مشاركة

บทที่ 3

last update آخر تحديث: 2026-01-04 20:45:44

“หรงเอ๋อร์เจ้ามานี้สิ” หานเชี่ยนหนิงกวักมือเรียกน้องสาว “วันนี้ท่านพ่อบ้านเบิกเงินไปจ่ายค่าทำสวนเรือนท่านแม่ แต่ในนี้ไม่มีลงบันทึก”

“ข้าลืมไปเลย!” หานเยี่ยนหรงอุทานออกมาทันที “พี่ใหญ่ข้าผิดเอง ท่านคงไม่ได้ตำหนิท่านพ่อบ้านนะเจ้าคะ”

“ยัง แต่ครั้งหน้าระวังด้วย บัญชีต่างๆ ต้องรอบคอบกว่านี้”

หานเยี่ยนหรงกอดแขนผู้เป็นพี่สาวก่อนซบใบหน้าเข้าหาอย่างออดอ้อน “ข้าไหนเลยจะละเอียดรอบคอบเท่าพี่ใหญ่ เรื่องบัญชีข้าไม่ถนัดแม้แต่น้อย”

“ไม่ถนัดไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ เจ้าเรียนรู้เอาไว้ให้มาก ต่อไปในอนาคตย่อมทำได้ดีขึ้น บัญชีรายรับรายจ่ายหากไม่ระวังเกิดปัญหาขึ้นมาจะยุ่งไปกันใหญ่”

“ข้าทราบแล้ว แต่ว่า...” ใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มมองผู้เป็นพี่สาว “ข้าไม่อยากให้พี่ใหญ่ออกเรือนเลย ทำไมตระกูลหานของเราต้องมีกฎนี้ด้วย มีอย่างหรือบุตรคนโตต้องเป็นฝ่ายแยกเรือนออกไป ไม่ยุติธรรมสักนิด”

หานเชี่ยนหนิงยิ้มกว้าง “ไม่ยุติธรรมต่อใครเล่า”

“ข้าอย่างไรเล่าเจ้าคะ!” หานเยี่ยนหรงตอบอย่างมั่นใจ “ทั้งท่านและข้าอยู่แบบนี้ ออกเรือนแล้วยังอยู่ด้วยกันไม่ได้หรือ ข้าไม่อยากแยกจากท่านเลยสักนิด”

“ไม่อยากแยกจากพี่ใหญ่ หรือเพราะเจ้าขี้เกียจรับผิดชอบบัญชีของจวนกันแน่”

หานเยี่ยนหรงหัวเราะเสียงเบาแต่ยังคงกอดผู้เป็นพี่สาวแน่น “ไม่ช้าก็เร็วท่านพ่อต้องพูดถึงเรื่องนี้แน่ ล่วงเลยมาปีหนึ่งแล้ว”

นางหมายถึงพี่สาวที่ปักปิ่นมาแล้วปีกว่า ในขณะที่นางเพิ่งปักปิ่นไปเมื่อเดือนก่อน

“เหตุใดมามัวแต่กังวลเรื่องนี้เล่า ท่านพ่อกับท่านแม่ไหนเลยจะบังคับพี่ใหญ่กับเจ้าให้รีบออกเรือน หาไม่คงรีบยกให้พี่ใหญ่แต่งออกไปแล้ว ไม่รอจนย้ายมายังอันหยางเช่นนี้”

“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่ยังคงกังวลว่าหากพี่ใหญ่แต่งออกไปแล้วข้าคงเหงาแน่นอน”

“เอาเถิด ยังไม่ถึงเวลาไยจึงมัวมานั่งครุ่นคิดเล่า ท่านพ่อกับท่านแม่รักเราที่สุด ไม่มีทางฝืนใจให้เราแต่งออกไปหากเราไม่ยินดี เราสองคนโชคดีในเรื่องนี้เจ้าต้องจำไว้ให้แม่น เจ้าเห็นตัวอย่างแล้ว สหายของเจ้าที่เมืองหลวง หลายคนถูกบังคับให้แต่งออกไปเพื่อผลประโยชน์ หลายคนถูกยกให้เป็นอนุของผู้อื่น”

“เจ้าค่ะ”

“เอาละกลับเรือนได้แล้ว ดึกแล้วพี่ใหญ่เองก็จะเข้านอนเช่นกัน เสี่ยวหลันพาคุณหนูของเจ้าไปนอนได้แล้ว” หานเชี่ยนหนิงหันไปบอกกับสาวใช้ต้นห้องของน้องสาว

“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่”

“เจ้าก็พาพี่ใหญ่กลับเรือน” หานเยี่ยนหรงหันไปบอกเสี่ยวจิ่นสาวใช้ของผู้เป็นพี่สาว เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะกลับไปคร่ำเคร่งกับสมุดบัญชีอีกครั้ง

วัดไป๋จื่อเป็นอันดับหนึ่งของเมืองอันหยาง ตั้งอยู่บนเขาหูซานนอกกำแพงเมืองอันหยาง วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของน้ำพุขอพร ซึ่งแน่นอนว่าจูเซวี่ยถิงย่อมพาบุตรสาวมาไหว้พระขอพรเป็นแห่งแรก หลังจากที่นางย้ายตามผู้เป็นสามีมายังเมืองอันหยาง

จูเซวี่ยถิงนัดแนะกับบุตรสาวคนเล็ก หลังจากที่ล่วงรู้มาว่าน้ำพุแห่งการขอพรแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง นางให้สาวใช้หลอกล่อหานเชี่ยนหนิงไปอีกด้าน ในขณะที่นางกับบุตรสาวคนเล็กแอบไปขอพรให้บุตรสาวคนโตได้มีคู่ครองที่ดี

แม้หานเยี่ยนหรงไม่ใคร่จะเห็นด้วย แต่เพราะเห็นมารดาตื่นเต้นกระทั่งลุกขึ้นมาเตรียมการด้วยตัวเอง นางจึงได้แต่คล้อยตาม ทั้งที่ตัวนางและพี่สาวหาได้เชื่อถือในเรื่องงมงายเช่นนี้ไม่

“ท่านแม่ทำเช่นนี้พี่ใหญ่จะโกรธเอาได้ ท่านเองก็เพิ่งอาการดีขึ้น” หานเยี่ยนหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“เชี่ยนเชี่ยนไม่เชื่อเรื่องนี้ ยังหาว่าแม่เชื่อเรื่องงมงาย แต่คนที่นี่ต่างก็ร่ำลือว่าน้ำพุแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก หากไม่ทำเช่นนี้นางจะยอมพาเราสองคนมาหรือ”

“ลูกพาท่านแม่มาต่างหาก”

“เอาเถิดเราสองคนรีบไปที่น้ำพุนั่นก่อนที่เชี่ยนเชี่ยนจะรู้ตัวดีกว่า”

หานเยี่ยนหรงพยุงมารดาเดินไปอีกทาง ในขณะที่เสี่ยวจิ่นหลอกล่อหานเชี่ยนหนิงไปอีกด้าน นางมองแผ่นหลังของผู้เป็นพี่สาวแล้วได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนทั้งบิดาและมารดาของนางคงหวังให้พี่สาวของนางได้แต่งงานในปีนี้เป็นแน่กระมัง

ขณะเดียวกันหานเชี่ยนหนิงที่ถูกเสี่ยวจิ่นหลอกล่อให้เดินไปอีกทางก็เพิ่งรู้ตัว หญิงสาวหันกลับมาด้านหลังอีกครั้งก็พบว่าน้องสาวกับมารดาพร้อมกับคนติดตาม ทั้งหมดหายตัวไปแล้ว

“เสี่ยวจิ่น”

“เจ้าคะคุณหนูใหญ่”

“เป็นความคิดท่านแม่หรือหรงเอ๋อร์”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 14

    ดวงตาปรากฏแววเคร่งเครียด ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วไม่นานหลังจากคนของหวังฟู่เร่งไปแจ้งทางการ กลุ่มคนบนหลังม้าก็เดินทางมาถึง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เพิ่งกระโดดลงจากหลังม้าเป็นคนแรกก็คือหยางอวี่ใบหน้าหล่อเหลาและท่าทีสง่างาม เรียกความสนใจของคุณหนูตระกูลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พวกนางต่างก็ซุบซิบกันเสียงเบาด้วยความสงสัย จากนั้นก็เอ่ยถามถึงเขาไม่หยุด“พี่อวี่” หานเยี่ยนหรงคิดอยู่แล้วว่าอาจได้พบกับหยางอวี่ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะคาดไม่ถึงว่าจะได้พบพวกนางทั้งสอง“เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่” คำถามนั้นส่งตรงไปยังหานเชี่ยนหนิง“ข้าตอบรับคำเชิญมางานเลี้ยงน้ำชาของแม่นางหวังเจ้าค่ะ” นางตอบเขาไปโดยดี เพราะสายตาของเขายังคงรอคอยคำตอบชายหนุ่มมองใบหน้าที่ซีดขาว แต่พยายามเก็บงำเอาไว้ ด้วยดวงตาลุ่มลึก เขากวาดมองไปโดยรอบ ก่อนสั่งการให้คนของตนเข้ากันพื้นที่เอาไว้“ไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ก่อนเถิด ตกใจมากหรือไม่”น้ำเสียงเอื้ออาทรของเขา ทำให้หญิงสาวทั้งสองรู้สึกอุ่นใจ “ไม่เลยเจ้าค่ะ”“หรงเอ๋อร์ดูแลพี่สาวเจ้าให้ดี เจ้าทั้งสองไปยืนรวมตัวกับคนอื่น อีกเดี๋ยวจะมีการสอบปากคำเล็กน้อย”“เจ้าค่ะ”มองดูหญิงสาวทั้งสองเดินไปรวมตัวกัน

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 13

    มือใหญ่ส่งบังเหียนม้าให้ผู้ติดตาม ก่อนน้ำเสียงตำหนิจะดังขึ้น “น้องเล็ก เจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว จัดงานเลี้ยงน้ำชาเอิกเกริกเช่นนี้โดยไม่...” สายตาคมกริบก็กวาดมองไปยังเบื้องหลังผู้เป็นน้องสาว คิ้วเข้มเลิกขึ้นก่อนสบตากับน้องสาวเป็นเชิงถาม“พี่ใหญ่ข้าจะแนะนำให้รู้จัก สหายคนอื่นๆ ของข้าท่านรู้จักแล้ว แต่แม่นางทั้งสองท่านนี้เพิ่งย้ายมา นางก็คือบุตรสาวของท่านเจ้าเมืองที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟัง”หานเชี่ยนหนิงและหานเยี่ยนหรงย่อกายให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท“หนิงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์ นี่พี่ชายของข้าเอง หวังฟู่”“เรียกข้าว่าพี่ฟู่เถิด”รอยยิ้มหล่อเหลาของหวังฟู่ ทำให้หานเยี่ยนหรงกะพริบตาปริบๆ นางเหมือนกับมองเห็นประกายระยิบระยับจากรอยยิ้มนั้น หากแต่เมื่อเทียบกับใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมของบุรุษอีกคน นางกลับโอนเอนไปทางอีกฝ่ายมากกว่า เพราะนางรู้สึกถูกชะตากับหยางอวี่มากกว่าหวังฟู่ใช่แล้ว...นางคล้ายมองเห็นประกายของความพึงพอใจจากดวงตาของหวังฟู่ ทันทีที่ชายหนุ่มมองมายังพี่สาวของนาง ทั้งยังมองออกถึงจุดประสงค์ของสตรีแซ่หวังในทันทีอีกด้วย!!!“พี่ใหญ่เมื่อวานคุณหนูหลิวบอกว่างานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้ เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 12

    ใบหน้าคุ้นเคยทำให้หูพานอ้าปากค้าง จากนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่านางเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากบัดนี้หยางอวี่เองมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เขาใช้สายตามองผู้ใด“ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือบุตรสาวของข้าเอง ตนโตเชี่ยนหนิง คนเล็กเยี่ยนหรง เชี่ยนเชี่ยน หรงเอ๋อร์รีบคารวะมือปราบทั้งสี่เสียสิ ทั้งสี่เพิ่งจะย้ายมาจากเมืองหลวง”“คารวะท่านทั้งสี่”หานเชี่ยนหนิงและหานเยี่ยนหรงทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนที่หานลู่จะเชิญให้มือปราบทั้งสี่คนนั่งลง“อาหารในวันนี้สองอย่างบุตรสาวของข้าเป็นคนนำมาส่ง”“พี่ใหญ่ลงมือทำเป็ดยัดไส้เกาลัดกับน้ำแกงเก้ามงคลเจ้าค่ะ” หานเยี่ยนหรงรีบเอ่ย “ท่านพ่อเองก็ชอบมาก”เพราะพอจะมองออกจากท่าทีของมือปราบหนุ่ม ดังนั้นหานเยี่ยนหรงจึงรีบเอ่ย จากนั้นจึงโดนผู้เป็นพี่สาวลอบหยิกด้านหลังแม้เจ็บแต่นางยังคงรักษากิริยา รอยยิ้มจึงดูฝาดเฝื่อนลงเล็กน้อยหานเชี่ยนหนิงส่ายหน้าช้าๆ ก่อนรีบขอตัวเพราะอย่างไรหน้าที่ของนางก็เสร็จสิ้นแล้ว การจะรั้งอยู่นานคงไม่ใคร่จะดีนัก หญิงสาวทิ้งบ่าวไพร่เอาไว้สองคนเพื่อเก็บโต๊ะ ก่อนจะพาน้องสาวออกมาจากที่ว่าการ“พี่ใหญ่ ท่านกับพี่อวี่นี่ดูอย่างไรอยู่นะ”รอยยิ้มระรื่นของน้อ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 11

    น้ำเสียงทุ้มน่าฟังทำให้หานเชี่ยนหนิงชะงัก นางลังเลว่าสมควรจะหันกลับไปหรือไม่ เพราะรอบกายยามนี้มีเพียงความเงียบงัน อาจเพราะนางเดินเข้ามายังส่วนใน ดังนั้นจึงไร้เงาของผู้คนโดยสิ้นเชิง“แม่นางหาน”อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้จักนาง ดังนั้นจะหนีก็คงไม่ทันแล้ว ทางเลือกเดียวก็คงได้แต่หมุนกายไปเผชิญหน้า“หากข้ามารบกวนท่านต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงเดินชมดอกอวี้หลิงมาเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงที่นี่โดยไม่รู้ตัว”“ข้าหาได้ต้องการตำหนิเจ้า อย่าได้เข้าใจผิด” ร่างสูงเดินอ้อมแนวต้นอวี้หลิง ก่อนหยุดลงตรงหน้าหญิงสาวหานเชี่ยนหนิงเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้าด้วยความตกตะลึง “ท่าน...ท่าน”นางพูดไม่ออก ไม่คาดคิดว่าจะได้พบชายหนุ่มอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์น่าขายหน้าถึงสองครั้งสองครา“ดีใจที่รู้ว่าเจ้ายังจำข้าได้” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินใต้เท้าบอกว่าบุตรสาวสองคนจะมาส่งอาหารกลางวันเพื่อเลี้ยงต้อนรับ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง”รอยยิ้มของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดเขิน หากไม่ใช่เพราะมือใหญ่ผายมือให้นางออกเดิน หาไม่นางคงไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรและต้องวางมือวางไม้ไว้ตรงไหนเส้นทางที่เขาชี้นำให้นางออกเดิน ก็คือเส้นทางที่นางเ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 10

    ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนหานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนักแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้มจวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 9

    นางกระแอมแก้ขัดเขิน จากนั้นจึงหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้สนทนากันมากกว่านั้น หญิงสาวพลันหันไปตามเสียงเรียก‘เชี่ยนเชี่ยน’มองไปยังอีกฝั่งของป่าดอกท้อ สตรีวัยกลางคนพร้อมกับเด็กสาวกำลังมองมายังจุดที่พวกเขาอยู่หยางอวี่มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่สายลมพัดพาเอาเส้นผมยาวสลวยปอยหนึ่งมาหาเขา มือใหญ่ยื่นออกไปอย่างเผลอไผล แต่ถึงอย่างนั้นกลับชะงักเมื่อสาวใช้นางนั้นเอ่ยขึ้นเสียก่อน‘ฮูหยินกับคุณหนูรองเรียกแล้ว เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ’‘เช่นนั้น...’หญิงสาวหันมาตั้งใจจะขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลือนางเอาไว้ แต่นางกลับพบว่าชายหนุ่มทั้งสองเดินจากไปแล้ว มองแผ่นหลังองอาจในชุดสีเขียวเข้ม จากนั้นจึงละสายตากลับมาเพราะมารดาเรียกอีกครั้ง‘เชี่ยนเชี่ยน เรากลับกันเถิด’‘เจ้าค่ะท่านแม่’เสียงตอบรับนั้นทำให้หยางอวี่หมุนกายกลับไปมองนางอีกครั้ง หูพานเองก็ไม่ต่าง เขาหันกลับไปก่อนมองหญิงสาวสลับกับหยางอวี่รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาที่มุมปาก‘นั่นมิใช่หานฮูหยินหรอกหรือ’‘หานฮูหยิน’ หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายเป็นเชิงถาม‘ใต้เท้าหาน หานลู่อย่างไรเล่า’หยางอวี่ส่งเสียงตอบรับก่อนกระโดดขึ้นไปบนหลั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status