Mag-log inถนนเส้นหลักบนเกาะสู่ตัวเรือนใหญ่นั้นลาดคอนกรีต แต่พิณตะวันวิ่งไปทางลัด ซึ่งเป็นทางดิน พวกคนงานใช้เดินกันจนดินแน่นและเส้นทางเตียนกว้างประมาณ 1 เมตร มีสุมทุมพุ่มไม้และต้นไม้ ต้นมะพร้าวขึ้นไปทั่วบริเวณ เส้นทางเป็นเงาตะคุ่มไม่สว่าง อาศัยเจนเท้าและคุ้นชินจึงวิ่งปรู๊ดๆ ได้อย่างเงียบฉี่และรวดเร็ว
"คุณพ่อคุณไม่สบายหนักแบบนี้ คุณเป็นลูกสาวคนโตควรรีบจัดการให้แน่ใจว่าท่านได้จัดแจงเรื่องพินัยกรรมเรียบร้อยดีแล้วนะคุณไอซ์"
เสียงผู้ชายเอ่ยเบาๆ ตรงหลังพุ่มดอกไม้ ด้านนี้เป็นสวนด้านหลังเรือนใหญ่ พิณตะวันชะงักเท้าที่กำลังวิ่งแล้วรีบหลบวูบอย่างว่องไวและเงียบเชียบ มองลอดช่องว่างระหว่างพุ่มไม้ เห็นผู้ชายใส่เสื้อแขนสั้นคอปกสีน้ำเงินยืนคุยกับผู้หญิง ซึ่งพิณตะวันรู้จักหน้าเธอดี เธอคือคุณไอสรีย์ ลูกสาวของนายหัวนั่นเอง
"อย่าแช่งพ่อฉัน คุณกิจ! ท่านแค่ไม่สบาย คุณพ่อเป็นคนรอบคอบเสมอ คุณไม่ต้องห่วง"
น้ำเสียงคุณไอสรีย์เข้มเล็กน้อย เหมือนไม่ค่อยพอใจนัก
"ที่ผมเตือนก็เพราะเป็นห่วงและหวังดีกับคุณนะครับ ไม่อยากให้คุณเสียเปรียบพวกน้องชายคุณ อย่างเกาะนี้น่ะ ทำเงินได้มหาศาล ผมเป็นคนดูแลเรื่องบัญชีผมรู้ดี ถ้าท่านเห็นว่าคุณเป็นผู้หญิง อาจดูแลไม่ได้ ท่านก็อาจจะยกให้คุณวายุหรือคุณไอลวิล ลูกนอกสมรสมาดูแลก็ได้"
เสียงผู้ชายชื่อ กิจ เอ่ยเบาๆ พลางเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนกลัวใครจะมาได้ยิน พิณตะวันไม่เข้าใจว่าเขาคุยอะไรกัน แต่จะขยับก็กลัวจะทำให้เกิดเสียง จึงนั่งฟังต่อไป
"คุณเป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดตอนนี้ คุณวายุก็กำลังเรียนอยู่ คุณวิลก็ไปๆ มาๆ เอาแน่ด้วยไม่ได้ แต่เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร คุณอยากให้พวกน้องชายคุณมาชุบมือเปิบงั้นเหรอ"
เสียงผู้ชายชื่อกิจกล่าวต่อ ฟังดูเหมือนกำลังยุยงส่งเสริมให้คุณไอสรีย์ไม่ให้วางใจในพวกน้องชาย แบบนี้นิสัยไม่ดีนี่นา... พิณตะวันฟังแล้วรู้สึกมันคล้ายละครหลังข่าวเรื่องไหนสักเรื่อง คนแบบนี้มีจริงๆ ในโลกนี้ด้วยงั้นเหรอ... คิดว่ามีแต่ในละครเสียอีก
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคุยเรื่องพวกนี้ ฉันขอเข้าไปดูคุณพ่อก่อน ถ้าท่านไม่ยอมกลับ ก็เห็นจะต้องจ้างหมอและพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลถึงที่นี่ ฉันเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของท่านมากที่สุดค่ะตอนนี้ เรื่องอื่นเมื่อถึงเวลาเราค่อยคุยกันเถอะค่ะ"
คุณไอสรีย์เอ่ย จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในตัวเรือนใหญ่
พิณตะวันก็รีบวิ่งต่อไปเพื่อไปดูว่าทำไมบิดาจึงยังไม่กลับบ้าน
เรือนใหญ่ เป็นเรือนไม้ซุงสองชั้นทาสีไม้ มีระเบียงโดยรอบเพื่อเอาไว้ชมวิวทะเลทุกทิศ ด้านล่างรอบๆ ปลูกดอกไม้ ต้นผลไม้ไว้รอบๆ ดูแลอย่างดีโดยคนงานที่ถนัดงานสวน พิณตะวันเห็นไฟเปิดสว่าง บิดาเป็นคนที่นายหัวชอบเรียกใช้บ่อยๆ เพราะเป็นหัวหน้าคนงานที่ท่านไว้วางใจ บันไดสามขั้นขึ้นสู่ระเบียงชั้นล่าง บิดานั่งอยู่ที่หน้าระเบียง
"พ่อจ๋า..." พิณตะวันรีบวิ่งขึ้นไปหาทันที พ่อยิ้มเมื่อเห็นหน้า เด็กหญิงเข้าไปกอดเอวพ่อ
"อ้าว วิ่งมาทำไมมืดค่ำแบบนี้ เดี๋ยวพ่อก็กลับแล้วลูก รอท่านคุยกันเสร็จก่อน"
พ่อเอ่ย
"อะไรกัน พ่อหายมาตั้งนานแล้ว เขาคุยอะไรกัน ทำไมให้พ่อมานั่งตากยุงตรงนี้"
พิณตะวันถามตามประสาเด็กน้อยผู้เป็นห่วงพ่อ พ่อทำท่าจุ๊ปากไม่ให้พูดเสียงดัง
"ท่านยังตกลงกันไม่ได้น่ะลูก"
พิณตะวันมองเข้าไปในบ้าน เห็นคนหลายคนอยู่ในนั้น คงจะเป็นลูกๆ ของนายหัวนั่นเอง
"วัฒน์ เข้ามาในนี้หน่อย"
เสียงนายหัวเรียก...พ่อจึงรีบเข้าไป พิณตะวันจึงถือโอกาสเกาะมือพ่อเข้าไปด้วย นายหัวนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ สวมเสื้อขาว มีผ้าห่มคลุมขา มีคุณไอสรีย์นั่งอยู่ใกล้ มีผู้ชายร่างสูงสองคนนั่งบนเก้าอี้เดี่ยว คงจะเป็นคุณวายุกับคุณไอลวิลอะไรนั่น คนหนึ่งหน้าตาไทย อีกคนหน้าตาลูกครึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องกันได้ยังไง อาจจะคนละแม่เหมือนในละคร พิณตะวันหลบอยู่หลังพ่อที่เข้าไปยืนด้านในประตูเพื่อรอฟังว่านายหัวต้องการอะไร
"ฉันจะกลับกรุงเทพฯ สักระยะ พวกนี้มันคะยั้นคะยอจนฉันรำคาญ...นายช่วยเป็นหูเป็นตาให้หน่อย วิลเขาจะมาอยู่ที่นี่ช่วงที่ฉันไม่อยู่"
นายหัวกล่าวเสร็จก็ไอชุดใหญ่ จนพยาบาลที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องรีบรินน้ำส่งให้
"ครับท่าน"
พ่อรับคำ นายหัวก็พยักหน้า
"ขอบใจมาก พอหายแล้วฉันจะกลับมา ความจริงไม่อยากไปเลย ถ้าจะตายก็อยากจะตายที่นี่ เอาเผาบนเกาะให้มันเสร็จๆ ไป ขี้เกียจอยู่กรุงเทพฯ เอาล่ะขอบใจมาก พรุ่งนี้จะออกตอนสายๆ นายไม่ต้องมาหรอก คุมคนงานตัดมะพร้าวต่อเถอะ"
วันรุ่งขึ้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังขึ้น ทุกคนก็ได้ทราบจากพ่อว่านายหัวเดินทางไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ มีนายหัวไอลวิลอยู่คอยดูแลเกาะแทน...
ที่เกาะแห่งนี้นอกจากทำรังนกนางแอ่นแล้ว ก็ยังมีสวนมะพร้าวอยู่เต็มเกาะ และมีการทำฟาร์มหอยมุกด้านหลังเกาะด้วย พิณตะวันพาพรรคพวกไปด้านหลังเกาะ ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมหลังจากสอบเทอมแรก ที่นี่มีโรงเรียนประถม จากนั้นถ้าใครประสงค์จะเรียนต่อมัธยมก็มีทางเลือกคือ ไปเรียนที่แผ่นดินใหญ่หรือไม่ก็เรียนการศึกษานอกโรงเรียน หรือการศึกษาทางไกลที่พอถึงเวลาก็ไปสอบเทียบเอา ซึ่งลูกหลานของที่นี่ก็จะเรียนทางไกล เพราะสะดวก แต่ส่วนใหญ่จะไม่เรียนกัน นอกจากลูกหลานใครที่เรียนเก่งจริงๆ นายหัวก็จะช่วยสงเคราะห์ส่งให้ไปเรียนที่แผ่นดินใหญ่ มีที่พักให้เสร็จสรรพ พอจบก็ให้ทำงานในออฟฟิศที่ตัวจังหวัด หรือเข้ากรุงเทพฯ หรือใครจะมาทำที่เกาะก็ได้ นายหัวผู้ชราเป็นคนใจดี ชาวเกาะรักท่านทุกคน
เวลานี้มีนายหัวคนใหม่ คือนายหัวไอลวิล หรือ นายหัววิล นายหัวหน้าฝรั่งลูกครึ่งที่สาวๆ ทั้งสาวรุ่นและสาวใหญ่พากันกระดี้กระด๊ากันมาก พิณตะวันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำท่าดีอกดีใจกับขนาดนั้นด้วย นายหัวหน้านิ่งๆ ดุๆ ไม่เห็นหน้าตาใจดีเหมือนนายหัวผู้เฒ่าเลยสักนิด
นายหัวกล่าว พ่อยกมือไหว้ทุกคน พิณตะวันก็รีบยกมือไหว้ตามแล้วก็รีบตามพ่อออกจากเรือนใหญ่
"เมื่อกี้คุณตอบว่าอะไรนะ ผมได้ยินไม่ถนัด" คนเจ้าเล่ห์ทำหน้าซื่อถาม แต่ดวงตาพราวด้วยความดีใจ ไข่มุกค้อนให้เขาอย่างอดไม่ได้ เพราะเขาทำให้ตกใจเสียมากมาย เวลานี้ไข่มุกได้เห็นแล้วว่าเขาว่ายน้ำแข็งและดำน้ำได้นานมาก ไม่น่าไปทึกทักจากหน้าขาวๆ ของเขาว่าจะทำอะไรไม่อึดและทน"ตกลงแต่งงานกับผมนะ" เขาขออีกครั้ง หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า"ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณคิดว่ามุกดีพอ" เสียงตอบรับทำให้ทรงพลยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดีอย่างที่สุด ชายหนุ่มคว้าร่างบางมากอดและพรมจูบไปด้วยใบหน้านวล"ขอบคุณมากมุกจ๋า...ขอบคุณมาก"เขาพึมพำอย่างมีความสุข ประกบปากไปบนเรียวปากอิ่ม จุมพิตหนักหน่วงทว่าอ่อนหวาน ไข่มุกโอบแขนไปรอบลำคอและจูบตอบเขาอย่างเต็มใจ เป็นการซีลสัจจะสัญญาต่อกันต่อมาจุมพิตอ่อนหวานก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นดื่มด่ำและเร่าร้อน มือใหญ่เลื่อนไปเกาะกุมทรวงอกคู่งาม ดึงชุดว่ายน้ำให้ไปอยู่ใต้ฐานอก ก้มไปจูบไซ้เต้างามอย่างหิวกระหาย"ผมขอฉลองข่าวดีของเราสักรอบนะคนดี" เขากระซิบขอ ไข่มุกโอบกอดไปรอบแผ่นหลังกว้างเป็นคำตอบ เขายิ้มพอใจกับร่องอกอิ่ม จากนั้นปากและลิ้นก็เริ่มบรรเลงเพลงรักเร่าร้อนตรงซอกหิน เสียงครางพลิ้วดังปนกับเสี
"แต่คุณก็ต้องอยู่กรุงเทพฯ กับผม เพราะงานและชีวิตผมกับคุณแม่อยู่ที่นั่น... ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ คงจะพาคุณกับลูกมาที่นี่ได้ในช่วงวันหยุดเท่านั้นเอง" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ไข่มุกปัดปอยผมออกจากหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน"ไม่เป็นไรนี่คะ มุกโอเค...คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ"เสียงอ่อนหวานเอ่ย ทรงพลถอดแว่นตาออก สายตาคมมองสบตากับหล่อนอย่างรู้สึกขอบคุณและรู้สึกแสนรักลึกซึ้ง"ขอบคุณมากที่คุณเสียสละ ผมโชคดีมากที่มีคุณกับลูกเข้ามาในชีวิต แต่ผมจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าหากคุณยอมแต่งงานกับผม อยากให้ลูกคนที่สองของเราเกิดมาในตอนที่ผมกับคุณจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันและต้องการเหลือเกิน"เขารำพัน ยกมือหญิงสาวขึ้นไปจูบ ไข่มุกนิ่งฟังเงียบๆ หญิงสาวรู้ว่าเขาต้องการทำทุกอย่างเพื่อแสดงถึงความให้เกียรติยกย่องหล่อน เขาพูดถูกเรื่องที่ว่า ถ้าหากลูกคนที่สองเกิดมา จะเป็นการดีสำหรับลูกที่ได้เกิดมาด้วยสถานะที่บิดามารดาสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไข่มุกก็ยังกลัวกับคำว่า... ลูกสะใภ้คุณหญิง อย่างไม่อาจจะขจัดความรู้สึกกลัวไปได้ง่ายๆ"คุณไม่อายหรือคะที่มุกเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดา ถ้าหากแต่งงานกัน สังคมจะม
รุ่งเช้า ไข่มุกตื่นแต่มืดเข้าไปหาลูกน้อย ซึ่งก็ยังคงหลับสนิทอย่างสงบ หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกออกมา เวลานี้พ่อกับลูกต่างก็ยังนอนหลับอยู่ในนิทรารมณ์อันเป็นสุข หญิงสาวก้มไปปัดผมนุ่มให้พ้นใบหน้าเล็ก ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ถึงคอ จากนั้นก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำสระผมและล้างหน้าก๊อก-ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่หญิงสาวกำลังถูสบู่อยู่"เปิดประตูหน่อย ผมเอง" เสียงเรียกแผ่วเบา เมื่อรู้ว่าเป็นใคร ไข่มุกจึงรีบเปิดประตูให้... ร่างสูงก้าวเข้ามา"ตื่นทำไมไม่ยอมปลุกผมด้วยหือ" เขาเอ่ย รีบถอดเสื้อผ้าออกจนเนื้อตัวล่อนจ้อน ดึงร่างบางไปหอมแก้ม จากนั้นก็เดินไปแปรงฟันที่ซิงก์ ไข่มุกเขินหน้าแดง ยังไม่ยอมชินกับการได้เห็นเขาตัวเปลือยเปล่า เขาแปรงฟันเสร็จก็หันมาหา หญิงสาวอาบน้ำสระผมเสร็จพอดี กำลังจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่ม แต่ก็ต้องร้องว้ายเมื่อถูกดึงเข้าไปจูบหนักหน่วงรับอรุณ"อื้อ...อย่าค่ะ เดี๋ยวลูกตื่น"หญิงสาวรีบกระซิบบอกเมื่อเขาปล่อยปาก ก้มไปจูบไซ้ทรวงอกคู่งามที่มีหยดน้ำเกาะพราว ไล้ลิ้นตวัดหยดน้ำเข้าปากแล้วดูดยอดถันอย่างหิวกระหาย"ผมหิวเมียที่สุด ขอสักรอบเพื่อต้อนรับวันใหม่นะที่รัก" เขากระซิบเสียงพร่าด้วยอารมณ์ปรารถ
ร่างบางอ่อนระทวย แต่ร่างสูงยังไม่หมดแรง เขาถอนถอยตัวตนออก จับร่างนุ่มให้พลิกนอนคว่ำ แยกขาออกจากกัน ใช้อาวุธที่เพิ่งคายพิษออกไปถูไถที่ร่องสะโพกหนั่นแน่นจนมันแข็งขันขึ้นมาอีกครั้้งอย่างรวดเร็ว เขาเขี่ยไล้หาเป้าหมาย เมื่อเจอก็กดพรวดเข้าไปอีกครั้ง"อ๊า...คุณพลขา...อื้อ..."ไข่มุกร้องครางเสียวอย่างไม่อาจทนไหว อารมณ์พิศวาสเร่าร้อนถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวซบหน้ากับหมอนในขณะที่ด้านหลังก็ถูกกระแทกกระทุ้งโยกใส่อย่างหนักหน่วงและรัวเร็วถี่ยิบๆ"โอว...เจ็บไหมที่รัก"เขามีแก่ใจถามแต่ก็ยังโยกรัวต่อไป เสียงเนื้อกระทบเนื้อได้ยินชัดเจนในความเงียบแห่งค่ำคืน"ไม่...ไม่เจ็บค่ะ แต่เสียวมาก...อ๊า" หญิงสาวตอบเสียงพลิ้ว กลั้นเสียงครางอย่างสุดความสามารถ เขาเอื้อมมือมาขยี้ปลายถันให้ และอีกข้างก็ขยี้เกสรอ่อน ไข่มุกรู้สึกเสียวซ่านสยิวสุดจะทนไหว"อื้อ...คุณพล...ไม่ไหวแล้ว...อีกนิดเดียว" หญิงสาวเอ่ยเร่งเร้าอย่างลืมอายเพราะอารมณ์มันพาไป สุดแสนทรมาน รู้ว่าอีกนิดจะถึงสวรรค์ที่แสนสุข เขาดึงมือกลับแล้วจับเอวเล็กไว้มั่น ขยับกระหน่ำแรงและเร็วเพื่อส่งให้หล่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง"อ๊า..." เสียงร้องกรี๊ดส่งสัญญาณว่าถึงจุดส
"ยังไม่ตื่นหรอก ไม่ต้องกังวล ผมขอเวลาแค่ชั่วโมงเดียว" เขากระซิบส่งสายตาฉ่ำแพรวพราวมาให้ ไข่มุกรู้ดีว่าถ้าเขามีอารมณ์แบบนี้ก็จะต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ซึ่งความจริงหญิงสาวก็รู้สึกตัวร้อนระอุขึ้นมาเหมือนกันในเวลานี้ อารมณ์ธรรมชาติที่ตื่นตัวอย่างไม่ต้องใช้เวลานาน เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถจุดไฟให้หล่อนได้อย่างรวดเร็วเสมอ"อย่าเสียงดังนะคะ" เอ่ยเตือนเพราะไม่ต้องการส่งเสียงให้ลูกตื่น"โอเค...ผมจะพยายาม ตอนนี้ตัวผมร้อนเหลือเกินมุกจ๋า...ต้องการเมียสุดๆ"เขากระซิบเสียงแตกพร่า ก้มมาประจบจูบอย่างเร่าร้อนและหนักหน่วงอย่างไม่รอให้เสียเวลา ไข่มุกปล่อยอารมณ์ ร่างกายอ่อนระทวยไปกับเขาทันที หญิงสาวจูบตอบอย่างเต็มใจ ทำให้อีกคนครางในลำคอด้วยความพอใจ มือใหญ่สะกิดตะขอหน้าของบราเซียร์ออก รูดกางเกงในตัวจิ๋วลงอย่างช่ำชอง เพราะความต้องการล้นหัวใจ"ผมขอเร็วๆ รอบหนึ่งก่อนนะที่รัก" เขากระซิบ ร่างบางเปลือยเปล่าตามที่เขาต้องการในเวลานี้ ชายหนุ่มดึงบ็อกเซอร์ของตัวเองออก เตะไปทางปลายเตียงอย่างไม่แยแส ร่างกายร้อนฉ่าด้วยอารมณ์กามรัก ต้องการเข้าไปในตัวเมียรักอย่างเร่งด่วนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้ฮอร์โมนร่างกายร้อนระอุกว่า
"เขาคงจะดีใจที่มุกกลับมากระมัง เลยอยากให้ออกเรือพาสามีไปเที่ยวชมเกาะหน่อย"ทรงพลเอ่ยพลางยิ้มกริ่ม รู้สึกพอใจที่ได้รู้ว่าโก้มีน้ำใจกับเขามากด้วยการให้ยืมเรือลำสุดหวง"ได้สิคะ ทะเลแถวนี้สวยไม่มีที่ไหนสู้ได้ พรุ่งนี้มุกจะพาคุณไปดู เอาน้องขวัญไปด้วย""เห็นโก้บอกว่าคิดถึงน้องขวัญ จะขอเอาตัวไว้ชื่นชมให้หายคิดถึง"ชายหนุ่มกล่าว ไข่มุกรู้สึกแปลกใจที่เขาเข้ากับโก้ได้เป็นอย่างดีเช่นนี้ คงจะเข้าใจกันแล้วกระมัง ถึงมีความเป็นมิตรกันอย่างที่เห็น เพราะไข่มุกก็พอจะทราบว่าเขาไม่ชอบโก้เมื่อในอดีต สืบเนื่องมาจากเรื่องที่รักผู้หญิงคนเดียวกัน"อย่างนั้นเหรอคะ ก็แล้วแต่คุณก็แล้วกันค่ะ มุกจะเตรียมอาหารใส่ตะกร้าไปด้วย"หญิงสาวเอ่ยอย่างนึกสนุกไปตามเขา เอาอาหารไปทานบนเรือในขณะที่ทอดสมออยู่กลางทะเล ไม่ได้ทำแบบนั้นนานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยที่แม่ยังคงอยู่ หญิงสาวหน้าสลดลงไป เพราะคิดถึงแม่ แม่เสียตอนที่ไข่มุกท้องน้องขวัญได้สองเดือนพอดี หญิงสาวได้กลับมาทำพิธีให้ท่าน ทางนี้เขาเผาศพกันเหมือนเช่นชาวพุทธทั่วไป ซึ่งเกาะนี้นับถือพุทธอย่างคนไทยแผ่นดินใหญ่ ไม่นับถืออิสลามหรือนับถือผีเหมือนอีกหลายเกาะที่อยู่ไปทางมาเลเซียและอิน







