Accueil / วัยรุ่น / อคิราห์คนคลั่งรัก / ตอนที่ 5 ชานมไข่มุก      

Partager

ตอนที่ 5 ชานมไข่มุก      

last update Date de publication: 2025-06-02 23:05:16

    

            “ไปดูตัวมาเป็นยังไงบ้างจ๊ะเพื่อนสาว ไม่ทักมาเลยนะ แสดงว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือใช่ปะ” ประโยคทักทายจากมนที่เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือยามที่เห็นฉันเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะไม้ใน

โรงอาหาร

            “นั่นสิ เงียบไปเลยเกิดไรขึ้นไหม” วิถามเสริมด้วยความอยากรู้

            “ผิดคาดมากเวอร์” ฉันนั่งลงก่อนจะรีบสุมหัวกับเพื่อนสนิททั้งสอง

            “ทำไมอะ เขาหล่อเหรอ”

            “หรือว่าเขาเกิดชอบแกขึ้นมา”

            “หรือว่าแกไปถูกตาต้องใจเขา”

            “หรือเขาเป็นคนที่พวกเรารู้จัก”

            “เดี๋ยว พวกแกใจเย็น ๆ” ฉันรีบยกมือห้ามปรามความคิดของทั้งสองก่อนที่จะไปกันใหญ่มากกว่านี้ ทั้งสองเม้มริมฝีปากแน่นแล้วตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ

            “เล่ามาเลย ๆ ไว” มนเร่งเร้าอย่างตื่นเต้น

            “คืองี้ ลูกชายของเพื่อนแม่ที่ฉันไปเจออะ คือพี่คิณ”

            “อะไรนะ” ทั้งสองอุทานออกมาเสียงดังลั่นพร้อมกันอย่างแตกตื่นจนฉันตั้งรีบยกมือขึ้นปิดริมฝีปากของสองเพื่อนรักเอาไว้ไม่ให้เสียงดัง แล้วหันไปมองคนอื่น ๆ ในโรงอาหารพลางค่อมศีรษะขอโทษขอโพยด้วย

ความเกรงใจ

            “ก็อย่างที่บอกแหละ พี่คิณคือลูกของเพื่อนแม่ฉัน แล้วเขาก็เห็นสภาพน่าอนาถของฉันด้วย” ฉันปล่อยมือออกจากริมฝีปากของเพื่อนทั้งสอง

            “ให้ตายเถอะ” มนบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างเหนื่อยหน่าย

           “แต่ก็ไม่น่าเป็นไรนี่ พี่เขามีแฟนแล้วด้วยต่อให้แต่งตัวสวยยังไงพี่เขาก็ไม่น่าสนใจปะ” วิขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย เป็นประโยคที่เล่นเอาใจเจ็บมากเลยนะวิ

           “แกแต่ว่าพี่คิณเขาไม่ได้คบกับพี่เมนิล”

          “ถามจริงแกรู้ได้ไงวะ” มนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

         “พี่เขาบอกฉันเองอะ พี่เขาบอกว่าแค่บังเอิญไปเจอกันเฉย ๆ”

         “คำพูดของผู้ชายเชื่อได้เหรอ” วิกล่าวเสริม

         “ฉันก็ไม่รู้อะแต่ว่าพี่เขาซื้อเสื้อให้ฉันด้วย”

         “พี่เขาดูไม่ได้จนต้องซื้อเสื้อให้เลยเหรอวะ” มนว่าพลางสายหน้าแล้วกุมขมับด้วยความเหนื่อยใจ

         “ไม่แก พี่เขาชมฉันว่าน่ารักด้วยแหละ” เพื่อนทั้งสองหันมามองฉันอย่างตกตะลึง ใบหน้าของฉันเห่อร้อนยามที่นึกถึงตอนที่พี่คิณเอ่ยชมฉันจนแทบจะหุบยิ้มที่มุมปากไม่ลง

         “มน เราว่านิดาอาการหนักแล้วว่ะ”

         “ฉันก็ว่างั้นแหละ เขาแค่ชมตามมารยาทหรือเปล่า” ฉันหุบยิ้มลงกะทันหันราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางหน้าผาก

         “แล้วขอไลน์กันนี่มันตามมารยาทไหมอะ” ฉันโน้มใบหน้าเข้ามาหาเพื่อนสนิทก่อนจะเอ่ยถามด้วยความรู้สึกประหม่าขึ้นมาซะงั้น กลัวว่าจะต้องคิดไปเองอีกตามเคย

         “ว่าไงนะ” มนเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ

         “พี่เขาขอไลน์ฉัน แกว่าขอตามมารยาทหรือเปล่า”

         “ตอนพี่เขาขอพี่เขาพูดว่าอะไร” มนเค้นถามพร้อมกับชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้

         “ก็พี่เขาบอกว่าเดือนหน้ามีหนังใหม่น่าดู อยากชวนไปดูด้วยกันอะ”

         วิเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนกก่อนจะดึงตัวของมนให้กลับมานั่งที่เดิมอย่าเรียกว่าดึงดีกว่าให้เรียกว่ากระชากจนมนแทบจะตกเก้าอี้

         “แกดึงฉันทำไมเนี่ยยายวิ”

         “พี่คิณมา” พวกเราทั้งสามคนตัวแข็งทื่อก่อนจะหันขวับไปจับจ้องทางชายหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังเดินมาตามลำพัง ร่างสูงสวมใส่เสื้อช็อปของคณะพร้อมกับล้วงมือลงกระเป๋าบนเสื้อช็อปก้าวเดินมา ใบหน้าหล่อยังคงแสดงสีหน้านิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว

         “พี่คิณ มาทำอะไรคะ” ฉันเอ่ยถามหลังจากที่พี่คิณเดินมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะที่กลุ่มฉันนั่งอยู่

         “เมื่อเช้าพี่เดินผ่านร้านชานมพอดีเลยซื้อมาฝาก” พี่คิณวางถุงแก้วชานมไข่มุกสามแก้วลงบนโต๊ะ

         “เฮ้ยอยากดื่มพอดีเลยค่ะ” ดวงตาฉันวาวเป็นประกายจ้องมองชานมไข่มุกร้านโปรดบนโต๊ะด้วยความดีใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นไป “ขอบคุณนะคะ”

         “จะได้ไม่บ่นอยากดื่มชานมไข่มุกตอนเที่ยงคืนอีก” ฉันหรี่ดวงตามองคนพี่อย่างคาดโทษ “ทานให้อร่อยนะ”

         พี่คิณหันมาคลี่ยิ้มจาง ๆ ให้เพื่อนอีกสองคนแล้วหันกลับมาหาฉัน

         “พี่ไปเรียนก่อนนะ” ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของคนพี่เดินออกไปจนลับหายเข้าไปในตึกเรียน

         “มาแค่เนี่ย” มนว่าอย่างเสียดาย “ไหนดูซิมีอะไรกิน”

         “แกบ่นอยากกินชานมไข่มุกตอนเที่ยงคืนกับพี่คิณเนี่ยนะ” วิมองตามแก้วชานมที่ถูกมนหยิบออกมาวางไว้ตรงหน้าเธอ ก่อนจะนำไปวางไว้ตรงหน้าฉัน ส่วนอีกแก้วเธอก็เจาะดื่มเองอย่างสบายอารมณ์

         “ก็คนมันหิวนี่” ฉันบ่นพึมพำก่อนจะดึงแก้วชานมไข่มุกเข้าหาตัวก่อนจะเจาะหลอดแล้วดูดดื่มมันอย่างชื่นใจ ชานมไข่มุกเจ้าโปรดจะเยียวยาคุณเอง

         “เรื่องนิดาบ่นหิวมันไม่แปลกหรอก แต่แปลกที่พี่คิณซื้อมาเนี่ยดิ” วิยกชานมไข่มุกขึ้นมาดื่ม “แถมยังรู้เจ้าโปรดมันด้วยนะ”

         “อะแฮ่ม ๆ” มนกระแอมไออยู่ข้างฉันขณะที่พวกเรากำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน

         “มีอะไร” ฉันกระซิบถามพลางลอบมองอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าห้อง

         “คุยกับใครอยู่อะ ไม่ละสายตาเลยนะ” มนแอบชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของฉันที่อยู่หน้าข้อความแชตของฉันและพี่คิณค้างไว้

         “ทำไมจ๊ะ อิจฉาอะดิ” ฉันยักคิ้วโอ้อวดพลางยืดชูคอขึ้นอย่างภูมิใจ

         “ไหนบอกว่ากลัวพี่เมนิลไง สภาพอย่างนี้ไม่น่ากลัวแล้วนะ” มนว่าก่อนจะหันไปมองตรงยังโพรเจกเตอร์ที่ถูกฉายอยู่ด้านหน้า

         “แต่ฉันพูดจริงนะ” ฉันวางโทรศัพท์มือถือลงก่อนจะแสดงสีหน้าคร่ำเครียด “พอรู้ว่าพี่เมนิลเป็นแฟนเก่าพี่คิณฉันยิ่งรู้สึกลำบากใจยังไง

ก็ไม่รู้อะ”

         “พี่เมนิลเป็นแฟนเก่าพี่คิณเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลย”

         “ฉันก็เพิ่งรู้ตอนพี่คิณบอก เห็นบอกว่าคบกันได้ไม่นาน”

         “แสดงว่าพี่เมนิลก็อาจจะโดนพี่คิณทิ้ง ถึงได้ดูยังชอบพี่คิณอยู่” ฉันถอนหายใจยาว

         “แล้วฉันจะเอาอะไรไปสู้แฟนเก่าเขาเนี่ย”

         “ถ้าแฟนเก่าดีจริงเขาจะเลิกกันทำไมวะ” มนกระทุ้งศอกใส่เรียวแขนของฉันเพื่อเรียกกำลังใจ “มั่นใจในตัวเองหน่อยดิ พี่คิณไม่ได้ดูเจ้าชู้ขนาดที่ตกเหยื่อไปทั่วซะหน่อย”

          “แต่ถ้าพี่เมนิลเอาจริงขึ้นมา ฉันก็ไม่ได้อยากมีปัญหากับพี่รหัสตัวเองนะ”

          “แกจะกลัวอะไรล่ะ พี่รหัสไม่ได้ทำให้แกเรียนไม่จบสักหน่อย”

          “แต่ฉันไม่อยากมีปัญหากับใครตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเรียนนะ” มนถอนหายใจอย่างอารมณ์เสีย

          “นี่ ผีเสื้ออุตส่าห์เข้ามาดมแล้วนะ ถ้าแกเห็นว่าดอกไม้อื่นมันสวยกว่า แกก็ปล่อยไปแค่นั้น” ฉันตีหน้าเศร้าหันมามองเพื่อนสนิทอย่างหมองหม่น

จริงอยู่ที่ว่าพี่คิณทำท่าเหมือนสนใจฉันจริง ๆ แต่แฟนเก่าของพี่คิณเป็นถึง

พี่เมนิลเชียวนะ พี่เมนิลดาวคณะ มาตรฐานสูงขนาดนั้นเขาจะหันมามองเด็กที่ยังไม่โตแบบฉันไปทำไมกันนะ

         “แกคิดว่าพี่คิณเขาสนใจฉันจริง ๆ เหรอ”

         “ฉันเองก็ยังไม่มั่นใจมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะพิเศษกว่าคนอื่นก็แล้วกัน” ฉันพยักหน้ารับช้า ๆ อย่างน้อยก็ยังพอมีหวังขึ้นมาสักหน่อยก็ยังดี

         “นี่พวกแกคุยอะไรกันอะ อาจารย์หันมามองค้อนตั้งหลายรอบแล้ว” วิกระซิบบอกเรียกให้ฉันกับมนกันไปมองหน้าห้องอีกครั้งโดยไม่ปริปากพูดอะไรต่อ

         ฉันกลับมาถึงบ้านก่อนจะวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานข้างเตียงอีกเช่นเคยก่อนจะทิ้งตัวลงไปนั่งบนเตียงนอนนุ่มอย่างเหนื่อยหน่าย

         โทรศัพท์มือถือแจ้งเตือนข้อความเข้าอีกครั้ง ฉันรีบกดเข้าไปดูอย่างไม่รีรอ

         พี่คิณส่งข้อความมา

         [ถึงบ้านหรือยังครับ]

         “ถึงแล้วค่ะ” ฉันพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

         พี่คิณอ่านอย่างรวดเร็วราวกับว่าเปิดแชตค้างไว้ สักพักก็มีสายเรียกเข้าโทร.เข้ามาทำเอาฉันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตกใจ

          พี่คิณโทร.มา กรี๊ดดด

          ฉันรีบกดปุ่มรับโทรศัพท์อย่างฉับไว

          “สวัสดีค่ะพี่คิณ”

          [ถึงบ้านแล้วเหรอ]

          “ค่ะ ถึงแล้วค่ะ พี่คิณล่ะคะ กลับบ้านหรือยัง” ฉันพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหวเพราะความตื่นเต้น ต้องไม่ให้พี่คิณรู้ว่าตอนนี้ฉันแทบจะดีดดิ้นบนเตียงนอนนุ่ม

          [ถึงแล้วล่ะ เป็นไง ชาเมื่อเช้าอร่อยไหม]

          “อร่อยมากเลยค่ะ ต้องขอบคุณพี่มากนะคะที่ส่งชานมเจ้าโปรดมาเยียวยาหนู” ฉันแอบได้ยินเสียงพี่เขาคำในลำคอเล็ดลอดมาจากปลายสาย ทำเอาฉันยิ้มไม่หุบเลย

          [ยังไงตอนเช้าพี่ก็ต้องผ่านอยู่แล้วเดี๋ยวพี่ซื้อไปฝากแล้วกัน]

          “ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ หนูเกรงใจอะ อีกอย่างให้ดื่มชานมไข่มุกทุกวันหนูกลัวว่า หนูจะอ้วนอะสิ”

          [ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่ว่าแบบนี้ก็น่ารักดีนิ]

           ใบหน้าของฉันร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างกับกระทะร้อน ฉันรีบลุกขึ้นมาส่องตัวเองในกระจกพวงแก้มขาวของฉันขึ้นสีชมพูระเรื่อขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด

           “แล้วถ้าเกิดว่าฉันอ้วนขึ้นแล้วไม่มีใครจีบ หาแฟนไม่ได้พี่จะรับผิดชอบฉันไหมคะเพราะพี่เป็นคนทำให้ฉันอ้วนน่ะ”

           [ให้พี่รับผิดชอบยังไง]

           “อืมมม” ฉันลากเสียงยาวพลางใช้สมองครุ่นคิด

           [พี่รับผิดชอบเราได้นะ อยากทานอะไรล่ะเดี๋ยวพี่ทำให้]

           “พี่คิณทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ” ฉันตาประกายลุกวาวเมื่อได้ฟัง

           [ทำได้สิ พี่รับผิดชอบให้เราทานอิ่มได้ทุกมื้ออยู่แล้ว]  

           “นี่พี่จะขุนหนูจริง ๆ เหรอคะเนี่ย” ฉันแอบขำออกมาเบา ๆ

            [แน่นอน อยู่กับพี่ไม่อดตายหรอกมีแต่อ้วนขึ้น]  

            “หนูอยากทานไข่เจียว”

            [ง่าย ๆ เดี๋ยวพี่ทำไปให้พรุ่งนี้ แค่นี้ก่อนนะพี่ต้องไปทำงานต่อ] 

            “ค่ะ แค่นี้นะ” ฉันรีบกดวางสายก่อนจะยกมือขึ้นมาทาบแนบอกภายในหัวใจเต้นตึกตักระรัวจนเหมือนว่ามันกำลังจะทะลุออกมาระเบิดนอกร่างอย่างนั้นแหละ

            นี่ฉันกำลังจะได้กินไข่เจียวฝีมือพี่คิณจริง ๆ เหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อ

            ไม่สิ ไม่ ๆ ๆ แค่ได้โทร.คุยกับพี่คิณแค่นี้ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อมากพอยู่แล้ว

             ฉันเหลือบไปมองร่มคันนั้นที่พี่คิณให้มาในวันฝนตกหนัก มันยังคงถูกแขวนไว้ที่ข้างโต๊ะทำงานโดยไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งกับมัน

            ถ้าพี่คิณจะน่ารักขนาดนี้ ให้หนูไปแย่งชิงกับพี่เมนิลหนูก็ยอมค่ะ

            ฉันรีบเด้งตัวตรงก่อนจะเดินกลับเข้ามานั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องไปยังแล็ปท็อปที่ถูกวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเอื้อมไปเปิดมันขึ้นมาแล้วเข้าไปส่องสื่อโซเชียลของพี่เมนิลสักหน่อย

            โอ้โหคนติดตามหลักหมื่น คนกดใจเป็นพัน

            ฉันอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

            แล้วฉันจะสู้เขาได้ยังไงเนี่ยยย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนพิเศษ 2  Wedding Day

    “โอ๊ย ตื่นเต้นอะแก” ฉันเดินวกไปวนมาอย่างตื่นเต้นในห้องแต่งตัวโดยมีเพื่อนสาวสองคนของฉันคอยตามประกบ “แกใจเย็น ๆ ก่อนได้ไหมเนี่ยเดี๋ยวชุดพังหมด” มนบ่นเหมือนแม่ตามเคยแถมยังคอยเดินตามจัดชุดให้ฉัน “งานแต่งงานทั้งทีเลยนะเว้ยจะไม่ตื่นเต้นได้ยังไง” “เรารู้ว่าแกอะตื่นเต้น แต่ช่วยอยู่เฉย ๆ ให้พี่ช่างแต่งหน้าซับหน้าก่อนได้ไหม” วิยื้อแขนของฉันไว้พลางพยักเพยิดหน้าไปทางพี่ช่างแต่งหน้าที่ถือแปรงรออยู่นานสองนาน “อุ๊ย ขอโทษค่ะ” ฉันรีบผงกหัวขอโทษแล้วเข้าไปนั่งที่หน้ากระจกเหมือนเดิม “ไม่เป็นไรค่ะคุณน้อง เจ้าสาวส่วนมากที่พี่เห็นก็อาการเหมือนน้องนี่แหละค่ะ เดี๋ยวพอเข้าไปเจอเจ้าบ่าวก็ดีขึ้นเอง” “พี่คิณหล่อมาก ฉันแวะไปดูมาแล้ว” มนก้มลงมากระซิบฉัน “พี่คิณก็หล่ออยู่แล้วปะ แฟนฉันทั้งคน” ฉันแอบขิงใส่เพื่อนสนิทจนเพื่อนสาวทั้งสองแอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้ พี่ช่างแต่งหน้าเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา สงสัยคงเจอมาเยอะแล้วละมั้ง พอช่างแต่งหน้าซับหน้าแล้วแต่งเพิ่มใ

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนพิเศษ 1 Will you marry me?

    ห้าปีต่อมา ฉันเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาได้ปีกว่าแล้ว และเข้ามารับช่วงต่อในบริษัทของผู้เป็นพ่อ ยอมรับเลยว่างานค่อนข้างหนักหน่วงเสียจนฉันแทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อน หรือแม้แต่ออกไปเที่ยวเล่น ทานข้าว ดูหนังกับพี่คิณเลยสักนิด เมื่อก่อนพี่คิณแบ่งเวลาให้ฉันได้ยังไงกันนะ ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าเวลาแทบจะจับโทรศัพท์ยังจะไม่มี “คุณฐานิดาคะ คุณอคิราห์ติดต่อมาว่าติดต่อคุณไม่ได้ค่ะ” เลขาฯสาวเดินเข้ามาในห้องก่อนที่ฉันจะเงยหน้าขึ้นไปมอง พอได้ยินฉันก็รีบเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะข้างกองเอกสารกองโตขึ้นมาดู ให้ตายสิ ลืมนัดพี่คิณไปได้ยังไงเนี่ย “ขอบคุณที่เข้ามาบอกนะ เดี๋ยวฉันขอโทร.หาพี่เขาก่อน” เธอพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ฉันรีบกดโทรศัพท์แล้วโทรหาแฟนหนุ่มทันทีด้วยความรู้สึกผิด ไม่นานนักพี่เขาก็รับสาย [สวัสดีครับ] “พี่คิณ วันนี้หนูคงไปทานอาหารด้วยไม่ได้แล้วนะคะ พอดีว่าหนูมีประชุมตอนเย็นอีก” [อ่า... เหรอครับ] “หนูขอโทษนะ”

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 25 The End

    “ทะเล” ฉันลากเสียงยาวพลางวิ่งลงจากรถแล้วด้าวเท้าเข้ามาเหยียบบนหาดทรายขาวละเอียดนำหน้าพี่คิณที่กำลังก้าวเท้าลงจากรถตู้ พวกเราเดินทางกันมาหลายคนเลยตัดสินใจที่จะเหมารถตู้มาสองคันเพื่อลดปริมาณรถลง ถ้าต้องขับมาเองได้มาเป็นขบวนแน่ ประหยัดน้ำมันแถมรักโลกด้วย “ยายนิดาเดินดี ๆ เดี๋ยวล้ม” มนเดินตามฉันเหมือนแม่ ในมือประคองหมวกกันแดดบนศีรษะหวั่นจะปลิวไปตามสายลมที่พัดพลิ้ว “มาทาครีมกันแดดด้วย” “ฉันไม่ชอบอะมันเหนียว” “ทา ๆ ไปเถอะ ผิวไหม้ขึ้นมาอย่ามาบ่นนะ” ฉันได้แต่เบะปากมองบนอย่างไม่พอใจในขณะที่มนบีบครีมใส่มือแล้วมาลูบทาบนแขนของฉันยกใหญ่ เหมือนแม่เลยจริง ๆ “พวกเราไปถ่ายรูปตรงนั้นกันไหม” วิชี้ไปทางโขดหินก้อนใหญ่ก่อนพวกเราจะเดินย่ำหาดทรายเพื่อไปถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน “ห้องนอนได้ห้องละสองคนนะ” พี่คุณเดินมาพร้อมกับกุญแจห้อง “ฉันนอนกับนิดานะคะ” พี่ธิดาว่าพลางเดินเข้ามากอดคอฉัน “ได้ค่ะ” ฉันส่งยิ้มรับ “แล้วพี่นอนกับใครล่ะ” พี่คุณเอ่ยทักท้วง ได้ข่าวว่าหลังจากที่พี่ธิดาเรียนจบทั้งส

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 24 เรียนจบ

    “หยุดยาวนี้ไปเที่ยวทะเลกันไหม” ฉันพลิกตัวมานอนค่ำบนเตียงนอนในขณะที่เพื่อนของฉันอีกสองคนกำลังนอนเปื่อย ๆ ในห้องนอน คอนโดฯ ของมน เจ้าของห้องนอนไถโซเชียลไปมาในขณะที่วิกำลังนอนอ่านหนังสืออย่างเบื่อหน่าย “พ่อฉันอะไม่เท่าไร แต่พ่อแกกับพ่อวิจะให้ไปเหรอ” มนเลิกคิ้วพลางเอ่ยถามทั้งฉันและวิ “หยุดยาวป๊าไปต่างประเทศ แอบไปเขาก็ไม่รู้หรอก” วิพูดพร้อมกับปิดหนังสือในมือลงเพื่อหันมาให้ความสนใจ “ใครสั่งใครสอนให้ลูกฉันเป็นเด็กใจแตกเนี่ย” มนเอ่ยแซว แต่กับเรียกสายตาของฉันและวิให้หันไปจ้องมองจนคนที่ถูกจับจ้องกระพริบตาถี่รัวอย่างประหม่า “แล้วแกล่ะนิดา พ่อแกให้ไปเหรอ” “พี่คิณบอกว่าจะไปขอพ่อให้” “แกคิดว่าพี่คิณจะขอพ่อแกได้เหรอ พ่อแกเขาก็ดูไม่ค่อยปลื้มที่แกมีแฟนสักเท่าไรนะ ถ้าไม่ติดที่เกรงใจแม่แกอะ” วิว่าอย่างขำขัน ฉันเองก็ขำพอกัน พ่อฉันหวงฉันมาก ๆ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่พอแม่เล่าให้ฟังฉันก็กระจ่างแจ้งเลย เพราะตอนเป็นวัยรุ่นพ่อเจ้าชู้มาก ๆ พ่อเลยกลัวว่ากรรมจะตามสนองกลัวว่าฉันจะเจอผู้ชายที่ไม่ดี แต่แม่ก็ได้ล้างบาปใ

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 23 เข้าใจ

    “อยากไปเที่ยวทะเลชะมัดเลย” ฉันไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือดูโซเชียลไปมาอย่างเบื่อหน่าย ตอนนี้ฉันสอบเสร็จหมดแล้วเตรียมที่จะขึ้นปีสองอย่างสมบูรณ์ ส่วนพี่คิณน่ะเหรอก็วุ่นอยู่กับโปรเจกต์จบจนแทบจะไม่มีเวลาแม้แต่จะนอนพักเสียด้วยซ้ำ “ไว้พี่เรียนจบแล้ว เราไปด้วยกันนะคะ” พี่คิณยกยิ้มมุมปากพลางยกมือขึ้นมาลูบหัวฉันเบา ๆ “ฉันอยากให้พี่ไปพักผ่อน ทำไมถึงได้ลากฉันมาดูหนังได้ล่ะคะเนี่ย” ฉันเลิกคิ้วขึ้นถาม ถึงแม้ในใจจะดีใจมากก็ตามที “ช่วงนี้เราไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่ด้วยกันเลย พี่เลยหาเวลามาอยู่กับหนูไงคะ” “แฟนใครเนี่ยน่ารักจัง” ฉันกอดแขนของคนพี่พลางซบใบหน้าลงกับไหล่แกร่ง ช่วงนี้พี่คิณดูผอมลงหรือเปล่านะ ต้องเป็นเพราะพักผ่อนไม่พอแน่ ๆ “ไปดูหนังกันเถอะครับ หนังจะเข้าแล้ว” “โอเคค่ะ” พี่คิณพาฉันเดินเข้ามาในโรงหนัง พวกเรานั่งดูภาพยนตร์จนจบเรื่องก่อนจะเดินออกมาจากโรงหนัง หนังเรื่องเมื่อกี้เป็นหนังที่ฉันอยากดูมากแล้วพี่คิณก็ตามใจพาฉันมาดูเพราะรู้ว่าฉันชอบดูหนังผีมากแค่ไหนถึงพี่คิณจะแอบกลัวผีอยู่หน่อย ๆ ในโรงหนังเมื

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 22 สัญญานะคะ

    ฉันค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สายตาพร่ามัวมองเพดานห้องสีขาวที่ลอยไปมาในอากาศก่อนจะกลับมารวมกันจนเห็นเป็นภาพได้ชัดเจน ฉันขยับตัวเล็กน้อยเพื่อขจัดความเมื่อยล้าแต่กับถูกแรงรัดจากวงแขนของใครบางคนดึงร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันเข้ามาแนบชิดเนื้อหนังอุ่น เดี๋ยวนะ ที่เมื่อคืนฝันว่างูรัดไม่ใช่งูจริง ๆ หรอกเหรอ ฉันลืมตาโพลงขึ้นมาอย่างตกตะลึงสายตาก้มลงมองร่างกายของตัวเองที่ขลุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาก่อนจะบกมือขึ้นมาหยิบมันขึ้นอย่างลุ้นระทึก ร่างกายเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าปกคลุมทั้งฉันและชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้าง ๆ ยิ่งตรอกย้ำว่าเมื่อคืนนั้นเป็นเรื่องจริง บทเพลงรักอันเร่าร้อนที่ถูกบรรเลงขึ้นเมื่อคืนมันเป็นเรื่องจริง เมื่อฉันตั้งสตินึกถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาอย่างแจ่มชัด ใบหน้าของฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกับมีแสงแดดมาส่องหน้า “พี่คิณคะ” ฉันเขย่าปลุกอีกฝ่าย “อือ” พี่คิณส่งเสียงครางต่ำในลำคออย่างไม่พอใจยิ่งซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอของฉัน ลมหายใจอุ่นรินรดต้นคอเสียจนมันจั๊กจี้ในหัวใจ “ตื่น

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 21 คืนนี้

    ฉันจ้องมองรุ่นพี่สาวที่ยืนเขย่งกอดคอพลางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของแฟนหนุ่มของฉัน ฉันคงไม่ได้นึกร้อนอกร้อนใจมากขนาดนี้หากไม่ได้รับคำเตือนจากศัตรูหัวใจอย่างพี่เมนิลมาก่อนหน้านี้ ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อหญิงสาวคนนั้นคือพี่ธิดา “พี่คิณคะ” ฉันรีบเดินเข้าไปก่อนจะดึงแขนของพี่คิณออกมาพี่

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 11 เพื่อน     

    วันนี้ฉันถูกเพื่อนรักทั้งสองมาหาที่บ้านก่อนจะลากฉันขึ้นจากที่นอนยัดเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะจับฉันแต่งตัวแต่งหน้าแล้วพาฉันมาอยู่บนรถเก๋งที่มีคนขับรถจากบ้านของวิเป็นคนขับ ฉันกวาดตามองเพื่อนทั้งสองด้วยความสงสัย “พวกแกจะพาฉันไปไหนเนี่ย” ฉันเอ่ยถามอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เพื่อนสาวทั้งสอ

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 6 ข้าวกล่อง               

    “นี่ข้าวเช้า” ตั้งแต่วันนั้นพี่คิณก็เอาข้าวเช้ามาส่งให้ฉันทุกวันที่ฉันมีเรียนในตอนเช้า “ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มรับพลางมองตามแผ่นหลังกว้างของหนุ่มรุ่นพี่เดินออกไป “พี่คิณเขาไม่ไปฝึกงานเหรอ เห็นมาที่คณะได้ทุกวัน” มนเอ่ยถามขณะนั่งดื่มกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉัน “เห็นพี่คิณบอก

  • อคิราห์คนคลั่งรัก   ตอนที่ 4 ดูตัว (2)         

    “ไปเดินเล่นกันไหม” “คะ?” ถ้อยคำเชิญชวนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยทำเอาฉันต้องถามกลับอีกรอบให้แน่ใจ “ไปเดินเล่นด้วยกันหรือเปล่า พวกแม่ ๆ เขาคุยกันอยู่ ไม่อยากไปขัดท่าน” “เอ่อ... ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับอย่างเหนียมอายก่อนจะเดินข้างพี่คิณออกไป แล้วเดินไปเรื่อย ๆ ตามทางเดิน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status