مشاركة

หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก
หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก
مؤلف: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update آخر تحديث: 2026-01-04 20:45:07

เมืองอันหยาง ราชวงศ์ซาง รัชสมัยฮ่องเต้อี้หลง

ทุกหัวมุมในเมืองอันหยางยามนี้ เรื่องที่ชาวบ้านต่างก็กำลังให้ความสนใจ ล้วนหนีไม่พ้นใต้เท้าหานลู่ ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมาประจำการ

ข่าวลือบอกต่อกันมาว่าใต้เท้าหานผู้นี้เป็นคนที่ท่านเสนาบดีเสิ่นชื่นชมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคนซื่อสัตย์เถรตรง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ชาวบ้านเมืองอันหยางต่างก็พากันตื่นเต้นยิ่งนัก

เมืองอันหยางห่างไกลจากเมืองยินที่เป็นเมืองหลวง ใต้เท้าเจ้าเมืองคนเดิมเป็นขุนนางกังฉิน ชาวบ้านต่างก็เดือดร้อนจนกระทั่งทนไม่ไหวจนร้องเรียนไปยังเมืองหลวง กระทั่งมีการส่งผู้ตรวจการมาอย่างลับๆ จึงสามารถหาหลักฐานเอาผิดเจ้าเมืองผู้นั้นได้

หลังจากเล็งเห็นแล้วว่าจวนสำหรับเจ้าเมือง อยู่ภายในที่ว่าการเมืองอันหยาง หานลู่ก็ตัดสินใจซื้อคฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เพราะเขาไม่ต้องการให้ฮูหยินและบุตรสาวทั้งสองต้องเข้าไปอยู่ในเรือนรับรองของเจ้าเมือง

เขาตั้งใจแล้วว่าจะลงหลักปักฐานที่เมืองอันหยางแห่งนี้ หลังจากที่เขาเกษียณจากการเป็นขุนนาง เนื่องจากตอนนี้น้องชายของเขาแต่งฮูหยิน เขาจึงหมดห่วงเรื่องคนดูแลบิดาและมารดา

ความจริงเขาอยากได้คฤหาสน์หลังที่อยู่ติดกัน แต่เพราะขนาดที่ใหญ่กว่าราคาจึงสูงเกินที่เขาจะสามารถจ่ายได้ ดังนั้นจึงได้แต่ลดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นลง

จวนว่าการเมืองอันหยางครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการกวาดล้างก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากนอกจากท่านเจ้าเมืองแล้ว ท่านเสนาบดียังส่งมือปราบจากเมืองยินถึงสี่คน ทั้งนี้ก็เพื่อให้มาช่วยงานหานลู่โดยเฉพาะ

แต่เพราะเรื่องนี้เพิ่งมีการตัดสินใจ หานลู่จึงมาถึงก่อนมือปราบทั้งสี่คน

“เช่นนั้นเรือนรับรองก็ยกให้มือปราบทั้งสี่ที่จะย้ายมาก็แล้วกัน”

หานลู่ตัดสินใจหลังจากได้รับคำสั่งจากเมืองหลวง เขาให้เจ้าหน้าที่ในจวนว่าการเก็บกวาดและเตรียมการ ในขณะที่ตัวเขาและกุนซือที่ติดตามมากลับเข้าไปจัดการงานที่คั่งค้างอยู่ เนื่องจากเจ้าเมืองคนที่แล้วแทบจะไม่ได้หยิบจับอะไรเลย

“ใต้เท้า” ถงหลี่ผู้ซึ่งเป็นกุนซือขมวดคิ้ว เมื่อกวาดสายตาไปยังรายชื่อของมือปราบทั้งสี่คน ซึ่งท่านเสนาบดีเป็นคนคัดเลือกด้วยตัวเอง

“ท่านเห็นรายชื่อแล้วหรือขอรับ”

“เห็นแล้ว” หานลู่ถอนหายใจ

“หยางอวี่ผู้นี้มิใช่...” ถงหลี่พูดยังไม่จบหานลู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“เขาเป็นคนดีมีฝีมือผู้หนึ่ง”

“แต่เหตุใดท่านเสนาบดีจึงเลือกที่จะส่งมาให้ท่าน คนผู้นี้คือเผือกร้อนหัวหนึ่ง หาได้มีใครอยากจะได้มาไว้ในมือ”

“ส่งเขามาที่นี่น่าจะเลวร้ายน้อยกว่าที่อื่น จะอย่างไรก็ดีกว่าให้เขาอยู่ที่เมืองหลวง ให้เขามาที่นี่นับว่ามีประโยชน์มาก ที่นี่ขาดคนดีมีฝีมือ เขาจะช่วยเราได้มากกว่ามือปราบคนอื่นๆ ที่ถูกส่งตัวมา”

ถงหลี่ถอนหายใจอีกครั้ง “ดูเหมือนท่านเสนาบดีจะเอาแต่ใจเกินไปแล้ว หากฮ่องเต้และองค์หญิงหมิงจูทรงทราบนี่มิเท่ากับหาเรื่องให้ท่านหรอกหรือขอรับ”

“เจ้าคิดว่าฮ่องเต้ไม่ทรงทราบหรือ แต่ไหนแต่ไรมีเรื่องใดรอดพ้นพระเนตรพระกรรณบ้าง ถึงนี่จะเป็นคำสั่งท่านเสนาบดี แต่การย้ายหยางอวี่มาเป็นมือปราบเล็กๆ ที่เมืองอันหยาง ไม่มีทางที่จะไม่ทรงทราบ”

จากองครักษ์ขั้นสี่กลับกลายมาเป็นมือปราบต่ำต้อย กระนั้นชายหนุ่มกลับยืดอกรับอย่างเต็มใจ แทนตำแหน่งราชบุตรเขยที่ฮ่องเต้ทรงเสนอให้

แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว แต่ถึงจะกริ้วอย่างไรก็เพียงมีราชโองการให้ส่งตัวไปขังคุกเท่านั้น การที่เสนาบดีส่งเขาออกมาจากเมืองหลวงเช่นนี้ ฮ่องเต้ไหนเลยจะไม่ทรงทราบ ดีไม่ดีเรื่องนี้อาจจะทรงเป็นราชโองการจากฮ่องเต้ก็เป็นได้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 14

    ดวงตาปรากฏแววเคร่งเครียด ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วไม่นานหลังจากคนของหวังฟู่เร่งไปแจ้งทางการ กลุ่มคนบนหลังม้าก็เดินทางมาถึง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เพิ่งกระโดดลงจากหลังม้าเป็นคนแรกก็คือหยางอวี่ใบหน้าหล่อเหลาและท่าทีสง่างาม เรียกความสนใจของคุณหนูตระกูลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พวกนางต่างก็ซุบซิบกันเสียงเบาด้วยความสงสัย จากนั้นก็เอ่ยถามถึงเขาไม่หยุด“พี่อวี่” หานเยี่ยนหรงคิดอยู่แล้วว่าอาจได้พบกับหยางอวี่ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะคาดไม่ถึงว่าจะได้พบพวกนางทั้งสอง“เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่” คำถามนั้นส่งตรงไปยังหานเชี่ยนหนิง“ข้าตอบรับคำเชิญมางานเลี้ยงน้ำชาของแม่นางหวังเจ้าค่ะ” นางตอบเขาไปโดยดี เพราะสายตาของเขายังคงรอคอยคำตอบชายหนุ่มมองใบหน้าที่ซีดขาว แต่พยายามเก็บงำเอาไว้ ด้วยดวงตาลุ่มลึก เขากวาดมองไปโดยรอบ ก่อนสั่งการให้คนของตนเข้ากันพื้นที่เอาไว้“ไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ก่อนเถิด ตกใจมากหรือไม่”น้ำเสียงเอื้ออาทรของเขา ทำให้หญิงสาวทั้งสองรู้สึกอุ่นใจ “ไม่เลยเจ้าค่ะ”“หรงเอ๋อร์ดูแลพี่สาวเจ้าให้ดี เจ้าทั้งสองไปยืนรวมตัวกับคนอื่น อีกเดี๋ยวจะมีการสอบปากคำเล็กน้อย”“เจ้าค่ะ”มองดูหญิงสาวทั้งสองเดินไปรวมตัวกัน

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 13

    มือใหญ่ส่งบังเหียนม้าให้ผู้ติดตาม ก่อนน้ำเสียงตำหนิจะดังขึ้น “น้องเล็ก เจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว จัดงานเลี้ยงน้ำชาเอิกเกริกเช่นนี้โดยไม่...” สายตาคมกริบก็กวาดมองไปยังเบื้องหลังผู้เป็นน้องสาว คิ้วเข้มเลิกขึ้นก่อนสบตากับน้องสาวเป็นเชิงถาม“พี่ใหญ่ข้าจะแนะนำให้รู้จัก สหายคนอื่นๆ ของข้าท่านรู้จักแล้ว แต่แม่นางทั้งสองท่านนี้เพิ่งย้ายมา นางก็คือบุตรสาวของท่านเจ้าเมืองที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟัง”หานเชี่ยนหนิงและหานเยี่ยนหรงย่อกายให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท“หนิงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์ นี่พี่ชายของข้าเอง หวังฟู่”“เรียกข้าว่าพี่ฟู่เถิด”รอยยิ้มหล่อเหลาของหวังฟู่ ทำให้หานเยี่ยนหรงกะพริบตาปริบๆ นางเหมือนกับมองเห็นประกายระยิบระยับจากรอยยิ้มนั้น หากแต่เมื่อเทียบกับใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมของบุรุษอีกคน นางกลับโอนเอนไปทางอีกฝ่ายมากกว่า เพราะนางรู้สึกถูกชะตากับหยางอวี่มากกว่าหวังฟู่ใช่แล้ว...นางคล้ายมองเห็นประกายของความพึงพอใจจากดวงตาของหวังฟู่ ทันทีที่ชายหนุ่มมองมายังพี่สาวของนาง ทั้งยังมองออกถึงจุดประสงค์ของสตรีแซ่หวังในทันทีอีกด้วย!!!“พี่ใหญ่เมื่อวานคุณหนูหลิวบอกว่างานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้ เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 12

    ใบหน้าคุ้นเคยทำให้หูพานอ้าปากค้าง จากนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่านางเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากบัดนี้หยางอวี่เองมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เขาใช้สายตามองผู้ใด“ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือบุตรสาวของข้าเอง ตนโตเชี่ยนหนิง คนเล็กเยี่ยนหรง เชี่ยนเชี่ยน หรงเอ๋อร์รีบคารวะมือปราบทั้งสี่เสียสิ ทั้งสี่เพิ่งจะย้ายมาจากเมืองหลวง”“คารวะท่านทั้งสี่”หานเชี่ยนหนิงและหานเยี่ยนหรงทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนที่หานลู่จะเชิญให้มือปราบทั้งสี่คนนั่งลง“อาหารในวันนี้สองอย่างบุตรสาวของข้าเป็นคนนำมาส่ง”“พี่ใหญ่ลงมือทำเป็ดยัดไส้เกาลัดกับน้ำแกงเก้ามงคลเจ้าค่ะ” หานเยี่ยนหรงรีบเอ่ย “ท่านพ่อเองก็ชอบมาก”เพราะพอจะมองออกจากท่าทีของมือปราบหนุ่ม ดังนั้นหานเยี่ยนหรงจึงรีบเอ่ย จากนั้นจึงโดนผู้เป็นพี่สาวลอบหยิกด้านหลังแม้เจ็บแต่นางยังคงรักษากิริยา รอยยิ้มจึงดูฝาดเฝื่อนลงเล็กน้อยหานเชี่ยนหนิงส่ายหน้าช้าๆ ก่อนรีบขอตัวเพราะอย่างไรหน้าที่ของนางก็เสร็จสิ้นแล้ว การจะรั้งอยู่นานคงไม่ใคร่จะดีนัก หญิงสาวทิ้งบ่าวไพร่เอาไว้สองคนเพื่อเก็บโต๊ะ ก่อนจะพาน้องสาวออกมาจากที่ว่าการ“พี่ใหญ่ ท่านกับพี่อวี่นี่ดูอย่างไรอยู่นะ”รอยยิ้มระรื่นของน้อ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 11

    น้ำเสียงทุ้มน่าฟังทำให้หานเชี่ยนหนิงชะงัก นางลังเลว่าสมควรจะหันกลับไปหรือไม่ เพราะรอบกายยามนี้มีเพียงความเงียบงัน อาจเพราะนางเดินเข้ามายังส่วนใน ดังนั้นจึงไร้เงาของผู้คนโดยสิ้นเชิง“แม่นางหาน”อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้จักนาง ดังนั้นจะหนีก็คงไม่ทันแล้ว ทางเลือกเดียวก็คงได้แต่หมุนกายไปเผชิญหน้า“หากข้ามารบกวนท่านต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงเดินชมดอกอวี้หลิงมาเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงที่นี่โดยไม่รู้ตัว”“ข้าหาได้ต้องการตำหนิเจ้า อย่าได้เข้าใจผิด” ร่างสูงเดินอ้อมแนวต้นอวี้หลิง ก่อนหยุดลงตรงหน้าหญิงสาวหานเชี่ยนหนิงเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้าด้วยความตกตะลึง “ท่าน...ท่าน”นางพูดไม่ออก ไม่คาดคิดว่าจะได้พบชายหนุ่มอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์น่าขายหน้าถึงสองครั้งสองครา“ดีใจที่รู้ว่าเจ้ายังจำข้าได้” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินใต้เท้าบอกว่าบุตรสาวสองคนจะมาส่งอาหารกลางวันเพื่อเลี้ยงต้อนรับ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง”รอยยิ้มของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดเขิน หากไม่ใช่เพราะมือใหญ่ผายมือให้นางออกเดิน หาไม่นางคงไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรและต้องวางมือวางไม้ไว้ตรงไหนเส้นทางที่เขาชี้นำให้นางออกเดิน ก็คือเส้นทางที่นางเ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 10

    ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนหานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนักแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้มจวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 9

    นางกระแอมแก้ขัดเขิน จากนั้นจึงหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้สนทนากันมากกว่านั้น หญิงสาวพลันหันไปตามเสียงเรียก‘เชี่ยนเชี่ยน’มองไปยังอีกฝั่งของป่าดอกท้อ สตรีวัยกลางคนพร้อมกับเด็กสาวกำลังมองมายังจุดที่พวกเขาอยู่หยางอวี่มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่สายลมพัดพาเอาเส้นผมยาวสลวยปอยหนึ่งมาหาเขา มือใหญ่ยื่นออกไปอย่างเผลอไผล แต่ถึงอย่างนั้นกลับชะงักเมื่อสาวใช้นางนั้นเอ่ยขึ้นเสียก่อน‘ฮูหยินกับคุณหนูรองเรียกแล้ว เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ’‘เช่นนั้น...’หญิงสาวหันมาตั้งใจจะขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลือนางเอาไว้ แต่นางกลับพบว่าชายหนุ่มทั้งสองเดินจากไปแล้ว มองแผ่นหลังองอาจในชุดสีเขียวเข้ม จากนั้นจึงละสายตากลับมาเพราะมารดาเรียกอีกครั้ง‘เชี่ยนเชี่ยน เรากลับกันเถิด’‘เจ้าค่ะท่านแม่’เสียงตอบรับนั้นทำให้หยางอวี่หมุนกายกลับไปมองนางอีกครั้ง หูพานเองก็ไม่ต่าง เขาหันกลับไปก่อนมองหญิงสาวสลับกับหยางอวี่รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาที่มุมปาก‘นั่นมิใช่หานฮูหยินหรอกหรือ’‘หานฮูหยิน’ หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายเป็นเชิงถาม‘ใต้เท้าหาน หานลู่อย่างไรเล่า’หยางอวี่ส่งเสียงตอบรับก่อนกระโดดขึ้นไปบนหลั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status