หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ

หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ

last updateDernière mise à jour : 2026-02-28
Par:  หนามชมพูComplété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
10
2 Notes. 2 commentaires
30Chapitres
7.5KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

แพทย์สาวยอดนักฆ่าผู้เย็นชาและเลือดเย็นทะลุมิติมาอยู่ในร่างสตรีผู้อ่อนแอถูกทอดทิ้ง นางเลี้ยงลูกน้อยเพียงลำพังอย่างยากลำบาก แต่ด้วยวิชาชีพติดตัวมาตั้งแต่ชาติก่อนทำให้นางมองเห็นทางรอดให้ตนเองและลูก ขณะเดียวกันนางก็เลือกกลับเข้าใกล้เป้าหมายด้วยการเปิดโรงหมอ จงใจสร้างชื่อเสียงเพื่อรอการสะสางบางอย่าง แต่เขานี่สิกลับวนเวียนเข้ามาในชีวิตแล้วยังตามง้อนางไม่ลดละ แต่เสี่ยวไป๋ เด็กชายตัวแสบมีหรือจะยอมรับบิดาที่ไม่รู้จักง่าย ๆ   

Voir plus

Chapitre 1

ทะลุมิติสู่โลกใบใหม่

เสียงกรีดร้องสุดท้ายของหญิงสาวผู้หนึ่ง ดังก้องในความทรงจำของลู่ชิงเหยียน ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง

เธอเคยเป็นหมอที่ไม่ใช่หมอธรรมดา แต่เป็นหมอที่ใช้มีดผ่าตัดเป็นอาวุธ หมอนักฆ่าผู้ไร้หัวใจในโลกที่มืดมิดและไร้กฎเกณฑ์

เธอเคยหลงตนว่าคนอย่างเธอไม่มีวันตายง่าย ๆ ทว่าในวินาทีที่มีดปักเข้ากลางหลังจากคนที่ไว้ใจที่สุด ทุกอย่างก็จบลงไม่ต่างจากเรื่องล้อเล่น

เมื่อลืมตาอีกครั้งกลับพบว่าตนเองอยู่ในร่างของสตรีผู้หนึ่งในโลกที่ไม่คุ้นเคย

ร่างกายอ่อนแอเสียจนลมพัดก็แทบปลิวไปกับลม นางก้มมองสารรูปตนเองแล้วถึงกับส่ายหน้าอย่างเย้ยหยัน

"ช่างน่าสมเพชเสียจริง"

ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยพลางเหลียวมองไปรอบกายที่มีแต่ต้นไม้และความเงียบ มุมปากนางกระตุกยิ้มเย็น แม้ร่างนี้จะอ่อนแรงแต่จิตใจยังเป็นนักฆ่าผู้เย็นชาเช่นเดิม หากสวรรค์จะให้นางเริ่มต้นใหม่ในร่างนี้ ก็อย่าได้หวังว่านางจะยอมให้ใครเหยียบย่ำซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง

"สวรรค์ มันช่างเป็นความตายที่น่าเบื่อสิ้นดี" 

นางทอดสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สดใสท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าเหนือศีรษะราวกับเทพสวรรค์กำลังเยาะเย้ยนาง

เมื่อครู่นางยังถือมีดอยู่ในมือ ข้างกายคือร่างไร้วิญญาณของเป้าหมาย แต่คนที่ลงมือแทงนางกลับเป็นเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจ คนที่นางเคยช่วยเย็บแผลให้ด้วยมือของตัวเอง

ภาพสุดท้ายที่ติดตาคือนางถูกคมมีดแทงจากข้างหลัง หึ มันช่างงดงามจนอยากปรบมือให้

พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็กลับกลายเป็นสตรีที่อ่อนแอจนแม้แต่ลมพัดก็ล้มลงง่าย ๆ สวมชุดเก่าซีดชุ่มเหงื่อไปทั้งตัว นอนอยู่บนพื้นหญ้าโล่ง ๆ ในวันที่อากาศร้อนจัด

"หึ ให้ตายเถอะ ร่างใหม่ของข้านี่มัน...น่าสมเพชเสียจริง"

 ลู่ชิงเหยียนหัวเราะเสียงแผ่วก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเหยียดเย้ยในชะตากรรมของตนเอง

"แต่ช่างเถอะ หากสวรรค์ยังใจดีให้ข้ามีชีวิต ข้าก็จะใช้มันให้คุ้มค่า"

นางยันกายลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาที่แม่น้ำไกลออกไปไม่มาก จากนั้นนางก็ถือตะกร้าสานใส่พืชผักป่าเดินไปนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่

ฉับพลันความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามาราวกับน้ำหลาก มันทั้งยุ่งเหยิงและตึงเครียด

"ข้าคือหลี่ซืออวี้สินะ"

นางพึมพำกับตนเองพลางหลับตาย้อนคิดถึงอดีตของเจ้าของร่างเดิม

สตรีอ่อนแอผู้นี้มีนามว่าหลี่ซืออวี้ ชีวิตของนางดั่งบทละครน้ำเน่า นางเป็นสตรีงดงามสะดุดตาคนหนึ่ง ชีวิตพลิกผันจากสามัญชนสู่พระชายาเอกขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าหลง หลงจิ่นเซวียน ผู้มีราชกิจล้นมือ มักออกไปว่าราชการต่างเมืองแทบไม่ได้หยุดพัก เขาจะอยู่ในวังหลวงเฉพาะช่วงมีพิธีการสำคัญที่ขาดไม่ได้ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นตัวแทนไทเฮาเดินทางไปทั่วแคว้น 

บัลลังก์ก็ไม่ได้ขึ้นครองอย่างสมบูรณ์หลังฮ่องเต้สวรรคต เพราะเขายังรับผิดชอบงานรอบนอกทั่วทั้งแคว้น จึงมีไทเฮารักษาการแทน และนั่นทำให้ไทเฮามีอำนาจเหนือองค์รัชทายาท ด้วยอำนาจล้นฟ้าของไทเฮานางจะชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ในแคว้นนี้

หลงจิ่นเซวียนพอรู้ว่าไทเฮาไม่โปรดปรานหลี่ซืออวี้ เหตุเพราะนางเป็นเป็นหญิงสาวจากชนบทต้นตระกูลมาจากชาวบ้านในหมู่บ้านเล็ก ๆ ไร้ซึ่งอำนาจและบารมี เขาก็แยกตำหนักออกมาอยู่ห่างไกลจากเชื้อพระวงศ์คนอื่นและมีนางกำนัลพร้อมองครักษ์คอยปรนนิบัติและเป็นหูเป็นตาแทนเขายามที่เขาไม่อยู่ อย่างน้อยก็ทำให้ไทเฮาไม่ขัดหูขัดตาแล้วใช้อำนาจไม่ชอบธรรมกับนาง

เพราะภารกิจมากมายจนล้นมือทำให้หลงจิ่นเซวียนไม่เคยรู้ว่าช่วงที่เขาไม่อยู่วังหลวงเกิดเรื่องใดขึ้นกับนางบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งเขากลับเข้าเมืองหลวง ไทเฮาได้แจ้งว่าได้ให้โหรมาดูดวง ปรากฏว่าดวงของหลี่ซืออวี้เป็นกาลกิณีต่อราชสำนัก หากมีบุตรก็เป็นบุตรมหาโจร จะฆ่าล้างเลือดบิดาและทำให้ราชวงศ์เสื่อมถอยจนไร้อำนาจ แต่นางบอกว่ายังเมตตาให้หลี่ซืออวี้อยู่ต่อจนคลอดบุตรเพราะเห็นใจนาง ทว่านางกลับหนีตามทหารชั้นต่ำที่ลอบเป็นชู้กันและหายสาบสูญไปแล้ว

หลงจิ่นเซวียนได้ยินดังนั้นเขาก็ร้อนใจเป็นอันมาก ไม่เชื่อว่าพระชายาที่ตนรักจะหักหลังได้ลงคอ เขาเที่ยวออกตามหาพระชายาทั้งวันทั้งคืนเป็นแรมเดือนก็ไม่พบ จนเข้าใจว่านางคงเสียชีวิตแล้วพร้อมกับทหารคนที่พานางหนีไป เป็นเหตุให้เขาเสียใจจนถึงทุกวันนี้

เขาไม่รู้ว่าไทเฮาให้คนวางยาสลบนางแล้วนำไปทิ้งนอกเมืองในที่ที่ไม่มีคนรู้จักเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามคนสำคัญ ส่วนบุตรในครรภ์นางไม่เคยยอมรับ การทำเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะไทเฮารู้ดีว่านางไม่มีทางบากหน้ากลับมาอีก เพราะถูกยัดคดีคบชู้ติดตัวไปแล้ว หากนางกล้าท้าทายก็มีโทษประหารชีวิตรออยู่

ยาวนานกว่าห้าปีแล้วที่หลี่ซืออวี้ถูกขับออกจากวังหลวง จากความทรงจำของร่างเดิม นางต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตปากกัดตีนถีบเพื่อเลี้ยงบุตรชายตัวน้อยให้เติบโตเป็นคนดี และเสี่ยวไป๋ หรือ หลงเซียวไป๋ก็เป็นเด็กฉลาด กล้าหาญและคอยปกป้องมารดาเมื่อถูกรังแก

แต่สิ่งที่น่าขัดใจคือร่างนี้ยังอาลัยอาวรณ์พระสวามี เฝ้ารอคอยเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมานานถึงห้าปี แต่ไม่เคยมีวี่แววของคนที่นางรักมาตามหานาง ทุก ๆ วันนางจึงอยู่อย่างคนไร้หัวใจ ยามมองหน้าบุตรชายนางมักจะร้องไห้ออกมาอยู่เสมอ

ในใจของนางมีแต่ความทุกข์ตรม ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลงทุกวันจนกระทั่งครั้งสุดท้ายของชีวิต นางขึ้นเขาไปหาของป่ามาขายแลกเงินประทังชีวิต โดยฝากเสี่ยวไป๋ไว้กับเพื่อนบ้าน นางขึ้นเขาทั้งที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเพราะซาลาเปาก้อนสุดท้ายนางเก็บไว้ให้เสี่ยวไป๋กินประทังความหิว

เมื่อร่างกายอ่อนแอผสานกับหัวใจที่แตกสลายทำให้นางหิวโหยจนเป็นลมหัวฟาดพื้นเสียชีวิตอยู่กลางป่าในทันที

"ข้าชื่อหลี่ซืออวี้สินะ"

นางพึมพำชื่อนี้อีกครั้ง ยอมรับชื่อนี้ไปโดยปริยายพลางยกมือขึ้นจับไปที่แผลบนหน้าผาก 

"ในตะกร้ามีอะไรบ้าง"

นางถามตัวเองและเริ่มค้นตะกร้า โชคดีเจอสมุนไพรรักษาแผลสด นางเอามือขยี้และแปะหน้าผากเอาไว้ เมื่อรู้สึกดีขึ้นจึงลุกขึ้นเอาตะกร้าสะพายหลังมุ่งหน้ากลับบ้าน

หลี่ซืออวี้เดินมาถึงบ้าน นางเปิดประตูเข้าไป วางตะกร้าไว้ในห้องครัวแล้วเร่งฝีเท้าออกไปรับบุตรชายที่ฝากเอาไว้กับเพื่อนบ้าน

นางเดินมาถึงบ้านอีกฝั่งเพราะเป็นห่วงลูก ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางต้องขบกรามแน่น เด็กชายหญิงยืนล้อมเสี่ยวไป๋ที่ตัวเล็กกว่าเอาไว้ เด็ก ๆ ตบมือล้อเลียนเขา บางคนก็แลบลิ้น พูดจาดูถูกเหยียดหยาม ราวกับเขามิใช่คน

"ไอ้ยาจก สกปรกจะตายยังกล้ามาเล่นกับพวกเรา"

"ไอ้ลูกกำพร้า พ่อของเจ้าทิ้งเจ้ากับแม่แล้วยังมาอวดดีใส่ข้า"

อีกคนเข้ามาแย่งซาลาเปาในมือเสี่ยวไป๋แล้วทิ้งลงพื้นใช้เท้าบดขยี้จนเละเทะพร้อมกับหัวเราะเยาะ

"เก็บมากินสิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "

เสี่ยวไป๋ที่มีเลือดนักสู้เต็มตัวกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครสักคน

"พวกเจ้าอย่าคิดมารังแกข้า มิเช่นนั้นเจอดีแน่"

เสี่ยวไป๋ข่มขู่ ทว่าเด็กเกเรเหล่านั้นกลับหัวเราะอย่างพึงพอใจ

"จะไปฟ้องแม่เจ้าน้ำตาของเจ้าหรือไร ไปสิ ถ้านางรู้ว่าเจ้าโดนแกล้ง นางก็ต้องวิ่งหาของป่ามาให้พ่อแม่พวกข้าเป็นการอ้อนวอนให้เลิกยุ่งกับเจ้าเหมือนคราวก่อน ๆ ไปสิไป๊ ชิ้ว ๆ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ"

"อย่ามาว่าท่านแม่ของข้านะ"

เสี่ยวไป๋โกรธจัด กำหมัดชกหน้าเด็กคนนั้นล้มหงายหลังดังโครม คนอื่นเห็นเพื่อนโดนทำร้าย พวกเขายอมไม่ได้มุ่งตรงเข้าหาเสี่ยวไป๋หมายสั่งสอนให้เข็ดหลาบ ทว่า

"เมื่อครู่พวกเจ้าว่าไงนะ"

 

 

 

 

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

walanดี
walanดี
จบแล้วเหรอค่ะสนุกดีค่ะ
2026-02-25 14:05:29
1
0
walanดี
walanดี
สนุกดีค่ะชอบมากเลย
2026-02-25 12:54:53
1
0
30
ทะลุมิติสู่โลกใบใหม่
เสียงกรีดร้องสุดท้ายของหญิงสาวผู้หนึ่ง ดังก้องในความทรงจำของลู่ชิงเหยียน ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงเธอเคยเป็นหมอที่ไม่ใช่หมอธรรมดา แต่เป็นหมอที่ใช้มีดผ่าตัดเป็นอาวุธ หมอนักฆ่าผู้ไร้หัวใจในโลกที่มืดมิดและไร้กฎเกณฑ์เธอเคยหลงตนว่าคนอย่างเธอไม่มีวันตายง่าย ๆ ทว่าในวินาทีที่มีดปักเข้ากลางหลังจากคนที่ไว้ใจที่สุด ทุกอย่างก็จบลงไม่ต่างจากเรื่องล้อเล่นเมื่อลืมตาอีกครั้งกลับพบว่าตนเองอยู่ในร่างของสตรีผู้หนึ่งในโลกที่ไม่คุ้นเคยร่างกายอ่อนแอเสียจนลมพัดก็แทบปลิวไปกับลม นางก้มมองสารรูปตนเองแล้วถึงกับส่ายหน้าอย่างเย้ยหยัน"ช่างน่าสมเพชเสียจริง"ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยพลางเหลียวมองไปรอบกายที่มีแต่ต้นไม้และความเงียบ มุมปากนางกระตุกยิ้มเย็น แม้ร่างนี้จะอ่อนแรงแต่จิตใจยังเป็นนักฆ่าผู้เย็นชาเช่นเดิม หากสวรรค์จะให้นางเริ่มต้นใหม่ในร่างนี้ ก็อย่าได้หวังว่านางจะยอมให้ใครเหยียบย่ำซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง"สวรรค์ มันช่างเป็นความตายที่น่าเบื่อสิ้นดี" นางทอดสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สดใสท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าเหนือศีรษะราวกับเทพสวรรค์กำลังเยาะเย้ยนางเมื่อครู่นางยังถือมีดอยู่ในมือ ข้างกายคือร่างไร้วิญญาณของเป้าห
Read More
แม่ของเสี่ยวไป๋
เด็กทั้งกลุ่มมองมาตามเสียงรวมทั้งเสี่ยวไป๋ "ดูสิ นางผีโครงกระดูกมาช่วยลูกของมัน"เด็ก ๆ เริ่มหัวเราะเยาะนางเมื่อเห็นสภาพผู้หญิงผอมแห้งถือท่อนไม้ขนาดใหญ่ท่อนหนึ่ง ดูอย่างไรก็เหมือนโครงกระดูกเดินได้เสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปหานาง เขากางมือเล็ก ๆ ออกปกป้องไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้"ท่านแม่อยู่ด้านหลังข้าขอรับ ข้าจะปกป้องท่านเอง"แววตาของเด็กน้อยดุดันและน่ากลัวแต่เด็กเหล่านั้นกลับขบขันสองแม่ลูก"มาถึงก็ดีแล้ว เจ้าต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เสี่ยวไป๋รังแกอาหาน"อาหานเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเสี่ยวไป๋สองปี เขานั่งกุมใบหน้าที่เริ่มบวมพลางชี้มือมาที่นางอย่างอาฆาต"ข้าจะฟ้องท่านพ่อ แล้วข้าจะบอกท่านพ่อไม่ให้รับของป่าสกปรกของเจ้าเป็นของขวัญหรอกนะ"หลี่ซืออวี้ยืนฟังเด็ก ๆ พูดกับนางอย่างไร้ความเคารพยำเกรง แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมานางกับลูกถูกรังแกมามากเพียงใด เด็กยังมีปฏิกิริยาเช่นนี้ แล้วผู้ใหญ่เล่าจะหนักกว่านี้กี่เท่า"พวกเจ้ามีสิบคน แต่บอกว่าถูกเสี่ยวไป๋รังแก ไม่ปรักปรำกันไปหน่อยหรือ เพราะที่ข้าเห็นคือพวกเจ้ารุมรังแกลูกข้า"เสี่ยวไป๋เงยหน้ามองมารดาที่ยกมือขึ้นกอดอกพูดกับเพื่อนอาหาน เด็กน้อยกระพริบตาปริบ ๆ กับท่าทาง
Read More
ออกไปทำงาน
ยามดึกสงัดเมื่อส่งเสี่ยวไป๋เข้านอนในคืนหนึ่ง หลี่ซืออวี้ได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง ช่วงกลางวันนางได้เข้าไปในเมืองเพื่อทำบางอย่างและเตรียมตัวพร้อมสำหรับบางสิ่ง ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามจนมั่นใจว่าบุตรชายหลับสนิทแล้ว นางลุกขึ้นจากที่นอนสวมชุดดำพรางใบหน้ามิดชิด มุ่งหน้าสู่ตรอกแคบในย่านตะวันตกของเมือง นางไม่ได้เป็นหญิงอ่อนแอผู้อาศัยความสงสารอีกต่อไป แต่นางคือลู่ชิงเยียน อดีตมือสังหารผู้ไม่เคยปล่อยให้เป้าหมายหลุดรอด เป้าหมายของนางคืนนี้คือ อู๋เหยียนเจ้าของโรงบ่อนใหญ่ผู้โหดเหี้ยมที่ผู้คนต่างหวาดกลัว ไม่ใช่เพียงเพราะเขามีอิทธิพลในเมืองนี้ แต่เพราะเขาไม่มีใครแตะต้องได้ ทว่าคืนนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น หลี่ซืออวี้ปีนข้ามกำแพงหลังเรือนหรู โดยไร้สุ้มเสียง มียามสองคนเดินตรวจอยู่ห่างออกไป นางปล่อยเข็มยาสลบออกจากปลอกแขน กระทบคอทั้งคู่พอดี ชายสองคนทรุดร่างลงโดยไร้แม้แต่เสียงร้อง นางสังเกตตำแหน่งห้องชั้นบน แสงไฟเรืองรองผ่านหน้าต่างกระจกสี อู๋เหยียนอยู่ในนั้น กำลังดื่มเหล้าสุราพร้อมหัวเราะอย่างชอบใจกับหญิงงามในอ้อมแขน สายตานางเย็นเยียบ นางโยนเม็ดควันพิษผ่านช่องหน้าต่างเข้าห้อง ก่อนถีบตัวทะยานเข้า
Read More
ย้ายที่อยู่
รุ่งเช้าหลังจากรับเงินค่าจ้างมาแล้ว บ้านเก่าทรุดโทรมเงียบสงัดไร้เงาของผู้คนหลี่ซืออวี้ออกเดินทางแล้วเสี่ยวไป๋อยู่ในเสื้อคลุมตัวหนา มัดไว้แน่นกับหลังของนางอย่างอบอุ่น เด็กชายยังหลับอยู่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเสียงเกวียนไม้เคลื่อนตัวบนเส้นทางฝุ่นดิน มุ่งหน้าออกจากเมืองชายแดนอย่างเงียบเชียบในยามที่ผู้คนยังไม่ตื่นดีหลี่ซืออวี้นั่งนิ่งในมุมใต้ผ้าคลุมสีซีด ไม่มีใครสังเกต ไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงที่ฆ่าคนอย่างเงียบเชียบเมื่อไม่นานมานี้ กำลังจากไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาแล้วสามวันถัดมาที่เมืองชายแดนเสียงตวาดลั่นของคุณชายซุนสะเทือนไปทั้งห้อง"หา! เจ้าว่าอย่างไรนะ นางย้ายบ้านแล้วเช่นนั้นรึ แล้วทำไมเพิ่งมาบอกข้า!"ลูกน้องคนสนิทหน้าซีดตอบคำถามเสียงสั่นเล็กน้อย "ขออภัยขอรับคุณชาย พวกเราตามรอยไปที่บ้านเก่า มันรกร้าง เหลือแต่เสื่อขาด ๆ กับฝุ่นหนาเตอะ นางไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้ตามได้"คุณชายซุนสีหน้าเคร่งเครียด ริมฝีปากขบแน่น "ไม่มีคนในเมืองนี้สามารถหายตัวได้แบบนี้ นางต้องมีแผนตั้งแต่ต้น"เขาออกคำสั่งให้ตรวจตราทุกทางเข้าออกอย่างเข้มงวด ทว่าแม้จะสืบจนถึงประตูเมือง หรือแม้แต่ตามโรงเตี๊ยม ร้านเกวียน หรือคนเดิน
Read More
หาเงินตั้งตัว
ยามหัวค่ำ ในตัวเมืองหลวงเจิดจ้าไปด้วยแสงตะเกียง ในทางเดินที่เต็มไปด้วยหอนางโลมชื่อดัง เสียงพิณและเสียงหัวเราะกรุ้มกริ่มดังระงม แต่ไม่มีใครสังเกตหญิงงามคนหนึ่งที่เพิ่งมาถึง นางชื่อ ซือซู หญิงคณิกาหน้าใหม่ของหอนางโลมอันดับหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้ ในห้องรับรองชั้นบนสุดม่านผ้าสีชมพูอ่อนพัดพลิ้วไปในสายลมยามค่ำ โคมไฟกระจกสะท้อนแสงนวลเรื่อให้ผิวของหญิงงามตรงหน้าดูยิ่งงดงามราวกับธิดาแห่งสวรรค์ นางงามราวกับภาพวาด รอยยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงเร้นความเยือกเย็น ไม่มีใครรู้ว่านางคือหลี่ซืออวี้ในคราบใหม่ คืนนี้ นางจะล่อเหยื่อรายใหม่ เหอฉีหยาง ขุนนางผู้มากอิทธิพล คุมตลาดมืดและทาสครึ่งค่อนเมืองหลวง โหดเหี้ยม ข่มเหงหญิงสาว และฆ่าคนราวใบไม้ร่วง และคืนนี้เขาก็ตกหลุมพราง เหอฉีหยางเอนตัวบนเบาะหรูหรา จ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเต็มไปด้วยความกระหาย "เจ้าชื่อซือซูหรือ หน้าใหม่งามยิ่งนัก" เขาเอ่ยยิ้มอย่างหื่นกระหาย มือจะคว้าข้อมือนาง แต่หลี่ซืออวี้ยิ้มบาง ละมือออกอย่างนุ่มนวล แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนหวานที่ฝึกมานับพันครั้งเพื่อใช้เป็นกลลวงในการฆ่า "วันนี้วันเกิดท่าน ข้าเตรียมสุราพิเศษมามอบแด่ท่านเจ้าค่ะ" นาง
Read More
เสี่ยวไป๋ออกหาเงิน
ตลาดใต้สะพานหินในเมืองหลวงคึกคักไปด้วยเสียงตะโกนขายของ เสียงหม้อเหล็กกระทบกันในโรงต้มโจ๊ก และเสียงฝีเท้าเร่งร้อนของผู้คนหลากชนชั้น แต่ในซอกแคบถัดจากทางระบายน้ำ มีเงาร่างเล็กคนหนึ่งกำลังยืนมองด้วยสายตาเฉียบคมเกินวัย เสี่ยวไป๋ ลูกชายของหลี่ซืออวี้ที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป เป็นเพราะเขาอยู่กับมารดาเพียงสองคนเขาจึงเป็นคนกล้าหาญและแข็งแกร่งเกินกว่าเด็กคนอื่น วันนี้เขาสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ แสร้งทำเป็นเด็กยาจก เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถบหลังตลาดอย่างจงใจ "นั่นใคร เด็กใหม่รึ" เสียงห้วนของเด็กชายร่างผอมที่มีแผลเป็นเฉียงบนใบหน้าเอ่ยขึ้น เด็กกลุ่มหนึ่งลุกพรวดจากถังไม้และลังเก่า ๆ มองผู้มาใหม่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เสี่ยวไป๋หรี่ตามอง ก่อนยกยิ้มเอาเรื่อง "ได้ข่าวว่ากลุ่มขอทานในตลาดนี้มีแต่คนอ่อนหัด ข้าเลยอยากมาดูว่าจริงหรือไม่" เสียงเฮดังขึ้นทันที ราวกับกองเพลิงถูกสาดด้วยน้ำมัน "ปากดีเช่นนี้ อยากโดนตีเรอะ" เด็กแผลเป็นปรี่เข้าใส่พร้อมไม้ด้ามหนึ่ง แต่เสี่ยวไป๋กลับหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว มือซ้ายจับข้อมืออีกฝ่ายบิดอย่างแรง ก่อนใช้ไหล่ชนอกจนอีกฝ่ายล้มตึง เด็กคนอื่นกรูเข้ามา แต่ไม่ถึงอึดใจ เสี่ยวไป๋กลับใช้
Read More
แม่เสือกับลูกเสือ
ภายในโรงน้ำชาชั้นสองของตลาดเมืองหลวง โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ล้อมด้วยผ้าแพรลายมังกร บุรุษในชุดหรูร่างอ้วนพุงพลุ้ยคือ พ่อค้าเซิ่งเหวิน พ่อค้าค้าข้าวเจ้าของโรงฉางใหญ่ที่สุดในเขตเมืองหลวง เขายิ้มอย่างเอ็นดู ขณะจ้องเด็กชายตัวเล็กในชุดขาด ๆ ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม วันนี้เขาได้เชิญตัวเสี่ยวไป๋มาตกลงบางสิ่งบางอย่างหลังจากเห็นผลงานที่น่าสนใจ "ข้าได้ยินว่า เจ้าคือเจ้าคนที่ทำให้ร้านขนมหน้าโรงเตี๊ยมขายดีจนของหมดทุกวัน" เสี่ยวไป๋ยักไหล่ "ข้าแค่บอกให้คนแถวนั้นสนใจไม่ใช่เรื่องยาก" เซิ่งเหวินหัวเราะลั่นก่อนโน้มตัวลงกระซิบ "เช่นนั้นมาอยู่กับข้าเถอะ ข้าให้เจ้าเดือนละสิบตำลึง แค่ช่วยวางแผนให้ข้าขายข้าวให้หมดคลัง เจ้าว่าอย่างไร" เสี่ยวไป๋นิ่ง แต่ดวงตากลับแวววาวขึ้นเล็กน้อย "แล้วถ้าข้าวเจ้าขึ้นรา หรือวัดน้ำหนักขาด เจ้าให้ข้าตอบลูกค้าด้วยหรือไม่" เซิ่งเหวินชะงัก ยิ้มฝืน ๆ "เจ้าแค่เด็กขอทาน อย่าอวดดีไปหน่อยเลย เดี๋ยวข้าจะให้ข้ารับใช้สั่งสอนเจ้าสักหน่อย" ยังพูดไม่ทันจบดี เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากบันได "ข้าก็สังหรณ์ใจว่าลูกชายข้าจะก่อเรื่อง" น้ำเสียงเรียบเย็นปนหอบหายใจเล็กน้อยดังขึ้นจากทางเข้า ห
Read More
ความเจ็บปวดของหลงจิ่นเซวียน
ข่าวต่าง ๆ แพร่ไปถึงวังหลวง "ทูลองค์รัชทายาท ขณะนี้ในเมืองหลวงมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นพะย่ะค่ะ" หลงจิ่นเซวียนหรี่ตาลง รอฟังการรายงานของราชองครักษ์ "ว่ามา" "ระยะนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ขุนนางผู้มากอิทธิพลตายในหอนางโลมซึ่งหาตัวคนร้ายไม่พบ และกลุ่มเด็กขอทานมีขนาดใหญ่ขึ้นพะย่ะค่ะ" ในเมืองหลวงไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน หน้าที่ในการดูแลเมืองหลวงเป็นขององค์รัชทายาทเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นครองบัลลังก์ ทุกอย่างสงบสุขมาตลอดทว่าตอนนี้กลับมีแต่เรื่องน่าสงสัย "สืบมาให้กระจ่าง ว่าเพราะเหตุใดหรือมีใครกล้าท้าทายอำนาจของข้า" "รับพระบัญชา!" ฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง เสี่ยวไป๋แอบหนีมารดาออกจากบ้านมาพบปะกลุ่มขอทาน ในขณะที่หลี่ซืออวี้นั่งบดยาอยู่ด้านหลัง สัญชาตญาณนักฆ่าของนางไวยิ่งกว่าดมกลิ่น สายตาคมจับจ้องไปยังบุตรชายที่แอบมีเรื่องปิดบังมารดา นางรู้เท่าทันเขาทุกเรื่อง เพียงแต่อยากรู้ว่าลูกชายตัวแสบจะไปทำเรื่องใดหลังจากนี้ "พี่ไป๋มาแล้ว วันนี้จะพาพวกเราไปหาเงินที่ไหน" เด็กหญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามเสียงใส เสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "วันนี้เราจะขายผงด
Read More
หมอพเนจร
หลี่ซืออวี้ปลูกพืชสมุนไพรไว้หลากหลายชนิด ถึงเมืองหลวงฝั่งตะวันออกจะเงียบสงบคล้ายเขตชนบท ทว่ายารักษาโรคก็มีราคาแพงและยังขาดแคลน นางเปลี่ยนวิธีการโดยการออกรักษาคนป่วยตามบ้านโดยการเคาะประตูเสนอการรักษาในราคาไม่แพง หลี่ซืออวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่าเคลือบฝุ่นของบ้านหลังหนึ่ง เสียงไอแหบแห้งลอดออกมาจากภายใน "ไม่ต้องการยาอะไรทั้งนั้น!" ชายวัยกลางคนในบ้านตะโกนไล่ ทั้งที่เสียงยังเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน "ข้าผ่านมาพอดี เห็นว่าในบ้านมีคนป่วย ข้ารักษาฟรีก็ได้ หากยังหวาดระแวง" "เจ้าเป็นใครมาจากไหนถึงจะให้ข้ากล้าเชื่อใจเจ้า" ผู้เป็นภรรยาเดินมาถามอย่างลังเล ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความระแวงระคนคาดหวัง หลี่ซืออวี้ยกห่อยาสมุนไพรขึ้นให้ดู "ข้ามาจากเมืองชายแดน แต่ตอนนี้ปลูกสมุนไพรอยู่ท้ายตลาดตะวันออก ข้าไม่ใช่หมอใหญ่ แค่มีใจอยากช่วย" เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประตูไม้จะค่อย ๆ เปิดออก สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายหนุ่มในวัยยี่สิบกว่า ซูบซีดและตัวร้อนจัดจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ผู้เป็นมารดาทุกข์ใจเป็นอันมากถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว "ลูกข้า เขาไอเป็นเลือดมาหลายวันแล้ว หมอที่ไหนก็ไม่รับเพราะกลัวจะติดโรค"
Read More
สร้างรากฐาน
เรือนหลังเล็กฝั่งตะวันออก สองแม่ลูกอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ออกไปรักษาคนป่วยจึงเตรียมยาเอาไว้สำหรับรักษาหลาย ๆ โรคกลิ่นสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วเรือนเล็ก ๆ หลังนั้น หลี่ซืออวี้กำลังตำรากสมุนไพรในครกหินอย่างตั้งใจ ข้างกายของนางมีเสี่ยวไป๋ที่สวมชุดผ้าฝ้ายเก่า ๆ กำลังนั่งชันเข่า เอียงคอเฝ้ามองมือเรียวขาวที่บดใบไม้แห้งกับเปลือกไม้จนละเอียด"ท่านแม่ สมุนไพรพวกนี้ช่วยแก้ปวดอย่างไรหรือขอรับ" เสียงใส ๆ เอ่ยถามอย่างใคร่รู้หลี่ซืออวี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มบาง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงใจเย็น"เจ้าจำสมุนไพรชนิดหนึ่งได้หรือไม่ ที่มีใบเรียวยาว กลิ่นแรงหน่อย แต่มักขึ้นตามโขดหินริมลำธาร"เสี่ยวไป๋พยักหน้ารัว ๆ"ข้าเก็บใบและรากของมันมาตากแห้ง แล้วตำรวมกับเปลือกไม้ จะช่วยลดอาการปวดและไข้ได้ดีนัก ยิ่งหากเติมผงของเถาไม้เลื้อยลงไปอีกเล็กน้อย จะช่วยต้านการอักเสบได้มากขึ้น"นางค่อย ๆ ตักผงสมุนไพรที่ตำละเอียดแล้วออกจากครก หยิบใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้ก่อนจะมัดปากถุงด้วยเชือกปอ เสี่ยวไป๋ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อยดวงตาเด็กน้อยเปล่งประกายใคร่รู้"แล้วแบบนี้ต้องกินอย่างไรหรือขอรับ""ต้มกับน้ำสะอาดหนึ่งถ้วยเคี่ยว
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status