LOGINสองปีก่อน
เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนชื่อดัง กำลังเดินสดใสอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน เพื่อรอให้คนรถที่บ้านมารับตามปกติ อัยย์ร่า หย่นสะโพกนั่งตรงรอป้ายรถเมล์ ในมือถือไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้ไม่นาน ดวงตาไร้เดียงสานั่งแกว่งเท้าอย่างสบายใจ เพราะ วันนี้อากาศค่อนข้างดี “อัยย์ เพื่อนรักกกก” เสียงสดใสของ อันนา เพื่อนสนิทของอัยย์ร่าดังขึ้นมาแต่ไกล อันนารีบวิ่งมาหาเพื่อนสนิทอย่างร่าเริงตามปกติที่ชอบเป็น อัยย์ร่าหันไปยิ้มกว้างให้เพื่อสนิทไม่ต่างกัน อันนาทิ้งสะโพกมานั่งใกล้ ๆ เพื่อนรัก จากนั้นก็คล้องไปที่แขนเล็กของพร้อมกับเอาใบหน้าซบที่ไหล่ของอัยย์ร่า “ทำไมยังไม่กลับอีกอันนา คนขับรถที่บ้านยังไม่มาหรอ?” อัยย์ร่าถามอย่างสงสัย เพราะ ปกติที่บ้านของอันนาค่อนข้างเข้มงวด ต้องกลับบ้านตรงเวลา และไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้กลับพร้อมกัน เพราะ อัยย์ร่าเองชอบเดินเล่น หรือหาของกินใกล้ ๆ โรงเรียนก่อนที่คนรถที่บ้านจะมารับ “ใช่สิ วันนี้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ตอนที่ม๊าโทรมาบอกว่า คนรถจะมารับช้า พอรู้นะฉันรีบวิ่งมาหาแกเลยอัยย์” อันนาซบที่ไหล่ของเพื่อนสนิทอีกครั้ง ทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะ ครอบครัวสนิทกันมาก เรียกได้ว่า แทบจะเป็นญาติคนหนึ่งเลย “น่ากินจัง ซื้อมาร้านไหน?” อันนาผละหัวขึ้นออกจากไหล่เล็ก และมองไปที่ไอศกรีมที่เพื่อนถืออยู่ “ร้านตรงนั้น เพิ่งมาเปิดใหม่ ใช้สิทธิ์นักเรียนลดตั้งห้าสิบเปอร์เซนเลยนะ ไปไหม?” “ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ อัยย์คนสวย~” อัยย์ร่าส่ายหน้าให้กับเพื่อนที่ชอบหยอดคำหวานชมเธอตลอด ทั้งคู่ลุกขึ้น และมุ่งหน้าเดินไปยังร้านคาเฟ่ที่เพิ่งมาเปิดใหม่ ซึ่งไม่ไกลจากรั้วของโรงเรียนพวกเธอมากนัก เมื่อมาถึงอัยย์ร่าเป็นคนเปิดประตูเข้าไปก่อน เสียงกระดิ่งของประตูทางเขาดังขึ้น สองสาวที่เดินเข้ามายังตู้ไอศกรีมที่วางเรียงรายมีหลากหลายรสชาติให้เลือก อัยย์ร่ายืนรอเพื่อนสั่ง ส่วนอันนาก็กำลังตัดสินใจว่าจะเอารสไหนดี แต่ทุกรสมันน่ากินไปหมด จนอันนาใช้เวลาเลือกมาสักพัก “แกจะเลือกยันพรุ่งนี้เลยไหม ของฉันจะหมดแล้วนะ” “ฉันเอาทุกรสเลยดีไหม? ตัดสินใจไม่ได้อะ” “เกือบยี่สิบรส แกจะสั่งไปเลี้ยงทั้งหมู่บ้านหรออันนา” “งื้อ~ อย่าดุสิ ใจบางหมดแล้ว” อันนาทำหน้ายู้และหันหลังกลับไปสั่งกับพนักงานว่าเอารสชาติอะไรบ้าง อัยย์ร่าที่ตอนนี้ไอศกรีมในมือของเธอหมดแล้ว เด็กสาวหันไปมองรอบ ๆ ร้าน เพราะ ตั้งแต่เข้ามา เธอไม่ได้สนใจอย่างอื่นเลย นอกจากเพื่อนสนิทและไอศกรีมในมือ แต่แล้วดวงตาคู่สวยสะดุดเข้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งราวสามถึงสี่คน ที่นั่งอยู่นอกร้านตรงพื้นที่นั่งที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้า กลุ่มชายพวกนั้นเหมือนกำลังมองหาใครบางคนอยู่ พอเห็นแบบนั้นอัยย์ร่าขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่นานมากนัก พนักงานก็ยื่นถุงไอศกรีมที่ห่อมาเป็นอย่างดีให้อันนา ทำให้อัยย์ร่าละจากชายกลุ่มนั้นหันกลับมายังเพื่อนสนิทที่ถือถุงไอศกรีมอย่างมีความสุข ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากร้าน แต่เสียงของพนักงานพูดขึ้นขัดก่อนที่ทั้งคู่จะพลักประตูออกไป “น้องคะ พี่ว่า น้อง ๆ รีบเข้าไปในโรงเรียนดีกว่านะ พวกกลุ่มผู้ชายที่นั่งตรงนั้น พี่ว่าท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไร พี่เป็นห่วง” อัยย์ร่าและอันนาหันไปมองตรงชายกลุ่มนั้นเพียงแค่ชั่วครู่ และรีบพยักหน้ารับรู้ทันที ครืด ครืด ครืด ~ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากระโปรงของอันนาดังขึ้น ทำให้เธอรีบหยิบขึ้นมากดรับสาย เพราะรู้ว่าน่าจะเป็นเบอร์ของคนรถที่บ้านที่กำลังจะมารับ “ค่ะ ได้ค่ะ พี่ขับเลยมาตรงคาเฟ่เปิดใหม่ข้าง ๆ โรงเรียนนะคะ” อันนาเอาโทรศัพท์แนบหูและพูดขึ้นกับปลายสาย ก่อนจะกดวางสายไป และหันกลับมาพูดกับเพื่อนตัวเล็ก “อัยย์ เดี๋ยวฉันให้คนรถที่บ้านมารับตรงนี้ และวนไปส่งแกหน้าโรงเรียนนะ” “ไม่ต้องหรอกอันนา ฉันเดินไปได้ แค่นี้เอง แล้วอีกอย่างคนขับรถที่บ้านฉันกำลังจะมาแล้วด้วย” อัยย์ร่าพูดร่ายยาวเหยียด เพราะเธอคิดว่าไม่น่ามีอะไร และคนขับรถที่บ้านของเธอก็เพิ่งพิมพ์มาบอกว่า กำลังรีบมารับไม่น่าเกินสิบนาที “งั้น เดี๋ยวถ้ารถที่บ้านฉันมารับ จะจอดรอจนกว่าแกจะเดินถึงหน้าโรงเรียนละกันนะ ฉันเป็นห่วง” อัยย์ร่าพยักหน้าเชื่อฟังเพื่อนสนิทอย่างไม่ได้รั้นอะไรต่อ ทั้งคู่นั่งรอรถของที่บ้านอันนามารับ จนไม่นานมากนัก รถหรูก็ขับมาจอดด้านหน้าคาเฟ่ ทั้งสองคนเดินออกมาจากร้านพร้อมกัน อันนาเข้านั่งบนรถและบอกคนขับรถว่า รอให้อัยย์ร่าเดินถึงหน้าโรงเรียนก่อนค่อยขับออกไป “กลับดี ๆ นะอัยย์ พรุ่งนี้เจอกัน” “อื้อ เจอกันนะอันนา ฉันไปก่อน” ทั้งคู่ยิ้มหวานให้กันตามปกติ อัยย์ร่ารีบเดินกลับไปทางป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนอีกครั้ง เพราะ อีกไม่นานคนขับรถก็น่าจะมาถึง เมื่ออัยย์ร่าเดินมาถึงตรงป้ายรถเมล์ เด็กสาวหันกลับไปมองยังรถของเพื่อนที่ยังจอดอยู่ เธอโบกมือให้เพื่อนที่ชะโงกหน้าออกมาจากกระจก และโบกมือบ่งบอกว่า โอเคแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จากนั้นรถของอันนาค่อย ๆ ขับออกไปจากหน้าคาเฟ่จนลับสายตาไป อัยย์ร่านั่งลงตรงป้ายรถเมล์อีกครั้ง เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย ติ้ง ติ้ง ~ เสียงแจ้งเตือนข้อความของโทรศัพท์ราคาแพงในมือดังขึ้น นิ้วเรียวรีบเข้าไปกดแชตของคนขับรถที่บ้านทันที แชตธรรม : ธรรม : คุณอัยย์ครับ วันนี้ไปถึงช้าหน่อยนะครับ รถเกิดอุบัติเหตุข้างหน้า รถติดยาวมากเลยครับ ธรรม : - ส่งรูปภาพ - อัยย์ร่าเปิดอ่านข้อความพร้อมกับเปิดดูรูปภาพที่ธรรมคนขับรถแนบมาให้ว่า ตอนนี้รถด้านหน้าเกิดอุบัติเหตุใหญ่ ทำให้รถติดยาวมาก อัยย์ร่า : ไม่เป็นไรค่ะ อัยย์รอได้ ธรรม : คุณอัยย์เข้าไปรอในโรงเรียนดีกว่านะครับ ผมถึงแล้วจะรีบโทรหา อัยย์ร่า : โอเคค่ะ หลังจากอ่านข้อความเสร็จได้ไม่นาน เด็กสาวก็ต้องละสายตาขึ้นมามองไปทางคาเฟ่ที่เพิ่งแยกจากอันนามา เพราะ ชายกลุ่มนั้นเหมือนจะวิ่งไปทางอีกฝั่งหนึ่งอย่างรีบร้อน และแตกตื่น ทำให้ผู้คนแถวนั้นต่างสนใจ รวมถึงอัยย์ร่าที่นั่งมองไปทางนั้นเหมือนกัน อัยย์ร่ารู้สึกโล่งใจที่ชายน่ากลัวกลุ่มนั้นหายไปจากแถวนี้แล้ว ผ่านไปสักพัก อัยย์ร่านั่งอยู่ตรงนั้นได้เพียงไม่ถึงห้านาที จู่ ๆ ฝนก็ตกลงมา จากเม็ดเล็กเริ่มเปลี่ยนเป็นเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลังคาตรงป้ายรถเมล์ไม่สามารถบังเม็ดฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนักได้แล้ว เด็กสาวกำลังมองหาว่า จะวิ่งกลับไปทางโรงเรียนหรือทางไหนดี เพราะ ระยะทางจากป้ายรถเมล์กับประตูโรงเรียนไม่ไกลกันก็จริง แต่ตอนนี้ประตูหลักปิดลงแล้ว เธอต้องวิ่งอ้อมไปอีกทางเพื่อเข้าไป ดวงตากลมหันไปมองอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นมุมตึกเป็นพื้นที่ของโรงเก็บอุปกรณ์กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน และมันพอที่จะหลบฝนได้ อัยย์ร่าตัดสินใจรีบวิ่งผ่าเม็ดฝนตรงไปทางนั้นทันที เมื่อมาถึงเด็กสาวตอนนี้เปียกไปทั้งตัว เสื้อนักเรียนที่บางจนเห็นเสื้อในจาง ๆ ยังโชคดีที่ในกระเป๋ามีเสื้อคุมอยู่ด้วย อัยย์ร่ารีบหยิบเสื้อมาสวมทับทันที แขนเรียวทั้งสองข้างโอบกอดตัวเองเอาไว้จากลมที่พัดมาพร้อมกับเม็ดฝนปรอย ๆ ทว่า … เสียงของใครบางคนก็ดังออกมาจากทางด้านหลังตรงห้องเก็บของเล็ก ๆ สบถเสียงดังลั่น “เชี้ยแม่ง!!” อัยย์ร่าสะดุ้งไปกับเสียงนั้น เด็กสาวค่อย ๆ ชะโงกหน้ามองไปยังห้องนั้น เธอพยายามขยับตัวให้เบาที่สุด ดวงตากลมเพ่งเล็งเข้าไปด้านในห้องนั้น แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังได้รับบาดเจ็บจากการโดนอะไรมาสักอย่าง เขานั่งอยู่กับพื้น หลังพิงเข้ากับกำแพง ตามตัวมีแต่รอยแผล โดยเฉพาะตรงหัวของเขาที่ตอนนี้มีเลือดไหลอาบไปทั่วทั้งหน้า เด็กสาวยืนขาแข็งไม่รู้ว่าจะเข้าไปดีไหม และไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ อัยย์ร่าตัดสินใจไม่เข้าไป เพราะ เธอคิดว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะเอาตัวเองไปอยู่จุดนั้น จังหวะที่เด็กสาวกำลังจะหมุนตัวหันหลังกลับ แต่เสียงของคนคนนั้นกลับดังขึ้น จนขาเรียวที่กำลังก้าวพลันชะงักกลางอากาศ “...ใครวะ!” อัยย์ร่ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ และหมุนตัวหันกลับมาช้า ๆ ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อสภาพคนตรงหน้าตอนนี้ดูแย่มากกว่าเดิมแค่เพียงเสี้ยววินาที ชายคนนั้นพูดจบก็ค่อย ๆ ตัวเอียงลงช้า ๆ มาทางด้านข้าง ดวงตาของเขาใกล้จะปิดลงเต็มที อัยย์ร่าตัดสินใจไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเข้าไปหาคนที่หัวกำลังจะฟาดลงพื้นปูนอย่างไม่สนใจอะไรแล้วในตอนนั้น มือเล็กเข้าไปประคองใบหน้าของชายคนนั้นเอาไว้ ก่อนที่มันจะกระแทกลงบนพื้น มืออีกข้างเธอพยายามเขย่าตัวเขาให้ได้สติ “พะ พี่คะ พี่! ได้ยินไหมคะ” ฝ่ามือเล็กทุบไปที่อกของเขาแรง ๆ สองสามครั้ง และยิ่งเห็นว่าเขาไม่ตอบสนองต่อเสียงของเธอ อัยย์ร่าทุบไปอีกแรง ๆ และตะโกนใส่หน้าเขาอย่างลนลาน “อย่าตายนะ!!”ปรี๊ด ปรี๊ด! เสียงแตรของรถคันหลังดังขึ้นขัดจังหวะ “ออกรถเดี๋ยวนี้!” เอรินรีบพูดสั่งไปยังคนขับเสียงดังลั่น เธอไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าน้องสาวของตัวเองเลยแม้แต่เสี้ยววินาที อัยย์ร่าที่กำลังพยายามเข้าใกล้รถคันนั้น แต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัว ทำให้เธอไม่สามารถขยับไปใกล้ได้มากกว่านี้“พี่ริน! พี่ริน หยุดก่อน” ร่างเล็กพยายามวิ่งตามรถคันนั้น เดร็กที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า เขาได้แต่มองร่างเล็กตรงหน้าที่ใกล้แค่เอื้อมกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินข้างรถของเขา ดวงตากลมสดใสที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งก่อนตอนนี้เริ่มแดงก่ำ น้ำสีใสเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม ใบหน้าของเธอเศร้าหม่องราวกับคนละคน“อัยย์! ระวังรถ!” เสียงของแทนไทที่ลงมาตามคนตัวเล็ก รีบเข้าไปดึงร่างของเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เดร็กขมวดคิ้วแน่นกับท่าทางของผู้ชายคนนั้นที่ดึงเธอเข้าไปกอดแบบนั้น ‘มันคือใคร เป็นอะไรกับเธอ’ นี่คือคำถามในหัวของเขาแต่ทุกอย่างไม่ทันจะได้คิดไปไหนไกล รถหรูก็ขับออกมาไกลจากจุดนั้นแล้ว ตอนนี้อัยย์ร่าเนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งตัว แทนไทรีบเข้ามาประคองให้เธอกลับมายังรถของตัวเองอีกครั้ง“ไหวไหมอัยย์? ตั้งสติก่อนนะ เราไปจากตรงนี้กันก่อน”คนตัวเล็
เจ็ดเดือนผ่านไปตอนนี้อัยย์ร่ากำลังขึ้นมหาวิทยาลัย และกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โชคดีที่เธอกับอันนาสอบติดที่เดียวกัน แถมยังเรียนคณะเดียวกันอีก“อัยย์ เพื่อนรักคนสวย ทางนี้”เสียงของอันนาดังขึ้นตรงโต๊ะกลางของโรงอาหาร ขาเรียวรีบก้าวไปหาเพื่อนรักด้วยความดีใจ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงปิดเทอมขึ้นปีหนึ่ง ทั้งคู่ยืนจับมือกันและเด้งตัวขึ้นราวกับเด็กน้อย เวลาดีใจมีความสุข “พอ ๆ เราเป็นสาวกันแล้วนะ จะทำตัวแบบนี้ม้ายด้ายยย” อัยย์ร่าชูนิ้วชี้ส่ายไปมา และพูดห้ามเพื่อน แต่ยังคงมีความสดใสตามแบบของเธออยู่ “สาวมหาลัย คริคริ >” อันนาทำท่าหัวเราะคิกคัก เพราะ ยังไม่ชินกับการเป็นสาวมหาลัยครั้งแรกแบบเต็มตัว ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้และมองไปรอบ ๆ ที่ผู้คนเริ่มเยอะขึ้น มีทั้งรุ่นพี่และเด็กปีหนึ่งต่างเริ่มทยอยเดินเข้ามาทั่วบริเวณนี้“คณะบริหารของเราคนสวยเยอะมากแก” อันนากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพราะ เธอเจอรุ่นพี่และคนรุ่นเดียวกันกับเธอมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมด“จริง! เมื่อกี้ฉันเดินมา มีแต่คนสวย ๆ แถมผิวขาวมาก”“แต่ฉันว่า แกสวยกว่าเยอะ แต่งหน้า ทำผมอีกนิด เป็นดาวคณะได้สบาย”“ทุกวันนี้ แค่ตื่
อัยย์ร่ายังคงพยายามประคองร่างหนาให้ยืนนิ่ง ๆ เธอก้มลงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาไว้ในมือ เมื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แขนแกร่งก็โอบมาวางบนไหล่เล็กของเธออีกครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้น้ำหนักของมันจะไม่ได้มากเท่ากับในตอนแรก“ใส่เสื้อคุม”“คะ?”“เสื้อ” เดร็กหลุบมองต่ำไปยังตรงหน้าอกของคนตัวเล็ก ก่อนจะพูดเสียงราบเรียบ “บางขนาดนั้น เห็นไปถึงไหน”อัยย์ร่ารีบก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจ เพราะ มันบางมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าบางส่วนจะแห้งไปแล้ว แต่ตรงเนินหน้าอกของเธอมันยังคงเห็นเสื้อในชัดเจน คนตัวเล็กรีบเงยหน้าขึ้น และทำหน้าไม่พอใจออกมา“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ!”เดร็กไม่ตอบ เขาเพียงยักไหล่อย่างไม่แยแส ราวกับเรื่องที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่เขาควรต้องเอ่ยบอกตั้งแต่แรก ร่างเล็กรีบหยิบเสื้อคุมที่เปื้อนไปด้วยเลือดของเขาขึ้นมาสวมทับ ยังโชคดีที่เสื้อคุมเป็นสีดำ เลยไม่ค่อยเห็นคราบเลือดมากนักเดร็กและอัยย์ร่าค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องเก็บของ โดยแขนแกร่งยังคงพาดโอบไหล่คนตัวเล็กเอาไว้แน่น“อย่าไปช่วยใครแบบนี้อีก”“อะไรอีกคะ?”“ความใจดีของเธอ จะทำให้ตัวเธอเองเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่ฉัน และเป็นผู้ชายคนอื่น เธอคงโดนข่มขืนไ
อัยย์ร่าแทบเสียสติ เมื่อคนตรงหน้ายังคงไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา ฝ่ามือเล็กจับประคองให้ใบหน้าเขาพิงไปกับกำแพงอย่างเบามือ ดวงตากลมรีบมองไปรอบ ๆ ว่าพอจะมีอะไรหรือใครอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฝนยังตกมาอย่างหนักและไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลยดวงตากลมสะดุดเข้ากับโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกล และคาดเดาได้ไม่ยากว่า น่าจะเป็นของชายตรงหน้า มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาญาติของเขา แต่โทรศัพท์ถูกล็อครหัสเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ เด็กสาวจึงจะเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ของตัวเอง อัยย์ร่ากำลังก้มหยิบโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเพื่อกดโทรหารถพยาบาทหมับ! ข้อมือเรียวถูกจับเอาไว้แน่น จากคนที่เพิ่งได้สติกลับมา“พะ พี่คะ ได้ยินอัยย์ไหมคะ” อัยย์ร่าพยายามก้มมองใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำลงมองพื้น แต่มือของเขายังกำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือหนาของยกขึ้นมาจับที่ใบหน้าของตัวเองอย่างหงุดหงิด“มึนหัวฉิบหาย!”“เลือดพี่ออกเยอะ ไม่มึนคงแปลก”เสียงเล็กพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเลือดตรงหัวเขากำลังไหลซึมออกมา ดวงตาคมตวัดขึ้นมองคนตรงหน้า เขาพยายามปรับสายตาให้กลับมาปกติ แม้ตอนนี้มันจะพร่ามัวจนแทบมองเธอไม่ชัด“พี่ต้องห้ามเลือดก่อน” เ
สองปีก่อนเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนชื่อดัง กำลังเดินสดใสอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน เพื่อรอให้คนรถที่บ้านมารับตามปกติ อัยย์ร่า หย่นสะโพกนั่งตรงรอป้ายรถเมล์ ในมือถือไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้ไม่นาน ดวงตาไร้เดียงสานั่งแกว่งเท้าอย่างสบายใจ เพราะ วันนี้อากาศค่อนข้างดี“อัยย์ เพื่อนรักกกก”เสียงสดใสของ อันนา เพื่อนสนิทของอัยย์ร่าดังขึ้นมาแต่ไกล อันนารีบวิ่งมาหาเพื่อนสนิทอย่างร่าเริงตามปกติที่ชอบเป็น อัยย์ร่าหันไปยิ้มกว้างให้เพื่อสนิทไม่ต่างกัน อันนาทิ้งสะโพกมานั่งใกล้ ๆ เพื่อนรัก จากนั้นก็คล้องไปที่แขนเล็กของพร้อมกับเอาใบหน้าซบที่ไหล่ของอัยย์ร่า“ทำไมยังไม่กลับอีกอันนา คนขับรถที่บ้านยังไม่มาหรอ?” อัยย์ร่าถามอย่างสงสัย เพราะ ปกติที่บ้านของอันนาค่อนข้างเข้มงวด ต้องกลับบ้านตรงเวลา และไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้กลับพร้อมกัน เพราะ อัยย์ร่าเองชอบเดินเล่น หรือหาของกินใกล้ ๆ โรงเรียนก่อนที่คนรถที่บ้านจะมารับ“ใช่สิ วันนี้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ตอนที่ม๊าโทรมาบอกว่า คนรถจะมารับช้า พอรู้นะฉันรีบวิ่งมาหาแกเลยอัยย์”อันนาซบที่ไหล่ของเพื่อนสนิทอีกครั้ง ทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะ คร
“จะมาโทษว่า ฉันผิดได้ยังไง?” หัวคิ้วหนาขมวดแน่น และจ้องมายังหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าด้วยแววตาไร้สำนึก“สิ่งที่พี่สาวเธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะ ตัวเธอเองต่างหาก…”“เลว!” อัยย์ร่า ตะโกนเสียงดังลั่น ไม่สนใจว่า ตอนนี้ในห้องนี้จะเต็มไปด้วยลูกน้องของเขามากมายขนาดไหน หญิงสาวร่างเล็กยังคงยืนอยู่ตรงข้ามเขา มองอย่างไม่ลดละและไม่คิดเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ไปยังคนที่ ‘ครั้งหนึ่งเธอเคยมอบทั้งหัวใจให้กับเขา’“ไส้หัวกลับไปอัยย์ร่า อย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก ทั้งพี่ทั้งน้อง”“แต่พี่ เอริน กำลังจะตาย” เสียงของอัยย์ร่าสั่นพร่าเล็กน้อย แต่เธอยังคงกลืนก้อนความอ่อนแอกลับลงไปในคอ ไม่ให้คนตรงหน้าเห็น “พี่เดร็ก อย่างน้อยพี่เอรินก็เป็นผู้หญิงของพี่!”“หุบปาก!!” เดร็กหยัดตัวลุกขึ้นจากโซฟาหนังราคาแพง หนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างไม่รีบร้อน ขาแกร่งก้าวมาหยุดตรงหน้า ดวงตาคมแสนเย็นชาก้มต่ำมองไปยังคนที่ตัวเล็กกว่า อัยย์ร่ายืนมองสบสายตาเขานิ่งไม่ละไปไหนแม้แต่นาทีเดียวก้านนิ้วยาวเย็นเฉียบของเดร็กยกขึ้นมาลูบไปที่แก้มเนียนของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้อัยย์ร่ารีบสบัดหน้าหนีเมื