Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-08 09:45:20

บทที่ 4

หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ไม่ห่าง ลมหายใจอุ่นวาบเป่าพ่นรดใส่หน้าผากมนเป็นระยะ หัวใจดวงน้อยเต้นตุบๆ ถี่รัวด้วยความหวาดหวั่นในขณะที่ตาสองคู่สบประสานสายตากันนิ่ง ยศสิตาเผลอจับจ้องอย่างลุ่มหลงในมนต์เสน่ห์ นี่เป็นครั้งแรกหลังจาก... ‘ครั้งนั้น’ ที่หล่อนได้เห็นหน้าเขาในระยะใกล้ชิดขนาดนี้

ดวงตากลมแป๋วยังคงจ้องมองเขาอยู่อย่างนั้นจนไม่อาจถอนสายตาได้ ใบหน้าคมคร้ามประดับด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้มซึ่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ชวนค้นหา จมูกเขาโด่งเป็นสันรับด้วยริมฝีปากหยักได้รูปแต่ทว่าบางสวยราวกับริมฝีปากผู้หญิง ช่วงบ่ากว้างผึ่งผาย ช่วงแขนแข็งแรงน่าสัมผัส หน้าอกกลัดแกร่งขวางเต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่น เอวสอบเพรียวไม่มีไขมันส่วนเกิน มันเป็นความหล่อเหลาในทุกมุมมองอย่างหาตัวจับยาก เขาช่างเต็มไปด้วยความเป็นบุรุษเพศสมชายชาตรี สามารถดึงดูดให้อิสสตรีเข้าใกล้ได้อย่างไม่ต้องใช้ความพยายามเลยสักนิด

“กลัวผมหรือกลัวใจตัวเอง?” เขาจงใจก้มลงมาถามด้วยเสียงชวนสยิวในระยะกระชั้นชิดจนปากแทบจะสัมผัสกับปาก น้ำเสียงนั้นแฝงไว้อะไรบางอย่างที่มีความหมายลึกซึ้งแล่นปลาบเข้าไปในขั้วหัวใจของหล่อนจนจังหวะของชีพจรไหวแกว่ง

“หลีกไปนะ ถอยไปห่างๆ เลย” หญิงสาวโวยวายอย่างกลบเกลื่อน ยกมือขึ้นดันไหล่หนาเอาไว้

“ขยันไล่จังเลยนะ” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ แทบจะเป็นกระซิบแต่ให้ความรู้สึกวาบหวามอย่างบอกไม่ถูก มืออุ่นจัดเลื่อนลงมากระชับที่เอวอ้อนแอ้นและกระตุกเข้าหาร่างหนาของเขาอย่างรวดเร็วจนหน้าท้องแบนราบถูกเบียดเข้ากับต้นขาแกร่ง

ยศสิตาดิ้นรนขัดขืนเต็มกำลังและผลักใสเพื่อให้หลุดออกจากพันธนาการอันแข็งแรงราวกับคีมเหล็กนั้นแต่ภูริภัชร์กลับรัดร่างอรชรเข้าหาแน่นกว่าเดิมจนทำให้ทรวงอกนุ่มหยุ่นดั่งเยนลี่จมหายวับเข้าไปกับอกแกร่งกว้าง

“ปล่อยนะ!” หญิงสาวร้อง “คุณมีสิทธิ์อะไรมากอดเอย คนฉวยโอกาส!”

“คำก็ฉวยโอกาส สองคำก็ฉวยโอกาส”

“ก็มันจริงๆ นี่”

ภูริภัชร์ไม่ปล่อยแต่กลับยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยสายตาแสนเสน่หาชวนสะท้านจนเปลือกตาคู่สวยต้องหลุบมองต่ำอยู่แค่อกเขา

“ทำไมต้องกลัวที่จะอยู่ใกล้ๆ ผม...หือ?” มือหนาเชยคางมนขึ้น ตาสองคู่สบกันนิ่ง

“เพราะคุณชอบรังแกและฉวยโอกาสกับเอยอยู่ตลอดแบบนี้ไง” เสียงหวานตวัดใส่ทั้งที่หัวใจเต้นแรงระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอกสืบเนื่องจากการที่เขาเข้าประชิดตัว

ยศสิตากำลังโกรธตัวเองที่มีปฏิกิริยาบ้าๆ ทุกครั้งยามอยู่ใกล้ๆ เขา คำพูดนั้นชวนให้ร้อนรุ่ม สัมผัสของเขาชวนวาบหวาม แล้วถ้าเขาทำอย่างนั้นล่ะ... มันจะเร่าร้อนขนาดไหน... ไม่! หล่อนต้องไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น หญิงสาวพร่ำบอกตัวเองในใจ

“รังแกตอนไหนจำไม่ได้” เขาแสร้งทำเป็นลืม

“ก็ที่…” ยศสิตาอึกอักพูดไม่ออก ทั้งๆ ที่อยากจะเอากรงเล็บข่วนหน้าหล่อๆ นั่นเต็มทีกับการที่เขาทำให้หล่อนหน้าม้านม้วนต้วนแบบนี้

“ที่ผมจูบคุณเมื่อคราวก่อนโน่นเหรอ” ภูริภัชร์ตอบให้อย่างรู้ทัน ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่ดวงตาคู่นั้นยังจดจ้องมองที่ริมฝีปากอิ่มอย่างมีความหมาย

“ใช่! คุณมันพวกชอบเอาเปรียบผู้หญิง”

“ผมนึกว่าคุณชอบซะอีก ผมรู้นะว่านั่นเป็นจูบแรกของคุณ และคุณก็โหยหามันอยู่ตลอดเวลา”

“บ้า! ใครโหยหา...จูบที่ไร้รสชาติจืดชืดแบบนั้นเหรอ เอยไม่คิดจะจำมันหรอก” เสียงหวานตอกกลับ เชิดใบหน้าขึ้นมองเขาอย่างท้าทาย หล่อนรู้สึกเจ็บใจทุกครั้งเมื่อหวนคิดไปถึงตอนที่ตัวเองโดนภูริภัชร์ขโมยจูบ ซึ่งมันเป็นจูบแรกจากผู้ชายที่หล่อนพร่ำบอกกับตัวเองว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมรสจุมพิตนั้นถึงได้หอมหวานและตราตรึงใจอย่างประหลาดแบบนั้น ความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นกับร่างกายหล่อนทุกครั้งยามเมื่อนึกถึงปลายลิ้นอุ่นจัดที่สอดแทรกดุนดันเข้ามาในโพรงปากนุ่มและตวัดลิ้นระริกไล้เลาะเล็มด้านในอย่างช่ำชอง

“งั้นเหรอ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นเรามาลองพิสูจน์กันอีกรอบดีมั้ย”

สิ้นคำ...ริมฝีปากหยักก็ครอบลงกลีบปากแสนรั้นอย่างต้องการจะสั่งสอนคนปากดี ตาสวยเบิกโพลง!  ตั้งตัวไม่ทัน การจู่โจมอย่างรวดเร็วนั้นราวกับอสรพิษฉกเหยื่อ...

สมองของยศสิตาหมุนเคว้ง หยุดสั่งการชั่วขณะ ม่านตาพร่าพราย หมดเรี่ยวแรง เพียงแค่จูบของเขาก็ทำให้หล่อนตัวอ่อนปวกเปียก มือเรียวบางไล้ไปตามอกกว้างก่อนจะไต่ขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เพื่อยึดเป็นหลัก

ลิ้นสากระคายดุนดันเข้าไปเก็บเกี่ยวตักตวงเอาความหวานจากโพรงปากนุ่มราวกับภมรหนุ่มดูดดื่มเอาความหวานของน้ำผึ้งรสเลิศ จากความต้องการที่จะสั่งสอนคนปากแข็งในตอนแรก กลับทำให้เขาเตลิดเพริดกับความหวานล้ำที่ได้รับ ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้สำรวจไปตามเอวอรชร สะโพกกลมมน ก่อนจะสอดเข้าใต้ชายเสื้อยืดสีขาว เลื่อนไปตามเนื้อแท้และเข้ากอบกุมความนุ่มหยุ่นของเนินทรวงอวบอิ่มอย่างแผ่วเบา หญิงสาวแทบจะขาดใจตายยามเมื่อเขาเริ่มบีบคลึง ร่างบางสั่นระริก กายสาวตื่นเตลิด ช่องท้องขมวดเกร็งและวาบหวามไปหมดจากสิ่งที่ถูกกระทำอยู่ในตอนนี้

“ห...ห...หยุด...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ห้วงรักไฟเสน่หา   บทที่ 6

    บทที่ 6“ขึ้นรถเดี๋ยวไปส่ง” “ไม่ไปค่ะ”“จะไปดีๆ หรือจะให้ใช้กำลัง”“อย่ามาวางอำนาจแถวนี้นะ”“ไหมคงอยากจะขายหน้าคนทั้งป้ายรถเมล์ใช่ไหม” เขาขู่“คนบ้า” เธอแหวใส่เขาก่อนจะหันไปมองที่ป้ายรถเมล์ ตอนนี้สายตาหลายๆ คู่กำลังจับจ้องมาที่เธอและเขาอย่างสนใจ“ผมเตือนเป็นครั้งสุดท้าย” เขาทำท่าจะประชิดตัวทำให้วราลีต้องรีบเดินไปขึ้นรถเขาเพื่อหลบให้พ้นสายตาอยากรู้อยากคนอื่นๆ“ทำไมเงียบจัง” เขาถามเมื่อขับรถออกมาได้สักพัก“ก็ไม่มีอะไรจะพูดนี่คะ” เธอยังคงหน้าบึ้งตึงเพราะไม่พอใจที่ถูกเขาบังคับแบบนั้น“กลัวผมเหรอ”“ไม่อยากเข้าใกล้” เธอสวนกลับไปทันที“กลัวอะไร กลัวใจตัวเองอย่างนั้นเหรอ” เขาพูดเหมือนรู้ทัน“ไหมไม่ใช่สาวๆ ของพี่จะได้กลัวใจตัวเอง”“หึ หึ แล้วเมื่อไหร่จะเลิกทำหน้าบึ้งๆ เสียที”“ทำไม”“ไม่ชอบ ถ้าไม่อยากเจอดีน่ะ เลิกหน้าบึ้งเสียที”“เจอดีอะไรไม่ทราบ”“ก็ลองไม่หายดูสิ เดี๋ยวก็รู้ ถ้าก่อนจะถึงบ้านยังหน้างออยู่ล่ะก็...” เขาไม่ยอมพูดต่อ“ก็อะไร”“ช่างเถอะ เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”“ไม่ มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง”“พูดอย่างนี้เหมือนท้าทาย”เขาหักพวงมาลัยรถเข้าข้างทาง วราลีมองอย่างระแวง“พี่เคนจะทำอะไร” เธอเริ่มโว

  • ห้วงรักไฟเสน่หา   บทที่ 5

    บทที่ 5ยศสิตาครางออกมาเหมือนคนละเมอเสียงดังเท่ากระซิบ และพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีผลักอกเขาไว้แต่ชายหนุ่มกลับยิ่งระดมจูบอย่างดูดดื่มจนหล่อนอ่อนระทวยไปทั้งร่าง ริมฝีปากหนาดูดเม้มกลีบปากอิ่มสลับบนล่างเบาๆ อยู่เป็นนานกว่าจะถอนจูบปากรูปกระจับกลายเป็นสีแดงจัด ใบหน้าหวานระเรื่อแดง ดวงตาหวานหยดกะพริบถี่ๆ จ้องมองหน้าเขาเขม็งเหมือนตื่นจากความฝัน...“คนบ้า คนฉวยโอกาส เกลียดที่สุด!”“บอกมาเป็นร้อยครั้งแล้ว ผมจำได้ขึ้นใจ” ภูริภัชร์อมยิ้ม“จะบอกอย่างนี้ตลอดไป”“หมายความว่าจะอยู่ทะเลาะกับผมไปตลอดชีวิตเลยใช่ไหม” เขาพูดด้วยอารมณ์ขบขัน หลิ่วตาให้อย่างล้อเลียน“บ้า!!!” หญิงสาวตวัดเสียงใส่ มองเขาตาเขียวปั๊ด!“ไม่อยากอยู่กับผมจริงๆ น่ะเหรอ” เขาจ้องหล่อนนิ่ง ใบหน้าแสนหวานที่เปล่งปลั่งด้วยเลือดสาว งดงามราวกับดอกกุหลาบแรกแย้ม ผมยาวปล่อยสลวยเต็มบ่า เวลานี้มันช่างชวนมองจนทำให้ชายหนุ่มจับจ้องไปอย่างลืมตัว“จ้องอะไร?”“อยากรู้ว่ารสจูบผมมันจืดชืดจริงหรือเปล่า”“ใช่! จืดชืด ไร้รสชาติและน่าขยะแขยงที่สุด” หญิงสาวหยีหน้า ตอบโต้ออกไปด้วยสิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง หล่อนไม่มีทางปฏิเสธได้เลยว่าจูบของเ

  • ห้วงรักไฟเสน่หา   บทที่ 4

    บทที่ 4หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ไม่ห่าง ลมหายใจอุ่นวาบเป่าพ่นรดใส่หน้าผากมนเป็นระยะ หัวใจดวงน้อยเต้นตุบๆ ถี่รัวด้วยความหวาดหวั่นในขณะที่ตาสองคู่สบประสานสายตากันนิ่ง ยศสิตาเผลอจับจ้องอย่างลุ่มหลงในมนต์เสน่ห์ นี่เป็นครั้งแรกหลังจาก... ‘ครั้งนั้น’ ที่หล่อนได้เห็นหน้าเขาในระยะใกล้ชิดขนาดนี้ดวงตากลมแป๋วยังคงจ้องมองเขาอยู่อย่างนั้นจนไม่อาจถอนสายตาได้ ใบหน้าคมคร้ามประดับด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้มซึ่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ชวนค้นหา จมูกเขาโด่งเป็นสันรับด้วยริมฝีปากหยักได้รูปแต่ทว่าบางสวยราวกับริมฝีปากผู้หญิง ช่วงบ่ากว้างผึ่งผาย ช่วงแขนแข็งแรงน่าสัมผัส หน้าอกกลัดแกร่งขวางเต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่น เอวสอบเพรียวไม่มีไขมันส่วนเกิน มันเป็นความหล่อเหลาในทุกมุมมองอย่างหาตัวจับยาก เขาช่างเต็มไปด้วยความเป็นบุรุษเพศสมชายชาตรี สามารถดึงดูดให้อิสสตรีเข้าใกล้ได้อย่างไม่ต้องใช้ความพยายามเลยสักนิด“กลัวผมหรือกลัวใจตัวเอง?” เขาจงใจก้มลงมาถามด้วยเสียงชวนสยิวในระยะกระชั้นชิดจนปากแทบจะสัมผัสกับปาก น้ำเสียงนั้นแฝงไว้อะไรบางอย่างที่มีความหมายลึกซึ้งแล่นปลาบเข้าไปในขั้วหัวใจของหล่อนจนจังหวะของชีพจรไห

  • ห้วงรักไฟเสน่หา   บทที่ 3

    บทที่ 3ใบหน้าแสนพยศเชิดขึ้นเมื่อถูกท้าทาย นึกอยากปฏิเสธนักแต่น้ำเสียงและแววตาหยามหยันเหมือนหล่อนเป็นพวกขี้กลัวทำให้ยศสิตาต้องขยับไปใกล้กับประตูอีกฝังของรถจี๊ปคั้นนั้นเพื่อขึ้นรถตามคำเชิญของเขา แต่รถดันสูงเกินไปทำให้หญิงสาวไม่สามารถก้าวขึ้นไปได้ง่ายๆภูริภัชร์กลั้นยิ้มบนใบหน้า พอยต์เท้าลงจากรถอย่างรวดเร็ว เดินอ้อมมาหา และโดยที่ยศสิตาไม่ทันได้ตั้งตัว มืออุ่นๆ ของเขาก็กระชับเข้าที่เอวอ้อนแอ้น แล้วส่งหล่อนขึ้นไปนั่งบนรถโดยใช้เวลาแค่เสี้ยวนาทีฝ่ายนั้นตวัดตามองขุ่น ใบหน้าแสนหวานง้ำงอแดงระเรื่อด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด รอยสัมผัสอุ่นๆ จากมือแกร่งเมื่อสักครู่ยังอบอวลอยู่ที่เอวหล่อนชายหนุ่มหัวเราะร่วน รู้สึกสนุกกับท่าทีพยศผยองของหล่อนยิ่งนัก ใบหน้าหล่อคมจึงจงใจโน้มลงมาใกล้ๆ อย่างอยากแกล้ง ก่อนจะกระซิบเสียงแหบพร่ารวยระรินลงบนใบหูขาวสะอาด“...หน้างอจังเลย...”“ใครหน้างอ!” เสียงหวานตวาดแว้ด มองเขาตาขวาง “พูดจาให้ดีๆ นะ”“จะมีใครเสียอีกล่ะ” เขากระดกคิ้วขึ้น ยิ้มร่าราวกับอ่านใจหล่อนได้“เอยคงเสียสติเป็นแน่ ถ้ายิ้มแย้มให้คนที่ฉวยโอกาสอย่างคุณ” ภูริภัชร์หัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจ “ไม่ได้ฉวยโอกาสครับยาหยี

  • ห้วงรักไฟเสน่หา   บทที่ 2

    บทที่ 2หล่อนเอ่ยเพียงในใจ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผากมนทันที และมีบางจังหวะที่นิ้วปลายนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ช่วยกันรุมจิก ตะบี้ตะบันบีบคลึงที่ปลายถันของหล่อน“ไม่นะ!” ยศสิตาอุทานออกมาเสียงดังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเล่นเอาสายตาทุกคู่หันพรึบมองมายังหล่อนเป็นตาเดียวกัน วินาทีนั้นหญิงสาวจึงรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากเพราะจินตนาการที่ไปไกลเหนือการควบคุม ใบหน้าหวานแดงแปร๊ดขึ้นด้วยความอับอาย‘เป็นอะไรของเขา’ ภูริภัชร์ขมวดคิ้วผูกเป็นปมอย่างสงสัย หากยังคงวางฟอร์มเก๊กหน้าขรึมตามแบบฉบับของตน“สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า พี่พี”เสียงของอริสราราวกับระฆังช่วยชีวิต ยศสิตาจึงกลบเกลื่อนสถานการณ์อันน่าขายหน้า รีบกระวีกระวาดตามน้องสาวเข้าไปทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสองคนและกล่าวทักทายตัวต้นเหตุอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้“ว่าไงเราสบายดีไหม” ภูริภัชร์กล่าวทักทายอริสราอย่างสนิทสนม เอื้อมมือมาขยี้ผมหล่อนเล่นอย่างเอ็นดูเช่นเคยภาพนั้นกระทบหัวใจที่กำลังวูบไหวส่งผลไปยังเปลือกตาคู่สวยต้องหลุบมองลงพื้นเพื่อบดบังรัศมีอันร้อนผะผ่าวของเปลวไฟริษยา ภูริภัชร์ให้ความเป็นกันเองสนิทสนิมกับอริสราแบบนี้มาตลอดแต่กับหล่อน... เขาจะ

  • ห้วงรักไฟเสน่หา   บทที่ 1

    บทที่ 1ปลายเดือนมกราคม...สายลมยามเช้าที่โชยมาเพียงแผ่วๆ พัดใบไม้ให้แกว่งไกว บ้างปลิดปลิวพลิ้วลอยไปตามกระแสลมเย็นอันสดชื่น หมู่ไม้ดอกหลากชนิดพากันชูช่อบานสะพรั่งอย่างมีชีวิตชีวา น้ำค้างสีใสสะท้อนแสงแดดเป็นประกายพราวระยับตามยอดหญ้า ท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยเงาดำทะมึนของหมู่มวลเมฆฝนกลับเปิดโล่งสว่างสดใส บ่งบอกให้คนที่มาเยือนรู้ว่านี่คือบรรยากาศหน้าหนาวของภาคเหนืออย่างแท้จริงรถสปอร์ตโฟร์วีลสมรรถนะสูงแบบเจ็ดที่นั่งกำลังแล่นออกจากสนามบินของจังหวัดเชียงใหม่ด้วยความเร็วคงที่ มุ่งหน้าไปยังอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของไร่ ‘วลีพรรณ’ทัศนียภาพสองข้างทางนั้นประดับไปด้วยภูเขาลูกย่อมๆ และต้นส้มที่ปลูกเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งตอนนี้กำลังออกผลดกจนกลายเป็นสีเหลืองอร่ามสุดลูกหูลูกตาแสงแดดอ่อนยามเช้าเริ่มส่องแสงลงมากระทบกับน้ำค้างสะท้อนเป็นภาพระยิบวิบวับแวววาวหยอกล้อกับสายลมที่เคลื่อนไหวเพียงบางเบาเป็นระยะๆ คล้ายดั่งใครบางคนที่เคยฝากรอยยั่วเย้าเอาไว้บนเรียวปากนุ่มโดยที่เจ้าตัวไม่ได้เต็มใจสักนิดมือเรียวบางดั่งหยกสลักของ ‘ยศสิตา’ ขยับไปกดปุ่มข้างๆ ประตู ลดระดับกระจกลงมาเพื่อสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์แล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status