แชร์

บทที่ ๒ พี่หมอครับ (2/4)

last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-15 08:00:36

‘วิภาโภชนา’ ถ.เยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๔๙๑

“ถ้าเป็นไปได้...ขอเลือกนอนที่นี่ได้ไหม?”

“ไม่ใช่ว่าคุณน้ำมีคนรักอยู่แล้วเหรอครับ?”

ปลื้มถามด้วยความกระอักกระอ่วน หากอีกฝ่ายยังมีเจ้าของอยู่แล้วมาทำแบบนี้ เขาจะไม่เล่นด้วยเป็นอันขาด ยิ่งฝั่งนั้นมียศสูง ต่อให้เป็นผู้แพ้สงครามก็คงมีอำนาจเหลืออยู่ในมือ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ไม่ใช่ตัวเขาหรอกที่มีปัญหา คุณหมอต่างหากจะเป็นอันตราย

“เรียกพี่ก่อนสิ เดี๋ยวเล่ารายละเอียดให้ฟัง”

เอาละ จะให้เขาตายวันนี้ให้ได้เลยใช่ไหม คิดว่าสวยน่ารักแล้วจะทำตามใจได้หรือไร

“พี่อยากนอนที่นี่ใช่ไหมครับ”

“อื้อ!”

เอาเลย จะทำอะไรก็ทำไปเลย เขาจะยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้เอง

“ถ้าบอกว่าให้นอนห้องผม จะรังเกียจไหมครับ”

“เรารู้แล้วนี่ว่าพี่มาที่นี่เพราะอะไร ยังต้องถามอีกเหรอ?”

ปลื้มอยากจะตะโกนออกมาเหลือเกิน เป็นกรรมของเขาหรือไรที่เคยไปตามจีบคุณหมอเจ้าตั้งแต่เมื่อก่อน จนตอนนี้อีกฝ่ายกลับมาเอาคืน ยิ้มแบบนั้นทำคนตายได้เลยนะ

ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อ เลือกยกถาดขนมน้ำชาขึ้นจากโต๊ะ กล่าวในลำคอให้นายแพทย์เดินตามขึ้นชั้นสามของบ้านด้วยใบหูและลำคอแดงเถือก

“ผมต้องลงไปเก็บร้านต่อ พี่นั่งรอสักครึ่ง...หนึ่งชั่วโมงนะครับ ส่วนห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดอยู่ชั้นสองสุดทางเดินครับ”

“อือ สู้ ๆ นะ”

พี่หมอกล่าวเสร็จทันใดนั้นประตูก็ปิดดังปึง ทำคนในห้องแอบหัวเราะในลำคอ ตั้งแต่มาถึงเด็กคนนั้นทำเขาหลุดยิ้มไปไม่รู้ตั้งเท่าไร ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมาเขามีความสุขแทบจะนับครั้งได้

เมื่อมีโอกาสได้มาอยู่คนเดียวถึงถือโอกาสมองสำรวจรอบห้องนอนส่วนตัว ด้วยตำแหน่งร้านคือตึกแถวหนึ่งคูหา ชั้นแรกและชั้นสองเป็นพื้นที่รับรองลูกค้า ขึ้นมาชั้นสามก็ถูกแบ่งสัดส่วน มีห้องพระ ห้องเก็บของ ดังนั้นห้องนอนนี้จึงเล็กกะทัดรัด ผนังปูนเปลือยที่ฉาบแบบหยาบ ๆ เผยให้เห็นร่องรอยของกาลเวลา บางจุดมีรอยปูนกะเทาะเล็กน้อยตามขอบหน้าต่างไม้ที่เปิดออกรับลมยามบ่าย พัดเอาไอร้อนระอุของพระนครยามเย็นให้ทุเลาลงบ้าง แสงแดดส่องลอดเข้ามา สร้างเงาของบานเกล็ดและเหล็กดัดลายเรียบทาบทับลงบนพื้นไม้ที่ขัดจนขึ้นเงาประดับรอยขีดข่วนตามการใช้งาน

มุมหนึ่งของห้องมีฟูกบาง ๆ ปูทับด้วยผ้าขาวม้าผืนเก่าที่ซักจนซีด แต่ยังคงความสะอาดสะอ้าน หมอนหนุนใบเดียวและผ้าห่มผืนไม่หนานักพับเก็บไว้อย่างเรียบร้อยปลายเตียง ข้างกันเป็นโต๊ะไม้ขนาดเล็ก มีลิ้นชักสองช่อง ด้านบนวางโคมไฟตะเกียงน้ำมันหนึ่งอัน

เก้าอี้ที่เขานั่งอยู่เองเป็นเก้าอี้หวายวางชิดกับชั้นไม้สำหรับวางหนังสือทั้งจีนไทยปะปนกันอยู่มุมหนึ่ง เลื่อนสายตามาข้างกันจะเจอตู้เสื้อผ้าไม้สักบานคู่ตั้งชิดผนัง นอกจากนี้ปกติแล้วห้องน้ำในตึกแถวมักจะอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ทว่าที่นี่คือร้านอาหารที่มีชื่อเสียงพอสมควร จึงมีการขยายพื้นที่ขึ้นมาชั้นสอง และเพิ่มจำนวนห้องน้ำเพื่อเสริมการบริการไปอีกระดับ

น้ำไม่กล้าจับต้องสิ่งของภายในห้องมากมายนัก จึงใช้เวลาระหว่างรอคนเด็กกว่า หันมาจัดแจงย้ายสัมภาระออกจากกระเป๋า ไหน ๆ อีกฝ่ายก็ยอมให้เขาร่วมนอนด้วยแล้วในคืนนี้ ทว่าในคืนต่อไปเขาคงต้องคิดหาห้องเช่าใกล้ ๆ จะได้ไปมาหาสู่ได้สะดวก อย่างไรจุดประสงค์ที่เขาพาตัวเองมายังที่แห่งนี้ก็เพื่อครอบครองเด็กคนนั้น ในตอนที่มีโอกาส

“เฮ้อ...”

ว่าแล้วก็ชวนให้นึกถึงอดีต หากในตอนนั้นเขาไม่มีพันธนาการผูกมัดเอาไว้ คงสามารถสานสัมพันธ์กับเด็กคนนั้น และมีชีวิตเป็นสุขไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน คิดผิดจริง ๆ ที่หลงเชื่อผิดคน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๘ ลิงแก้มแดง (5/5)

    “เรามาดื่มกันดีไหมครับ?”“แก้ว พี่ว่าตัวนี้แรงไปหรือเปล่า”“ถ้าไม่แรงแล้วฉันจะซื้อมาทำไมล่ะจ๊ะ”“พี่ให้แก้วเดียวใส่น้ำแข็ง”คุณครูนาฏศิลป์หน้าบึ้งพองแก้มเหลือบหางตามองพ่อนักแสดงอดีตทหาร ไม่ว่าจะครั้งไหน ๆ มักจะห้ามนู่นห้ามนี่ไปหมด แต่ถ้าไม่ทำตามก็ชอบเข้ามาวอแวรบกวนการนอนอยู่ร่ำไป แล้วแก้วมันจะเลือกอะไรได้บ้างเล่า รู้แบบนี้ไม่น่าไปหลงเชื่อคารมสมัยจีบกันเลย!ในทางตรงกันข้ามดินก็รู้ดีว่าคนรักตัวเองเป็นแม่ตัวดื้อแค่ไหน เขารู้มาจากครูที่โรงเรียนตลอดว่าแก้วมักชอบไปงานสังสรรค์และสนุกอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ก็พอทราบที่มาเพราะเป็นเขาเองที่ไม่ค่อยกลับมานอนบ้าน ปล่อยให้แก้วต้องเหงาจนกลับไปพึ่งน้ำเมา แต่พอกลับมานอนบ้านได้ทุกวันแก้วก็กลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว“อ๊ะ! คุณน้ำมาดื่มด้วยกันดีไหมครับ?”“ของดก่อนแล้วกันครับ พอดีช่วงนี้ต้องดูแลสุขภาพแล้ว”คุณหมอปฏิเสธด้วยความเกรงใจ คราวก่อนที่มาเราเองก็เผลอดื่มตามน้ำไปแก้วสองแก้วพอให้กรึ่ม แต่ช่วงนี้ที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนก็ไม่อยากเสพของมึนเมาแล้วไม่ว่าคุณครูนาฏศิลป์จะพยายามชวนเท่าไรแต่นอ

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๘ ลิงแก้มแดง (4/5)

    “ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมแรงเยอะเป็นพิเศษเลย”“แบบนี้ก็ได้เหรอ”พี่หมอกลั้วหัวเราะคิกคักในลำคอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ปลื้มระแวงทุกคนที่เดินผ่านพี่หมอและหน้าละอ่อนกว่า ไม่ว่าจะเป็นดาราหน้าใหม่ตรงโต๊ะทางเข้าที่ชอบยื่นมือมารับจานจากพี่แบบถึงเนื้อถึงตัว หรือจะเป็นไอ้เด็กไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าจากโต๊ะกลางโถงที่ชอบชวนพี่คุย เขาจะไม่ยอมให้พี่ไปจากเขาหรอก เด็กคนเดียวที่พี่น้ำจะกินได้ต้องเป็นเขาเท่านั้น!คุณหมอร่างโปร่งพอได้มานั่งมองเจ้าลิงจ๋อขมวดคิ้ว ขู่ฟ่อแขกที่มักข้องเกี่ยวกับเขาเป็นพิเศษก็อมยิ้ม เรามองออกตั้งแต่อีกฝ่ายอารมณ์ไม่ดีที่เขาโดนทาบทามแล้ว คราวนี้ยังจะมาหึงคนอื่นที่ชวนเขาคุยอีก ช่างน่ารักเสียนี่กระไร. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .หลังจากงานเลี้ยงเลิกราพร้อมการจ่ายเบี้ยรายวันให้แด่ลูกจ้าง เราก็ได้รับคำเชิญจากคุณแก้วให้ไปพักที่บ้านก่อนเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น จะได้ไม่ต้องเสียค่าที่พัก เพราะที่เรือนนั้นมีห้องนอนสำรองเตรียมไว้รับแขกอยู่ พอสำหรับสามคนสำหรับตัวเขา ปลื้ม และเด็กชายเผิงปลื้มไม่ค่อยสบอารมณ์นักที่จะม

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๘ ลิงแก้มแดง (3/5)

    “เผิง ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วเหรอครับ?”“สิบขวบ”แม้จะมีเด็กคนอื่นมาช่วยปลื้มบ้าง แต่เด็กคนนี้มักจะมาช่วยทำงานเดินจานอยู่ตลอดหากมีโอกาส เป็นเด็กน้อยที่ขยันและโตเกินวัย ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่ชอบทำสายตาเบื่อโลกไม่ใคร่พูดจานัก เว้นเสียแต่จะมีขนมมาล่ออย่างเช่นคราวนี้ที่เขาบังเอิญซื้อตังเมกรอบติดกระเป๋าเอาไว้ แต่ลืมไปว่าตัวเองต้องงดน้ำตาลเพื่อรักษาสุขภาพ“เดินทางมาไกลแบบนี้ไม่คิดถึงบ้านเหรอครับ?”“พรุ่งนี้ก็ได้กลับแล้ว”“เก่งจังเลย”คำพูดคำจาของเผิงค่อนข้างห้วนสั้น แต่แววตากลับไม่ได้ดื้อรั้นแต่อย่างใด คงเพราะที่บ้านส่งเรียนได้ถึงแค่ประถมสาม ก่อนจะต้องออกมาช่วยที่บ้านทำงาน ช่างเป็นเด็กที่ขยัน กตัญญู และน่าสงสารในเวลาเดียวกันเสียจริง เพราะแบบนี้เราจึงอยากหาขนมอะไรมามอบให้เป็นรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกจากเงินรายวันของปลื้มเมื่อถึงเวลาเริ่มงานเดินจานอย่างเป็นทางการ ปลื้มในส่วนงานครัวที่มองพี่น้ำไปก็จับสังเกตอะไรได้บางอย่าง เราตระหนักรู้มาเสมอว่าพี่น้ำเป็นคนหน้าตาดีมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งยิ่งสวยเพิ่มขึ้นมากตามอายุ แม้มีริ้วรอยตามใบหน้าแต่กลั

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๘ ลิงแก้มแดง (2/5)

    “สิบขวบ”แม้จะมีเด็กคนอื่นมาช่วยปลื้มบ้าง แต่เด็กคนนี้มักจะมาช่วยทำงานเดินจานอยู่ตลอดหากมีโอกาส เป็นเด็กน้อยที่ขยันและโตเกินวัย ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่ชอบทำสายตาเบื่อโลกไม่ใคร่พูดจานัก เว้นเสียแต่จะมีขนมมาล่ออย่างเช่นคราวนี้ที่เขาบังเอิญซื้อตังเมกรอบติดกระเป๋าเอาไว้ แต่ลืมไปว่าตัวเองต้องงดน้ำตาลเพื่อรักษาสุขภาพ“เดินทางมาไกลแบบนี้ไม่คิดถึงบ้านเหรอครับ?”“พรุ่งนี้ก็ได้กลับแล้ว”“เก่งจังเลย”คำพูดคำจาของเผิงค่อนข้างห้วนสั้น แต่แววตากลับไม่ได้ดื้อรั้นแต่อย่างใด คงเพราะที่บ้านส่งเรียนได้ถึงแค่ประถมสาม ก่อนจะต้องออกมาช่วยที่บ้านทำงาน ช่างเป็นเด็กที่ขยัน กตัญญู และน่าสงสารในเวลาเดียวกันเสียจริง เพราะแบบนี้เราจึงอยากหาขนมอะไรมามอบให้เป็นรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกจากเงินรายวันของปลื้มเมื่อถึงเวลาเริ่มงานเดินจานอย่างเป็นทางการ ปลื้มในส่วนงานครัวที่มองพี่น้ำไปก็จับสังเกตอะไรได้บางอย่าง เราตระหนักรู้มาเสมอว่าพี่น้ำเป็นคนหน้าตาดีมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งยิ่งสวยเพิ่มขึ้นมากตามอายุ แม้มีริ้วรอยตามใบหน้าแต่กลับยิ่งเสริมเสน่ห์ชวนมอง และพวกผู้กำกับผู้จัดทำภาพยนตร์เองก็คงเห

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๘ ลิงแก้มแดง (1/5)

    “สุดท้ายก็ทำทันส่งจนได้ ขอบคุณพี่มากเลยนะครับ”ปลื้มดีใจน้ำตาคลอหลังขนกล่องขนมขึ้นท้ายรถลูกค้าเสร็จ งานที่คิดว่าจะทำเสร็จเส้นยาแดงผ่าแปดกลับสามารถเสร็จได้โดยมีเวลาเหลือตั้งหนึ่งวัน หากวันนั้นพี่น้ำไม่อาสาช่วยนำไส้ขนมไปห่อให้ละก็มีหวังเราได้เสียลูกค้าเงินหนาไปแน่“ทีนี้เราขึ้นไปพักเถอะ เดี๋ยววันนี้พี่ดูคุณป๊าให้เอง”น้ำกล่าวพลางลูบศีรษะเด็กน้อยเป็นการชมเชย นับเป็นเรื่องดีอีกอย่างที่ลูกค้านัดรับขนมในวันหยุด หากเป็นวันเปิดทำการทั้งพ่อค้าลูกค้าคงไม่มีเวลาตรวจสอบหรือพูดคุยถึงคำสั่งซื้อในอนาคตหรอก“รบกวนด้วยนะครับ เดี๋ยวผมตั้งหม้ออุ่นกับข้าวเอาไว้ให้”“ขอบใจนะ”‘กริ๊ง! กริ๊ง!’ เมื่อสิ้นเสียงพูดโทรศัพท์ร้านก็มีสายเรียกเข้า ทำให้พ่อครัวร่างสันทัดจากที่จะได้มีช่วงเวลาหวาน ๆ ร่วมกับพี่หมอ ต้องวิ่งแจ้นมารับสายจับปากกาจดกิจธุระ ส่วนน้ำก็มองไปยิ้มไปพลางคิดว่าปลื้มตอนทำงานขยันขันแข็งแบบนี้มองทีไรล้วนเพลินตายิ่งน้ำลากเก้าอี้ใต้โต๊ะมานั่งรอเด็กเข้าครัวเตรียมอาหาร ทว่าเมื่อปลื้มหันหลังเดินกลับมาเขาจึงตาโตด้วยความสงสัย เรื่องน่ายินดีอะไรกันที

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๗ เห็นชอบ (4/4)

    เมื่อเรียนจบออกมา ผลงานก็ไม่ได้เด่นอย่างที่ป๊าคาดหวัง ถึงกระนั้นตัวเราที่โตขึ้นจากเด็กเป็นผู้ใหญ่คงทำให้ป๊าไม่ได้สนใจเขามากนัก เราซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ในแง่บวกกับป๊าเท่าไรจึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปเข้าร่วมสงครามที่ประเทศจีนทันทีที่ได้ทราบข่าว แม้ใจจะไม่ได้รู้สึกฮึกเหิมกับการรบมากนัก แต่เมื่อหันกลับไปมอง เราคงทำไปเพื่ออย่างน้อยป๊าจะภาคภูมิใจในตัวเขาบ้างหลังได้รับการเลื่อนขั้น แม้จะเป็นยศต๊อกต๋อยที่อาจแลกมาด้วยชีวิตก็ตามถือเป็นโชคดีที่เราสามารถเอาชีวิตรอดจากสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สองมาได้ และแม้ในนามของสยามประเทศจะแสดงตัวเป็นกลาง และพวกเขาชาวจีนก็สมัครอาสาไปร่วมเป็นกำลังรบของทางฝั่งจีนด้วยตัวเอง แต่เพราะเราบังเอิญได้ไปช่วยเหลือลูกสาวของคนใหญ่คนโตไว้ท่ามกลางสภาวะสงคราม เมื่อกลับมาจึงได้รับการอวยยศขึ้นเป็นสิบเอกปีนั้นเองเราได้พบกับรุ่นพี่หน้าตาดีคนหนึ่งในชุดไปรเวตเดินเข้ามาในแผนก ด้วยความหลงผิดคิดว่าเป็นดารานักร้องที่ไหนเข้ามาเยี่ยมญาติจึงเดินเข้าไปทักทาย แต่ปรากฏว่าผู้ชายคนนั้นคือ ร้อยเอกพิภพ ธีระเสถียร ผู้ที่ใจกว้างมากพอจะเรียกทายาทชาวจีนโพ้นทะ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status