LOGINปรี๊ด ปรี๊ด! เสียงแตรของรถคันหลังดังขึ้นขัดจังหวะ
“ออกรถเดี๋ยวนี้!” เอรินรีบพูดสั่งไปยังคนขับเสียงดังลั่น เธอไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าน้องสาวของตัวเองเลยแม้แต่เสี้ยววินาที อัยย์ร่าที่กำลังพยายามเข้าใกล้รถคันนั้น แต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัว ทำให้เธอไม่สามารถขยับไปใกล้ได้มากกว่านี้ “พี่ริน! พี่ริน หยุดก่อน” ร่างเล็กพยายามวิ่งตามรถคันนั้น เดร็กที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า เขาได้แต่มองร่างเล็กตรงหน้าที่ใกล้แค่เอื้อมกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินข้างรถของเขา ดวงตากลมสดใสที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งก่อนตอนนี้เริ่มแดงก่ำ น้ำสีใสเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม ใบหน้าของเธอเศร้าหม่องราวกับคนละคน “อัยย์! ระวังรถ!” เสียงของแทนไทที่ลงมาตามคนตัวเล็ก รีบเข้าไปดึงร่างของเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เดร็กขมวดคิ้วแน่นกับท่าทางของผู้ชายคนนั้นที่ดึงเธอเข้าไปกอดแบบนั้น ‘มันคือใคร เป็นอะไรกับเธอ’ นี่คือคำถามในหัวของเขา แต่ทุกอย่างไม่ทันจะได้คิดไปไหนไกล รถหรูก็ขับออกมาไกลจากจุดนั้นแล้ว ตอนนี้อัยย์ร่าเนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งตัว แทนไทรีบเข้ามาประคองให้เธอกลับมายังรถของตัวเองอีกครั้ง “ไหวไหมอัยย์? ตั้งสติก่อนนะ เราไปจากตรงนี้กันก่อน” คนตัวเล็กที่ยังร้องไห้ออกมาไม่หยุด เธอพยักหน้าช้า ๆ และขึ้นไปบนรถอย่างเดิม แทนไทรีบขับรถออกไปจากตรงนี้ เพราะ เป็นช่วงที่ค่อนข้างอันตราย เมื่อขับมาได้สักระยะ อัยย์ร่าที่ตอนนี้เธอรู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมา แขนเรียวเปลี่ยนไปโอบที่เอวของแทนไทเอาไว้ ใบหน้าสวยพิงกับแผ่นหลังกว้างของเพื่อนอย่างต้องการที่พึ่ง “อึก! พี่ริน” แทนไทปล่อยให้แผ่นหลังของเขาเป็นพึ่งของเพื่อนตัวเล็ก โดยไม่คิดจะพูดอะไรออกไป เขาให้เธอได้ใช้เวลากับตัวเองไปก่อน รถมอเตอร์ไซค่อย ๆ ขับผ่านตามเส้นทางที่คุ้นเคย แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ร่างเล็กที่เคยสดใสและชอบมองไปรอบ ๆ ทุกครั้ง วันนี้มีแต่คราบน้ำตาและเสียงสะอื้น แทนไทรู้สึกว่า อัยย์ร่าเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ … ทางฝั่งของเดร็ก ในรถไร้เสียงพูดคุยเหมือนเคย แต่ครั้งนี้แตกต่างไปจากทุกครั้ง บรรยากาศคุกรุ่นจากสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไป เดร็กหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด และพ่นควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งรถ เขาหันมาหาคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เสียงเย็นเฉียบพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมมาสักพัก “ไม่มีอะไรจะพูด?” เดร็กหยิบกระบอกปืนขึ้นมา และจิ้มไปที่แก้มของเอรินสองสามที “ต้องให้ฉันเอากระสุนเข้าปากเธอก่อนดีไหม?” เอรินนั่งตัวสั่นระริกไม่กล้าขยับไปไหน แค่ทุกวันนี้ เธอจะเข้าหาเดร็กได้แต่ละครั้ง ก็ไม่รู้จะสรรหาข้ออ้างอะไรมาแล้ว วันนี้เธออุส่าห์ได้รับเลือกให้มาช่วยงานข้างนอกกับเดร็กแล้วแท้ ๆ แต่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ทำให้เดร็กตอนนี้เขาน่ากลัวขึ้นไปอีก “คะ คือ” “คือ?” เสียงทุ้มพูดขึ้นอย่างรำคาญที่เธอไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที เดร็กหันมาพ่นควันสีขาวใส่หน้าของเอรินอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “มะ เมื่อกี้ นะ น้องสาวของรินค่ะ” “น้องสาว?” “ใช่ค่ะ น้องสาวแท้ ๆ” “อ่า” ใบหน้าหล่อเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างหัวเสีย เขาเจอเธอครั้งแรก และเลือกเธอขึ้นเตียงเพียงเพราะ เธอหน้าตาคล้ายกับอัยย์ร่า เด็กสาวที่เคยช่วยเขาเอาไว้เมื่อเจ็ดเดือนก่อนก็เท่านั้น “เหมือนฉันจะเคยถามเธอไปแล้ว ว่าเธอมีพี่น้องที่ไหนไหม” เดร็กหันกลับมาและมองตรงไปข้างหน้า เขาสูบอัดบุหรี่ถี่ ๆ “เธอตอบฉันว่าอะไรนะ? พูดให้ฟังอีกทีสิ” “...” “ตอบ!” เสียงตวาดดังลั่นรถ ทำให้เอรินสะดุ้งและหวาดกลัวกว่าเดิม เอรินใช้เล็บจิกลงไปที่หลังมือของตัวเอง เธอพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้กลัวเขาไปมากกว่านี้ เพราะเธอรู้ดีว่า คนอย่างเดร็ก สามารถทำได้ทุกอย่าง และถ้าเขาต้องการให้ใครคนหนึ่งหายไปจากโลกนี้ตลอดการก็ไม่ใช้เรื่องยากอะไร “คะ คุณเดร็กคะ ฟังรินก่อนนะคะ” เอรินพยายามใช้เสน่ห์ของความเป็นหญิงเข้าช่วย เพื่อทำให้เดร็กใจเย็นลง เพราะต่อให้ปฏิเสธยังไง แต่ผู้ชายอย่างเขาก็ต้องแพ้ให้กับมารยาหญิงอยู่ดี มือเรียวที่สั่นเทาค่อย ๆ เอื้อมไปตรงเป้ากางเกงของอีกฝ่าย เธอลูบคลำอยู่อย่างนั้นและเมื่อเห็นว่าเดร็กไม่ได้พลักออก เธอก็ยิ่งได้ใจและคิดว่าเขาก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่น เอรินค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเดร็กหันกลับมามองด้วยสายตาราวกับต้องการจะฆ่าเธอ “เห็นไหม?” “คะ?” “มันไม่แข็ง” เอรินก้มลงมองยังมือที่ยังค้างอยู่ตรงเป้าของเขา และสัมผัสได้ว่า จุดนั้นของเขามันไม่แข็งจริง ๆ จากการเล้าโลมของเธอ “ฉันไม่ชอบกินของที่ฉันคายทิ้งแล้ว ฉันเลือกเธอครั้งนั้น เพราะแค่ถูกใจ” มือหนายกขึ้นมาบีบที่คางของเธออย่างแรง “แต่ไม่คิดจะเก็บขึ้นมากิน” เดร็กบีบใบหน้าของเธอและสลัดไปอีกทางอย่างแรง จนเอรินต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “จอดรถ” “ครับ?” “กูบอกให้มึงจอดรถ” คนขับรถรีบจอดข้างทางตามคำสั่งของผู้เป็นนาย “ลงไป” “มะ ไม่เอา คุณเดร็กคะ” เสียงของเอรินหวาดกลัวสุดขีด เมื่อจู่ ๆ เธอก็ถูกสั่งให้ลงจากรถ “จะลงไปแบบมีชีวิต หรือ เป็นศพดี?” เดร็กไม่หันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ เอรินได้แต่ทำใจและยอมรับ มือเรียวเอื้อมไปเปิดประตู และเคลื่อนตัวเองลงไปช้า ๆ และคาดหวังว่าเขาแค่ขู่เท่านั้น เธอยังคงมองมาที่ใบหน้าที่เฉยชาอยู่ แต่เมื่อประตูปิดลงรถหรูก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เอรินได้แต่หรุดตัวลงกับพื้น เธอสมเพชตัวเองในตอนนี้ จากคุณหนูและพี่ใหญ่ของบ้านกลับกลายเป็นเหมือนผู้หญิงไร้ค่า … ภายในรถหรูของเดร็ก “ปล่อยเธอไปแบบนั้นจะดีหรอครับ?” “แล้ว?” “เอ่อคือ… อย่างน้อยเธอก็เป็นผู้หญิงของนาย” “เอากูก็ยังไม่ได้เอา จะเป็นผู้หญิงของกูได้ยังไง? และต่อให้เอาแล้ว ก็ไม่มีใครเป็นผู้หญิงของกูทั้งนั้น” เดร็กยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “แค่สนุกกันบนเตียง จะเรียกร้องเอาอะไร” เดร็กนั่งย้อนกลับไปวันที่เขาเจอกับเอรินครั้งแรก ช่วงที่ผ่านมาเดร็กพยายามให้ลูกน้องหลายคนหาผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกับอัยย์ร่ามาให้ แต่ไม่มีใครถูกใจเขาสักคน เมื่อเจอกับเอริน เธอมีความคล้ายกับอัยย์ร่ามาก มากจนคิดว่าเป็นแฝดกัน จะต่างกันตรงที่เอรินแววตาดูมีเรื่องในหัวตลอดเวลา จนเธอไม่ได้มีเสน่ห์ดึงดูดอะไร เอรินยอมคุกเข่าขอขึ้นเตียงกับเขา เดร็กก็ตอบสนองไม่ได้ติดอะไร แต่เมื่อกำลังจะทำ เขามองไปที่หน้าของเธอกลับเห็นแต่ใบหน้าของอัยย์ร่าสะท้อนอยู่ในตัว จนเขารู้สึกหมดอารมณ์ เพราะ เธอดูยั่วยวนมากเกินไป ไม่ได้ดูสดใสอย่างคนที่เขาถูกใจ แต่ก็คงไม่แปลกอะไร เพราะ พวกเธอมันคนละคนกัน “ไปสืบมาว่า น้องสาวเธอเป็นใคร? กูต้องการข้อมูลภายในวันพรุ่งนี้” “คะ ครับ” เดร็กหวนคิดถึงดวงตากลมก่อนหน้าที่เพิ่งเจอกันหลังจากไม่เจอมานาน และเขาคิดวมาตลอดว่าอาจจะไม่ได้เจอกันแล้วก็ได้ แต่เหมือนอะไรหลายๆ อย่างจะบังเอิญให้เธอเข้ามาใกล้ชีวิตเขาอีดครั้ง มุมปากหยักยกยิ้มอย่างชอบใจ และกำลังคิดหาวิธีว่า จะทำยังไงให้เด็กน้อยอย่างเธอเข้ามาติดกับดักของเขาดี เพียงแค่ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัว เป้ากางเกงของเขาก็นูนขึ้นอย่างมีอารมณ์ เมื่อนึกสภาพเธอตอนอยู่บนเตียง …มันจะเป็นยังไงกันนะ?ปรี๊ด ปรี๊ด! เสียงแตรของรถคันหลังดังขึ้นขัดจังหวะ “ออกรถเดี๋ยวนี้!” เอรินรีบพูดสั่งไปยังคนขับเสียงดังลั่น เธอไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าน้องสาวของตัวเองเลยแม้แต่เสี้ยววินาที อัยย์ร่าที่กำลังพยายามเข้าใกล้รถคันนั้น แต่เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัว ทำให้เธอไม่สามารถขยับไปใกล้ได้มากกว่านี้“พี่ริน! พี่ริน หยุดก่อน” ร่างเล็กพยายามวิ่งตามรถคันนั้น เดร็กที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า เขาได้แต่มองร่างเล็กตรงหน้าที่ใกล้แค่เอื้อมกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินข้างรถของเขา ดวงตากลมสดใสที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งก่อนตอนนี้เริ่มแดงก่ำ น้ำสีใสเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม ใบหน้าของเธอเศร้าหม่องราวกับคนละคน“อัยย์! ระวังรถ!” เสียงของแทนไทที่ลงมาตามคนตัวเล็ก รีบเข้าไปดึงร่างของเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เดร็กขมวดคิ้วแน่นกับท่าทางของผู้ชายคนนั้นที่ดึงเธอเข้าไปกอดแบบนั้น ‘มันคือใคร เป็นอะไรกับเธอ’ นี่คือคำถามในหัวของเขาแต่ทุกอย่างไม่ทันจะได้คิดไปไหนไกล รถหรูก็ขับออกมาไกลจากจุดนั้นแล้ว ตอนนี้อัยย์ร่าเนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งตัว แทนไทรีบเข้ามาประคองให้เธอกลับมายังรถของตัวเองอีกครั้ง“ไหวไหมอัยย์? ตั้งสติก่อนนะ เราไปจากตรงนี้กันก่อน”คนตัวเล็
เจ็ดเดือนผ่านไปตอนนี้อัยย์ร่ากำลังขึ้นมหาวิทยาลัย และกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โชคดีที่เธอกับอันนาสอบติดที่เดียวกัน แถมยังเรียนคณะเดียวกันอีก“อัยย์ เพื่อนรักคนสวย ทางนี้”เสียงของอันนาดังขึ้นตรงโต๊ะกลางของโรงอาหาร ขาเรียวรีบก้าวไปหาเพื่อนรักด้วยความดีใจ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงปิดเทอมขึ้นปีหนึ่ง ทั้งคู่ยืนจับมือกันและเด้งตัวขึ้นราวกับเด็กน้อย เวลาดีใจมีความสุข “พอ ๆ เราเป็นสาวกันแล้วนะ จะทำตัวแบบนี้ม้ายด้ายยย” อัยย์ร่าชูนิ้วชี้ส่ายไปมา และพูดห้ามเพื่อน แต่ยังคงมีความสดใสตามแบบของเธออยู่ “สาวมหาลัย คริคริ >” อันนาทำท่าหัวเราะคิกคัก เพราะ ยังไม่ชินกับการเป็นสาวมหาลัยครั้งแรกแบบเต็มตัว ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้และมองไปรอบ ๆ ที่ผู้คนเริ่มเยอะขึ้น มีทั้งรุ่นพี่และเด็กปีหนึ่งต่างเริ่มทยอยเดินเข้ามาทั่วบริเวณนี้“คณะบริหารของเราคนสวยเยอะมากแก” อันนากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพราะ เธอเจอรุ่นพี่และคนรุ่นเดียวกันกับเธอมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมด“จริง! เมื่อกี้ฉันเดินมา มีแต่คนสวย ๆ แถมผิวขาวมาก”“แต่ฉันว่า แกสวยกว่าเยอะ แต่งหน้า ทำผมอีกนิด เป็นดาวคณะได้สบาย”“ทุกวันนี้ แค่ตื่
อัยย์ร่ายังคงพยายามประคองร่างหนาให้ยืนนิ่ง ๆ เธอก้มลงหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาไว้ในมือ เมื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แขนแกร่งก็โอบมาวางบนไหล่เล็กของเธออีกครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้น้ำหนักของมันจะไม่ได้มากเท่ากับในตอนแรก“ใส่เสื้อคุม”“คะ?”“เสื้อ” เดร็กหลุบมองต่ำไปยังตรงหน้าอกของคนตัวเล็ก ก่อนจะพูดเสียงราบเรียบ “บางขนาดนั้น เห็นไปถึงไหน”อัยย์ร่ารีบก้มลงสำรวจตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจ เพราะ มันบางมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าบางส่วนจะแห้งไปแล้ว แต่ตรงเนินหน้าอกของเธอมันยังคงเห็นเสื้อในชัดเจน คนตัวเล็กรีบเงยหน้าขึ้น และทำหน้าไม่พอใจออกมา“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกคะ!”เดร็กไม่ตอบ เขาเพียงยักไหล่อย่างไม่แยแส ราวกับเรื่องที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่เขาควรต้องเอ่ยบอกตั้งแต่แรก ร่างเล็กรีบหยิบเสื้อคุมที่เปื้อนไปด้วยเลือดของเขาขึ้นมาสวมทับ ยังโชคดีที่เสื้อคุมเป็นสีดำ เลยไม่ค่อยเห็นคราบเลือดมากนักเดร็กและอัยย์ร่าค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องเก็บของ โดยแขนแกร่งยังคงพาดโอบไหล่คนตัวเล็กเอาไว้แน่น“อย่าไปช่วยใครแบบนี้อีก”“อะไรอีกคะ?”“ความใจดีของเธอ จะทำให้ตัวเธอเองเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่ฉัน และเป็นผู้ชายคนอื่น เธอคงโดนข่มขืนไ
อัยย์ร่าแทบเสียสติ เมื่อคนตรงหน้ายังคงไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา ฝ่ามือเล็กจับประคองให้ใบหน้าเขาพิงไปกับกำแพงอย่างเบามือ ดวงตากลมรีบมองไปรอบ ๆ ว่าพอจะมีอะไรหรือใครอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ฝนยังตกมาอย่างหนักและไม่มีใครผ่านมาทางนี้เลยดวงตากลมสะดุดเข้ากับโทรศัพท์ที่วางอยู่ไม่ไกล และคาดเดาได้ไม่ยากว่า น่าจะเป็นของชายตรงหน้า มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาญาติของเขา แต่โทรศัพท์ถูกล็อครหัสเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดได้ เด็กสาวจึงจะเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ของตัวเอง อัยย์ร่ากำลังก้มหยิบโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าเพื่อกดโทรหารถพยาบาทหมับ! ข้อมือเรียวถูกจับเอาไว้แน่น จากคนที่เพิ่งได้สติกลับมา“พะ พี่คะ ได้ยินอัยย์ไหมคะ” อัยย์ร่าพยายามก้มมองใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำลงมองพื้น แต่มือของเขายังกำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือหนาของยกขึ้นมาจับที่ใบหน้าของตัวเองอย่างหงุดหงิด“มึนหัวฉิบหาย!”“เลือดพี่ออกเยอะ ไม่มึนคงแปลก”เสียงเล็กพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเลือดตรงหัวเขากำลังไหลซึมออกมา ดวงตาคมตวัดขึ้นมองคนตรงหน้า เขาพยายามปรับสายตาให้กลับมาปกติ แม้ตอนนี้มันจะพร่ามัวจนแทบมองเธอไม่ชัด“พี่ต้องห้ามเลือดก่อน” เ
สองปีก่อนเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนชื่อดัง กำลังเดินสดใสอยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน เพื่อรอให้คนรถที่บ้านมารับตามปกติ อัยย์ร่า หย่นสะโพกนั่งตรงรอป้ายรถเมล์ ในมือถือไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ได้ไม่นาน ดวงตาไร้เดียงสานั่งแกว่งเท้าอย่างสบายใจ เพราะ วันนี้อากาศค่อนข้างดี“อัยย์ เพื่อนรักกกก”เสียงสดใสของ อันนา เพื่อนสนิทของอัยย์ร่าดังขึ้นมาแต่ไกล อันนารีบวิ่งมาหาเพื่อนสนิทอย่างร่าเริงตามปกติที่ชอบเป็น อัยย์ร่าหันไปยิ้มกว้างให้เพื่อสนิทไม่ต่างกัน อันนาทิ้งสะโพกมานั่งใกล้ ๆ เพื่อนรัก จากนั้นก็คล้องไปที่แขนเล็กของพร้อมกับเอาใบหน้าซบที่ไหล่ของอัยย์ร่า“ทำไมยังไม่กลับอีกอันนา คนขับรถที่บ้านยังไม่มาหรอ?” อัยย์ร่าถามอย่างสงสัย เพราะ ปกติที่บ้านของอันนาค่อนข้างเข้มงวด ต้องกลับบ้านตรงเวลา และไม่บ่อยครั้งนักที่จะได้กลับพร้อมกัน เพราะ อัยย์ร่าเองชอบเดินเล่น หรือหาของกินใกล้ ๆ โรงเรียนก่อนที่คนรถที่บ้านจะมารับ“ใช่สิ วันนี้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ตอนที่ม๊าโทรมาบอกว่า คนรถจะมารับช้า พอรู้นะฉันรีบวิ่งมาหาแกเลยอัยย์”อันนาซบที่ไหล่ของเพื่อนสนิทอีกครั้ง ทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะ คร
“จะมาโทษว่า ฉันผิดได้ยังไง?” หัวคิ้วหนาขมวดแน่น และจ้องมายังหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าด้วยแววตาไร้สำนึก“สิ่งที่พี่สาวเธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะ ตัวเธอเองต่างหาก…”“เลว!” อัยย์ร่า ตะโกนเสียงดังลั่น ไม่สนใจว่า ตอนนี้ในห้องนี้จะเต็มไปด้วยลูกน้องของเขามากมายขนาดไหน หญิงสาวร่างเล็กยังคงยืนอยู่ตรงข้ามเขา มองอย่างไม่ลดละและไม่คิดเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ไปยังคนที่ ‘ครั้งหนึ่งเธอเคยมอบทั้งหัวใจให้กับเขา’“ไส้หัวกลับไปอัยย์ร่า อย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก ทั้งพี่ทั้งน้อง”“แต่พี่ เอริน กำลังจะตาย” เสียงของอัยย์ร่าสั่นพร่าเล็กน้อย แต่เธอยังคงกลืนก้อนความอ่อนแอกลับลงไปในคอ ไม่ให้คนตรงหน้าเห็น “พี่เดร็ก อย่างน้อยพี่เอรินก็เป็นผู้หญิงของพี่!”“หุบปาก!!” เดร็กหยัดตัวลุกขึ้นจากโซฟาหนังราคาแพง หนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างไม่รีบร้อน ขาแกร่งก้าวมาหยุดตรงหน้า ดวงตาคมแสนเย็นชาก้มต่ำมองไปยังคนที่ตัวเล็กกว่า อัยย์ร่ายืนมองสบสายตาเขานิ่งไม่ละไปไหนแม้แต่นาทีเดียวก้านนิ้วยาวเย็นเฉียบของเดร็กยกขึ้นมาลูบไปที่แก้มเนียนของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้อัยย์ร่ารีบสบัดหน้าหนีเมื







