Masukเมื่อกลับเข้ามาในงานเลี้ยง หลิวชิงหรูจำต้องระงับสติอารมณ์ของตนเองให้ดี ยามอยู่ต่อหน้าพระพักตร์มารดาของแผ่นดิน นางไม่กล้าขยับกายยุกยิกหรือหายใจแรงเสียด้วยซ้ำ
ซ่งหยางจวินเดินกลับเข้ามาในงานเลี้ยง เขาอุ้มลู่เจิ้งหนิงเดินตรงไปยังห้องรับรอง เสียงห้วนสั่งการองครักษ์ด้วยท่าทีรีบร้อน ไม่แม้กระทั่งชายตามองสตรีที่เขาเอ่ยคำว่ารักทุกครั้งเมื่อพบเจอกัน
“ตามหมอหลวงด่วน”
“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รับคำในทันที
ผู้คนในงานจ้องมองด้วยความสนใจ หลังจากนั้นก็มีแต่เสียงชื่นชมในความเหมาะสมของคนทั้งคู่ เหมาะสมราวกิ่งทองใบหยก
สตรีผู้ที่กำลังด้อยค่าตนเองก้มหน้าลงชิดอก กายบางสั่นเทาแทบนั่งไม่อยู่ การถูกดูแคลนซึ่งหน้าเจ็บกว่าที่คิด แต่หากยังไม่ได้ยินกับหูว่าคนรักอยากเลิกรา หลิวชิงหรูถือว่าตนเองยังมีหวัง
‘หวังที่จะได้ยืนเคียงคู่บุรุษสูงศักดิ์ รักแรกและรักเดียวของนาง’
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งช่วงบ่าย ขณะที่คนอื่น ๆ ยังคงรอชมการแสดงในงานเลี้ยง หลิวชิงหรูที่รู้สึกตัวลีบแบนจนทนไม่ไหว จึงหลบสายตาพี่สาวเพื่อออกไปเดินเล่นรับลมอีกครั้ง
และครั้งนี้นางก็หายไปจากงานเลี้ยงอย่างเงียบเชียบ หายไปตลอดกาลไม่มีวันหวนคืน
………………………..
ณ ขอบเหวใกล้เขตทะเลลึก
“ข้าเลือกลู่เจิ้งหนิง ปล่อยคุณหนูลู่เดี๋ยวนี้ ส่วนอีกคนข้ามอบให้เจ้า!”
เสียงเข้มตะโกนบอกคนร้าย ในใจรู้สึกหวั่นวิตกอยู่ไม่น้อย แต่เขาต้องเลือกลู่เจิ้งหนิงก่อน ไม่อย่างนั้นคงมีปัญหากับตระกูลลู่เป็นแน่
ส่วนคนไม่ถูกเลือกน้ำตาไหลทะลักราวน้ำหลาก เมื่อได้ยินวาจาของบุรุษที่ตกลงคบหาเป็นคนรักกันนานถึงสองปี ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคนที่เคยเอ่ยคำรักด้วยแววตาสับสน
‘พวกเราไม่รักกันแล้วหรือ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ท่านไม่รักข้า’
หยางอ๋องพบหลิวชิงหรูตอนอายุ 15 ปี มาปีนี้นางอายุ 17 ปี ใกล้ถึงวัยออกเรือนเต็มที ในใจของสตรีกำพร้าผู้เก็บกดจากการกระทำของญาติ ๆ หมายมาดอยากแต่งเข้าตำหนักราชวงศ์ไม่เกินจริง
เห็นภายนอกกิริยาท่าทีเรียบร้อยว่าง่าย แต่หลิวชิงหรูกลับคิดทะเยอทะยานโผบินจากรากเหง้า ดังเช่นคนในครอบครัวกล่าวแดกดันไม่มีผิด
นางอาศัยอยู่ในห้องเก็บของนานถึงเจ็ดปีเต็ม ย่อมวาดหวังอยากนอนหลับบนเตียงนอนใหญ่แสนนุ่มและอุ่นกาย อยากกินอาหารจานเนื้อให้อิ่มหนำ ไม่ใช่เพียงเศษเนื้อที่ถูกแบ่งปันเพราะรำคาญ อยากมีสาวใช้ข้างกายคอยต้มน้ำให้อาบ และคอยอุ่นน้ำชาช่วยคลายหนาว
นางเป็นเพียงสตรีอายุน้อย ที่อยากได้รับการดูแลเอาใจใส่!
แต่เมื่อถึงคราถูกทอดทิ้ง ร่างกายกำลังจมหายลงไปในทะเลลึก หลิวชิงหรูจึงได้ตระหนักและตื่นรู้
‘หากมีโอกาสรอดชีวิต สิ่งเดียวที่นางต้องการคือความรักจากใจจริง หาใช่ประโยชน์เพื่อเกื้อหนุนกัน’
“หรูเอ๋อร์!...”
เสียงตะโกนก้องหุบเหวของใครบางคน วงแขนแกร่งรีบผลักไสคนในอ้อมกอด โดยไม่แยแสว่าสตรีที่เขาเลือกจะบาดเจ็บซ้ำรอยเดิม
แต่ทว่าความพยายามอยากช่วยเหลือกลับช้าไปเสียแล้ว แสงจันทร์ขาวในใจเขาได้ล่องลอยตกลงไปในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ มองเห็นเพียงจุดเล็ก ๆ สามจุด จมหายไปกับผืนน้ำ
ณ เกาะราชันย์ ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเป็นที่อยู่ของเหล่าโจรทะเลตาฟ้า
“ไสหัวออกไป!”
เสียงเข้ม ๆ ตะเบ็งลั่นเรือนนอน เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นผู้บุกรุกมาเยือนถึงสองคน น่าตายยิ่งนัก!
ทุกวันนี้ชื่อเสียงด้านความเหี้ยมโหดของเขา ยังน้อยไปหรืออย่างไร คนพวกนี้เลยกล้ามาหยามหมิ่นถึงเรือนนอนเช่นนี้
“นายท่าน พวกข้าเต็มใจเข้ามาปรนนิบัติรับใช้นายท่านเจ้าค่ะ”
สตรีรูปร่างเย้ายวนสองคน เห็นนายท่านเจ้าของเกาะราชันย์ ดื่มสุราเฮฮากับบรรดาสหายจนเมามาย เลยหาญกล้าตามเข้ามาในเรือนนอนหลังใหญ่
ซึ่งปกติเรือนหลังนี้จะมีคนคอยคุ้มกันแน่นหนา แต่วันนี้ทุกคนต่างได้รับอนุญาตจากผู้เป็นนาย ให้ออกไปกินเลี้ยงเฉลิมฉลองประจำปี หน้าเรือนนอนเจ้าของเกาะราชันย์จึงไร้ซึ่งคนยืนยาม
เรือนกายสูงใหญ่กว่าบุรุษแคว้นซ่งทั่ว ๆ ไป เดินย่างกรายเข้าหาสิ่งที่เขานึกรังเกียจเป็นที่สุด ท่าทางอ้อนแอ้นน่าขยะแขยง เนื้อตัวเปิดเผยไร้ซึ่งสิ่งน่ามอง
ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล จ้องมองสตรีทั้งสองคล้ายเหยื่อแสนโอชะ
ใบหน้าของบุรุษผู้นี้รูปงามดั่งเทพเซียนบนสวรรค์ ผสมผสานระหว่างชาวแคว้นซ่ง กับสายเลือดจากอีกฟากฝั่งของโพ้นทะเลห่างไกล
ความลงตัวขับเด่นให้ใบหน้าของบุรุษนิสัยเกรี้ยวกราด รูปงามน่าหลงใหลยิ่งกว่าใครในแผ่นดินแคว้นซ่ง
ผิวกายของเขาขาวอมชมพูยิ่งกว่าสตรี จมูกโด่งคมเป็นสันตรงปลายจมูกตวัดรั้นขึ้นน่ามอง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลโอบล้อมด้วยแพขนตาหนาทั้งบนและล่าง
เนื่องจากมารดามีสายเลือดของชาวตาฟ้า ซ่งซื่อไป๋จึงมีใบหน้ารูปงามเป็นเอกลักษณ์ยิ่งกว่าผู้ใด แต่คนผู้นี้รังเกียจและดูแคลนสตรีเป็นที่หนึ่ง!
ชิง!!
เสียงดาบคมกริบถูกถอดออกจากฝัก คำที่ชาวเกาะราชันย์แอบเรียกขานว่าอ๋องเถื่อน ใช่ว่าเป็นเพียงแค่ลมปาก
ซ่งซื่อไป๋มีนิสัยเอาแต่ใจ ดุร้าย และเหี้ยมโหด รังเกียจสตรีอ่อนแอเป็นที่หนึ่ง ผู้ใดกล้าส่งสายตาให้เขาล้วนแล้วแต่ถูกกำจัด หรือผลักไสให้ออกไปจากเกาะราชันย์ทันที
“เช่นนั้นก็ให้ดาบของข้า ได้ลิ้มรสเลือดสตรีไม่กลัวตายหน่อยเป็นไร”
“นายท่าน พวกข้าปะ…ไปแล้วเจ้าค่ะ”
บุรุษเมามายกลายเป็นนายท่านจอมเย็นชาดังเดิม สตรีทั้งสองนั่งตัวสั่นเกือบฉี่ราด ไม่น่าลองแหย่ราชสีห์ตัวร้ายเลย อุตส่าห์มีงานที่ดีทำบนเกาะราชันย์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากแผ่นดินมากนัก
แต่พวกนางกลับถูกความโลภเข้าบังตา อยากเป็นสตรีของนายท่านผู้ร่ำรวย อยากเชยชมเรือนกายกำยำ ซึ่งเต็มตึงไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นเรียงกันสวยงาม
“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง หากไม่รีบเข้ามาข้าจะเผาเรือนกับคนไปพร้อม ๆ กัน!”
“มะ…มาแล้วขอรับ”
ผู้ช่วยซึ่งเมาหลับไปกับโต๊ะหน้าเรือนนอนผู้เป็นนาย สะดุ้งตัวตื่นทันทีเมื่อได้ยินว่าจะถูกเผา
“ลากพวกมันออกไปให้พ้นเกาะ หากไม่ยอมไปดี ๆ ก็โยนลงทะเลให้ปลากิน”
“ขอรับ ๆ”
ผู้ช่วยคนสนิทสะบัดศีรษะเพื่อให้อาการมึนเมาคลายลง จากนั้นจึงดึงแขนสตรีใจกล้าทั้งสอง ให้ถอยห่างจากเรือนนอนต้องห้าม
พวกนางบ้าไปแล้วหรืออย่างไร จึงกล้ามาหยามเกียรติอ๋องเถื่อนผู้นี้!
หลังจากคลอดบุตรชายคนที่สามออกมาอย่างปลอดภัย เมื่อเด็กน้อยอายุครบหกเดือน สามีตัวดีของหลิวชิงหรู ก็ไม่ยอมปล่อยให้ค่ำคืนมืดมิดของเขา อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอีกต่อไปก่อนคลอดหนึ่งเดือนและหลังคลอดอีกสามเดือน ซ่งซื่อไป๋ถูกหมอเหอสั่งห้ามไม่ให้ใกล้ชิดภรรยา อีกทั้งยังมีคุณยายลี่ชิงเป็นผู้ช่วยขัดขวางอย่างดีเยี่ยมกว่าใครตามติดมาด้วยเจ้าหัวผักกาดสองหัวทั้งชายและหญิง ทุกคนร่วมมือกันอย่างเคร่งครัด ยากเกินจะต้านทานไหวเหล่าบุรุษสูงวัยเลยเชื้อเชิญให้บุรุษรูปงาม เข้าร่วมสมาคมน้ำชายามเช้า เพื่อดับอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่าน ให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวันหลากหลายคำแนะนำของผู้มากประสบการณ์ ทำให้ดวงตาคู่คมกลับมาเปล่งประกายอีกครั้งสมาคมน้ำชายามเช้ามีประโยชน์กว่าที่คิด เขาเลยกลายเป็นผู้อุปถัมภ์สมาคมเต็มตัว หากยายลี่ชิงมาจัดการสมาชิกคนหนึ่งในสมาคม เขาจะช่วยออกรับแทนทันทีหลังจากได้รับคำแนะนำ ในบางค่ำคืนเขาจึงสมหวังดังใจ ต่อให้ไม่สุดทางอย่างที่เคยเป็น ทว่าเพียงเท่านี้ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยก่อนรุ่งสางเขาต้องรีบหลบออกไป ก่อนที่เด็กจิ๋วทั้งสองคนจะกลับมาพิทักษ์มารดาแต่เช้ามืดแม้แต่องครักษ์เงาทั้งหลาย ยังต้องเบือนหน้าหน
ห้าปีต่อมาตลอดระยะเวลาห้าปีมานี้ เกาะราชันย์ยังคงไว้ซึ่งความสงบสุข ไม่ได้ปล่อยให้คนนอกเข้าออกตามใจ เคยเข้มงวดเรื่องคนเข้าออกอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเรื่อยมาโดยเฉพาะสตรีอายุน้อยกว่าสี่สิบปี ยังคงถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ สิ่งใดขวางหูขวางตานายหญิงของเกาะ เหล่าองครักษ์พร้อมกับผู้คุ้มกันหลายร้อยชีวิต ไม่ยอมปล่อยให้เล็ดลอดสายตาอย่างแน่นอนทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ชาวบ้านริมทะเลยังคงไว้ซึ่งอาชีพออกเรือหาปลาคนที่ชอบทำอาหารและอยากได้ตำลึงมาเลี้ยงดูครอบครัว ก็เข้าไปเป็นลูกจ้างในเหลาอาหารจานปลาของนายหญิงเหลาอาหารจานปลา มีป้าจี้เผยคนเดิมคอยดูแลเรื่องรสชาติอาหาร ทว่าบางครั้งนายหญิงหลิวชิงหรู ก็แอบไปทดสอบรสชาติอาหาร โดยไม่ได้บอกกล่าวกันล่วงหน้าแน่นอนว่ารสชาติอาหารทุกจานล้วนผ่านฉลุย ทั้งรสชาติและความสดสะอาดของวัตถุดิบ ยังคงอยู่ในมาตรฐานสูงลิ่วยากจะเลียนแบบส่วนเรื่องรับสมัครคัดกรองลูกจ้างประจำเหลาอาหาร เป็นหน้าที่ขององครักษ์ผู้คุ้มกันนายท่านกับนายหญิงเข้มงวดยิ่งกว่าการเข้ามาในเกาะราชันย์ ก็การรับสมัครลูกจ้างในเหลาอาหารจานปลา...ตาเผยหยวนยังชอบออกเรือหาปลาดังเดิม เพิ่มเติมคือมีนายท่านปิแอร์
ช่วงค่ำมาเยือน หมอมากฝีมือประจำเกาะราชันย์ ก็ได้เดินทางมาตรวจอาการของนายหญิงถึงจวนนายท่านของเกาะ“ท่านพี่ ข้าจำได้ว่าท่านป่วยอาเจียนทุกเช้า เหตุใดจึงให้หมอเหอมาตรวจอาการข้าเล่าเจ้าคะ”หลิวชิงหรูเอ่ยถามสามี ขณะที่หมอเหอกำลังตรวจจับชีพจรตรงข้อมือ นางสบายดีทุกอย่างไม่จำเป็นต้องรักษา“ตรวจนายหญิงถูกต้องแล้วขอรับ”“หา ข้าป่วยหรือเจ้าคะ แต่ข้ารู้สึกปกติดีทุกอย่าง”“นายหญิงมีชีพจรมงคล น่าจะสักแปดสัปดาห์แล้ว ยังไม่รู้เพศของเด็ก ต้องรออีกแปดสัปดาห์ ถึงจะรู้แน่ชัดว่าชายหรือหญิง”ท่านหมออธิบายให้มารดาของเด็กรับรู้ ส่วนผู้เป็นบิดายามนี้เดินเข้ามาสวมกอดฮูหยินแสนรักเข้าแนบอก“หรูเอ๋อร์เจ้าท้องลูกของเราอีกแล้ว ข้าดีใจมาก”“ข้าก็ดีใจเจ้าค่ะ อยากให้อาจื่อมีน้อง”“ข้าอาเจียนแทนเจ้าแน่ ๆ”“แสดงว่าท่านพี่แพ้ท้องแทนข้าแน่เลย เห็นตื่นมาอาเจียนทุกเช้า หน้าตาก็ซีดเซียว”“น่าจะใช่ เดี๋ยวให้หมอเหอตรวจอาการไปด้วยเลย”เย็นวันนั้นจวนหลังใหญ่ของนายท่านแห่งเกาะราชันย์ เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข เหล่าบุรุษสูงวัยทั้งสามคน รีบนำสุราออกมาเปิดดื่มเฉลิมฉลองร่วมกัน“ท่านพ่อตา ข้าขอโทษนะขอรับ ฮือ ฮือ ข้าคิดถึง เสี่ยวหลิง
บริเวณเทียบท่าเรือยามนี้มีทั้งคนยินดีและคนไม่ยินดี คนยินดีคือผู้ได้หนีงานบ้านเมือง และออกท่องเที่ยวก่อนเวลาอันสมควร ส่วนคนไม่ยินดีคือผู้ที่จำเป็นต้องเข้าไปสะสางงานแทน“ท่านพ่อ ห้ามอยู่นานนะขอรับ ไม่มีท่านพวกขุนนางเฒ่าเหล่านั้นรุมทึ้งข้าแย่”ยามอยู่ตามลำพังกับบิดา ซ่งหยางจวินก็เรียกบิดาเช่นเดียวกับพี่ชาย ต่อหน้าคนอื่นค่อยเรียกตามพระยศ“เจ้าจัดการได้ พ่อรู้”“พออยากไปเที่ยว เลยมอบความเชื่อใจให้ข้าเต็มเปี่ยม”“จัดการตามสมควร พ่อแก่มากแล้วให้สู้รบกับคนพวกนั้นเห็นทีจะไม่ไหว เจ้าอายุ 27 ปี ฝีปากกำลังดี จัดการได้เต็มกำลัง”“ข้าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะราชันย์สักครั้งหรือไม่”หยางอ๋องอยากไปเที่ยวเช่นกัน อยากเห็นกลางทะเลว่าน้ำจะลึกเพียงไร อยากไปกินอาหารที่เหลาอาหารจานปลา อยากกินอาหารฝีมือของหรูเอ๋อร์“คงแล้วแต่พี่ชายของเจ้า รายนั้นหวงเมียเป็นที่หนึ่ง เจ้ามีท่าทีไม่น่าไว้ใจแต่แรก คงต้องใช้เวลาอีกนาน”“ข้ายังลืมไม่ได้ จะให้แสดงสีหน้าอย่างไรกัน”แค่แอบมองนิดหน่อยพี่ชายผู้นั้นก็โกรธหนัก แค่มองยังหวงแทบจะควักลูกตาเขาออกมา“สักวันเจ้าจะมีมุมสงบของตนเอง”“เดินทางปลอดภัย อย่าลืมว่าท่านพ่อยังอยู่ในตำแหน
“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน รับราชโองการ”สุรเสียงมีอำนาจขององค์จักรพรรดิซ่งหยางหลง ประกาศเรียกพระโอรสองค์รอง ซึ่งเกิดจากฮงเฮาผู้จากลา ด้วยพระองค์เองขุนนางในท้องพระโรงต่างสรรเสริญเซ็งแซ่ ที่เห็นองค์จักรพรรดิมอบพระเกียรติให้พระโอรสเต็มเปี่ยม ไม่ได้มอบให้ขันทีข้างกายจัดการแทน“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน เป็นโอรสที่มีคุณสมบัติเหมาะสมขึ้นเป็นองค์รัชทายาทของแคว้น และเป็นผู้เหมาะสมต่อการขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิในรัชสมัยต่อไป รอคอยหมดช่วงเวลาไว้ทุกข์ให้พระมารดา ค่อยจัดพิธีสถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่แห่งแคว้นซ่ง จบราชโองการ”“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน รับราชโองการ พ่ะย่ะค่ะ”บุรุษผู้แตกสลายในหลายเรื่องต่อเนื่องกัน ก้มหัวลงน้อมรับพระบัญชาจากพระบิดา คงมีเพียงหน้าที่ปกปักดูแลบ้านเมือง ที่จะทำให้เขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่แน่ว่าฮงเฮากับเหล่านางสนมยศหลัก ที่ตนร้องขอผ่านทางพี่ชาย อาจช่วยให้หัวใจแห้งแล้งกลับมาชุ่มชื้นได้บ้างส่วนสตรีในตำหนัก ซ่งหยางจวินมอบใจให้เพียงสหายคู่คิด ไร้ซึ่งอาการตื่นเต้นยามเล้าโลมกันบนเตียง ต่อให้พยายามมากเพียงไรก็ตามแต่นั่นแหละเขาเป็นจักรพรรดิของแคว้น ไม่จำเป็นต้องมอบใจให้สตรีทุกค
นายท่านเกาะราชันย์กับภรรยา อยู่สะสางงานบนแผ่นดินใหญ่หลายเรื่อง จนกระทั่งล่วงเลยผ่านเข้าสู่เดือนที่สองในเช้าวันหนึ่งตำหนักจวิ้นอ๋องได้รับข่าวสารสำคัญบางอย่างจากตำหนักใกล้เคียง“เรื่องจริงหรือเจ้าคะ”“อือ ข้าอุตส่าห์ไม่เอาชีวิต แต่สตรีผู้นั้นจิตใจอาฆาตแค้นผู้อื่น ไม่ยอมปล่อยวาง จนเป็นเหตุให้เสียสติถึงขั้นทำร้ายตนเอง”ฉินฮงเฮากางผ้าแพรขาวแขวนขื่อในตำหนัก แล้วห้อยขาลงมาในกลางดึกของเมื่อวาน กว่าคนของหยางอ๋องจะเข้าไปพบ พระนางก็ไร้ลมหายใจแล้ว“องค์หญิงทั้งสองพระองค์ กับหยางอ๋องเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”“ถามถึงแค่สตรีก็พอ”“ฮื่อ! ท่านพี่อย่าดึงแก้มข้า”แก้มสาวถูกนิ้วยาวดึงยืดออก คิดว่านางแก้มตุ่ยเหมือนบุตรชายหรืออย่างไร ถึงชอบดึงเล่นนัก“บุตรทั้งสามล้วนเสียใจ ดีชั่วอย่างไรก็เป็นมารดาที่รักบุตรชายและบุตรสาวไม่แพ้กัน”“อื้อ ข้าคิดถึงอาจื่อแล้ว”เมื่อได้ยินสายใยรักของมารดาและบุตร ใบหน้ากลมเกลี้ยงของบุตรชายตัวน้อยก็ลอยมาให้คิดถึง ไม่ได้หอมแก้มนุ่มเกือบสองเดือนแล้ว“รอผ่านงานอาลัยก่อน ส่วนงานสถาปนาจักรพรรดิพระองค์ใหม่ คงต้องรออีกสองปี พวกเราค่อยกลับมาร่วมงานพร้อมอาจื่อ”“เจ้าค่ะ แล้วเรื่องสนมเมิ่งเส







