Masukตอนที่7 โดนหลอก
พิพิมพ์ขึ้นรถ ประตูปิดดังปั้ง รถเคลื่อนออกทันที เธอนั่งนิ่ง เข้าใจว่าเขาจะพาไปส่งคอนโด ไม่มีคำถาม ไม่มีบทสนทนา
ช่วงแรกเส้นทางยังคุ้นตา แต่ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นหลัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนจะหันขวับไปถามชายหนุ่มที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ
“คุณจะพาหนูไปไหนคะ”
“คอนโด”
“แต่นี่ไม่ใช่ทางไปคอนโดหนู”
“ใครบอกว่าจะไปคอนโดคุณ” ตอบกลับเสียงเรียบ สายตายังมองถนนข้างหน้า
“ก็คุณ”
“ไม่เคยพูดสักคำว่าจะไปคอนโดคุณ”
พิพิมพ์เม้มปาก หันกลับไปมองกระจกหน้า เธอรู้ตัวว่าพลาดท่าให้เขาแล้ว ตอนนี้ทำได้แค่หาทางเอาตัวรอดเฉพาะหน้า
รถยังวิ่งต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าโครงการคอนโดหรู ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอาคารสูง สงบ เป็นส่วนตัว แค่ดูก็รู้ว่าราคาไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้าน
ลานจอดรถ
เครื่องยนต์ดับ ชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถทันที แล้วเดินไปยังลิฟต์ ไม่แม้แต่หันมามองเธอว่าลงจากรถหรือยัง พิพิมพ์นั่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเปิดประตูแล้วรีบวิ่งตามหลังเขาไป พอดีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ถ้าเธอช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียวเธอคงโดนขังไว้ที่ลานจอดรถ
"ไม่คิดจะรอหนูเลยหรือไง" เธอบ่นพึมพำ ไร้คำตอบกลับ มีเพียงเงาสะท้อนในกระจก พิพิมพ์เบ้ปากบ่งบอกถึงความไม่พอใจเล็กน้อย
"ปากนี่ใช่ไหมที่ชอบทำปากยื่นปากยาว"
"อื้อ…" เขาหันขวับดึงเธอเข้าไปจูบ
ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ
กำปั้นน้อยทุบเข้าที่อกแกร่ง
ติ๊ง!
ชั้นบนสุด ประตูลิฟต์เปิดออก เขาปล่อยเธอเป็นอิสระแล้วเดินออกจากลิฟต์ไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังเช่นเคย
"อีตาบ้า" หลังจากสูดอากาศเข้าเต็มปอดก็ตะโกนว่าเขาตามหลัง ร่างสูงเดินหนีหน้าตาเฉย ขาวเรียวเล็กเดินตามหลังไปขณะที่สายตาก็กวาดมองบริเวณรอบ ๆ ไปด้วย
กึก!
เธอหยุดหน้าห้อง ทั้งชั้นมีเพียงห้องเขาห้องเดียว มีโซนฟิตเนส สระว่ายน้ำ พิพิมพ์มัวแต่ยืนอึ้ง ชายหนุ่มเปิดประตูห้องเข้าไปด้านในทิ้งเธอไว้หน้าห้อง กว่าจะรู้ตัวก็ไร้เงาแผ่นหลังกว้าง มีเพียงประตูที่เปิดค้างไว้
"ไม่คิดจะเรียกหนูเข้าไปเลยหรือไง เป็นเจ้าบ้านที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย หนูเป็นแขกของคุณนะ" ทำได้แต่บ่นอุบอิบตามเคย แต่ก็ยอมเดินตามเขาเข้าไปด้านใน
ปั้ง!
ประตูห้องบานใหญ่ปิดลง แต่ไร้เงาเจ้าของห้อง สายตาเหลือบไปเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางคืน สวยจนเธออดไม่ไหวที่จะเปิดประตูด้านหลังออกไปชมโดยไม่มีกระจกกั้น
ร่างบางเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ระเบียง ลมพัดเอื่อย ๆ ปลายผมปลิวแตะแก้มเนียนเบา ๆ เบื้องหน้าคือผืนน้ำสีเข้ม นิ่ง แสงไฟสีเหลืองอ่อนจากบ้านเรือนอีกฝั่งตรงข้ามกระทบผิวน้ำจนแตกเป็นประกาย
มือเล็กวางบนราวระเบียง เหล็กเย็นเฉียบตัดกับความร้อนในร่างกาย สายตาทอดมองออกไปไกล ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนี้
"อ้ะ!" ผ้าขนหนูผืนใหญ่ถูกโยนมาคลุมศีรษะเล็ก พิพิมพ์ตกใจสะดุ้งเฮือก
"นี่คุณ! โยนมาทำไมฉันตกใจหมด" เธอแหวกลับเสียงแข็ง
"ไปอาบน้ำ จะยืนเน่าอยู่ตรงนี้อีกนานไหม"
"ใครเน่า ตัวฉันไม่ได้เหม็นขนาดนั้นสักหน่อย"
"กลิ่นโชยมาขนาดนี้ ถ้ารออีกหน่อยคิดว่ามีอะไรเน่าตายแถวนี้" เขาพูดพร้อมทำจมูกเหมือนเหม็นอะไรสักอย่าง พิพิมพ์เริ่มไม่มั่นใจหันดมตัวเองซ้ายทีขวาที คนขี้แกล้งยืนยิ้มมุมปากชอบใจ
"นี่คุณ แกล้งฉันอีกแล้วใช่ไหม" เสียงเธอแข็ง
"หางเสียงไปไหน พูดกับผู้ใหญ่" เขาถามเสียงเรียบ สายตาไม่ละจากหน้าเธอ
"ชิ! ผู้ใหญ่บางคนก็ไม่น่าเคารพนับถือหรอกนะคะ" เธอสะบัดเสียงใส่ หน้างออย่างไม่ปิดบัง
"ไม่น่าเคารพ แต่น่าขึ้นเตียงด้วยมากกว่าว่างั้น" ยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดเดียว
"นี่คุณ" เธอหันขวับ หน้าแดงลามถึงใบหู ใบหน้าร้อนผ่าว
"ไปอาบน้ำ จะแก้ไหมรายงาน" เขาตัดบทเสียงนิ่ง ทำเอาเธอปรับอารมณ์ไม่ทัน
"ที่คุณพาหนูถึงนี่ เพื่อแก้รายงานอย่างนั้นเหรอคะ" เธอถามกลับ เชิดหน้าสายตาสองคู่จ้องกันเขม็ง
"หรืออยากทำมากกว่านั้นล่ะ ได้นะ ผมไม่ขัด" เสียงเขาต่ำลงนิดเดียวก้มลงกระซิบข้างใบหู ฝ่ามือหนารั้งร่างบางเข้าแนบชิด แขนด้านซ้ายยังอยู่ที่เอวคอด ส่วนมือด้านขวาจับปลายคางเธอเชิดขึ้น ใบหน้าคมเข้มก้มลงจนจมูกแทบชนกัน ริมฝีปากอยู่ห่างกันแค่ลมหายใจกั้น
"เอวา ฉันขอโทษที่ฉันเคยทำผิดต่อเธอ ให้อภัยฉันได้ไหม" เอวาตกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มทำแบบนั้น แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะความเป็นต่างชาติที่มักจะพูดและทำแบบตรงไปตรงมา"ฉันไม่ได้โกรธคุณหรอกค่ะ ที่ฉันเลือกที่จะเดินออกมาจากคุณเพราะฉันต้องการอิสระ ฉันต้องการหลุดพ้นจากคำว่า เมียเดิมพัน" เอวาบอกเหตุผลที่แท้จริงออกไป เจเดนเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังบอกเขาทันที"ฟังนะเอวา เธอไม่ใช่เมียเดิมพัน ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่ตอนที่เธอเอาร่มมากางให้ฉัน เด็กผู้หญิงคนนั้นที่มีรอยยิ้มสดใส ฉันพยายามตามหาเธอมาตลอด แต่ฉันเจอเธอก็ตอนที่บางอย่างมันอาจจะช้าเกินไป ฉันเป็นคนยื่นขอเสนอบ้า ๆ นั่นกับไมค์เอง ไมค์ปฏิเสธฉันหลายครั้งจนฉันบีบบังคับให้ไมค์ยอม เธอคือเมียที่ฉันตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ไม่ใช่เมียเดิมพันอย่างที่เธอเข้าใจ นี่คือคำสารภาพทั้งหมดจากฉัน" เอวาฟังแล้วแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เจเดนบอก"เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหมที่ลูกเลือกจะย้ายมาอยู่เมืองไทย เพราะเธอลูกจึงอยากย้ายมาอยู่เมืองไทย" พ่อเจเดนถามขึ้นหลังจากได้ฟังคำสารภาพทั้งหมดของเจเดน"ครับ นั่นคือเหตุผลทั้งหมด เพราะผมต้องการตามหาเธอและอยู่กับเธอ" ราล์ฟ ไบรอัน ทุกคนไม่เคย
"ลูกแน่ใจใช่ไหมว่าเธอจะอนุญาตให้เราพบ นั่นมันบ้านของเธอเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต" แม่ของเจเดนเอ่ยถาม เพราะที่ฝรั่งเศสกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลนั้นรุนแรงมาก"ผมก็ไม่แน่ใจครับ ถึงต้องให้พ่อกับแม่มาช่วยนี่ไงครับ" แววตาเจเดนแสดงออกถึงความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดี"รถ SUV ค่อย ๆ ชะลอลงหน้าบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมเงียบสงบของหมู่บ้านชานเมืองเชียงใหม่ รั้วไม้เตี้ย ๆ สีขาวล้อมรอบพื้นที่รอบบ้านดอกไม้หลากสีเบ่งบานอยู่ริมแนวรั้ว และที่สวนเล็กข้างบ้านนั้น…ร่างของหญิงสาวในชุดธรรมดากำลังก้มปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองลงดิน เส้นผมถูกรวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง"เอวา" เจเดนก้าวลงจากรถโดยรีรอ รีบกระโดดข้ามรั้วไม้เข้าไปในพื้นที่บ้านโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของบ้านพ่อกับแม่ของเจเดนที่ลงจากรถตามมาต่างเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก“Mon dieu! (พระเจ้า!) เจเดน! ลูกทำอะไรของลูก!”“คุณเห็นไหม! เขาปีนรั้วเข้าไปในบ้านของผู้หญิงคนนั้น” เธอหันไปหาสามี“ที่ฝรั่งเศสแบบนี้เข้าคุกเลยนะ”“หรือถูกยิงด้วยซ้ำ ถ้าเจ้าของบ้านมีปืน” พ่อพูดเสียงนิ่ง ๆ แ
เจเดนยังกอดกระดาษแผ่นนั้นไว้แนบอก พร้อมกับหมอนใบเล็กที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเอวา ไม่มีเสียง ไม่มีคำพูด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่พึ่งบุกรุกเข้ามาในห้อง“เจเดน ลุกไปอาบน้ำ แม่งจะอยู่ในสภาพเน่าเฟะแบบนี้รอให้เธอกลับมาหรือไง” ไบรอันเดินเข้าไปใกล้ แต่มือเจเดนกลับกระชับจดหมายนั้นแน่นขึ้น“เธอไม่อยู่แล้ว…” เสียงเขาแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน“เธอไปแล้ว...เธอพาลูกหนีไปจากกูแล้ว”“งั้นมึงก็ลุกขึ้นสิวะ...ลุกขึ้นไปตามเธอกลับมา” เสียงราล์ฟเข้มขึ้น แววตานั้นจริงจัง“กูไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน”“เธอไม่อยากให้ฉันตามหา”ตอบกลับเสียงแผ่วราวคนหมดแรง มีเพียงน้ำตาเงียบ ๆ ที่ไหลลงจากหางตาของชายผู้ไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็น“นายอยากเจอคุณเอวาไหมครับ” เจมที่ทนเห็นคนเป็นนายอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหว จึงต้องเอ่ยถามคำนี้ขึ้นก่อนเวลาที่เขาคิดไว้“มึงหมายความว่าไงเจม”“ลุกขึ้นไปอาบน้ำ กินข้าว ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ก่อน ผมจะพานายไปเจอคุณเอวาในสภาพไม่นี้ไม่ได้จริง ๆ”“มึงรู้ว่าเอวาอยู่ที่ไหน” ร่างสูงกำยำลุกพรวดพราดขึ้น ออกอาการเซแทบหงายหลัง จนไบรอันต้องรีบพยุงไว้ไม่งั้นคงได้หงายหลังล้มหัวกระแทกพื้น“ครับ ผมสามารถตาม
ไม่มีใครเอะใจ เพราะเคยได้ยินเอวาเล่าถึงว่าแม่ของเธอจากโลกใบนี้ไปแล้ว และในวันนี้...เธอก็ขอใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อบอกลาทุกอย่างเงียบ ๆเจมขับรถไปส่งเธอที่สนามบินตามคำสั่ง เขาไม่รู้เลยว่าครั้งนี้…เธอจะไม่กลับมาอีกแล้วแต่เหมือนเจมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยขึ้นก่อนที่เอวาจะหันหลังเดินจากไป“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเอวานะครับ ของชิ้นนี้ได้โปรดพกมันติดตัวไว้ตลอด ถือซะว่าเป็นของขวัญจากพี่ชายคนนี้ ของสิ่งนี้จะช่วยคุ้มครองคุณเอวาให้ปลอดภัย โชคดีนะครับ เดินทางปลอดภัย”“ขอบคุณค่ะพี่เจม” เอวารับมาแล้วคล้องเข้าที่คอ เพราะของที่เจมให้มานั้นคือสร้อยพระองค์เล็กที่ถูกหลอมขึ้นจากทองคำขาว จากนั้นก็เอ่ยลาแล้วเดินหันหลังเข้าไปด้านในสนามบินเจเดนกลับมาถึงบ้านในช่วงดึก หลังจากประชุมยืดเยื้อเกินเวลา เขาถอดเสื้อสูทลวก ๆ มาถือไว้ในมือ ก่อนก้าวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนอย่างอ่อนล้า เขาเปิดประตูห้องเข้าไปในความมืด แสงไฟจากด้านนอกเล็ดลอดเข้ามา ไม่มีร่างบางนอนอยู่บนเตียง ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งวันเจเดนขมวดคิ้ว เขากวาดตามองไปรอบห้อง รีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัว เขารีบเดินไปที่ตู้เสื้อผ
เธอนั่งพิงหัวเตียง ห่มผ้าคลุมตัวไว้ทั้งที่ไม่หนาวเลยสักนิด สายตาจับจ้องไปยังนาฬิกาบนผนังครั้งแล้วครั้งเล่า ดูเวลาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้ดีว่ามันยังไม่ถึงตอนนั้น อีกแค่ 20 นาทีก็จะถึงเวลาที่หมอหนุ่มจะกลับเข้ามาแจ้งผลตรวจเลือดหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ว่าผลจะออกมาว่าเธอตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม เธอก็ต้องยอมรับผลนั้นให้ได้ แต่เธอยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินออกไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพียงลำพังตัวคนเดียว หรือจะเดินออกไปพร้อมกับลูกในท้อง เพราะฉะนั้นเธอยังไม่พร้อมที่จะให้เขารู้ตอนนี้“คุณคะ” เสียงของเธอดังขึ้นเบา ๆ แทรกความเงียบในห้อง ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอทันที แววตายังคงอ่อนโยน“หืม..หนาวเหรอ หรือว่าปวดหัว มีไข้หรือเปล่า” ฝ่ามือยกขึ้นไปทาบหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทันที“เปล่าค่ะ แต่หนูมีเรื่องอยากรบกวนคุณหน่อยค่ะ”“ว่ามาสิ”“หนูอยากได้ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ที่หนูนอนกอดทุกวัน มันวางอยู่บนเตียงของเรา” เธอรีบตอบ เพราะเตรียมคำพูดไว้หมดแล้ว“ได้ เดี๋ยวฉันกลับไปเอาให้”“ขับรถระวังด้วยนะคะ ไม่ต้องรีบ หนูรอได้ค่ะ” เจเดนโน้มหน้าไปจุ๊บหน้าผากมนหนึ่งครั้ง“ฉันจะรีบกลับมานะ” เอวาพยักหน้าเล
“เอ่อ..เมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ” เธอเอ่ยโกหกเบา ๆ แทบไม่มองหน้าเขา แสงในห้องสลัวเกินกว่าจะเห็นสีหน้าได้ชัด แต่เจเดน เขาแค่ฟังเสียงเธอ เสียงที่สั่นเล็กน้อย...ไม่มั่นใจ...ไม่เหมือนกับเวลาที่เธอพูดความจริง เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ“โอเค ถ้างั้นเธอก็นอนพักเถอะ”“ค่ะ คุณก็ลุกไปนอนที่โซฟาเถอะค่ะ มานั่งหลับอยู่แบบนี้จะปวดหลังเอา” เอวาหันมามองเขานิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนฝ่ามือหนายื่นไปจับมือเล็กแน่น เจ้าของดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องใบหน้าของเธออย่างหนักแน่น สายตาคู่นั้นกำลังบอกอะไรเธอหลายอย่าง“ฉันไม่อยากห่างเธอแม้แต่นาทีเดียว”ตอนเช้าเช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องพักฟื้น กลิ่นยาและแอลกอฮอล์ยังอบอวลอยู่ในอากาศ แต่บรรยากาศภายในห้องกลับนิ่งสงบเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ราล์ฟจะก้าวเข้ามาพร้อมพยาบาลหนึ่งคน“ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่หรือเปล่า” เขาทักสั้น ๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้เตียง“เปล่าค่ะ” เอวาเอ่ยตอบเบา ๆ เจเดนก็พยักหน้ารับคำทักอย่างเงียบ ๆราล์ฟเริ่มตรวจดูอาการเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว วัดชีพจร ฟังเสียงหัวใจ ตรวจม่านตา ทุกอย่างดูเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งเขาวางเคร





![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

