LOGINอัยย์ร่ายังคงพยายามประคองร่างหนาให้ยืนนิ่ง ๆ เธอก้มลงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาไว้ในมือ เมื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แขนแกร่งก็โอบมาวางบนไหล่เล็กของเธออีกครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้น้ำหนักของมันจะไม่ได้มากเท่ากับในตอนแรก
“ใส่เสื้อคุม” “คะ?” “เสื้อ” เดร็กหลุบมองต่ำไปยังตรงหน้าอกของคนตัวเล็ก ก่อนจะพูดเสียงราบเรียบ “บางขนาดนั้น เห็นไปถึงไหน” อัยย์ร่ารีบก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจ เพราะ มันบางมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าบางส่วนจะแห้งไปแล้ว แต่ตรงเนินหน้าอกของเธอมันยังคงเห็นเสื้อในชัดเจน คนตัวเล็กรีบเงยหน้าขึ้น และทำหน้าไม่พอใจออกมา “ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ!” เดร็กไม่ตอบ เขาเพียงยักไหล่อย่างไม่แยแส ราวกับเรื่องที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่เขาควรต้องเอ่ยบอกตั้งแต่แรก ร่างเล็กรีบหยิบเสื้อคุมที่เปื้อนไปด้วยเลือดของเขาขึ้นมาสวมทับ ยังโชคดีที่เสื้อคุมเป็นสีดำ เลยไม่ค่อยเห็นคราบเลือดมากนัก เดร็กและอัยย์ร่าค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องเก็บของ โดยแขนแกร่งยังคงพาดโอบไหล่คนตัวเล็กเอาไว้แน่น “อย่าไปช่วยใครแบบนี้อีก” “อะไรอีกคะ?” “ความใจดีของเธอ จะทำให้ตัวเธอเองเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่ฉัน และเป็นผู้ชายคนอื่น เธอคงโดนข่มขืนไปแล้ว” “ทำไมพี่คิดแบบนั้น โลกคงไม่ใจร้ายกับเราขนาดนั้นมั้งคะ” ขาแกร่งหยุดเดิน ทำให้ร่างเล็กต้องหยุดเดินตามไปด้วย ใบหน้าหล่อโน้มลงเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าของคนทั้งคู่ใกล้กันจนปลายจมูกเกือบชนกัน “เด็กน้อย โลกของเธอมันมีแต่สีขาวกับสีชมพูหรือไง? โลกข้างนอกมันโหดร้ายกว่าที่เธอคิด” อัยย์ร่าไม่ได้พูดอะไรต่อ ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังใจเต้นแรงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกำลังก่อตัว เมื่อออกมาด้านนอก แสงภายนอกห้อง ทำให้มองเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าชัดเจน และตอนนี้มันยังใกล้จนลมหายใจอุ่นของเขากระแทกเข้ามาที่ใบหน้าของเธอ ทั้งคู่ยืนมองตากันอยู่อย่างนั้นเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน เดร็กเคลิ้มไปกับใบหน้าหวานที่อยู่ในระยะใกล้ เขาค่อย ๆ โน้มหน้าลงเข้าไปใกล้มากขึ้น ปลายจมูกของทั้งคู่ชนกัน อัยย์ร่ายังคงมองตาแป๋วไม่กล้าขยับตัว ในขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะกัน เสียงของลูกน้องเดร็กก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทำให้อัยย์ร่าที่เพิ่งได้สติกลับมา รีบพลักตัวออกห่างเล็กน้อย “เอ่อ… คุณเดร็ก รถพร้อมแล้วครับ” เดร็กตวัดสายตาไปยังลูกน้องที่มาขัดจังหวะ ใบหน้าหล่อบ่งบอกถึงความหงุดหงิดไม่น้อย ร่างเล็กของอัยย์ร่าดันตัวเองออกมาจากอ้อมแขนแกร่ง และยืนข้างเขาแบบเว้นระยะห่าง โดยที่เธอไม่มองหน้าเขาสักนิด และทำตัวถูกกับเหตุการณ์เมื่อครู่ “คนของพี่มาแล้ว อัยย์ขอตัวก่อนนะคะ” อัยย์ร่ารีบก้าวขาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นพอดี ทำให้รู้ว่า คนขับรถของเธอเองก็กำลังจะมาถึงแล้วเหมือนกัน ขาเรียวรีบก้าวเดินให้พ้นจากตรงนี้ แต่เสียงของเดร็กดังขึ้นตามหลังมา “เดี๋ยว!” อัยย์ร่าที่เดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของถนนหน้าป้ายรถเมล์แล้ว ร่างเล็กหันกลับไปมองยังคนที่เรียกเธออีกครั้งอย่างสงสัยว่า เขาจะพูดอะไร “ขอเบอร์หน่อยได้ไหม?” อัยย์ร่ายืนนิ่งมองไปทางเขา ไม่ได้พูดอะไรกลับไป เธอมองไปยังรถเก๋งสีดำสามคันจอดอยู่ฝั่งที่เดร็กยืนอยู่ พร้อมกับลูกน้องของเขาจำนวนหนึ่งที่ยืนรอผู้เป็นนายข้างรถพวกนั้น อัยย์ร่าตัดสินใจได้ว่า อย่าสานสัมพันธ์อะไรกันต่อเลย เพราะ เขาเองคงไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาทั่วไป และตัวเธอเองก็ไม่อยากเอาชีวิตเข้าไปวุ่นวายกับใครให้เดือดร้อน ร่างเล็กยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไป รถของที่บ้านเธอก็มาจอดเทียบท่าด้านหน้าของคนตัวเล็ก อัยย์ร่าเอื้อมไปเปิดประตูรถ และมองไปที่เดร็กอีกครั้ง เธอยิ้มหวานให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย และพูดออกไปพร้อมกับโบกมือลา “พี่ไปโรงพยาบาลด้วยนะ” หลังจากนั้นอัยย์ร่าก็แทรกตัวเข้าไปนั่งยังเบาะหลัง และปิดประตูลง เมื่อเธอเขามานั่งด้านในตัวรถแล้ว ดวงตากลมก็ยังคงมองไปยังฝั่งตรงข้าม เดร็กยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดและเงยหน้าพ่นควันสีขาวลอยฟรุ้งไปในอากาศ เขามองมาที่รถของเธอแวบหนึ่ง หลังจากนั้นก็หันหลังเดินไปยังรถของเขาที่มีลูกน้องรอเปิดประตูให้ ด้วยท่าทางดูไม่ได้เจ็บอะไรแถมยังเดินเหินได้ปกติ รถของทั้งสองคู่ขับออกห่างกันไปในทิศทางที่สวนกันช้า ๆ จนอัยย์ร่าหันไปมองกระจกหลัง รถของเดร็กก็หายไปจากสายตาแล้ว ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น มุมปากเล็กยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่า มันคืออะไร … ทางฝั่งของเดร็ก ภายในรถหรู เดร็กนั่งอยู่ตรงเบาะหลัง โดยมีลูกน้องคนสนิทอย่าง แดน ที่เป็นคนขับรถให้ ร่างสูงหลุบมองพลาสเตอร์ลายการ์ตูนที่ติดอยู่ตรงมือจู่ ๆ มุมปากหยักก็ยกยิ้ม ใบหน้าหวานของเด็กสาวเมื่อครู่ลอยเข้ามาในความคิด อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน “น่ารักนะครับ” เดร็กละสายตาขึ้นมามองคนที่นั่งหลังพวงมาลัย จากนั้นก็หันไปมองกระจกด้านข้าง และพูดขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ “อะไรของมึงไอ้แดน” “น้องคนเมื่อกี้ไงครับ น่ารักดีนะครับ” “อืม ก็น่ารักดี เสียดายยังเด็กไปหน่อย” “เด็กวันนี้ เดี๋ยววันข้างหน้าก็โตครับ” “มึงจะสื่อถึงอะไร?” คิ้วหนาขมวดแน่น เมื่อลูกน้องของเขาพูดอะไรแบบนั้นออกมา “ให้ผมสืบไหมครับ? ว่าเธอเป็นลูกสาวบ้านไหน” “มึงเห็นกูเป็นพวกโรคจิตหรือไง? เป็นเมนส์หรือยัง กูยังไม่รู้เลย” บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น เดร็กไม่ได้ให้แดนสืบว่า เธอเป็นใคร เพราะ ช่วงนี้เขาไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับใครทั้งนั้น และอีกอย่างตัวเขาเองไม่ได้คิดจะจริงจังกับใครอยู่แล้ว “ไปรับควีนน์มาหรือยัง?” เดร็กถามกับลูกน้องถึงน้องสาวของเขา เขาบินกลับมาไทยได้สองวัน วันนี้เลยตั้งใจจะมารับน้องสาวของเขาจากมหาวิทยาลัยแถวนี้ แต่เจอพวกหมาลอบกัดเล่นงานซะก่อนทำให้สภาพตัวเองตอนนี้ดูไม่จืด “คุณหนูถึงบ้านใหญ่เรียบร้อยครับ โชคยังดีที่คุณ เรย์ รู้ตัวก่อน เลยรีบไปรับคุณควีนน์ทัน” เมื่อพูดถึงเรย์น้องชายคนที่สามของเขา ที่เจอกันนับครั้งได้ ตัวเดร็กเองมีพี่น้องทั้งหมดสี่คน ‘เขาเป็นพี่คนโต’ รองจากเขาคือ แบล็ค ที่ต้องบินดูงานหลายประเทศไม่ต่างจากเขา และอายุห่างกันแค่ปีเดียว จะเจอกันบ่อยที่สุดในบรรดาสี่พี่น้อง แต่กับ เรย์ และ ควีนน์ ที่ยังเรียนอยู่ ทำให้ทั้งคู่อาศัยอยู่ที่ไทยเป็นหลัก นาน ๆ ทีจะได้เจอกัน “กูมาไทยแทนที่ไอ้เรย์มันจะเสนอหน้ามาหากู แต่หายหัวไปเลย” “ตามประสาหนุ่มฮอตแหละครับ สาวเยอะมากรายนั้น” “สักวันคงได้เป็นเอดส์ตาย” เสียงหัวเราะของแดนดังออกมาเล็กน้อย เขาเหลือบมองกระจกหลัง และเห็นว่าแผลตามตัวของนายตัวเองเยอะมากพอสมควร “ไปโรงพยาบาลดีกว่าไหมครับ?” “ไม่ต้อง เรียกหมอมาก็พอ” “ให้เข้าบ้านใหญ่ไหมครับ?” “กลับคอนโดกู” ร่างสูงเอนหลังพิงเบาะรถราคาแพงอย่างอ่อนล้า ดวงตาคมปิดสนิท เขาต้องพักสายตาชั่วครู่ แต่เมื่อหลับตาลง ดวงตากลมของร่างเล็กที่เพิ่งแยกจากกันก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เดร็กลืมตาขึ้นอีกครั้ง “วันนี้จัดเด็กมาให้กู” “แผลเต็มตัวขนาดนั้น ยังจะทำอีกหรอครับ” “แผลแค่นี้ มึงคิดว่ามันเป็นปัญหาสำหรับกูหรือไง?” แดนไม่ได้คิดจะเถียงอะไรนายต่อ เขาแค่ยักไหล่และรู้ดีว่า แผลพวกนี้มันเล็กน้อยสำหรับเดร็กมาก คงไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรถ้าจะทำเรื่องบนเตียง “เอาแนวไหนดีครับ ฝรั่ง หมวย ไทย” “แบบเธอ” “ครับ?” “แบบเด็กคนนั้น” คนที่เพิ่งออกคำสั่ง ไม่รอให้ลูกน้องพูดอะไรต่อ เขาเอนหลังพิงกับเบาะรถอีกครั้ง และหลับตาลงอย่างไม่อยากสบสายตาของลูกน้องคนสนิท แดนได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว เพราะ ไม่เคยมีครั้งไหนเลย ที่นายของเขาจะถูกใจผู้หญิงคนไหนขนาดนี้ แม้แต่นางแบบสวย ๆ ที่เรียงรายรอขึ้นเตียงกับเขา ก็ยังไม่เคยถูกใจเท่านี้มาก่อน แต่น่าเสียดายที่เด็กคนนั้นยังเด็กเกินไป ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่มีทางหลุดมือจากนายของเขาไปแน่ปรี๊ด ปรี๊ด! เสียงแตรของรถคันหลังดังขึ้นขัดจังหวะ “ออกรถเดี๋ยวนี้!” เอรินรีบพูดสั่งไปยังคนขับเสียงดังลั่น เธอไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าน้องสาวของตัวเองเลยแม้แต่เสี้ยววินาที อัยย์ร่าที่กำลังพยายามเข้าใกล้รถคันนั้น แต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัว ทำให้เธอไม่สามารถขยับไปใกล้ได้มากกว่านี้“พี่ริน! พี่ริน หยุดก่อน” ร่างเล็กพยายามวิ่งตามรถคันนั้น เดร็กที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า เขาได้แต่มองร่างเล็กตรงหน้าที่ใกล้แค่เอื้อมกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินข้างรถของเขา ดวงตากลมสดใสที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งก่อนตอนนี้เริ่มแดงก่ำ น้ำสีใสเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม ใบหน้าของเธอเศร้าหม่องราวกับคนละคน“อัยย์! ระวังรถ!” เสียงของแทนไทที่ลงมาตามคนตัวเล็ก รีบเข้าไปดึงร่างของเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เดร็กขมวดคิ้วแน่นกับท่าทางของผู้ชายคนนั้นที่ดึงเธอเข้าไปกอดแบบนั้น ‘มันคือใคร เป็นอะไรกับเธอ’ นี่คือคำถามในหัวของเขาแต่ทุกอย่างไม่ทันจะได้คิดไปไหนไกล รถหรูก็ขับออกมาไกลจากจุดนั้นแล้ว ตอนนี้อัยย์ร่าเนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งตัว แทนไทรีบเข้ามาประคองให้เธอกลับมายังรถของตัวเองอีกครั้ง“ไหวไหมอัยย์? ตั้งสติก่อนนะ เราไปจากตรงนี้กันก่อน”คนตัวเล็
เจ็ดเดือนผ่านไปตอนนี้อัยย์ร่ากำลังขึ้นมหาวิทยาลัย และกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โชคดีที่เธอกับอันนาสอบติดที่เดียวกัน แถมยังเรียนคณะเดียวกันอีก“อัยย์ เพื่อนรักคนสวย ทางนี้”เสียงของอันนาดังขึ้นตรงโต๊ะกลางของโรงอาหาร ขาเรียวรีบก้าวไปหาเพื่อนรักด้วยความดีใจ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงปิดเทอมขึ้นปีหนึ่ง ทั้งคู่ยืนจับมือกันและเด้งตัวขึ้นราวกับเด็กน้อย เวลาดีใจมีความสุข “พอ ๆ เราเป็นสาวกันแล้วนะ จะทำตัวแบบนี้ม้ายด้ายยย” อัยย์ร่าชูนิ้วชี้ส่ายไปมา และพูดห้ามเพื่อน แต่ยังคงมีความสดใสตามแบบของเธออยู่ “สาวมหาลัย คริคริ >” อันนาทำท่าหัวเราะคิกคัก เพราะ ยังไม่ชินกับการเป็นสาวมหาลัยครั้งแรกแบบเต็มตัว ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้และมองไปรอบ ๆ ที่ผู้คนเริ่มเยอะขึ้น มีทั้งรุ่นพี่และเด็กปีหนึ่งต่างเริ่มทยอยเดินเข้ามาทั่วบริเวณนี้“คณะบริหารของเราคนสวยเยอะมากแก” อันนากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพราะ เธอเจอรุ่นพี่และคนรุ่นเดียวกันกับเธอมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมด“จริง! เมื่อกี้ฉันเดินมา มีแต่คนสวย ๆ แถมผิวขาวมาก”“แต่ฉันว่า แกสวยกว่าเยอะ แต่งหน้า ทำผมอีกนิด เป็นดาวคณะได้สบาย”“ทุกวันนี้ แค่ตื่
อัยย์ร่ายังคงพยายามประคองร่างหนาให้ยืนนิ่ง ๆ เธอก้มลงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาไว้ในมือ เมื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แขนแกร่งก็โอบมาวางบนไหล่เล็กของเธออีกครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้น้ำหนักของมันจะไม่ได้มากเท่ากับในตอนแรก“ใส่เสื้อคุม”“คะ?”“เสื้อ” เดร็กหลุบมองต่ำไปยังตรงหน้าอกของคนตัวเล็ก ก่อนจะพูดเสียงราบเรียบ “บางขนาดนั้น เห็นไปถึงไหน”อัยย์ร่ารีบก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจ เพราะ มันบางมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าบางส่วนจะแห้งไปแล้ว แต่ตรงเนินหน้าอกของเธอมันยังคงเห็นเสื้อในชัดเจน คนตัวเล็กรีบเงยหน้าขึ้น และทำหน้าไม่พอใจออกมา“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ!”เดร็กไม่ตอบ เขาเพียงยักไหล่อย่างไม่แยแส ราวกับเรื่องที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่เขาควรต้องเอ่ยบอกตั้งแต่แรก ร่างเล็กรีบหยิบเสื้อคุมที่เปื้อนไปด้วยเลือดของเขาขึ้นมาสวมทับ ยังโชคดีที่เสื้อคุมเป็นสีดำ เลยไม่ค่อยเห็นคราบเลือดมากนักเดร็กและอัยย์ร่าค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องเก็บของ โดยแขนแกร่งยังคงพาดโอบไหล่คนตัวเล็กเอาไว้แน่น“อย่าไปช่วยใครแบบนี้อีก”“อะไรอีกคะ?”“ความใจดีของเธอ จะทำให้ตัวเธอเองเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่ฉัน และเป็นผู้ชายคนอื่น เธอคงโดนข่มขืนไ
อัยย์ร่าแทบเสียสติ เมื่อคนตรงหน้ายังคงไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา ฝ่ามือเล็กจับประคองให้ใบหน้าเขาพิงไปกับกำแพงอย่างเบามือ ดวงตากลมรีบมองไปรอบ ๆ ว่าพอจะมีอะไรหรือใครอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฝนยังตกมาอย่างหนักและไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลยดวงตากลมสะดุดเข้ากับโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกล และคาดเดาได้ไม่ยากว่า น่าจะเป็นของชายตรงหน้า มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาญาติของเขา แต่โทรศัพท์ถูกล็อครหัสเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ เด็กสาวจึงจะเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ของตัวเอง อัยย์ร่ากำลังก้มหยิบโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเพื่อกดโทรหารถพยาบาทหมับ! ข้อมือเรียวถูกจับเอาไว้แน่น จากคนที่เพิ่งได้สติกลับมา“พะ พี่คะ ได้ยินอัยย์ไหมคะ” อัยย์ร่าพยายามก้มมองใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำลงมองพื้น แต่มือของเขายังกำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือหนาของยกขึ้นมาจับที่ใบหน้าของตัวเองอย่างหงุดหงิด“มึนหัวฉิบหาย!”“เลือดพี่ออกเยอะ ไม่มึนคงแปลก”เสียงเล็กพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเลือดตรงหัวเขากำลังไหลซึมออกมา ดวงตาคมตวัดขึ้นมองคนตรงหน้า เขาพยายามปรับสายตาให้กลับมาปกติ แม้ตอนนี้มันจะพร่ามัวจนแทบมองเธอไม่ชัด“พี่ต้องห้ามเลือดก่อน” เ
สองปีก่อนเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนชื่อดัง กำลังเดินสดใสอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน เพื่อรอให้คนรถที่บ้านมารับตามปกติ อัยย์ร่า หย่นสะโพกนั่งตรงรอป้ายรถเมล์ ในมือถือไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้ไม่นาน ดวงตาไร้เดียงสานั่งแกว่งเท้าอย่างสบายใจ เพราะ วันนี้อากาศค่อนข้างดี“อัยย์ เพื่อนรักกกก”เสียงสดใสของ อันนา เพื่อนสนิทของอัยย์ร่าดังขึ้นมาแต่ไกล อันนารีบวิ่งมาหาเพื่อนสนิทอย่างร่าเริงตามปกติที่ชอบเป็น อัยย์ร่าหันไปยิ้มกว้างให้เพื่อสนิทไม่ต่างกัน อันนาทิ้งสะโพกมานั่งใกล้ ๆ เพื่อนรัก จากนั้นก็คล้องไปที่แขนเล็กของพร้อมกับเอาใบหน้าซบที่ไหล่ของอัยย์ร่า“ทำไมยังไม่กลับอีกอันนา คนขับรถที่บ้านยังไม่มาหรอ?” อัยย์ร่าถามอย่างสงสัย เพราะ ปกติที่บ้านของอันนาค่อนข้างเข้มงวด ต้องกลับบ้านตรงเวลา และไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้กลับพร้อมกัน เพราะ อัยย์ร่าเองชอบเดินเล่น หรือหาของกินใกล้ ๆ โรงเรียนก่อนที่คนรถที่บ้านจะมารับ“ใช่สิ วันนี้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ตอนที่ม๊าโทรมาบอกว่า คนรถจะมารับช้า พอรู้นะฉันรีบวิ่งมาหาแกเลยอัยย์”อันนาซบที่ไหล่ของเพื่อนสนิทอีกครั้ง ทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะ คร
“จะมาโทษว่า ฉันผิดได้ยังไง?” หัวคิ้วหนาขมวดแน่น และจ้องมายังหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าด้วยแววตาไร้สำนึก“สิ่งที่พี่สาวเธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะ ตัวเธอเองต่างหาก…”“เลว!” อัยย์ร่า ตะโกนเสียงดังลั่น ไม่สนใจว่า ตอนนี้ในห้องนี้จะเต็มไปด้วยลูกน้องของเขามากมายขนาดไหน หญิงสาวร่างเล็กยังคงยืนอยู่ตรงข้ามเขา มองอย่างไม่ลดละและไม่คิดเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ไปยังคนที่ ‘ครั้งหนึ่งเธอเคยมอบทั้งหัวใจให้กับเขา’“ไส้หัวกลับไปอัยย์ร่า อย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก ทั้งพี่ทั้งน้อง”“แต่พี่ เอริน กำลังจะตาย” เสียงของอัยย์ร่าสั่นพร่าเล็กน้อย แต่เธอยังคงกลืนก้อนความอ่อนแอกลับลงไปในคอ ไม่ให้คนตรงหน้าเห็น “พี่เดร็ก อย่างน้อยพี่เอรินก็เป็นผู้หญิงของพี่!”“หุบปาก!!” เดร็กหยัดตัวลุกขึ้นจากโซฟาหนังราคาแพง หนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างไม่รีบร้อน ขาแกร่งก้าวมาหยุดตรงหน้า ดวงตาคมแสนเย็นชาก้มต่ำมองไปยังคนที่ตัวเล็กกว่า อัยย์ร่ายืนมองสบสายตาเขานิ่งไม่ละไปไหนแม้แต่นาทีเดียวก้านนิ้วยาวเย็นเฉียบของเดร็กยกขึ้นมาลูบไปที่แก้มเนียนของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้อัยย์ร่ารีบสบัดหน้าหนีเมื







