LOGINอัยย์ร่าแทบเสียสติ เมื่อคนตรงหน้ายังคงไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา ฝ่ามือเล็กจับประคองให้ใบหน้าเขาพิงไปกับกำแพงอย่างเบามือ ดวงตากลมรีบมองไปรอบ ๆ ว่าพอจะมีอะไรหรือใครอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฝนยังตกมาอย่างหนักและไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลย
ดวงตากลมสะดุดเข้ากับโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกล และคาดเดาได้ไม่ยากว่า น่าจะเป็นของชายตรงหน้า มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาญาติของเขา แต่โทรศัพท์ถูกล็อครหัสเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ เด็กสาวจึงจะเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ของตัวเอง อัยย์ร่ากำลังก้มหยิบโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเพื่อกดโทรหารถพยาบาท หมับ! ข้อมือเรียวถูกจับเอาไว้แน่น จากคนที่เพิ่งได้สติกลับมา “พะ พี่คะ ได้ยินอัยย์ไหมคะ” อัยย์ร่าพยายามก้มมองใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำลงมองพื้น แต่มือของเขายังกำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือหนาของยกขึ้นมาจับที่ใบหน้าของตัวเองอย่างหงุดหงิด “มึนหัวฉิบหาย!” “เลือดพี่ออกเยอะ ไม่มึนคงแปลก” เสียงเล็กพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเลือดตรงหัวเขากำลังไหลซึมออกมา ดวงตาคมตวัดขึ้นมองคนตรงหน้า เขาพยายามปรับสายตาให้กลับมาปกติ แม้ตอนนี้มันจะพร่ามัวจนแทบมองเธอไม่ชัด “พี่ต้องห้ามเลือดก่อน” เด็กสาวไม่รอช้า เธอตัดสินใจถอดเสื้อคุมของตัวเองออก เพราะรู้สึกว่าเสื้อนักเรียนเริ่มจะแห้งบ้างแล้ว มือเล็กกำเสื้อคุมเอาไว้แน่น และกำลังจะเอื้อมไปซับเลือดที่ไหลออกมาให้เขาอย่างไม่ได้คิดอะไรในหัว แต่มือแกร่งยกขึ้นมาสบัดมือเล็กออกอย่างแรง “จะทำอะไรของเธอ?” “อะ อัยย์แค่จะซับเลือดให้” ร่างสูงหยุดนิ่งและจ้องมองมาทางเด็กสาวตรงหน้าไม่วางตา อัยย์ร่ามองกลับอย่างลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ขยับแขนเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อ โดยที่อีกคนยอมอยู่นิ่งให้เธอทำแบบนั้น มือเล็กกดซับเลือดบนหัวเขาอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ อัยย์ร่าซี๊ดปากเล็กน้อย เพราะแค่เห็นก็พอจะรู้ว่าแผลนี้น่าจะเจ็บไม่น้อย “เจ็บมากแน่ ๆ” อัยย์ร่าบ่นพึมพำกับตัวเอง ดวงตากลมไม่ได้โฟกัสอย่างอื่นเลยนอกจากแผลตรงนั้น เธอไม่ทันรู้เลยว่า มีดวงตาคมคู่นั้นกำลังจ้องมองมาอย่างไม่ลดละ ครืด ครืด ครืด ~ เสียงโทรศัพท์ราคาแพงของชายตรงหน้าดังขึ้น ทำให้อัยย์ร่าสะดุ้งและรีบชักมือกลับทันที ดวงตาคมมองมาที่เธอเรียบนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ยังไม่ทันกดรับสาย เขาหันกลับมาพูดกับเด็กสาวอีกครั้ง “ทำต่อสิ” “คะ?” “ทำแบบที่ทำเมื่อกี้” “อะ อ่อค่ะ” อัยย์ร่าหยัดตัวขึ้นมาชันเข่าเล็กน้อย เพราะ คนตรงหน้าสูงกว่าเธอ แม้เขาจะนั่งอยู่ก็ตาม เธอค่อย ๆ กดซับผ้าลงไปอีกครั้ง รวมถึงช่วยเช็ดคราบเลือดบริเวณกรอบหน้าของเขาด้วย ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองมาทางเธออยู่แบบนั้น เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ด้วยระยะห่างของเธอและเขาไม่ได้ไกลกันมาก ทำให้อัยย์ร่าได้ยินเสียงปลายสายพูดออกจากโทรศัพท์ ( คุณเดร็กครับ! เป็นยังไงบ้างครับ? ) “กูยังไม่ตาย” ( ผมกำลังจะถึง ทางนั้นเล่นลอบกัดเราขนาดนี้ ให้ผมจัดการยังไงดีครับ? ) “มึงจับมันมาให้ได้ทุกตัว กูจะไปจัดการพวกมันที่โกดัง ฝากกระถืบหนัก ๆ แต่อย่าให้ตาย กูอยากเล่นสนุกกับพวกมันก่อน” ในขณะที่เขาพูดอยู่ ดวงตาคมสังเกตเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าเม้มปากแน่นเมื่อเขาพูดประโยคนั้นจบ มือที่คอยกดซับเลือดอย่างเบามือก่อนหน้า เริ่มสั่นเล็กน้อย ( ได้ครับ แล้วตอนนี้คุณเดร็กจะให้ผมไปรับตรงไหนครับ? ) “เดี๋ยวกูส่งโลเคชั่นไปให้” หลังกดวางสายไป เขาก็กดเข้าไปในช่องแชตของลูกน้องเพื่อส่งโลเคชั่นให้ เดร็กยังคงรู้สึกเจ็บที่แผลตามตัวเล็กน้อย แต่ที่หนักสุดคงเป็นที่หัวของเขา และยิ่งความเจ็บมีมากเท่าไรความเดือดดาลและต้องการเอาคืนพวกหมาลอบกัดยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เดร็กหลุบสายตาลงไปมองตรงชื่อที่ปักอยู่บนชุดนักเรียนของเด็กสาวตรงหน้า ‘อัยย์ร่า วาเลนโซ่’ คิ้วหนาขมวดขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นนามสกุลของเธอ เสียงทุ้มเลยเอ่ยถามขึ้น “เป็นลูกครึ่ง?” “อะไรนะคะ?” “ฉันถามว่า เธอเป็นลูกครึ่ง?” “อ่อ ครึ่งเสี้ยวเฉย ๆ ค่ะ” อัยย์ร่าเอามือลงและเปลี่ยนมานั่งไปกับพื้นตรงข้ามหน้าเขา เธอก้มลงพับเสื้อของตัวเอง เพราะ มันมีแต่คราบเลือดเต็มไปหมดพร้อมกับพูดต่อ “จริง ๆ ก็นามสกุลของต้นตระกูลมั้งคะเห็นพ่อบอกแบบนั้น ญุี่ปุ่นดีว่าไหมคะ? ทั้ง ๆ ที่อัยย์พูดญี่ปุ่นไม่ได้สักคำ ตอนเด็ก ๆ มีแต่คนเข้ามาถามอัยย์ว่า พูดญี่ปุ่นได้ไหม พูดให้ฟังหน่อยสิ อัยย์ได้แต่พูดคำว่า คาวาอิ ^^” เด็กสาวพูดร่ายยาวด้วยท่าทางสดใสไร้เดียงสา มือเล็กก็ยังคงพับผ้าในมือไปเรื่อย แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องเม้มปากเข้าหากัน เพราะเหมือนเธอจะรู้ตัวว่า พูดมากเกินไปแล้ว อัยย์ร่ารีบเบือนหน้าหันไปด้านข้าง และควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋านักเรียนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบพลาสเตอร์ลายการ์ตูนขึ้นมา “อ่า นึกว่าจะไม่เจอแล้ว” อัยย์ร่าหยิบพลาสเตอร์ขึ้นมายืนให้คนตรงหน้าด้วยแววตาใสซือ “อัยย์มีสองอัน อัยย์ให้พี่หมดเลย” เดร็กมองไปยังแผ่นพลาสเตอร์ตรงหน้า แล้วหัวเราะในลำคออกมาอย่างนึกขำที่เธอคิดว่ามันจะช่วยอะไรได้ กับพลาสเตอร์แผ่นเล็ก ๆ แบบนี้ “เธอคิดว่า ไอ้แผ่นนั้น จะช่วยอะไรฉันได้?” “อย่างน้อยก็ได้ช่วยปิดแผลบางส่วนได้นิคะ ถึงจะปิดแผลทั้งหมดไม่ได้ แต่มันอาจจะทำให้บางแผลลดความเจ็บลงได้นะ” เด็กสาวชี้นิ้วไปตรงแผลที่หัวของเดร็กและพูดต่อ “อย่างน้อยก็ที่หัวพี่” เดร็กนิ่งงันไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขานั่งฟังคนตรงหน้าที่พูดไม่หยุด นาน ๆ ทีจะมีผู้หญิงที่กล้าพูดมากขนาดนี้ใส่เขา นอกจาก ควีนน์ น้องสาวของเขาก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหน พูดมากขนาดนี้มาก่อน ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เข้าหาเขาก็แค่นอนครางบนเตียง ไม่ก็พูดจายั่วยวนทำเรื่องอย่างว่า หรือไม่ก็ร้องขอชีวิตจากเขา “รู้ตัวไหมว่า ตัวเธอพูดมากแค่ไหน…” “...ไม่รู้ค่ะ” เดร็กยังพูดไม่ทันจบประโยคถูกเด็กสาวตรงหน้าพูดสวนกลับทันควัน อัยย์ร่าที่แกะพลาสเตอร์เสร็จแล้ว ยันตัวเองลุกขึ้นมาอีกครั้ง ไม่พูดพร่ำมือเล็กกางพลาสเตอร์ไปที่แผลตรงหน้าผากเขา และค่อย ๆ ติดลงไปอย่างเบา ครั้งนี้ฝ่ายที่เงียบลงเป็นเดร็กแทน เพราะ ใบหน้าสวยของเด็กสาวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเธอกระทบกับแก้มของเขา ดวงตาคมเหลือบมองใบหน้าหวานนิ่งค้าง ยิ่งเห็นเธอใกล้ ๆ เธอยิ่งดูน่ารัก ไร้เดียงสา ถ้าไม่ติดว่า เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขาคงชวนเธอขึ้นเตียงไปแล้ว “อีกอัน ติดตรงมือละกันนะคะ” เมื่ออัยย์ร่าติดพลาสเตอร์ตรงหน้าผากของเขาเสร็จแล้ว เธอก็มองไปที่มือของเขาที่มีแผลค่อนข้างลึก ดวงตากลมก้มแกะพลาสเตอร์อย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น การกระทำนั้นทำให้เดร็กเผลอยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ตัว แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าหล่อก็กลับไปเรียบนิ่งอย่างเคย “ขอมือหน่อยค่ะ” อัยย์ร่าทำท่าแบมือและยื่นไปหาคนตรงหน้าเพื่อจะขอมือของเขามาทำแผลให้ เดร็กไม่ได้ว่าอะไร เขาเอามือไปวางลงที่ฝ่ามือเล็กแต่ไม่ได้ทิ้งน้ำหนักวางลงไป เพราะ ขนาดฝ่ามือของเธอและเขามันต่างกัน จนกลัวว่าเธอจะรับน้ำหนักไม่ไหว “อัยย์แค่ติดห้ามเลือดให้เฉย ๆ นะคะ แต่พี่ต้องไปโรงพยาบาลนะ” เด็กสาวก้มหน้าก้มตาตั้งใจติดพลาสเตอร์พร้อมกับพูดเตือนร่างสูงว่า เขาควรไปโรงพยาบาล เพราะ สภาพตอนนี้เขาดูแย่มาก ๆ “ไม่กลัวหรือไง?” อัยย์ร่าเงยหน้ามองขึ้นไปยังคนที่เพิ่งพูดออกมาหลังจากที่เงียบไปสักพักหนึ่ง “ยังไงคะ?” “เข้ามาช่วยคนแปลกหน้าแบบนี้ แถมยังเป็นผู้ชาย เธอไม่กลัวหรือไง?” อัยย์ร่านิ่งไปสักพักหนึ่งอย่างใช้ความคิด ดวงตากลมมองไปที่ใบหน้าหล่อของคนตรงหน้าอย่างไม่ได้คิดอะไร และเลือกที่จะพูดตามความจริงออกไป “กลัวค่ะ แต่เห็นพี่แล้วสงสาร” “เหอะ!” เดร็กขำในลำคอกับคำตอบตรงไปตรงมาของเธอ “พี่ก็เห็นว่า อัยย์กำลังจะเดินไปแล้ว แต่พี่นั้นแหละ หัวจะฟาดพื้นอยู่แล้วนะคะ ดีนะที่อัยย์เข้ามาช่วยก่อน ไม่งั้นพี่เป็นหนักกว่าเดิมแน่ ๆ” เดร็กมองมาที่อัยย์ร่าอีกครั้ง เขามองอยู่อย่างนั้นอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่า เสียสติไปแล้วหรือเปล่า ครืด ครืด ครืด~ เสียงโทรศัพท์ของเดร็กดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เขาต้องละสายตาลงไปมอง หน้าจอขึ้นเบอร์ของลูกน้องคนสนิท “อืม มึงรอแถวนั้น เดี๋ยวกูเดินไปเอง” เดร็กพูดเพียงเท่านั้นและกดตัดสายไป เขาพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นอีกครั้ง อัยย์ร่านั่งมองเขานิ่งยังไม่ได้ขยับตัว เดร็กที่ลองลุกขึ้นมายืนได้ ดวงตาคมหลุบมองต่ำยังคนที่นั่งตาใสอยู่ที่พื้น เดร็กรู้สึกไม่ได้เจ็บมากเมื่อลองลุกขึ้นยืน แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาต้องทำเหมือนยืนไม่ไหว และทำท่าเหมือนจะเซล้มลงไปทางด้านหลัง “นั่นไง!! พี่ยืนไม่ไหวแล้ว” ร่างเล็กของอัยย์ร่ารีบลุกพรวดขึ้นมาอย่างเร็ว เธอเข้าไปจับกล้ามแขนแกร่งของเขาเอาไว้ เพื่อไม่ให้เซล้มลงไป พร้อมกับเงยหน้าพูดขึ้นกับคนตัวสูง “อัยย์ช่วยนะ” เดร็กหลุบมองต่ำยังคนที่ตัวเล็กกว่า รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาเล็กน้อย แขนแกร่งเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่บางเอาไว้ เหมือนต้องการให้เธอช่วยพยุงเขา ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงไปเลยด้วยซ้ำ “อ๊ะ! หนัก แขนพี่หนัก” อัยย์ร่าเซจนแทบทรงตัวไม่อยู่ แขนที่พาดลงมาบนไหล่บางของเธอมันหนักราวกับกำลังตรึงเธอไว้ อัยย์ร่าพยายามยืนให้ตรง แต่กลับถูกแรงนั้นบังคับจนขยับให้เธอเข้ามาใกล้คนตัวสูงมากขึ้นกว่าเดิม จนแทบจะอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่แล้วปรี๊ด ปรี๊ด! เสียงแตรของรถคันหลังดังขึ้นขัดจังหวะ “ออกรถเดี๋ยวนี้!” เอรินรีบพูดสั่งไปยังคนขับเสียงดังลั่น เธอไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าน้องสาวของตัวเองเลยแม้แต่เสี้ยววินาที อัยย์ร่าที่กำลังพยายามเข้าใกล้รถคันนั้น แต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัว ทำให้เธอไม่สามารถขยับไปใกล้ได้มากกว่านี้“พี่ริน! พี่ริน หยุดก่อน” ร่างเล็กพยายามวิ่งตามรถคันนั้น เดร็กที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า เขาได้แต่มองร่างเล็กตรงหน้าที่ใกล้แค่เอื้อมกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินข้างรถของเขา ดวงตากลมสดใสที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งก่อนตอนนี้เริ่มแดงก่ำ น้ำสีใสเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม ใบหน้าของเธอเศร้าหม่องราวกับคนละคน“อัยย์! ระวังรถ!” เสียงของแทนไทที่ลงมาตามคนตัวเล็ก รีบเข้าไปดึงร่างของเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เดร็กขมวดคิ้วแน่นกับท่าทางของผู้ชายคนนั้นที่ดึงเธอเข้าไปกอดแบบนั้น ‘มันคือใคร เป็นอะไรกับเธอ’ นี่คือคำถามในหัวของเขาแต่ทุกอย่างไม่ทันจะได้คิดไปไหนไกล รถหรูก็ขับออกมาไกลจากจุดนั้นแล้ว ตอนนี้อัยย์ร่าเนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งตัว แทนไทรีบเข้ามาประคองให้เธอกลับมายังรถของตัวเองอีกครั้ง“ไหวไหมอัยย์? ตั้งสติก่อนนะ เราไปจากตรงนี้กันก่อน”คนตัวเล็
เจ็ดเดือนผ่านไปตอนนี้อัยย์ร่ากำลังขึ้นมหาวิทยาลัย และกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โชคดีที่เธอกับอันนาสอบติดที่เดียวกัน แถมยังเรียนคณะเดียวกันอีก“อัยย์ เพื่อนรักคนสวย ทางนี้”เสียงของอันนาดังขึ้นตรงโต๊ะกลางของโรงอาหาร ขาเรียวรีบก้าวไปหาเพื่อนรักด้วยความดีใจ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงปิดเทอมขึ้นปีหนึ่ง ทั้งคู่ยืนจับมือกันและเด้งตัวขึ้นราวกับเด็กน้อย เวลาดีใจมีความสุข “พอ ๆ เราเป็นสาวกันแล้วนะ จะทำตัวแบบนี้ม้ายด้ายยย” อัยย์ร่าชูนิ้วชี้ส่ายไปมา และพูดห้ามเพื่อน แต่ยังคงมีความสดใสตามแบบของเธออยู่ “สาวมหาลัย คริคริ >” อันนาทำท่าหัวเราะคิกคัก เพราะ ยังไม่ชินกับการเป็นสาวมหาลัยครั้งแรกแบบเต็มตัว ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้และมองไปรอบ ๆ ที่ผู้คนเริ่มเยอะขึ้น มีทั้งรุ่นพี่และเด็กปีหนึ่งต่างเริ่มทยอยเดินเข้ามาทั่วบริเวณนี้“คณะบริหารของเราคนสวยเยอะมากแก” อันนากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพราะ เธอเจอรุ่นพี่และคนรุ่นเดียวกันกับเธอมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมด“จริง! เมื่อกี้ฉันเดินมา มีแต่คนสวย ๆ แถมผิวขาวมาก”“แต่ฉันว่า แกสวยกว่าเยอะ แต่งหน้า ทำผมอีกนิด เป็นดาวคณะได้สบาย”“ทุกวันนี้ แค่ตื่
อัยย์ร่ายังคงพยายามประคองร่างหนาให้ยืนนิ่ง ๆ เธอก้มลงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาไว้ในมือ เมื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แขนแกร่งก็โอบมาวางบนไหล่เล็กของเธออีกครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้น้ำหนักของมันจะไม่ได้มากเท่ากับในตอนแรก“ใส่เสื้อคุม”“คะ?”“เสื้อ” เดร็กหลุบมองต่ำไปยังตรงหน้าอกของคนตัวเล็ก ก่อนจะพูดเสียงราบเรียบ “บางขนาดนั้น เห็นไปถึงไหน”อัยย์ร่ารีบก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจ เพราะ มันบางมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าบางส่วนจะแห้งไปแล้ว แต่ตรงเนินหน้าอกของเธอมันยังคงเห็นเสื้อในชัดเจน คนตัวเล็กรีบเงยหน้าขึ้น และทำหน้าไม่พอใจออกมา“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ!”เดร็กไม่ตอบ เขาเพียงยักไหล่อย่างไม่แยแส ราวกับเรื่องที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่เขาควรต้องเอ่ยบอกตั้งแต่แรก ร่างเล็กรีบหยิบเสื้อคุมที่เปื้อนไปด้วยเลือดของเขาขึ้นมาสวมทับ ยังโชคดีที่เสื้อคุมเป็นสีดำ เลยไม่ค่อยเห็นคราบเลือดมากนักเดร็กและอัยย์ร่าค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องเก็บของ โดยแขนแกร่งยังคงพาดโอบไหล่คนตัวเล็กเอาไว้แน่น“อย่าไปช่วยใครแบบนี้อีก”“อะไรอีกคะ?”“ความใจดีของเธอ จะทำให้ตัวเธอเองเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่ฉัน และเป็นผู้ชายคนอื่น เธอคงโดนข่มขืนไ
อัยย์ร่าแทบเสียสติ เมื่อคนตรงหน้ายังคงไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา ฝ่ามือเล็กจับประคองให้ใบหน้าเขาพิงไปกับกำแพงอย่างเบามือ ดวงตากลมรีบมองไปรอบ ๆ ว่าพอจะมีอะไรหรือใครอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฝนยังตกมาอย่างหนักและไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลยดวงตากลมสะดุดเข้ากับโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกล และคาดเดาได้ไม่ยากว่า น่าจะเป็นของชายตรงหน้า มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาญาติของเขา แต่โทรศัพท์ถูกล็อครหัสเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ เด็กสาวจึงจะเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ของตัวเอง อัยย์ร่ากำลังก้มหยิบโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเพื่อกดโทรหารถพยาบาทหมับ! ข้อมือเรียวถูกจับเอาไว้แน่น จากคนที่เพิ่งได้สติกลับมา“พะ พี่คะ ได้ยินอัยย์ไหมคะ” อัยย์ร่าพยายามก้มมองใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำลงมองพื้น แต่มือของเขายังกำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือหนาของยกขึ้นมาจับที่ใบหน้าของตัวเองอย่างหงุดหงิด“มึนหัวฉิบหาย!”“เลือดพี่ออกเยอะ ไม่มึนคงแปลก”เสียงเล็กพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเลือดตรงหัวเขากำลังไหลซึมออกมา ดวงตาคมตวัดขึ้นมองคนตรงหน้า เขาพยายามปรับสายตาให้กลับมาปกติ แม้ตอนนี้มันจะพร่ามัวจนแทบมองเธอไม่ชัด“พี่ต้องห้ามเลือดก่อน” เ
สองปีก่อนเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนชื่อดัง กำลังเดินสดใสอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน เพื่อรอให้คนรถที่บ้านมารับตามปกติ อัยย์ร่า หย่นสะโพกนั่งตรงรอป้ายรถเมล์ ในมือถือไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้ไม่นาน ดวงตาไร้เดียงสานั่งแกว่งเท้าอย่างสบายใจ เพราะ วันนี้อากาศค่อนข้างดี“อัยย์ เพื่อนรักกกก”เสียงสดใสของ อันนา เพื่อนสนิทของอัยย์ร่าดังขึ้นมาแต่ไกล อันนารีบวิ่งมาหาเพื่อนสนิทอย่างร่าเริงตามปกติที่ชอบเป็น อัยย์ร่าหันไปยิ้มกว้างให้เพื่อสนิทไม่ต่างกัน อันนาทิ้งสะโพกมานั่งใกล้ ๆ เพื่อนรัก จากนั้นก็คล้องไปที่แขนเล็กของพร้อมกับเอาใบหน้าซบที่ไหล่ของอัยย์ร่า“ทำไมยังไม่กลับอีกอันนา คนขับรถที่บ้านยังไม่มาหรอ?” อัยย์ร่าถามอย่างสงสัย เพราะ ปกติที่บ้านของอันนาค่อนข้างเข้มงวด ต้องกลับบ้านตรงเวลา และไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้กลับพร้อมกัน เพราะ อัยย์ร่าเองชอบเดินเล่น หรือหาของกินใกล้ ๆ โรงเรียนก่อนที่คนรถที่บ้านจะมารับ“ใช่สิ วันนี้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ตอนที่ม๊าโทรมาบอกว่า คนรถจะมารับช้า พอรู้นะฉันรีบวิ่งมาหาแกเลยอัยย์”อันนาซบที่ไหล่ของเพื่อนสนิทอีกครั้ง ทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะ คร
“จะมาโทษว่า ฉันผิดได้ยังไง?” หัวคิ้วหนาขมวดแน่น และจ้องมายังหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าด้วยแววตาไร้สำนึก“สิ่งที่พี่สาวเธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะ ตัวเธอเองต่างหาก…”“เลว!” อัยย์ร่า ตะโกนเสียงดังลั่น ไม่สนใจว่า ตอนนี้ในห้องนี้จะเต็มไปด้วยลูกน้องของเขามากมายขนาดไหน หญิงสาวร่างเล็กยังคงยืนอยู่ตรงข้ามเขา มองอย่างไม่ลดละและไม่คิดเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ไปยังคนที่ ‘ครั้งหนึ่งเธอเคยมอบทั้งหัวใจให้กับเขา’“ไส้หัวกลับไปอัยย์ร่า อย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก ทั้งพี่ทั้งน้อง”“แต่พี่ เอริน กำลังจะตาย” เสียงของอัยย์ร่าสั่นพร่าเล็กน้อย แต่เธอยังคงกลืนก้อนความอ่อนแอกลับลงไปในคอ ไม่ให้คนตรงหน้าเห็น “พี่เดร็ก อย่างน้อยพี่เอรินก็เป็นผู้หญิงของพี่!”“หุบปาก!!” เดร็กหยัดตัวลุกขึ้นจากโซฟาหนังราคาแพง หนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างไม่รีบร้อน ขาแกร่งก้าวมาหยุดตรงหน้า ดวงตาคมแสนเย็นชาก้มต่ำมองไปยังคนที่ตัวเล็กกว่า อัยย์ร่ายืนมองสบสายตาเขานิ่งไม่ละไปไหนแม้แต่นาทีเดียวก้านนิ้วยาวเย็นเฉียบของเดร็กยกขึ้นมาลูบไปที่แก้มเนียนของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้อัยย์ร่ารีบสบัดหน้าหนีเมื







