Mag-log in"นั่นใครอยู่บนต้นพร้าวน่ะ...ลงมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงห้าวดุเข้มตวาดถาม เมื่อเห็นร่างเล็กห้อยโหนอยู่บนยอดปลายต้นมะพร้าวสูงลิ่วของเกาะ...
ร่างนั้นไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย แต่ตัวเล็กกระจิ๋วหลิวเมื่อเงยมอง ใส่หมวกแก็ปสีกระดำกระด่าง
ไม่มีการโต้ตอบกลับจากร่างเล็กนั้น แต่มะพร้าวห้าวเปลือกสีน้ำตาลลอยละลิ่วเฉียดศีรษะของเขาไปนิดเดียว เรียกได้ว่า...เส้นยาแดงผ่าแปด!
"เฮ้ย...เด็กเวร! ลูกหลานใครวะ! ตาจั่น นั่นมันลูกใคร สั่งให้ลงมาเดี๋ยวนี้ ไม่รู้หรือว่าฉันเป็นใคร! แล้วฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้เด็กขึ้นต้นมะพร้าว!"
เสียงเข้มตวาด นายจั่น คนงานประจำสวนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาร่างสูงใหญ่ที่ยืนเท้าเอวแหงนหน้ามองยอดมะพร้าวอยู่ เขาไม่ได้ขยับหลบจากที่เดิมแม้แต่นิดเดียว แต่คิดว่าถ้าหากไอ้เด็กนั่นขว้างลูกมะพร้าวลงมาอีกครั้ง เป็นได้เห็นดีกันแน่! เขาจะสั่งให้โค่นต้นมะพร้าวนั่น ทั้งที่เจ้าเด็กเวรนั่นยังอยู่บนนั้นนั่นแหละ!
"ตะวันเอ๊ย! ลงมาเดี๋ยวนี้ หน็อย ตาเผลอแค่แป๊บเดียวเอ็งขึ้นไปจนได้นะ"
ตาจั่นตะโกนเรียกคนบนยอดมะพร้าวแล้วหันไปยิ้มเจื่อนกับร่างสูงของนายหัว
"เด็กนี่อีกแล้วเหรอ"
เสียงห้าวพึมพำอย่างระอาปนหัวเสีย
"เรียกลงมา แล้วให้พ่อเขาพาไปหาฉันที่เรือนใหญ่"
นายหัวสั่งเสียงเข้ม แล้วก็เดินก้าวยาวดุ่มๆ จากไป พิณตะวันยิ้มแหยกับตาจั่น เพราะเมื่อกี้ไม่ได้ขว้างมะพร้าวใส่นายหัว แต่มันหลุดมือ!
หลังจากนั้น พอดีนายหัวมีแขกมาหาจากแผ่นดินใหญ่ พิณตะวันจึงรอดตัวไปอีกครั้งที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับนายฝรั่งหน้าดุ!
*****
เกาะรังนางถูกจัดระเบียบใหม่หลายด้านตั้งแต่นั้น เมื่อนายหัววิลเข้ามารับงานแทนนายหัววิพัฒน์ผู้เป็นบิดาอย่างเต็มตัว คนงานถูกเรียกประชุมเพื่อชี้แจงกฎระเบียบ และมีข้อหนึ่งที่นายหัวเน้นย้ำก็คือ ให้ห้ามไม่ให้เด็กๆ ปีนต้นไม้ โดยเฉพาะต้นมะพร้าว เพราะนายหัวเกรงจะพลาดตกลงมาเป็นอันตราย ถ้าหากลูกหลานใครดื้อไม่ฟัง จะถูกส่งไปเข้าโรงเรียนเพื่อดัดนิสัยที่แผ่นดินใหญ่!
นายหัวใช้มุกนี้เพราะทราบมาว่าเด็กๆ ที่นี่ไม่ต้องการไปเข้าโรงเรียนที่แผ่นดินใหญ่ เพราะความที่ติดเพื่อนและได้เล่นสนุกบนเกาะท่ามกลางธรรมชาติ การไปเรียนบนแผ่นดินใหญ่หมายถึงการที่จะต้องจากบ้าน จากพ่อแม่ และจากเพื่อนๆ จากที่เคยเห็นรุ่นพี่หลายคนไปเรียน ก็แทบจะไม่ได้กลับมาบ้าน กลับมาปีละสองครั้งตอนปิดเทอมเท่านั้นเอง ดังนั้นกฎข้อนี้จึงใช้ได้ผลในทันทีหลังจากประกาศออกไป
ใกล้สิ้นปีการศึกษา นายหัวได้คุยปรึกษากับครูใหญ่ที่โรงเรียนประถมประจำเกาะว่ามีเด็กนักเรียนคนไหนที่นายหัวควรจะให้ทุนการศึกษาเพื่อไปเรียนที่แผ่นดินใหญ่บ้าง
"ไอ้ตะวัน เอ๊ย หนูตะวันลูกหัวหน้าวัฒน์เรียนเก่งจริงๆ ครับนายหัว น่าจะส่งเสริมให้เรียนสูงๆ จบมาจะได้กลับมาช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน นานๆ จะมีเด็กฉลาดรอบตัวสักคน"
ครูใหญ่แสดงความคิดเห็น ไอลวิลรับฟังอย่างสนใจจริงจัง เพราะเขามีความตั้งใจจะให้ชาวบ้านซึ่งเป็นคนงานของอิสรีพัฒน์กรุ๊ปทั้งหมู่บ้าน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งทุกอย่างจะต้องเริ่มที่การศึกษา
"ความจริงผมอยากจะส่งไปเรียนยกรุ่นเลยถ้าเป็นไปได้ มีกี่คนครับเด็กที่จบประถมปีนี้ เพราะยิ่งเด็กรุ่นใหม่ได้รับการศึกษามากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น ให้ครูลองคุยกับเด็กๆ และผู้ปกครองดูหน่อยนะครับ ผมจะตั้งกองทุนขึ้น จะส่งให้จบสูงสุดที่พวกเขามีความสามารถจะเรียนได้"
เสียงห้าวเอ่ย ครูใหญ่มานพรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ที่นายหัววิลมีน้ำใจและคิดถึงคนระดับล่างไม่ต่างกับผู้เป็นบิดาเลย
"ปกติแล้ว เด็กๆ ที่นี่จะไม่อยากไปเรียนแผ่นดินใหญ่ เพราะเขารักชีวิตของพวกเขาที่นี่จริงๆ ครับ ที่ผ่านมาผมจึงส่งเสริมให้เรียนแบบการศึกษาผู้ใหญ่และเรียนทางไกล ถึงเวลาก็ไปสอบ ก็จบกันหลายรุ่น แต่พวกที่ไปเรียนบนฝั่งนั้น กลับกลายเป็นว่าไม่มีใครกลับมาอยู่หมู่บ้านเลย เพราะพอไปอยู่ในเมืองก็ชักเริ่มเคยชินกับความสะดวกสบายและความทันสมัยของที่โน่น เลยอยู่เกาะไม่ติดไปซะงั้น"
ครูใหญ่เอ่ยเล่าจากประสบการณ์
"นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต พวกเขามีอิสระเสรีในการเลือกอยู่แล้ว ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนเมื่อโตขึ้น แต่ช่วงวัยศึกษาเล่าเรียนแบบนี้ ก็อยากจะเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนกันอย่างเต็มความสามารถ แล้วถ้าใครมีใจรักท้องถิ่นบ้านเกิด ก็กลับมาอยู่ด้วยกันต่อไป"
นายหัวเอ่ย ครูใหญ่รับคำและรู้สึกชื่นชมในความตั้งใจและน้ำใจของนายหัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่นายหัววิลมาอยู่ประจำแทนคุณท่านเป็นเวลาหลายเดือนแล้วนี้ คนงานก็เกรงกลัวมาก เพราะนายหัวเป็นคนนิ่ง เอาจริงและดุ หากใครทำอะไรผิด จะโดนเรียกไปไถ่ถามและตักเตือนทันที เหล่าพวกผู้หญิงที่เคยกระดี๊กระด๊า ทิ้งหูทิ้งตาให้ท่านก็กลัวหัวหดกันหมด
***
"ไม่ไป... ตะวันไม่ไปเรียนที่แผ่นดินใหญ่เด็ดขาด พ่อจ๋าแม่จ๋า...ตะวันจะอยู่กับพ่อแม่ที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น!"
วัฒน์กับจินดาฟังแล้วก็มองหน้ากันและถอนหายใจ ลูกสาวจะจบประถมและครูใหญ่ก็แนะนำให้ไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมบนแผ่นดินใหญ่ แต่เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ดิ้นพล่านๆ ไม่ยอมไปท่าเดียว
ความจริง จิตใจของวัฒน์กับจินดาเองนั้น ก็ไม่อยากให้ลูกไปจากอก เพราะกลัวหลายสิ่งหลายอย่าง เวลานี้พิณตะวันเริ่มโต อายุย่างสิบสามปี ร่างกายเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง ร่างสูงโปร่งกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ผิวนวลละเอียดแม้จะไม่ขาวเท่าเมื่อก่อนเพราะวิ่งเล่นตากแดดและดำผุดดำว่ายในน้ำตอนตะวันจ้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ก็ยังดูผิวผ่องลออกว่าเด็กคนอื่นๆ อยู่ดี ซึ่งวัฒน์กับจินดาสังเกตเห็นว่า ช่วงระยะหลังมานี้ลูกสาวมักชอบเอายางไม้ผสมผงหินสีน้ำตาล ที่เจ้าตัวฝนเองมาทาผิว จนแลดูกระดำกระด่าง เด็กน้อยพยายามจะทำให้มีสีผิวสีน้ำตาลเข้มเหมือนคนอื่นๆ และเหมือนพ่อกับแม่นั่นเอง
พิณตะวันเป็นเด็กฉลาด... ไม่ต้องให้สอนอะไรมากเพราะเป็นพวกสมองลิงคิดได้เร็วและช่างสังเกต บางทีดูละครก็จะซักถาม แล้วทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย... จินดาพอจะรู้ว่า ลูกสาวกำลังพยายามอำพรางรูปลักษณะที่แท้จริงของตนเอง ไม่ให้เป็นจุดเด่นจนเกินไป เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา หากคนแปลกหน้าที่มาเห็น มักจะทักเสมอว่าทำไมหน้าตาถึงไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ
จินดาจึงไม่ได้ว่าอะไรที่เห็นลูกทาเนื้อทาตัวมอมแมมเป็นแมวคราวแบบนั้น และเล่นซุกซนแก่นแก้วแบบที่เป็นอยู่...
"เมื่อกี้คุณตอบว่าอะไรนะ ผมได้ยินไม่ถนัด" คนเจ้าเล่ห์ทำหน้าซื่อถาม แต่ดวงตาพราวด้วยความดีใจ ไข่มุกค้อนให้เขาอย่างอดไม่ได้ เพราะเขาทำให้ตกใจเสียมากมาย เวลานี้ไข่มุกได้เห็นแล้วว่าเขาว่ายน้ำแข็งและดำน้ำได้นานมาก ไม่น่าไปทึกทักจากหน้าขาวๆ ของเขาว่าจะทำอะไรไม่อึดและทน"ตกลงแต่งงานกับผมนะ" เขาขออีกครั้ง หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า"ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณคิดว่ามุกดีพอ" เสียงตอบรับทำให้ทรงพลยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดีอย่างที่สุด ชายหนุ่มคว้าร่างบางมากอดและพรมจูบไปด้วยใบหน้านวล"ขอบคุณมากมุกจ๋า...ขอบคุณมาก"เขาพึมพำอย่างมีความสุข ประกบปากไปบนเรียวปากอิ่ม จุมพิตหนักหน่วงทว่าอ่อนหวาน ไข่มุกโอบแขนไปรอบลำคอและจูบตอบเขาอย่างเต็มใจ เป็นการซีลสัจจะสัญญาต่อกันต่อมาจุมพิตอ่อนหวานก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นดื่มด่ำและเร่าร้อน มือใหญ่เลื่อนไปเกาะกุมทรวงอกคู่งาม ดึงชุดว่ายน้ำให้ไปอยู่ใต้ฐานอก ก้มไปจูบไซ้เต้างามอย่างหิวกระหาย"ผมขอฉลองข่าวดีของเราสักรอบนะคนดี" เขากระซิบขอ ไข่มุกโอบกอดไปรอบแผ่นหลังกว้างเป็นคำตอบ เขายิ้มพอใจกับร่องอกอิ่ม จากนั้นปากและลิ้นก็เริ่มบรรเลงเพลงรักเร่าร้อนตรงซอกหิน เสียงครางพลิ้วดังปนกับเสี
"แต่คุณก็ต้องอยู่กรุงเทพฯ กับผม เพราะงานและชีวิตผมกับคุณแม่อยู่ที่นั่น... ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ คงจะพาคุณกับลูกมาที่นี่ได้ในช่วงวันหยุดเท่านั้นเอง" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ไข่มุกปัดปอยผมออกจากหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน"ไม่เป็นไรนี่คะ มุกโอเค...คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ"เสียงอ่อนหวานเอ่ย ทรงพลถอดแว่นตาออก สายตาคมมองสบตากับหล่อนอย่างรู้สึกขอบคุณและรู้สึกแสนรักลึกซึ้ง"ขอบคุณมากที่คุณเสียสละ ผมโชคดีมากที่มีคุณกับลูกเข้ามาในชีวิต แต่ผมจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าหากคุณยอมแต่งงานกับผม อยากให้ลูกคนที่สองของเราเกิดมาในตอนที่ผมกับคุณจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันและต้องการเหลือเกิน"เขารำพัน ยกมือหญิงสาวขึ้นไปจูบ ไข่มุกนิ่งฟังเงียบๆ หญิงสาวรู้ว่าเขาต้องการทำทุกอย่างเพื่อแสดงถึงความให้เกียรติยกย่องหล่อน เขาพูดถูกเรื่องที่ว่า ถ้าหากลูกคนที่สองเกิดมา จะเป็นการดีสำหรับลูกที่ได้เกิดมาด้วยสถานะที่บิดามารดาสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไข่มุกก็ยังกลัวกับคำว่า... ลูกสะใภ้คุณหญิง อย่างไม่อาจจะขจัดความรู้สึกกลัวไปได้ง่ายๆ"คุณไม่อายหรือคะที่มุกเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดา ถ้าหากแต่งงานกัน สังคมจะม
รุ่งเช้า ไข่มุกตื่นแต่มืดเข้าไปหาลูกน้อย ซึ่งก็ยังคงหลับสนิทอย่างสงบ หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกออกมา เวลานี้พ่อกับลูกต่างก็ยังนอนหลับอยู่ในนิทรารมณ์อันเป็นสุข หญิงสาวก้มไปปัดผมนุ่มให้พ้นใบหน้าเล็ก ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ถึงคอ จากนั้นก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำสระผมและล้างหน้าก๊อก-ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่หญิงสาวกำลังถูสบู่อยู่"เปิดประตูหน่อย ผมเอง" เสียงเรียกแผ่วเบา เมื่อรู้ว่าเป็นใคร ไข่มุกจึงรีบเปิดประตูให้... ร่างสูงก้าวเข้ามา"ตื่นทำไมไม่ยอมปลุกผมด้วยหือ" เขาเอ่ย รีบถอดเสื้อผ้าออกจนเนื้อตัวล่อนจ้อน ดึงร่างบางไปหอมแก้ม จากนั้นก็เดินไปแปรงฟันที่ซิงก์ ไข่มุกเขินหน้าแดง ยังไม่ยอมชินกับการได้เห็นเขาตัวเปลือยเปล่า เขาแปรงฟันเสร็จก็หันมาหา หญิงสาวอาบน้ำสระผมเสร็จพอดี กำลังจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่ม แต่ก็ต้องร้องว้ายเมื่อถูกดึงเข้าไปจูบหนักหน่วงรับอรุณ"อื้อ...อย่าค่ะ เดี๋ยวลูกตื่น"หญิงสาวรีบกระซิบบอกเมื่อเขาปล่อยปาก ก้มไปจูบไซ้ทรวงอกคู่งามที่มีหยดน้ำเกาะพราว ไล้ลิ้นตวัดหยดน้ำเข้าปากแล้วดูดยอดถันอย่างหิวกระหาย"ผมหิวเมียที่สุด ขอสักรอบเพื่อต้อนรับวันใหม่นะที่รัก" เขากระซิบเสียงพร่าด้วยอารมณ์ปรารถ
ร่างบางอ่อนระทวย แต่ร่างสูงยังไม่หมดแรง เขาถอนถอยตัวตนออก จับร่างนุ่มให้พลิกนอนคว่ำ แยกขาออกจากกัน ใช้อาวุธที่เพิ่งคายพิษออกไปถูไถที่ร่องสะโพกหนั่นแน่นจนมันแข็งขันขึ้นมาอีกครั้้งอย่างรวดเร็ว เขาเขี่ยไล้หาเป้าหมาย เมื่อเจอก็กดพรวดเข้าไปอีกครั้ง"อ๊า...คุณพลขา...อื้อ..."ไข่มุกร้องครางเสียวอย่างไม่อาจทนไหว อารมณ์พิศวาสเร่าร้อนถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวซบหน้ากับหมอนในขณะที่ด้านหลังก็ถูกกระแทกกระทุ้งโยกใส่อย่างหนักหน่วงและรัวเร็วถี่ยิบๆ"โอว...เจ็บไหมที่รัก"เขามีแก่ใจถามแต่ก็ยังโยกรัวต่อไป เสียงเนื้อกระทบเนื้อได้ยินชัดเจนในความเงียบแห่งค่ำคืน"ไม่...ไม่เจ็บค่ะ แต่เสียวมาก...อ๊า" หญิงสาวตอบเสียงพลิ้ว กลั้นเสียงครางอย่างสุดความสามารถ เขาเอื้อมมือมาขยี้ปลายถันให้ และอีกข้างก็ขยี้เกสรอ่อน ไข่มุกรู้สึกเสียวซ่านสยิวสุดจะทนไหว"อื้อ...คุณพล...ไม่ไหวแล้ว...อีกนิดเดียว" หญิงสาวเอ่ยเร่งเร้าอย่างลืมอายเพราะอารมณ์มันพาไป สุดแสนทรมาน รู้ว่าอีกนิดจะถึงสวรรค์ที่แสนสุข เขาดึงมือกลับแล้วจับเอวเล็กไว้มั่น ขยับกระหน่ำแรงและเร็วเพื่อส่งให้หล่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง"อ๊า..." เสียงร้องกรี๊ดส่งสัญญาณว่าถึงจุดส
"ยังไม่ตื่นหรอก ไม่ต้องกังวล ผมขอเวลาแค่ชั่วโมงเดียว" เขากระซิบส่งสายตาฉ่ำแพรวพราวมาให้ ไข่มุกรู้ดีว่าถ้าเขามีอารมณ์แบบนี้ก็จะต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ซึ่งความจริงหญิงสาวก็รู้สึกตัวร้อนระอุขึ้นมาเหมือนกันในเวลานี้ อารมณ์ธรรมชาติที่ตื่นตัวอย่างไม่ต้องใช้เวลานาน เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถจุดไฟให้หล่อนได้อย่างรวดเร็วเสมอ"อย่าเสียงดังนะคะ" เอ่ยเตือนเพราะไม่ต้องการส่งเสียงให้ลูกตื่น"โอเค...ผมจะพยายาม ตอนนี้ตัวผมร้อนเหลือเกินมุกจ๋า...ต้องการเมียสุดๆ"เขากระซิบเสียงแตกพร่า ก้มมาประจบจูบอย่างเร่าร้อนและหนักหน่วงอย่างไม่รอให้เสียเวลา ไข่มุกปล่อยอารมณ์ ร่างกายอ่อนระทวยไปกับเขาทันที หญิงสาวจูบตอบอย่างเต็มใจ ทำให้อีกคนครางในลำคอด้วยความพอใจ มือใหญ่สะกิดตะขอหน้าของบราเซียร์ออก รูดกางเกงในตัวจิ๋วลงอย่างช่ำชอง เพราะความต้องการล้นหัวใจ"ผมขอเร็วๆ รอบหนึ่งก่อนนะที่รัก" เขากระซิบ ร่างบางเปลือยเปล่าตามที่เขาต้องการในเวลานี้ ชายหนุ่มดึงบ็อกเซอร์ของตัวเองออก เตะไปทางปลายเตียงอย่างไม่แยแส ร่างกายร้อนฉ่าด้วยอารมณ์กามรัก ต้องการเข้าไปในตัวเมียรักอย่างเร่งด่วนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้ฮอร์โมนร่างกายร้อนระอุกว่า
"เขาคงจะดีใจที่มุกกลับมากระมัง เลยอยากให้ออกเรือพาสามีไปเที่ยวชมเกาะหน่อย"ทรงพลเอ่ยพลางยิ้มกริ่ม รู้สึกพอใจที่ได้รู้ว่าโก้มีน้ำใจกับเขามากด้วยการให้ยืมเรือลำสุดหวง"ได้สิคะ ทะเลแถวนี้สวยไม่มีที่ไหนสู้ได้ พรุ่งนี้มุกจะพาคุณไปดู เอาน้องขวัญไปด้วย""เห็นโก้บอกว่าคิดถึงน้องขวัญ จะขอเอาตัวไว้ชื่นชมให้หายคิดถึง"ชายหนุ่มกล่าว ไข่มุกรู้สึกแปลกใจที่เขาเข้ากับโก้ได้เป็นอย่างดีเช่นนี้ คงจะเข้าใจกันแล้วกระมัง ถึงมีความเป็นมิตรกันอย่างที่เห็น เพราะไข่มุกก็พอจะทราบว่าเขาไม่ชอบโก้เมื่อในอดีต สืบเนื่องมาจากเรื่องที่รักผู้หญิงคนเดียวกัน"อย่างนั้นเหรอคะ ก็แล้วแต่คุณก็แล้วกันค่ะ มุกจะเตรียมอาหารใส่ตะกร้าไปด้วย"หญิงสาวเอ่ยอย่างนึกสนุกไปตามเขา เอาอาหารไปทานบนเรือในขณะที่ทอดสมออยู่กลางทะเล ไม่ได้ทำแบบนั้นนานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยที่แม่ยังคงอยู่ หญิงสาวหน้าสลดลงไป เพราะคิดถึงแม่ แม่เสียตอนที่ไข่มุกท้องน้องขวัญได้สองเดือนพอดี หญิงสาวได้กลับมาทำพิธีให้ท่าน ทางนี้เขาเผาศพกันเหมือนเช่นชาวพุทธทั่วไป ซึ่งเกาะนี้นับถือพุทธอย่างคนไทยแผ่นดินใหญ่ ไม่นับถืออิสลามหรือนับถือผีเหมือนอีกหลายเกาะที่อยู่ไปทางมาเลเซียและอิน







