LOGINแพทย์สาวยอดนักฆ่าผู้เย็นชาและเลือดเย็นทะลุมิติมาอยู่ในร่างสตรีผู้อ่อนแอถูกทอดทิ้ง นางเลี้ยงลูกน้อยเพียงลำพังอย่างยากลำบาก แต่ด้วยวิชาชีพติดตัวมาตั้งแต่ชาติก่อนทำให้นางมองเห็นทางรอดให้ตนเองและลูก ขณะเดียวกันนางก็เลือกกลับเข้าใกล้เป้าหมายด้วยการเปิดโรงหมอ จงใจสร้างชื่อเสียงเพื่อรอการสะสางบางอย่าง แต่เขานี่สิกลับวนเวียนเข้ามาในชีวิตแล้วยังตามง้อนางไม่ลดละ แต่เสี่ยวไป๋ เด็กชายตัวแสบมีหรือจะยอมรับบิดาที่ไม่รู้จักง่าย ๆ
View More「……嘘…でしょう…?」
目の前の現実が受け入れられない。
山内香織(やまうちかおり)の顔色は青ざめ、その手は細かく震えていた。
*
「おめでとうございます。妊娠9週です。しかも、双子ですよ」
診察を終えて医師の前に座った途端、そんな風に言われた。
双子…。本当ならすごく嬉しい。
香織は子供が好きだ。自分の子供ができたら絶対に甘やかして、ちょっと我儘で、でも可愛らしい、誰からも愛される子に育てる。ずっとそう思っていた。
でも…。
香織の胸は痛みに張り裂けそうだった。
恋愛感情は持たない。妊娠をしてはならない。
それは、彼との約束だった。
香織は唇を噛み締め、俯いていた。
そんな彼女を見た医師は、彼女がこの妊娠を望んでいないと誤解した。
「お相手の方とよく話し合われてみてください。こんなおめでたいことはないのですから」
「…はい」
そう答えるしかなかった。
どうしよう…。どうしたらいいの…?
診察室を出て、待合室で料金の精算を待っている間、香織の頭の中は迷いが渦巻いていた。
彼女は、直属の上司であり、秘密の契約恋人でもある都月渉(とつきわたる)の子を身ごもってしまった。
しかし〝妊娠してはならない〟というのは、彼と交わした絶対の約束だった。
あと1週間で終える契約を、こんなことで破棄する訳にはいかない。自分にはまだお金が必要なのだから。でも…。この子たちを諦めたくないっ…。
どうして…なんでよりによって、このタイミングで…。
*
香織は、都月渉の秘書だった。
3年前のあの夜、彼は宴会で薬を盛られ、彼女はホテルへ呼び出された。
300万円ー。
一夜限りの対価だった。
彼女にはお金が必要だった。
祖母の療養費が重くのしかかり、他に選択肢はなかった。
翌日、渉は彼女にある提案をした。
「月給500万円で、恋人契約を結ばないか?」
同居、日常の世話、夜の相手。契約期間は3年。
条件は、冷徹に明記されていた。
〝恋愛感情は抱かないこと〟〝妊娠しないこと〟
違反した場合、契約は即時解除。
「お受けします」
彼女は迷うことなく署名した。
恋愛は必要ない。ただ、お金だけが必要だった。
でも香織は気づかなかった。
3年間、彼は優しく、丁寧で、何よりも彼女を大切に扱った。
彼女は徐々に、まるで粉雪が降り積もるように、渉を愛してしまっていた。
香織は期待した。
もしかしたらこの妊娠をきっかけに、自分たちは本物になれるかもしれない…。
「…そうだわ」
もしかしたら、彼は受け入れてくれるかもしれない。
やがて彼女は一つの決意を胸に顔を上げ、静かに病院を後にしたのだった。
*
その日の夜。
香織がまんじりともせずに渉の帰りを待っていると、微かに酔った彼が玄関の扉を開けた。
「お帰りなさい」
「……ああ」
酔いで若干トロンとした目を向けてくる彼に、香織は苦笑してひとまずシャワー室に押し込んだ。
その間彼女は妊娠のことをどう切り出そうかと胸を高鳴らせて悩み、一人唇を笑みの形にしていた。
そしてー。
渉がシャワーを終えて寝室に戻って来ると、仄かに香るボディーソープの香りが彼女の鼻を刺激した。
気持ち悪くはならない。けれど、胸の高鳴りが異常で、お腹の子らに影響しそうだ。
そう思って、香織は顔を上げた。
渉のプロポーションは完璧だった。
引き締まった上半身に見事なシックスパック。滑らかな肌を滑る水滴が、あらぬ妄想を掻き立てる。
香織は顔を赤くして、目を逸らした。
「どうした?」
笑いを含んだ渉の言葉と、緩く背中に回された腕に閉じ込められて、香織の耳までが赤く色づいていた。
チュ…
耳に落とされた軽いキスに、胸がときめく。
「いいか…?」
掠れた声が、彼の情欲を示していた。
香織はその瞬間、ハッとして身じろいだ。
「ごめんなさい…今日は…」
「ん…?」
その間も、彼女の耳や首筋に彼の唇が触れている。
香織は思い切って渉の腕を何度か叩き、その行為を止めさせる。
「今日は…気分じゃないの…」
「……」
そう言うと、渉は仕方なさそうに息を吐き、身支度を整える為にクローゼットに向かった。
香織は、ふと思いついたように口を開いた。
「…営業部の田中さん、妊娠したらしいですよ。産休を取るって、社内でも噂になっててー」
できるだけ世間話のように聞こえるよう、さり気なく言った。
だが渉の反応は淡々としていて、「そうか」と一言返しただけだった。
香織は唇を噛み、もう一言だけ付け加えた。
「ご主人がすごく喜んでるみたいで…。ご夫婦でずっと望んでいたらしくてー」
「香織」
渉は、冷たく彼女の言葉を遮った。
「…はい」
「避妊薬、きちんと飲んでいるよな?」
「……」
その瞬間、香織は見えない手に心臓を掴まれたような気がした。……理解してしまった。
彼女は視線を落とし、無理やり口元に笑みを浮かべた。
「ええ…もちろん、飲んでます」
「それならいい」
背を向けたまま話す彼の姿を見つめながら、香織の胸に灯っていた微かな灯火は、音もなく消えていった。
渉は、彼女の落胆に気づかないまま、あるいは気づいていても気に留めることなく、話し続けた。
「明日、パーティーがあるから参加して」
「…うん」
香織は彼の機嫌を損ねただろうかと窺ってみたが、特にそういう感じでもなかった。
彼女は彼の第一秘書として、パーティーなどにはいつもついて参加する。だから今回もそのつもりだった。
だが続けて言った彼の言葉に、思わず目を見開いた。
「両親も来るから、そのつもりで」
「え……」
「なんだ?」
「あ、…ううん…なんでもない」
3年…。この3年間、彼女は彼と共に数えきれないほどの場に同席してきた。
外部のレセプション、ビジネスの接待、取引先との会合…。
だが、彼の両親が出席する家族の集まりにだけは、一度も同行を許されたことがなかった。
これが、初めてだった…。
もしかして…。もしかして、私を…?
彼女は、渉が自分を恋人として両親に紹介するつもりだろうか…?と思い、興奮した。
そう考えて、香織はベッドに入ってからもなかなか寝付けなかった。
หลังพิธีเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ผ่านไปสามเดือน ฮ่องเต้องค์ใหม่ฟื้นฟูกฎหมายให้เข้มแข็งขึ้น ฮองเฮาก่อตั้งโรงหมอหลายแห่งในราคาย่อมเยาและก่อตั้งสำนักศึกษาด้านการแพทย์แก่สามัญชน เมื่อเรัยนจบสามารถสอบเข้าทำงานในวังหลวงและโรงหมอภายใต้การอุปถัมภ์ของฮองเฮา มีโครงการสร้างอาชีพและกระจายรายได้ไปทั่วเมืองและจะขยับขยายออกไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ในอีกไม่ช้า เช้าวันพักผ่อน ท้องฟ้ายามเย็นทอแสงสีทองอ่อน ๆ ทาบลงบนสระหยกด้านหลังตำหนักด้านใน เสียงสายลมพัดใบไม้ไหวบางเบาคล้ายจะกระซิบเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น หลงจิ่นเซวียนในชุดธรรมดาไร้เครื่องทรง เดินเข้ามาช้า ๆ บนศาลาริมน้ำ หลี่ซืออวี้ นั่งทอดสายตามองสายน้ำที่ไหลนิ่ง ราวกับกำลังทบทวนเรื่องราวในใจ เมื่อเขามาถึง นางไม่ได้หันไปมอง แต่พูดขึ้นเรียบ ๆ อย่างเป็นทางการ "ฝ่าบาทยังไม่เหนื่อยอีกหรือ เหนื่อยจากการไล่ตามคนที่ทำร้ายพระทัยท่านถึงเพียงนี้" เขาหยุดยืนเงียบ หัวเราะแผ่วเบา ก่อนนั่งลงข้าง ๆ โดยไม่รอให้นางอนุญาต "เหนื่อยแต่ก็ยังอยากเดินต่อ เพราะปลายทางคือเจ้า" "ยามนี้มีเพียงเราสองคน ยังมีพิธีรีตองอีกหรือ" นางเบือนหน้ามองเขา ดวงตานิ่งเรียบแต่ลึกในนั้นมีบางอย่างไหวว
ณ ตำหนักด้านใน หลี่ซืออวี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างในอก ทั้งเบา สบายและอุ่นใจ แม้ยังไม่ได้เอ่ยวาจามากไปกว่านี้ แต่หัวใจก็ไม่ได้ต่อต้านอีกต่อไป ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างมั่นคง "ท่านแม่ แต่งตัวสวย ๆ ไว้นะ" "วันนี้มีอะไรกันอีก" เมื่อประตูเปิดออก เหล่านางกำนัลนับสิบคนกรูกันเข้ามาแต่งองค์ทรงเครื่องให้นางอย่างอ่อนโยน พร้อมยื่นชุดผ้าไหมสีขาวประดับลายมังกรเมฆทองไม่ใช่ชุดสามัญ แต่เป็นชุดเจ้าสาวของวังหลวง "เป็นพระราชบัญชาเพคะ วันนี้คือวันอภิเษกของพระองค์อย่างเป็นทางการ" หลี่ซืออวี้เบิกตาขึ้นเล็กน้อยเอ่ยคัดค้านอย่างงุนงง "อภิเษกอะไรกัน ข้าไม่รู้เรื่องมาก่อน พวกเจ้าจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ" นางกำนัลจึงอธิบายว่า "เหล่ากงกงแจ้งมาว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฮ่องเต้จึงจะประกาศราชโองการเพคะ" เสี่ยวไป๋ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพึงพอใจ ขฯะที่หลี่ซืออวี้หน้าตึงเพราะขัดพระบัญชาฮ่องเต้ไม่ได้ "มัดมือชกข้าชัด ๆ " "เรื่องมงคลเช่นนี้ท่านแม่ไม่ควรปฏิเสธนะขอรับ" ลานพระราชพิธี ท่ามกลางสายตาคนทั้งราชสำนัก ขุนนาง ข้าราชบริพาร นางกำนัลเหล่าทหารล้อมรอบลานพิธีที่ประดับด้วยผ้าไหมสีแด
ภายในท้องพระโรงหลังพิธีเฉลิมฉลองฟื้นฟูราชสำนักอีกหกเดือนต่อมา หลายเดือนมานี้หลี่ซืออวี้ยังรู้สึกว่านางไม่เป็นที่ชอบใจของขุนนางครึ่งวังหลวง เมื่อวันนี้มีโอกาสนางจึงทูลฮ่องเต้ถึงเรื่องนี้ เหล่าขุนนางมากหน้าหลายตานั่งอยู่ในตำแหน่งตามลำดับ บางคนยังมีสีหน้าขุ่นเคือง บางคนกระซิบกระซาบต่อกันถึง สตรีผู้อวดดี ที่กล้าท้าทายอำนาจวังหลวง หลงจิ่นเซวียนนั่งบนบัลลังก์ ท่าทางสงบนิ่ง แต่สายตาจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีอ่อนที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรง นางคือหลี่ซืออวี้ นางเงยหน้าขึ้นพูดเสียงชัดกังวาน "ฝ่าบาท วันนี้หม่อมฉันมิได้มาในฐานะสตรีของท่านแต่มาในฐานะผู้ที่ไม่ได้ภักดีต่อใครนอกจากความจริง" เสียงกระซิบในหมู่ขุนนางเริ่มดังขึ้นทันที ขุุนนางคนหนึ่งฮึดฮัดเอ่ยขึ้น "สตรีผู้นี้บังอาจนัก! กล้าขึ้นเสียงกับฮ่องเต้เชียวหรือ!" หลี่ซืออวี้ปรายตามองอย่างไม่หวั่นไหว "ข้ารู้ว่าท่านทั้งหลายไม่ชอบข้า แต่หากไม่ใช่เพราะข้า ขุนนางกว่าครึ่งในที่นี้คงไม่มีโอกาสนั่งบนตำแหน่งเดิมอย่างสงบสุข" คำพูดนั้นทำให้บางคนชะงัก บางคนแสร้งไม่สบตา นางหันกลับมาหาฮ่องเต้ ที่นั่งนิ่งไม่พูด "ฝ่าบาท หม่อมฉันขอบททดสอบห
พระราชพิธีราชาภิเษกในท้องพระโรง ท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางผู้มาเฝ้ารับเสด็จฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์องค์ใหม่ ท่ามกลางเสียงพิธีกรรมอันสง่างาม หลงจิ่นเซวียนได้กล่าวในพิธีอันเป็นมลคล "ข้าสาบานต่อหน้าสวรรค์และราษฎร ว่าจะปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม สันติสุข และภักดีต่อราษฎรทุกคน" เสียงแซ่ซ้องและคำถวายพระพรดังสนั่น ทว่าดวงตาของฮ่องเต้แฝงความหนักแน่นและความคิดลึกซึ้ง ฮ่องเต้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนพระราชวัง ด้านหลี่ซืออวี้ที่เตรียมตัวออกเดินทางนางหันไปมองลูกชายที่กำลังยิ้มสดใส "ข้าจะโตขึ้นด้วยตัวเอง แม้จะไม่อยู่ในวังหลวง" หลี่ซืออวี้และเสี่ยวไป๋สวมเสื้อผ้าธรรมดา เดินผ่านประตูใหญ่ของพระราชวังโดยไร้เงาของฮ่องเต้ ทั้งสองแม่ลูกก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ท่ามกลางแสงแดดและลมพัดเบา ๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน ยามสายแสงแดดอ่อนอุ่นทอแสงบาง ๆ ขบวนม้ารถเล็ก ๆ เคลื่อนไปอย่างเงียบเชียบ หัวหน้าขบวนคือหลี่ซืออวี้กับเสี่ยวไป๋ในชุดสามัญ ทั้งคู่ไม่มีราชโองการ ไม่มีการอำลาอย่างเป็นทางการ ทันใดนั้น เสียงเกือกม้าดังขึ้นราวกับพายุ สายลมแรงกรูเข้ามาพร้อมร่างหนึ่
ณ ตำหนักรองแห่งวังหลวงแคว้นต้าหลง แสงคบเพลิงไหวระริกสะท้อนเงาใบหน้าคมคายขององค์รัชทายาทหลงจิ่นเซวียน ผู้กำลังนั่งนิ่งอยู่หน้ารายงานลับจากองครักษ์เงาจดหมายร้อยเรียงด้วยลายมือสั่นเทา'เป็นนางจริง ๆ นางมิใช่เพียงหมอสามัญ แต่มีความสามารถในการล้วงความลับ ล่อหลอก และทำให้ข้าต้องเปิดเผยทุกอย่างโดยไม่ได้ต
ยามเช้าของวันใหม่ หลี่ซืออวี้สวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ข้างกายมีเสี่ยวไป๋เดินตามติดพร้อมถือถุงผ้าใส่ติดตัวอย่างสมุนไพร สองแม่ลูกเดินลัดเลาะไปยังทางตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งเงียบสงบแต่ผู้คนสัญจรไม่ขาดสาย"ตรงนั้นหรือขอรับท่านแม่" เสี่ยวไป๋ชี้ไปยังเรือนไม้เก่าหลังหนึ่ง อยู่ริมทางที่มองเห็นลำธารเล็ก ๆ ไห
เรือนหลังเล็กฝั่งตะวันออก สองแม่ลูกอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ออกไปรักษาคนป่วยจึงเตรียมยาเอาไว้สำหรับรักษาหลาย ๆ โรคกลิ่นสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วเรือนเล็ก ๆ หลังนั้น หลี่ซืออวี้กำลังตำรากสมุนไพรในครกหินอย่างตั้งใจ ข้างกายของนางมีเสี่ยวไป๋ที่สวมชุดผ้าฝ้ายเก่า ๆ กำลังนั่งชันเข่า เอียงคอเฝ้ามองมือเรียวขาวที่บ
หลี่ซืออวี้ปลูกพืชสมุนไพรไว้หลากหลายชนิด ถึงเมืองหลวงฝั่งตะวันออกจะเงียบสงบคล้ายเขตชนบท ทว่ายารักษาโรคก็มีราคาแพงและยังขาดแคลน นางเปลี่ยนวิธีการโดยการออกรักษาคนป่วยตามบ้านโดยการเคาะประตูเสนอการรักษาในราคาไม่แพง หลี่ซืออวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่าเคลือบฝุ่นของบ้านหลังหนึ่ง เสียงไอแหบแห้งลอดออกมาจากภ


















reviews