مشاركة

บทที่ 2

last update آخر تحديث: 2026-01-04 20:45:27

“ขณะที่เมืองหลวงกำลังเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสขององค์หญิงหมิงจู ท่านเสนาบดีกลับส่งตัวเขาออกมาจากเมืองหลวง นี่นับเป็นการแก้ปัญหาที่ชาญฉลาด เขาเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน แต่ถึงอย่างนั้นใครจะคิดว่าเขาจะกล้าปฏิเสธ เฮ้อ!”

“แต่ข้าน้อยว่าเขาอาจคิดถูก เป็นขุนนางยังมีวันเกษียณออกมาจากราชสำนัก หากแต่การเป็นราชบุตรเขยนั้นต้องใช้ชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นใครจะคิดว่าเขาจะกล้าปฏิเสธฮ่องเต้ นั่นมิเท่ากับรนหาที่หรอกหรือ เอ...หรือเขาคิดว่าเป็นที่โปรดปรานแล้วฮ่องเต้คงไม่...”

หานลู่ส่ายหน้า “ข้าเคยพบเขาสองครั้ง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนหนักแน่นมั่นคง คิดว่าเขาคงยอมรับโดยดีหากฮ่องเต้ทรงพระราชทานโทษตายให้”

ถงหลี่ขมวดคิ้ว “ท่านคิดเช่นนั้นหรือขอรับ”

“เอาไว้เจ้าพบเขาเจ้าจะรู้”

มองดูใต้เท้าของตนมั่นอกมั่นใจปานนั้น ถงหลี่ไหนเลยจะกล้ากล่าวอะไรออกมาอีก เขาได้แต่หวังว่าเมืองอันหยางคงไม่วุ่นวายจนรับมือไม่ได้

เรื่องคดีความต่างๆ นั้นเขามั่นใจว่ารับมือได้ แต่องค์หญิงหมิงจูผู้นั้น เขาไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะตามหยางอวี่มาหรือไม่

ข่าวลือที่องค์หญิงหมิงจูชื่นชมในตัวหยางอวี่ แน่นอนมีขุนนางในราชสำนักคนใดบ้างไม่รู้ และก็เช่นกันเรื่องที่หยางอวี่ไม่เคยมีท่าทีใดๆ ก็เป็นที่ประจักษ์

จะว่าไปแล้วการที่เขาปฏิเสธก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่หลายคนไม่คาดคิดอยู่ดี เพราะหากฮ่องเต้ทรงสั่งประหาร แน่นอนว่าศีรษะของหยางอวี่ก็คงหลุดจากบ่าไปแล้ว

“ท่านพ่อ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”

ทันทีที่ลงจากรถม้าหานลู่ก็มองเห็นบุตรสาวทั้งสองยืนรออยู่ หลายวันมานี้หานเชี่ยนหนิงบุตรสาวคนโต และหานเยี่ยนหรงจะมายืนรอเขากลับบ้านเวลาเดิม เขาเองก็ชื่นใจกระทั่งหายเหนื่อย เพราะเรื่องราวในบ้านทั้งหมดบุตรสาวของเขาช่วยจัดการเป็นอย่างดี

หลายปีมานี้ฮูหยินของเขาแม้ล้มป่วยจนไม่อาจแบกรับภาระ แต่การที่เขามีบุตรสาวในวัยปักปิ่นสองคนแบ่งเบาภาระในบ้าน เขาผู้เป็นบิดายังจะคาดหวังสิ่งใดอีกเล่า

“ท่านแม่ของเจ้าเล่า”

“ท่านแม่อยู่ด้านในเจ้าค่ะ วันนี้ดื่มยาและได้นอนพัก อาการดีขึ้นมาก พรุ่งนี้ยังคิดว่าจะรอดูอาการอีกสักวันก่อนจะพาไปไหว้พระที่วัด”

“เช่นนั้นพ่อจะให้คนเตรียมรถม้าไว้ให้”

“ลูกเตรียมไว้แล้วเจ้าค่ะ”

“หืม” หานลู่มองบุตรสาวคนโตด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“เพราะลูกทราบว่าท่านพ่อไม่อยากให้ใช้รถม้าของจวนว่าการ ดังนั้นลูกจึงให้ท่านพ่อบ้านไปซื้อมา เผื่อจะออกไปข้างนอกจะได้ไม่ลำบาก ราคาเองก็สมน้ำสมเนื้อ”

“เช่นนั้นหรอกหรือ”

“เจ้าค่ะ”

เสียงดังโหวกเหวกดังขึ้นยังคฤหาสน์ด้านข้าง หานลู่มองบุตรสาวด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม หานเชี่ยนหนิงยิ้มบาง “คฤหาสน์หลังนี้มีคนซื้อแล้วเจ้าค่ะ วันนี้มีพ่อบ้านและบ่าวไพร่หลายคนเข้าไปทำความสะอาด แต่กลับไร้เงาของเจ้าบ้าน”

หานลู่พยักหน้าช้าๆ เขามองคฤหาสน์หลังใหญ่นั้นด้วยดวงตาแสนเสียดาย หานเชี่ยนหนิงเห็นเช่นนั้นก็รีบปลอบ

“ช่างเถิดเจ้าค่ะ หลังนี้หรือหลังไหนก็เหมือนกัน ขอเพียงเราอยู่อย่างสงบสุขเป็นใช้ได้แล้ว ข้าชอบที่นี่ ท่านแม่และหรงเอ๋อร์เองก็เช่นกัน”

ได้ยินดังนั้นหานลู่พลันพยักหน้า เขามองคฤหาสน์ข้างๆก่อนเดินนำเข้าไปด้านใน บุตรสาวของเขาจะทำอะไรล้วนรอบคอบรัดกุม เช่นกันกับเรื่องการจ่ายเงินก้อนใหญ่ซื้อคฤหาสน์ในเมืองอันหยาง ดังนั้นเขาที่ต้องออกไปสะสางงานที่จวนว่าการจึงไม่ต้องเป็นกังวล เพราะทุกอย่างล้วนวางไว้ในมือหานเชี่ยนหนิง บุตรสาวคนโตวัยสิบหกปีคนนี้

มองดูหานเยี่ยนหรงปรึกษาเรื่องราวต่างๆ กับผู้เป็นพี่สาว หานลู่พลันยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

เขาโชคดีที่แต่งฮูหยินเพียงคนเดียว บุตรสาวสองคนเองก็รักใคร่กันเป็นอย่างมาก ครอบครัวกลมเกลียวสงบสุข นี่จึงจะเรียกว่า ‘บ้าน’ อย่างแท้จริงในความรู้สึกของเขา

เย็นย่ำแล้วหานเชี่ยนหนิงยังคงไม่ได้กลับเรือน นางยังคงง่วนอยู่กับสมุดบัญชี เนื่องจากหลายวันมานี้ซื้อข้าวของมากมาย รายจ่ายที่สมควรจัดการให้เรียบร้อยยังไม่ลงตัว นางที่รับผิดชอบบัญชีรายรับรายจ่ายทั้งหมดแทนมารดาจึงไม่อาจนอนหลับ

“พี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงเดินเข้ามาพร้อมกับป้านชา ด้านหลังยังมีสาวใช้สองคนที่ตามมาด้วย “ดึกแล้วนะเจ้าคะ หากมีอะไรข้าค่อยช่วยท่านทำต่อพรุ่งนี้”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 14

    ดวงตาปรากฏแววเคร่งเครียด ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วไม่นานหลังจากคนของหวังฟู่เร่งไปแจ้งทางการ กลุ่มคนบนหลังม้าก็เดินทางมาถึง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เพิ่งกระโดดลงจากหลังม้าเป็นคนแรกก็คือหยางอวี่ใบหน้าหล่อเหลาและท่าทีสง่างาม เรียกความสนใจของคุณหนูตระกูลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พวกนางต่างก็ซุบซิบกันเสียงเบาด้วยความสงสัย จากนั้นก็เอ่ยถามถึงเขาไม่หยุด“พี่อวี่” หานเยี่ยนหรงคิดอยู่แล้วว่าอาจได้พบกับหยางอวี่ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะคาดไม่ถึงว่าจะได้พบพวกนางทั้งสอง“เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่” คำถามนั้นส่งตรงไปยังหานเชี่ยนหนิง“ข้าตอบรับคำเชิญมางานเลี้ยงน้ำชาของแม่นางหวังเจ้าค่ะ” นางตอบเขาไปโดยดี เพราะสายตาของเขายังคงรอคอยคำตอบชายหนุ่มมองใบหน้าที่ซีดขาว แต่พยายามเก็บงำเอาไว้ ด้วยดวงตาลุ่มลึก เขากวาดมองไปโดยรอบ ก่อนสั่งการให้คนของตนเข้ากันพื้นที่เอาไว้“ไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ก่อนเถิด ตกใจมากหรือไม่”น้ำเสียงเอื้ออาทรของเขา ทำให้หญิงสาวทั้งสองรู้สึกอุ่นใจ “ไม่เลยเจ้าค่ะ”“หรงเอ๋อร์ดูแลพี่สาวเจ้าให้ดี เจ้าทั้งสองไปยืนรวมตัวกับคนอื่น อีกเดี๋ยวจะมีการสอบปากคำเล็กน้อย”“เจ้าค่ะ”มองดูหญิงสาวทั้งสองเดินไปรวมตัวกัน

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 13

    มือใหญ่ส่งบังเหียนม้าให้ผู้ติดตาม ก่อนน้ำเสียงตำหนิจะดังขึ้น “น้องเล็ก เจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว จัดงานเลี้ยงน้ำชาเอิกเกริกเช่นนี้โดยไม่...” สายตาคมกริบก็กวาดมองไปยังเบื้องหลังผู้เป็นน้องสาว คิ้วเข้มเลิกขึ้นก่อนสบตากับน้องสาวเป็นเชิงถาม“พี่ใหญ่ข้าจะแนะนำให้รู้จัก สหายคนอื่นๆ ของข้าท่านรู้จักแล้ว แต่แม่นางทั้งสองท่านนี้เพิ่งย้ายมา นางก็คือบุตรสาวของท่านเจ้าเมืองที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟัง”หานเชี่ยนหนิงและหานเยี่ยนหรงย่อกายให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท“หนิงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์ นี่พี่ชายของข้าเอง หวังฟู่”“เรียกข้าว่าพี่ฟู่เถิด”รอยยิ้มหล่อเหลาของหวังฟู่ ทำให้หานเยี่ยนหรงกะพริบตาปริบๆ นางเหมือนกับมองเห็นประกายระยิบระยับจากรอยยิ้มนั้น หากแต่เมื่อเทียบกับใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมของบุรุษอีกคน นางกลับโอนเอนไปทางอีกฝ่ายมากกว่า เพราะนางรู้สึกถูกชะตากับหยางอวี่มากกว่าหวังฟู่ใช่แล้ว...นางคล้ายมองเห็นประกายของความพึงพอใจจากดวงตาของหวังฟู่ ทันทีที่ชายหนุ่มมองมายังพี่สาวของนาง ทั้งยังมองออกถึงจุดประสงค์ของสตรีแซ่หวังในทันทีอีกด้วย!!!“พี่ใหญ่เมื่อวานคุณหนูหลิวบอกว่างานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้ เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 12

    ใบหน้าคุ้นเคยทำให้หูพานอ้าปากค้าง จากนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่านางเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากบัดนี้หยางอวี่เองมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เขาใช้สายตามองผู้ใด“ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือบุตรสาวของข้าเอง ตนโตเชี่ยนหนิง คนเล็กเยี่ยนหรง เชี่ยนเชี่ยน หรงเอ๋อร์รีบคารวะมือปราบทั้งสี่เสียสิ ทั้งสี่เพิ่งจะย้ายมาจากเมืองหลวง”“คารวะท่านทั้งสี่”หานเชี่ยนหนิงและหานเยี่ยนหรงทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนที่หานลู่จะเชิญให้มือปราบทั้งสี่คนนั่งลง“อาหารในวันนี้สองอย่างบุตรสาวของข้าเป็นคนนำมาส่ง”“พี่ใหญ่ลงมือทำเป็ดยัดไส้เกาลัดกับน้ำแกงเก้ามงคลเจ้าค่ะ” หานเยี่ยนหรงรีบเอ่ย “ท่านพ่อเองก็ชอบมาก”เพราะพอจะมองออกจากท่าทีของมือปราบหนุ่ม ดังนั้นหานเยี่ยนหรงจึงรีบเอ่ย จากนั้นจึงโดนผู้เป็นพี่สาวลอบหยิกด้านหลังแม้เจ็บแต่นางยังคงรักษากิริยา รอยยิ้มจึงดูฝาดเฝื่อนลงเล็กน้อยหานเชี่ยนหนิงส่ายหน้าช้าๆ ก่อนรีบขอตัวเพราะอย่างไรหน้าที่ของนางก็เสร็จสิ้นแล้ว การจะรั้งอยู่นานคงไม่ใคร่จะดีนัก หญิงสาวทิ้งบ่าวไพร่เอาไว้สองคนเพื่อเก็บโต๊ะ ก่อนจะพาน้องสาวออกมาจากที่ว่าการ“พี่ใหญ่ ท่านกับพี่อวี่นี่ดูอย่างไรอยู่นะ”รอยยิ้มระรื่นของน้อ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 11

    น้ำเสียงทุ้มน่าฟังทำให้หานเชี่ยนหนิงชะงัก นางลังเลว่าสมควรจะหันกลับไปหรือไม่ เพราะรอบกายยามนี้มีเพียงความเงียบงัน อาจเพราะนางเดินเข้ามายังส่วนใน ดังนั้นจึงไร้เงาของผู้คนโดยสิ้นเชิง“แม่นางหาน”อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้จักนาง ดังนั้นจะหนีก็คงไม่ทันแล้ว ทางเลือกเดียวก็คงได้แต่หมุนกายไปเผชิญหน้า“หากข้ามารบกวนท่านต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงเดินชมดอกอวี้หลิงมาเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงที่นี่โดยไม่รู้ตัว”“ข้าหาได้ต้องการตำหนิเจ้า อย่าได้เข้าใจผิด” ร่างสูงเดินอ้อมแนวต้นอวี้หลิง ก่อนหยุดลงตรงหน้าหญิงสาวหานเชี่ยนหนิงเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้าด้วยความตกตะลึง “ท่าน...ท่าน”นางพูดไม่ออก ไม่คาดคิดว่าจะได้พบชายหนุ่มอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์น่าขายหน้าถึงสองครั้งสองครา“ดีใจที่รู้ว่าเจ้ายังจำข้าได้” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินใต้เท้าบอกว่าบุตรสาวสองคนจะมาส่งอาหารกลางวันเพื่อเลี้ยงต้อนรับ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง”รอยยิ้มของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดเขิน หากไม่ใช่เพราะมือใหญ่ผายมือให้นางออกเดิน หาไม่นางคงไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรและต้องวางมือวางไม้ไว้ตรงไหนเส้นทางที่เขาชี้นำให้นางออกเดิน ก็คือเส้นทางที่นางเ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 10

    ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนหานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนักแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้มจวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 9

    นางกระแอมแก้ขัดเขิน จากนั้นจึงหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้สนทนากันมากกว่านั้น หญิงสาวพลันหันไปตามเสียงเรียก‘เชี่ยนเชี่ยน’มองไปยังอีกฝั่งของป่าดอกท้อ สตรีวัยกลางคนพร้อมกับเด็กสาวกำลังมองมายังจุดที่พวกเขาอยู่หยางอวี่มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่สายลมพัดพาเอาเส้นผมยาวสลวยปอยหนึ่งมาหาเขา มือใหญ่ยื่นออกไปอย่างเผลอไผล แต่ถึงอย่างนั้นกลับชะงักเมื่อสาวใช้นางนั้นเอ่ยขึ้นเสียก่อน‘ฮูหยินกับคุณหนูรองเรียกแล้ว เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ’‘เช่นนั้น...’หญิงสาวหันมาตั้งใจจะขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลือนางเอาไว้ แต่นางกลับพบว่าชายหนุ่มทั้งสองเดินจากไปแล้ว มองแผ่นหลังองอาจในชุดสีเขียวเข้ม จากนั้นจึงละสายตากลับมาเพราะมารดาเรียกอีกครั้ง‘เชี่ยนเชี่ยน เรากลับกันเถิด’‘เจ้าค่ะท่านแม่’เสียงตอบรับนั้นทำให้หยางอวี่หมุนกายกลับไปมองนางอีกครั้ง หูพานเองก็ไม่ต่าง เขาหันกลับไปก่อนมองหญิงสาวสลับกับหยางอวี่รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาที่มุมปาก‘นั่นมิใช่หานฮูหยินหรอกหรือ’‘หานฮูหยิน’ หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายเป็นเชิงถาม‘ใต้เท้าหาน หานลู่อย่างไรเล่า’หยางอวี่ส่งเสียงตอบรับก่อนกระโดดขึ้นไปบนหลั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status