื่อวาน “อืม” เขาเอ่ยสั้น ๆ อาทิตย์สูดหายใจลึกแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “มันเป็นเพราะผมเองครับ ที่แกล้งน้อง ทำให้น้องล้ม… ทุกอย่างเป็นความผิดของผม ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันดูไม่ดีแบบนั้น” คำพูดตรงไปตรงมา ทำให้แม่เลี้ยงทั้งสองที่ยืนมองอยู่หันมายิ้มให้กัน รู้สึกดีที่เด็กผู้ชายคนนี้กล้ายอมรับความผิดอย่างลูกผู้ชาย พ่อเลี้ยงอนันต์หันมองลูกชายแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับช้า ๆ “ต่อไปก็ระวังหน่อย อย่ารุ่มร่ามกับลูกชายฉันอีก… ฉันไม่ชอบ” “ครับ ต่อไปผมจะระวังให้มากกว่านี้ครับ ขอโทษครับ” อาทิตย์โค้งหัวลงลึก พอเงยหน้าขึ้น สายตาก็ประสานเข้ากับน่านฟ้าโดยไม่ตั้งใจ น่านฟ้านั่งนิ่ง แอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่เหมือนกำลังสมน้ำหน้าแต่ก็ซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก แม่เลี้ยงอาทิตยาและอาทิตย์ก็ขอตัวกลับไร่ เพราะต้องเตรียมตัวไปส่งลูกชายไปเรียนต่อในไม่กี่วันข้างหน้า แต่ก่อนก้าวเท้าออกไป อาทิตย์ก็เพิ่งได้ยินจากปากแม่เลี้ยงนภาเองว่า น่านฟ้าจะไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย อีกเพียงสองวัน ข่าวนี้ทำเอาอาทิตย์ถึงกับชะงัก เท้าชะลออยู่ตรงธรณีประตู หันกลับไปมองน่านฟ้าอีกครั้ง สายตาเต็มไปด้วยความแปลกใจและเศร้าซ่อนอยู่ลึก ๆ “จะ…ไปออสเตรเลียจริง ๆ เหรอ” อาทิตย์ถามออกมาเสียงเบา แววตาสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ น่านฟ้านิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “อืม… อีกสองวัน” อาทิตย์เม้มปากแน่นเหมือนพยายามกดความรู้สึกไม่ให้ปะทุออกมา “แล้ว… จะกลับมาเมื่อไหร่” “ไม่รู้สิ” น่านฟ้าตอบพลางก้มหน้าลง สองมือกำชายกางเกงแน่น “คงอีกหลายปี…” คำตอบนั้นเหมือนคมมีดกรีดลงกลางใจ อาทิตย์เงียบไปนาน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วฝืนยิ้ม “งั้นก็ตั้งใจเรียน… ดูแลตัวเองด้วยนะ” น่านฟ้าเงยหน้าขึ้น มองสบตากับเขาเต็ม ๆ ราวกับจะอ่านทุกถ้อยคำที่ไม่ได้พูดออกมา “อืม… มึงก็เหมือนกันแหละ” บรรยากาศในห้องเงียบงัน แต่แววตาของทั้งคู่กลับสื่อสารกันชัดเจนกว่าคำพูดใด ๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไป อาทิตย์เอ่ยเสียงเบาเหมือนฝากความในใจไว้กับอากาศ “ถ้าวันหนึ่งเรากลับมาเจอกันอีก… หวังว่าจะยังจำกันได้นะ” น่านฟ้าไม่ได้ตอบ แต่เพียงแค่ส่งรอยยิ้มบาง ๆ กลับมาให้… รอยยิ้มที่อาทิตย์รู้ทันทีว่าต้องจำมันไปอีกนาน อาทิตย์ก้าวออกมานอกบ้านพร้อมแม่ แต่หัวใจกลับเหมือนถูกทิ้งไว้ตรงนั้นสายตายังหันกลับไปมองเด็กหนุ่มเจ้าของชื่อ ‘น่านฟ้า’ ที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกภาพใบหน้ายิ้มบางเมื่อครู่ยังติดตาไม่หาย เขาเม้มปากแน่น พยายามกดความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอกแต่ยิ่งกดก็ยิ่งย้อนกลับไปนึกถึง… ภาพในวันเก่า ๆ ตอนที่เขาอายุแค่แปดขวบฤดูร้อนแดดแรง แต่เขายังจำได้ดี เสียงหัวเราะของใครบางคนทำให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสายตาคมสบเข้ากับภาพเด็กแก้มป่องที่กำลังวิ่งไล่ผีเสื้ออย่างเอาเป็นเอาตายร่างกลม ๆ นั่นเคลื่อนไหวราวกับซาลาเปา อาทิตย์วางหนังสือลง ลุกขึ้นยืนและจ้องเด็กคนนั้นเงียบ ๆ เด็กแก้มป่องรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้อง จึงชะงัก แล้วหันมาพูดทันที “ใครอ่ะ” อาทิตย์ก้าวออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มเรียบเกินวัยถามกลับ “มาทำอะไรตรงนี้ครับ” เด็กน้อยเชิดคางขึ้นทันที “ทำไมจะมาไม่ได้ นี่ฟาร์มของพ่อเรา” อาทิตย์เลิกคิ้ว ก่อนพึมพำเสียงสั้น ๆ “อ๋อ…” “แล้วชื่ออะไรครับ” อาทิตย์ถามต่อ “ทำไมเราต้องบอก” เด็กแก้มป่องตอบเสียงจริงจัง “พ่อเราบอกว่าไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า” อาทิตย์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนเปิดปาก “งั้นพี่ชื่อ อาทิตย์” เด็กน้อยพยักหน้า “ทีนี้เรารู้ชื่อพี่แล้ว” อาทิตย์เร่งเสียงขึ้นอีกนิด “บอกชื่อเราได้ยังครับ” เด็กแก้มป่องชั่งใจครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมตอบ “เราชื่อน่านฟ้า” อาทิตย์จ้องใบหน้ากลม ๆ นั้น ก่อนหลุดเรียกอย่างขำ ๆ “ซาลาเปาน้อย” “ไม่ใช่! เราบอกว่าเราชื่อน่านฟ้า!” เด็กน้อยทำตาโต ใบหน้ากลมแดงจัดด้วยความโกรธ เพียงการพบกันครั้งแรก…ก็ผูกมัดความทรงจำของเด็กทั้งสองไว้แน่นหัวเราะ ทุ่งหญ้า และเสียงผีเสื้อ…ภาพทั้งหมดยังชัดเจนในใจอาทิตย์ แม้เวลาจะผ่านไปแล้วกว่าสิบปี เสียงแม่เรียกดึงอาทิตย์กลับมาสู่ปัจจุบัน เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปมองบ้านอีกครั้ง รู้ตัวดีว่าครั้งนี้ไม่ใช่การจากกันเพียงไม่กี่วันเหมือนตอนเด็ก ๆ แต่เป็นการจากไกลที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กลับมาเจอกันอีก เขาเผลอยกมุมปากยิ้มเศร้า ๆ พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ‘น่านฟ้า… ฉันยังจำได้หมดเลย’ แล้วก็หันหลังเดินตามแม่เลี้ยงอาทิตยาไป ทิ้งความทรงจำวัยแปดขวบไว้กับเด็กหนุ่มในบ้านหลังนั้น มีีอีบุ๊คแล้วนะครับ แม่ๆ ไปตำกันได้นะครับ🙏🥰 https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg2Mzg4NiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjM5NjM2MCI7fQบทที่ 26 วันแรกของชีวิตคู่ NCเช้าวันแรกหลังงานแต่ง กลิ่นข้าวต้มหมูร้อน ๆ ลอยอบอวลมาจากครัวด้านล่าง อาทิตย์ลงไปทำเองด้วยความตั้งใจ ทุกขั้นตอนเหมือนคนที่อยากเอาใจเมียใหม่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะหั่นต้นหอม โรยกระเทียมเจียว หรือตักน้ำซุปใส่ถ้วย เขาใส่ใจทุกอย่างราวกับกำลังทำเพื่อสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเมื่อจัดโต๊ะเสร็จ เขาก็รีบขึ้นไปบนห้อง เห็นน่านฟ้ายังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หัวฟูเล็กน้อยจากเมื่อคืนที่เจอศึกหนักในสมรภูมิรัก อาทิตย์ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วก้มไปกระซิบเบา ๆ“หนู ตื่นได้แล้วนะครับ”เสียงงัวเงียดังขึ้นจากใต้ผ้าห่ม “ไม่ หนูเมื่อย...”อาทิตย์หัวเราะเบา ๆ “คนดี ตื่นได้แล้วนะ”น่านฟ้าโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย ทำตาปรือ ๆ “ห้านาทีได้ไหมครับ”“ไม่ได้หรอกครับ ธารกับธีมมันมารอแล้วนะ”ทันใดนั้นน่านฟ้าก็ถลึงตาใส่ทันที ความง่วงหายไปนิดหน่อย “อีกแล้ว! มาขัดจังหวะตลอดอ่ะ พวกมันอ่ะ”อาทิตย์กลั้นขำไม่อยู่“ก็พวกมันเป็นห่วงหนูนั่นแหละ”“เถอะเถอะ เมื่อวานเพิ่งแต่งงานไปวันเดียว เสนอหน้ามาแล้ว” น่านฟ้าบ่นอุบพลางซุกหน้ากับหมอนอาทิตย์ยิ้มกว้างก่อนดึงผ้าห่มออก “ไป พี่พาไปอาบน้ำดีกว่า จะ
บทที่ 25 วันแต่งงาน NCเช้าวันนั้น ฟาร์มของน่านฟ้าถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้สีสันสดใสผูกประดับตามรั้ว ซุ้มทางเข้า และตามซุ้มพิธี ริบบิ้นสีทองและชมพูพริ้วไหวตามสายลมอ่อน ๆ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ กับพนักงานช่วยกันเตรียมงาน เพิ่มบรรยากาศคึกคักให้ทุกคนตื่นเต้นไปด้วยเวลาไม่กี่นาทีต่อมา ขบวนรถของพ่อเลี้ยงอาทิตย์แล่นเข้าสู่ฟาร์ม ทุกสายตาต่างจับจ้องขบวนขันหมากที่ยาวเป็นหางว่าว อาทิตย์ในชุดสูทสีครีมเรียบหรู ใบหน้าตื่นเต้น มือไม้สั่นเล็กน้อย ยศ ลูกน้องสนิทนั่งข้าง ๆ ต้องเอ่ยเตือนเสียงเบา“ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างปนความตื่นเต้นน่านฟ้าแอบยืนอยู่บนระเบียงห้องชั้นบน มือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นแรงกับความอลังการของงาน แม้ว่าจะเคยเห็นอาทิตย์แต่งตัวเรียบร้อยหลายครั้ง แต่วันนี้เหมือนโลกทั้งใบรวมอยู่ตรงหน้าเธอธารเอ่ยกระซิบ“ลูกพี่วันนี้ดูดีมากนะครับ”น่านฟ้าแอบยิ้มและพยักหน้าเบา ๆ“เออ ขอบใจ”ธีมเอ่ยต่ออย่างตื่นเต้น“งั้นพวกผมไปกั้นประตูเงินก่อนนะครับ”อาทิตย์ส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนเถอะ”ธารยักไหล่ ทำหน้ายียวน“เอาน่า อีกแปบเดียวก็ได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงแล้
บทที่ 24 สู่ขอ NC เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านยอดไม้ ลมหนาวปลายฤดูพัดเอื่อย ๆ กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงนกบนฟ้ากู่ร้องรับอรุณเป็นสัญญาณของวันที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนเวลาเก้าโมงตรง ขบวนรถของครอบครัวพ่อเลี้ยงสุริยาแล่นเข้าสู่เส้นทางดินแดงมุ่งหน้าสู่ฟาร์มโคนม เสียงเครื่องยนต์ประสานกับเสียงล้อบดกรวดเบา ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูขึงขังอาทิตย์นั่งอยู่เบาะหลัง ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่ง กลับเผยแววกังวลที่ไม่ค่อยได้เห็น มือที่เคยจับพวงมาลัยรถแข็งแรง มาวันนี้กลับกำแน่นบนตักจนมีเหงื่อซึม เขารู้ดีว่าหลังจากก้าวลงจากรถ ทุกอย่างในชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปยศซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แอบเหลือบตามองเจ้านายตลอด ก่อนเอ่ยปลอบทั้งรอยยิ้ม “ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบเสียงสั่น แต่ก็ยังยิ้มกว้างจนหูแดง ๆ โผล่มาให้เห็นยศหัวเราะหึ ๆ พลางแหย่ต่อ “ผมก็ดีใจที่พ่อเลี้ยงจะมีเมียซะที จะได้ไม่ต้องไปปีนหน้าต่างแล้ว”“ยศ!! มึงเงียบเลย”อาทิตย์ถลึงตามองเหมือนจะเอาเรื่อง แต่แววตาที่ซ่อนความเขินไม่สามารถหลบเลี่ยงได้“ฮ่าๆๆ” ยศระเบิดเสียงหัวเราะในรถทันที จนพ่อเลี้ยงสุริยาที่ขับอ
บทที่ 23 อดทนได้ไหมเช้าวันพรุ่ง อาทิตย์ตื่นแต่เช้า เดินทางมายังฟาร์มตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอนันต์ที่สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พอมาถึง เขาก็พบกับความท้าทายทันทีคอกม้าที่เต็มไปด้วยม้าและของใช้ที่ต้องจัดการ ความเหน็ดเหนื่อยอยู่ในสายตา แต่หัวใจเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจน่านฟ้าที่เป็นห่วงอาทิตย์มาก รีบเดินมานั่งอยู่ใกล้คอกม้า ยกมือจับราวไม้เล็กน้อย เพื่อให้เห็นว่าเขากำลังทำงานหนัก แต่ความห่วงใยกลับทำให้น่านฟ้าไม่สามารถนิ่งเฉยได้ธารและธีมที่เดินผ่านมาเห็นน่านฟ้านั่งเฝ้า จึงเอ่ยขึ้นแบบแซว ๆ“ลูกพี่ ไปทำงานสิ จะนั่งเฝ้าพ่อเลี้ยงทำไมเนี่ย”น่านฟ้าเถียงกลับทันทีด้วยน้ำเสียงดื้อ ๆ“ไม่ไป กูเป็นห่วงพี่อาทิตย์”ธีมทำหน้าเอือม ๆ “เดี๋ยวพ่อเลี้ยงอนันต์ก็มาบ่นนะ”“ไม่ไป!” น่านฟ้าพยักหน้าแน่นเหมือนเตรียมตั้งด่านสกัดอาทิตย์เห็นน่านฟ้าเถียงกับธารและธีม เขาก็วางมือจากคอกม้าแล้วเดินมาหาน่านฟ้า พูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“หนูไปทำงานได้แล้ว งานแค่นี้สบายสำหรับพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก”น่านฟ้าไม่ยอมละความกังวล“ไม่เอา หนูเป็นห่วง!”“พี่ไหวอยู่แล้ว” อาทิตย์เอื้อมมือมาลูบหัวน่านฟ้าเบา ๆ “แค่เนี้ยเอง ไม่หนักหนาอะไร”น่าน
บทที่ 22 รักลูกกูต้องอดทนเช้าวันรุ่งขึ้น อาทิตย์สะดุ้งตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงไก่ขันแข่งกับเสียงจักจั่นยามเช้า เขารีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเรียบร้อย แม้ใต้ตาจะคล้ำเล็กน้อยเพราะนอนไม่ค่อยหลับ แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นวันนี้เขาต้องไปหาพ่อเลี้ยงอนันต์ตลอดทางที่ขับรถยนต์ไปยังฟาร์มของน่านฟ้า ลมเย็นยามเช้าพัดปะทะหน้า แสงแดดยังอ่อนนุ่ม เขามองวิวทุ่งหญ้า ภูเขา และกลิ่นดินสดชื่นอย่างกับกำลังจะไปสนามสอบใหญ่ที่สุดในชีวิตเมื่อถึงฟาร์ม เสียงวัวร้องดังแว่ว ๆ ประกอบกับเสียงคนงานกำลังต้อนวัวไปคอก อาทิตย์มองเห็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงอนันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงชานบ้าน ถ้วยกาแฟร้อนในมือ ละอองไอน้ำยังลอยขึ้นเป็นควันบาง ๆ สีหน้าของพ่อเลี้ยงนิ่งขรึม แต่สายตาคมกริบจ้องมาเหมือนมีดกรีดอาทิตย์สูดหายใจลึก ก่อนก้าวเข้าไปยกมือไหว้“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง”พ่อเลี้ยงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง กึก! ไม่รีบตอบทันที แต่ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยกคิ้วเล็กน้อย“เอ่อ…คิดจะเป็นลูกเขยบ้านนี้ มึงต้องอดทน”คำพูดนั้นหนักแน่นเหมือนการประกาศสงคราม อาทิตย์ยืดหลังตรง ตอบสั้น ๆ“ครับ”พ่อเลี้ยงหร
บทที่ 21 เอาใจพี่หน่อย NC 100%รถกระบะของอาทิตย์เลี้ยวเข้าบ้านเงียบ ๆ ลมบ่ายพัดเอื่อย แสงแดดลอดใบไม้ลงมากระทบกระจกจนแสบตา น่านฟ้านั่งกอดอกอยู่เบาะข้าง ดวงหน้าแดงเรื่อ ๆ แต่ก็ยังทำปากแข็งถามเสียงเบา“ยังไม่หายโกรธหรอ”อาทิตย์เหลือบตามอง รอยยิ้มมุมปากโผล่มาทันที “หายแล้วครับ…แต่พี่อยากสานต่อจากเมื่อเช้า” เสียงทุ้มของเขามีแววเจ้าเล่ห์ปนอบอุ่นน่านฟ้าหันขวับ “บ้า นี่มันบ่ายอยู่นะ!”คนข้าง ๆ กลับหัวเราะเบา ๆ เอื้อมมือมาวางบนต้นขาของน่านฟ้าแล้วลูบช้า ๆ“พี่หวงหนู…พี่คิดถึงหนู”“ไม่เอา หนูเกรงใจพ่อแม่พี่” น่านฟ้าพูดพลางดันมือนั้นออก แต่แรงเขาสู้ใครได้ที่ไหน แถมใบหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม“ท่านไม่อยู่หรอก สองวันเต็ม ๆ ไปประชุมที่อำเภอ” อาทิตย์ตอบเรียบ ๆ ราวกับเตรียมเหตุผลไว้หมดแล้ว“แล้วถ้าพ่อหนูรู้ล่ะ…”น้ำเสียงของน่านฟ้าอ่อนลง ราวกับถามเพื่อต่อเวลาให้หัวใจตัวเองที่เต้นแรงผิดปกติ“ไม่รู้หรอก เดี๋ยวธารกับธีมมันจัดการข่าวเอง” อาทิตย์ตอบสบาย ๆ ก่อนจะชะโงกหน้ามาใกล้จนคนข้าง ๆ ต้องเบี่ยงหนี“ไม่เอาพี่อาทิตย์” น่านฟ้าพูดเสียงสั่น แต่สายตากลับหลบไม่พ้น“นะ…หนู” อาทิตย์เอ่ยเสียงอ้อนผิดจากความเข้มข





![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

