Home / โรแมนติก / ห้วงรักหวนคืน / คนที่ไม่คิดว่าจะได้พบ

Share

คนที่ไม่คิดว่าจะได้พบ

last update publish date: 2026-10-21 00:25:43

ตั้งแต่ภาวศาท้องแก่จวบจนลูกชายของเธออายุได้สามขวบ เธอถึงได้ตัดสินใจย้ายกลับเข้ามาที่กรุงเทพฯ อีกครั้งเพราะเรื่องการศึกษาของลูกและเรื่องงาน สี่ปีที่ผ่านมาหญิงสาวเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแบบฟูลไทม์โดยไม่ได้จ้างพี่เลี้ยงคอยช่วย ด้วยเงินที่ได้มาจากพ่อของลูกทำให้เธอไม่จำเป็นต้องทำงานก็สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายได้หลายปี

ร่างบางอมยิ้มน้อย ๆ ตอนเห็นตัวเลขในบัญชี คิดถูก จริง ๆ ที่ขายเครื่องประดับกับของราคาแพงที่เขาเคยให้มาเป็นเงินสด เหลือเพียงสร้อยคอที่เธอตัดใจขายไม่ลงและยังมีนาฬิกาเรือนหรูที่ยังเก็บเอาไว้เพื่อเก็งกำไร ซึ่งตอนนี้ราคาของมันพุ่งขึ้นมาเกือบเท่าตัว ถึงจะมีเงินส่วนนี้แต่เธอวางแผนให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติซึ่งค่าเทอมสูงลิ่ว ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย เพื่ออนาคตที่ดีของลูกทำให้ต้องระเห็จกลับมาที่ใจกลางเมืองหลวงอีกครั้งพร้อมกับอาชีพเซลล์ขายและให้เช่าอสังหาแบบครบวงจรที่เป็นบริษัทของรุ่นพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

กว่าความคิดจะฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ร่างบางอุ้มเด็กชายทิวากรไว้ในอ้อมกอด ขณะที่มืออีกข้างเปิดประตูเข้าไปด้านในคอนโดหรูแบบสองห้องนอนที่รุ่นพี่ปล่อยเช่าให้เธอในราคาถูกเกินกว่าครึ่งของราคาเช่าปกติ

“น้องซัน ชอบห้องนี้ไหมคะ” เธอถามลูกชาย หลังจากพาเขาเดินชมทั่วทั้งห้องที่ตอนนี้ตกแต่งเสร็จแล้ว

“ชอบครับ” เด็กน้อยยิ้มแป้น ขณะที่แก้มทั้งสองข้างแดงแปร๊ดเพราะแดดประเทศไทย

ไม่นานนักเสียงออดก็ดังขึ้น เธอจึงวางลูกชายไว้ตรงโซฟาแล้วเดินไปเปิดประตู

“ทำไมมาถึงเร็วจังคะ”

“ตอนเราโทรมาพี่อยู่แถวนี้พอดีน่ะ น้องซันชอบห้องที่ลุงตกแต่งไว้ให้ไหม” ท้ายประโยคพนัสหันไปถามคนที่กำลังมองตาแป๋วมาที่พวกเขา

“ชอบครับ! ซันคิดถึงลุงนัสมาก” ว่าแล้วก็วิ่งเข้ามากอดขาของชายหนุ่มเอาไว้แน่น

“ถ้าอย่างนั้นเชิญพี่นัสนั่งก่อน เดี๋ยวพราวขอไปจัดของในห้องนอนแป๊บนึงนะคะ”

“ตามสบายเลย ไม่ต้องรีบล่ะ เดี๋ยวพี่เล่นกับน้องซันเอง”

ที่ภาวศากล้าให้ผู้ชายเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเพราะรุ่นพี่คนนี้ไม่ใช่ชายแท้ พี่นัสเป็นเกย์อีกอย่างเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้และเข้ากับลูกชายของเธอได้ดี

“ทำไมจัดเสร็จเร็วจัง”

“พราวไม่อยากรบกวนน่ะค่ะ”

“แม่คับ เย็นนี้ซันอยากกินข้าวผัด”

“ถ้าเป็นเด็กดีเดี๋ยวแม่จะทำให้กิน” เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าของลูกชาย เด็กน้อยรีบเอามืออ้วนป้อมของตัวเองมาเกี่ยวก้อยสัญญากับมารดาทันที

“เราพร้อมเริ่มงานวันไหน พี่จะได้ไปบอกฝ่ายบุคคลให้”

“อาทิตย์หน้าค่ะ” เธอตอบกลับ

อาทิตย์นี้เธอต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ อีกหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องที่ต้องพาน้องซันไปสมัครเข้าเรียนในระดับชั้นอนุบาลหนึ่ง โรงเรียนที่ภาวศาเลือกเป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่เน้นการเรียนการสอนแบบสองภาษา

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จพนัสจึงได้ขอตัวกลับที่พักของตัวเองโดยมีหญิงสาวเดินมาส่งหน้าห้อง

“อย่าลืมล่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรบอกพี่ได้ตลอด”

“แค่นี่ก็รบกวนพี่นัสมากแล้ว พราวคงไม่กล้ารบกวนอะไรอีก”

“ระหว่างพวกเรายังมีอะไรให้เกรงใจอีกล่ะ อย่าคิดมาก”

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณ ก่อนปิดประตูลงตามเดิม

“น้องซัน ได้เวลาอาบน้ำแล้วลูก” บอกลูกชายที่กำลังนั่งดูหนังสือภาพสัตว์โลกน่ารักอยู่บนพื้นห้อง

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของมารดา เด็กชายทิวากรรีบเดินนำไปยังห้องน้ำอย่างว่าง่าย เธอโชคดีที่ลูกคนนี้ไม่ดื้อเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปทำให้ที่ผ่านมาไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงดูเขามากนัก ทว่ายิ่งโตมากเท่าไรหน้าตาเขากลับยิ่งเหมือนธนกรไม่มีผิดจนบางครั้งเธอยังแอบหนักใจ มีเพียงดวงตาที่เหมือนเธอ นอกนั้นล้วนถอดแบบมาจากพ่อของเขาราวกับแกะ

หลังจากขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียน เธอถึงขับรถมุ่งตรงเพื่อไปทำงาน วันนี้เธอนัดพบลูกค้าที่โครงการบ้านหรูแห่งหนึ่ง หากปิดการขายได้เธอจะได้ค่าคอมมิชชั่นสูงพอสมควรทำให้หลายวันมานี้ภาวศาเอาแต่จดจ่ออยู่กับการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของบ้านหลังนี้

ทว่าทันทีที่ร่างสูงโปร่งของลูกค้าหันกลับมา หัวใจของหญิงสาวตกไปบนตาตุ่มเพราะไม่คิดว่าจะได้พบเขาอีก นับตั้งแต่วันนั้น...วันที่เขาทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี

“คุณคือเซลล์ที่เลขาผมบอกเอาไว้ใช่ไหม” ธนกรถามเสียงเรียบ เขาไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลยด้วยซ้ำ ผิดกับเธอที่ก้าวขาแทบไม่ออก

“ใช่ค่ะ”

“ก่อนจะมาที่นี่ผมดูรายละเอียดของบ้านเอาไว้แล้วพื้นที่นอกบ้านแคบไปหน่อยคงไม่เหมาะอยู่แบบครอบครัว”

คำว่า ‘ครอบครัว’ ทำให้ภาวศาเริ่มรู้สึกจุกอยู่ในอก แต่พอคิดถึงระยะเวลาที่เลิกรากันไป ถ้าเขาจะแต่งงานแล้วก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“ถ้าอย่างนั้นพราวจะพาคุณไปดูบ้านตัวอย่างอีกหลัง บ้านหลังนั้นมีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่าหลังนี้ คิดว่าคุณลูกค้าน่าจะสนใจ”

ธนกรก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย ก่อนเงยหน้ามาสบตากับคนตรงหน้าด้วยแววตานิ่งขรึมยิ่งกว่าเดิม

“ผมมีเวลาอีกแค่สิบห้านาที แค่เดินทางไปที่นั่นก็กินเวลาไปหลายนาทีแล้ว เอาเป็นว่าคุณมีอะไรอยากพรีเซนต์ก็ว่ามาได้เลย ถ้าถูกใจผมจะซื้อ แต่ถ้าคุณพรีเซนต์ออกมาได้ไม่ดี ผมจะคอมเพลนกลับไปที่บริษัทของคุณ” ร่างสูงถือวิสาสะนี้ช่วยเพื่อนสนิทตรวจตราดูความสามารถของพนักงานขาย โดยที่จิรกิตไม่ได้ขอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ห้วงรักหวนคืน   รางวัลที่อยากได้

    เมื่อวันจัดกิจกรรมที่โรงเรียนมาถึง ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ใส่เสื้อลายลูกหมูสีชมพูหวานแหววมาพร้อมลูกชาย ทำให้ถูกสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเขาเป็นตาเดียวคนที่ดี๊ด๊าที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นลูกชายของเธอ ที่วันนี้เดินยิ้มออกมาตั้งแต่หน้าประตูห้องนอนจนกระทั่งเดินทางมาถึงโรงเรียน พร้อมเดินจูงมือพ่อแม่มาด้วยกันอย่างพร้อมหน้ากิจกรรมสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นในช่วงสิบเอ็ดโมง กิจจกรรมนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจากการแข่งวิ่งของคู่พ่อลูกโดยที่ขาข้างหนึ่งจะต้องถูกมัดไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างทั้งคู่“น้องซัน พร้อมมั้ยลูก” ธนกรถาม ตอนเห็นแก้มทั้งสองข้างของลูกชายเริ่มแดงเพราะอากาศร้อน“พร้อมครับ”“น้องซัน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนตัวเองนะลูก” ภาวศาบอก หลังจากเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าให้ลูกชาย“ลูกผู้ชายไม่เหนื่อยหรอกครับ อีกอย่างไททันกับพ่อยังลงแข่งเลย แล้วซันจะยอมแพ้ได้ยังไง”“ถ้าพร้อมแล้วคุณพ่อกับลูกเชิญมาตรงนี้ได้เลยนะคะ” เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนดังขึ้น ทำให้บทสนทนาก่อนหน้า ต้องจบลงร่างกายกำยำอุ้มลูกชายไปยังสนามฟุตบอลขนาดย่อม ที่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ในการแข่งขันภาวศาเดินตามมาให้กำลังใจตรงขอบสน

  • ห้วงรักหวนคืน   หวนคิดถึง

    ธนกรมองดูหญิงสาวที่กำลังใช้ นิ้วโป้งกดไปที่บาดแผลเพื่อให้เลือดหยุดไหล แต่ยังไม่มีที่ท่าว่าคนตรงหน้าจะไปทำแผลสักทีเขาถึงได้เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง.” ที่นี่มีอุปกรณ์ทำแผลไหม”“มีค่ะ อยู่ที่ห้องนั่งเล่นตรงลิ้นชักข้างทีวี”“รอผมแป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมมา”เมื่อหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลมาแล้ว ธนกรรีบให้แม่ของลูกนั่งลงตรงเก้าอี้ ส่วนเขาคุกเข่าอยู่ที่พื้น แล้วจากนั้นจึงเริ่มทำแผลให้ด้วยความทนุถนอม เพื่อไม่ให้เธอเจ็บมากไปกว่านี้ภาพตรงหน้ามันทำให้เธอหวนคิดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ตอนที่เขาเคยทำแผลให้เธอ ท่าทางดูเอาใจใส่ไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเท่าใดนัก จึงเผลอทำให้คิดถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้“เสร็จแล้ว ผมนึกว่าคุณจะเลิกซุ่มซ่ามแล้วซะอีก” เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ จนเจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มออกมาตอนไหน“ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามสักหน่อย แค่เผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก็เท่านั้น ลูกล่ะคะ”“นั่งอ่านการ์ตูนในห้องนั่งเล่น”สิ้นคำตอบของเขา ร่างบางรีบเดินไปหาลูกชายที่ห้องนั่งเล่นทันที เธอยอมรับว่าสิ่งที่เขาทำเมื่อกี้มันทำให้เธอเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่ควรกลับไปรู้สึกกั

  • ห้วงรักหวนคืน   ไม่รู้ว่าควรถามไหม

    “ฉันขอเวลาหน่อยนะคะ”“ได้สิ” ร่างสูงยกยิ้มน้อย ๆ ตราบใดที่เธอไม่ได้ปฏิเสธ เขาก็ยังมีความหวังธนกรพอจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ ภาวศาเลี้ยงลูกมาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่น้องซันเกิดคงรู้สึกไม่ค่อยยินดีนัก หากจะต้องถูกแบ่งปันความรักไป...ทุกอย่างต้องใช้เวลาเมื่ออรจิรารู้ข่าวว่าเพื่อนสนิทยอมให้พ่อของลูกมาทำหน้าที่พ่อแถมความสัมพันธ์ระหว่างน้องซันกับคนเป็นพ่อดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีจนทำให้เพื่อนของเธอถึงกับรู้สึกน้อยใจ เพราะกลัวว่าน้องซันจะรักพ่อมากกว่าตัวเองทำให้อรจิราร้อนใจจนต้องนัดเพื่อนออกมาเจอเป็นการด่วน แม้ว่าตารางงานของตัวเองจะยุ่งเหยิงมากก็ตาม“แล้วแกจะเอาไงต่อ”“ฉันว่าจะรอดูไปก่อน ว่าเขาจะทำหน้าที่พ่อได้ดีเหมือนที่เคยพูดเอาไว้รึเปล่า”“ถ้าเขาทำได้ล่ะ”ภาวศาหยุดคิดเพียงแป๊บเดียวแล้วตอบคำถามของเพื่อนสนิท เรื่องนี้เธอคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่วันที่ตัดสินใจให้โอกาสเขา มาทำหน้าที่พ่อ“ฉันกับเขาคงต้องคุยกันเรื่องแบ่งเวลาดูแลน้องซัน”อรจิราพยักหน้าเห็นด้วย เพราะน้องซันก็โตขึ้นทุกวัน และตอนนี้ก็ถึงวัยเข้าเรียนแล้วด้วย หากได้พ่อของลูกมาช่วยแบ่งเบาในส่วนนี้เพื่อนของเธอก็ถือว่าได้ประโยชน์เช่นกัน“ถ้าสมมติว

  • ห้วงรักหวนคืน   หวังได้ใช่ไหม

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ภาวศาที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารเย็นต้องหยุดชะงักลงชั่วครู่ ก่อนเดินไปส่องตาแมวตรงหน้าประตูพอเห็นว่าเป็นใคร หญิงสาวทำได้เพียงถอนหายใจออกมาแล้วเปิดประตูให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกเข้ามา สองสัปดาห์มานี้คุณกรมาหาน้องซันเวลานี้อยู่เรื่อยทำให้อาหารมื้อเย็นกลายเป็นมื้ออาหารระหว่างพ่อแม่ลูกไปโดยปริยาย หากจะเอ่ยปากไล่ไม่ให้เขามาหาในเวลานี้ก็ไม่สามารถทำได้อีก เพราะรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกชายมันทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอพลอยมีความสุขตามไปด้วยวันไหนที่ธนกรงานยุ่งจนไม่สามารถมากินข้าวเย็นกับน้องซันได้ อาหารมื้อนั้นจะเต็มไปด้วยสีหน้าเศร้า ๆ ของเด็กน้อยวัยเกือบจะสี่ขวบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า“ผมขอรบกวนอีกสักมื้อนะ” ร่างสูงพูดแบบนี้ทุกครั้งที่มาที่นี่“…”“พ่อครับ ไปเล่นต่อสู้กันเถอะ ซันจัดทัพรอแล้วนะ”ทันทีที่ได้ยินเสียงของบิดา ร่างอ้วนป้อมของเด็กชายทิวากรรีบวิ่งปรี่เข้ามา ก่อนจะจูงมือของคนเป็นพ่อไปยังห้องนั่งเล่นเหมือนทุกครั้งตั้งแต่เด็กน้อยมีพ่อก็ไม่เหงาอีกต่อไป เขามีทั้งเพื่อนเล่นและคนคอยพูดคุยด้วย ไม่เหมือนตอนอยู่กับแม่พราวแค่สองคนของเล่นไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธ์ถูกแบ่

  • ห้วงรักหวนคืน   ไม่ยอมแน่

    ด้วยความเป็นห่วงลูกชายซึ่งบ้างานจนเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่ยอมกลับมาบ้านให้พ่อกับแม่เห็นหน้าค่าตาแรมปี เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเธอจึงได้ไปหาลูกชายที่เพนต์เฮาส์ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาพอเปิดตู้เสื้อผ้าดูก็เห็นว่าโล่งผิดปกติจนคิดว่าลูกชายหนีไป ที่ไหนสักที่จึงได้คะยั้นคะยอถามเลขาของเจ้าตัว สุดท้าย วรเกียรติเผลอหลุดปากพูดเรื่องเด็กชายทิวากรออกมามิหนำซ้ำก่อนที่ตนจะกลับได้เปิดประตูห้องนอนเล็กดูยิ่งทำให้แน่ใจว่าลูกชายตัวดีแอบไปมีลูกโดยไม่ได้บอก ถึงได้รู้ว่าตัวเองกลายเป็นย่าคนแล้ว“กี่ขวบแล้วล่ะ”“กี่ขวบอะไรครับ” เขาแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้“หลานฉันกี่ขวบแล้ว” เจ้าสัวสมศักดิ์ถาม ไม่วายตบไหล่ลูกชายด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว“คุณทำอะไรเนี่ย ตากร เจ็บมากไหม” คุณหญิงจิรนุชหันไปว่าสามีตัวเองเสียงฉุนต่างกับน้ำเสียงที่ถามบุตรชายลิบลับ แล้วจะไม่ให้เขาหมั่นไส้ได้ยังไง!ธนกรตีเนียนซบไหล่มารดาพร้อมกับส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้พ่อตัวเอง แล้วตอบคำถามก่อนหน้า“สามขวบกว่าแล้วครับ”“เห็นว่าชื่อทิวากร ชื่อเล่นซัน ใช่ไหม”“นี่พ่อกับแม่รู้ไปถึงชื่อเล่นลูกผมเลยเหรอครับ”“ก็แหงอยู่แล้วสิ คนอย่างแม่แกมีเหรออยากรู้อะไรแล้ว จะไม่รู้”“ค

  • ห้วงรักหวนคืน   รู้อยู่แล้ว

    “แต่คุยกับแม่สนุกกว่า” ตอบเอาใจผู้เป็นแม่“ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะคะ ระหว่างนี้ก็พูดคุยกันให้พอ ถ้าแม่กลับมาหนูต้องกลับบ้านกับแม่เข้าใจไหม” ท้ายประโยคบอกลูกชาย“ครับ”พอเห็นใบหน้าหงอยลงของลูกชาย ธนกรเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าภาวศาต้องเป็นแม่ที่ดุขนาดไหนเชียว ลูกชายของเขาถึงได้เชื่อฟังแบบไม่อิดออดแบบนี้เลยลองเทียบเคียงถามดู“ปกติแม่พราวดุมากไหมครับ”เด็กชายทิวากรส่ายหน้าปฏิเสธ“แม่พราวใจดี”“แล้วทำไมน้องซันถึงเชื่อฟังแม่ขนาดนี้ล่ะครับ” ปกติเด็กคนอื่นจะไม่ค่อยเชื่อฟังคำพูดของคนเป็นพ่อแม่สักเท่าไรนัก โดยเฉพาะเด็กผู้ชายแล้วด้วย ความซุกซนยิ่งมากกว่าเด็กผู้หญิงเป็นเท่าตัว“ซันไม่อยากให้แม่เหนื่อย” เด็กน้อยตอบเสียงเบา ทำให้คนตัวโตถึงกับชะงักไปชั่วครู่“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเชื่อฟังแม่พราวนะครับ อย่าดื้อเข้าใจมั้ย เดี๋ยวพ่อจะมาหาบ่อย ๆ”“ซันจะไม่ดื้อครับ”“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” พอเห็นลูกชายทำหน้าไม่สู้ดี เขาจึงถามด้วยความสงสัย“ซันจะได้เจอพ่ออีกไหม แม่บอกว่าพ่อยุ่ง ที่ผ่านมาซัน ก็เลยไม่มีพ่อ”“นับตั้งแต่วันนี้ไปน้องซันจะมีพ่อกับแม่ทุกวันเลย พ่อจะมาหาน้องซันทุกวัน” คำถามของลูกชายทำให้คนตัวโตรู้สึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status