Share

บทที่ ๒ พี่หมอครับ (3/4)

last update publish date: 2026-08-16 08:00:59

สมัยเด็กนานมาแล้วตั้งแต่สามสิบกว่าปีก่อน บิดามารดาแท้ ๆ เล่าให้เขาฟังว่าท่านทั้งสองหนีการคลุมถุงชนของแต่ละคนมาอยู่อาศัยในประเทศสยามที่ต้อนรับชาวต่างชาติ และให้กำเนิดเขาในดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นตัวเขาจึงสามารถพูดได้ทั้งไทยและญี่ปุ่น

ท่านทั้งสองพกเงินติดตัวมาพอประมาณเพื่อเปิดสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นแด่ผู้ที่สนใจหลังสามารถพูดภาษาไทยได้ในระดับหนึ่ง กลายเป็นว่ามีเงินมีทองจนสามารถส่งตัวเขาเข้าเรียนตามเกณฑ์ได้

กระนั้นผ่านไปสามปีนับตั้งแต่เขาเข้าเรียนชั้นประถม ๑ อุปสรรคก็มาเยือนยังครอบครัว ในวัยนั้นเขาไม่ทราบว่าพ่อแม่ระแวงสิ่งใด แต่มันคงอันตรายหากมีเด็กอยู่ด้วย ดังนั้นพวกท่านจึงนำตัวเขามาฝากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยมอบเงินรายเดือนสำหรับตัวเขาและอีกจำนวนหนึ่งแยกไว้สำหรับทำนุบำรุงสถานรับเลี้ยง

ดีที่พวกท่านมักหาเวลามาพบปะลูกชายอย่างเขาอยู่บ้างเดือนละครั้งสองครั้ง ทว่านานวันเข้าจำนวนเริ่มลดน้อยถอยลง จาก ๑๒ ครั้งต่อปี กลายเป็น ๑๐ ครั้ง ๖ ครั้ง ๔ ครั้ง ๑ ครั้ง และไม่มาอีกเลย

ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเขาจึงได้ทราบ ว่าบิดาแท้ ๆ ของตนเองเคยเป็นทหารมียศของกองทัพญี่ปุ่น การหนีมานับเป็นการหนีทหาร และการลงโทษของญี่ปุ่นช่างป่าเถื่อนจนสำนักพิมพ์ไทยออกข่าวหน้าหนึ่ง

‘พบศพหญิงชายชาวญี่ปุ่น รอยแทงนับสิบ รอยช้ำนับร้อย’ โทษทัณฑ์นั้นคงเป็นสิ่งที่เบื้องบนเห็นสมควรสำหรับคนทั้งคู่ ในตอนนั้นเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีการพยายามพาตัวเองไปหาพวกท่านบนสวรรค์กี่ครั้งและวิธีการใดบ้าง หากไม่มีคุณยายเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าคอยห้ามปราม เขาคงไม่อาจตั้งหลักได้แน่นอน

“ฮึก...ยายจ๋า...ฮึก...ฮือ”

“โอ๋...ไม่เป็นไร ยายอยู่ตรงนี้แล้ว”

อ้อมกอดอุ่นของหญิงชรากลายเป็นที่พึ่งเดียวของเด็กน้อยวัย ๑๑ ซึ่งอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ คุณยายสายบัว เจ้าหล่อนเป็นคนจิตใจดีเอื้ออาทรต่อทุกสิ่ง ต่อให้ไม่มีเงินทองมากมายนักก็พยายามจัดสรรปันส่วนให้เพียงพอต่อเด็ก ๆ ในสถานรับเลี้ยง และตัวเราซึ่งมักจะป่วยเป็นไข้หวัดเมื่อถึงช่วงผลัดเปลี่ยนฤดูทำให้มีค่ายาค่าหมอ

เรากลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเด็กกำพร้าอย่างเต็มตัว คุณยายจึงมอบชื่อใหม่ให้แก่เขา จากชื่อญี่ปุ่น 白川 朝美 (ชิราคาวะ อาซามิ) กลายมาเป็น นที ศรีไพร ซึ่งมีความหมายพ้องกับนามสกุลเก่าซึ่งหมายถึงลำธารสีขาว และเดิมทีชื่อท้ายของเขามักนิยมในหมู่เด็กหญิง การที่พ่อแม่จงใจตั้งชื่อให้แบบนี้คงมีเป้าหมายให้กองทัพหาตัวเขาซึ่งเป็นเด็กชายได้ลำบาก

ตัวเขาเลยมีพี่สาวพี่ชาย ๕ คนโดยมีตัวเขาเป็นน้องเล็ก ทว่าคนที่เขาสนิทสนมด้วยมากที่สุดเห็นทีจะเป็นพี่ชายคนโตชื่อนเรศ หรือหนึ่ง ส่วนน้ำ ชื่อเล่นของเขาก็เป็นชื่อที่พี่ ๆ เรียกมาก่อนหน้านั้นแล้ว

พี่หนึ่งแก่กว่าเขา ๖ ปีโดยประมาณ เป็นพี่ใหญ่ที่มักพาเขาซึ่งจมดิ่งอยู่กับความเศร้าออกวิ่งเล่นตามงานวัด และเป็นคนเดียวนอกจากเขาที่สวมเครื่องแบบเข้าเรียน เนื่องจากทุกคนต่างมองว่าอีกฝ่ายเป็นพี่โตสุด ส่วนเขาก็มีเงินทุนเหลืออยู่จากคุณพ่อคุณแม่ซึ่งสามารถส่งเขาเรียนได้ถึง ม.๘

เขาเรียนจบระบบการศึกษาทั้งสิบกว่าปีได้ตอนอายุ ๑๔ โดยช่วงเวลาที่ผ่านมาตัวเขาได้ทำความรู้จักกับคุณตาใจดีอีกท่านชื่อ คุณตาเชิด นามสกุลศรีไพร ทว่าคุณตาไม่ได้เป็นสามีของคุณยายสายบัวแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เล็ก เมื่อคุณยายที่ไม่มีนามสกุลอยากให้เด็กน้อยได้ดิบได้ดี จึงมาขอใช้นามสกุลของคุณตาซึ่งเป็นถึงกำนัน ในสายตาคนอื่นจึงมองว่าพวกเขาอยู่ภายใต้การปกครองของกำนันไปโดยปริยาย และไม่มีใครกล้ามากลั่นแกล้ง ทว่าคุณยายจะรู้ไหมว่าแท้จริงแล้วที่คุณตายอมให้ใช้นามสกุลเพราะแอบชอบมาตั้งแต่สมัยเด็ก

“เจ้าหนึ่ง พาน้องหนียายมาอีกแล้วใช่ไหม?”

“ฉันอยากพาน้องไปเที่ยวงานวัด ตาพาฉันไปได้ไหมจ๊ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๒ อดีต ปัจจุบัน อนาคต (1/4)

    ‘อาน้ำ...’‘ครับคุณป๊า’ช่วงเวลาก่อนเราจะออกมาจากห้องนอนของคุณป๊า ท่านได้เรียกเราเข้าไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวก่อนปลื้มที่อยู่ด้านนอกจะนำมื้อดึกเข้ามาให้ เราคิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะมองเห็นตัวตนของเราออก ทั้งที่เราไม่ได้ป่าวประกาศมันออกไป‘ลื้ออย่าเป็นเหมือนอั๊วเลยนะ...”‘…’‘อย่ามัวแต่มองไปยังอนาคต’ เราเข้าใจในเจตนารมณ์นั้น เพราะท่านคงมีช่วงเวลาที่หลงลืมไปว่าตัวเองกำลังอยู่ในปัจจุบัน และประโยคสุดท้ายนั้นราวกับมีดปักกลางใจ‘หรือต่อให้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ก็อย่าได้กีดกันตัวเองจากความสุขเลย’เราคิดอยู่เสมอว่าตัวเองกำลังมีความสุขเพราะรายล้อมด้วยคนดีมากมาย ถึงกระนั้นไม่รู้ทำไมอดีตของเขากลับวนกลับมาอยู่เรื่อย ๆ จนถึงคราวจะยิ้มก็ยิ้มได้ไม่สุด หลายครั้งมันตามเข้าไปอยู่กระทั่งในความฝันจนสะดุ้งตื่นหลายครั้ง แม้ได้อ้อมกอดของคนรักมอบความอบอุ่นอยู่ก็ตาม ช่างน่าอายเหลือเกิน. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .บ้านพักข้าราชการ เขตชานเมืองพระนคร พ.ศ.๒๔๘๘ร่างก

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๑ เถ้าแก่เปี๊ยก (4/4)

    ‘จานล้างเสร็จรึยัง! อาหารเสร็จตั้งนานแล้ว!!’‘กะ...กำลังเช็ดอยู่ครับ!’‘แล้วตรงนั้นเมื่อไหร่จะหั่นเสร็จ!’‘ขอโทษจ้ะ จะเร่งมือจ้ะ!’ขนาดพาหนูน้อยเดินมาด้วยกันเจ้าตัวยังสั่นเป็นเจ้าเข้า ทีอยู่กับเขานี่ขี้อ้อนซุกซนเป็นลูกลิง เราเองตอนนี้หลังสรุปกำไรขาดทุนของสัปดาห์ที่ผ่านเสร็จก็ไม่มีงานใดแล้ว เลยเข้ามาช่วยในครัวสักหน่อย“ปลื้ม เดี๋ยวพี่มาช่วยล้างจานนะ ถ้ามีอะไรให้เตรียมเพิ่มก็บอกพี่ได้”“ถะ...ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนเอาไก่ในตู้แช่ออกมาพักไว้ก่อนได้ไหมครับ”“อื้อ!”บรรยากาศภายในครัวสงบลงในพริบตาเมื่อเจ้าของร้านตัวจริงเข้ามาคุมพื้นที่ เพราะแบบนี้อย่างไรเล่าลูกจ้างอย่างพวกเราจึงชอบคุณหมอคนนี้นัก เพราะเถ้าแก่ตอนปกติก็อารมณ์ดีอยู่หรอก แต่อยู่หน้าเตาทีไรมักมีน้ำโหตลอด ดังนั้นการมาของคุณหมอช่างราวกับนางฟ้ามาโปรดเหลือเกิน. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .“ไหนสัญญากับพี่ว่าจะไม่ตะโกนใส่เด็ก ๆ อีกแล้ว”“ขอโทษครับ...”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ขณะที่ร่าง

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๑ เถ้าแก่เปี๊ยก (3/4)

    “เถ้าแก่ ให้ฉันยกขึ้นไปเลยไหม?”“เอ้อ! ยกไปทีละถาดล่ะ”“จ้ะ”หนูเผิงเองกลายมาเป็นพนักงานประจำที่ทำงานขยันขันแข็งสู้งานกว่าพี่ที่โตกว่าหลายขุม ในทางกลับกันก็เป็นพนักงานที่อายุน้อยที่สุดเช่นเดียวกัน ได้เห็นเด็กจิ๋วเดินเตาะแตะไปมาอยู่ตรงหน้าชวนให้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจเสียจริง หรือนี่จะเป็นเหตุให้เราหันมาสนใจคนอายุน้อยกว่าหรือเปล่านะน้ำคิดพลางเคาะเอกสารบัญชีบนโต๊ะตรวจ ทว่าตอนนี้คลินิกของเขาต่อให้ไปนำบัตรประชาชนพร้อมเอกสารไปยื่นเรื่องได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ด้วยสภาพการณ์ร้านที่ยังคงต้องปรับตัวกับการขยายอีกเยอะ เราจึงตัดสินใจยังไม่เปิดคลินิกอายุรกรรมและจัดการบัญชี ช่วยปลื้มแจกจ่ายค่าแรง รวมไปถึงการบริหารระบบหลังบ้านให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น เพราะด้วยปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เราไม่สามารถจัดการแบบบ้าน ๆ ได้อีกต่อไปนอกจากนี้งานครัวเอง พอคุณป๊าจากไปแล้ว งานส่วนใหญ่จึงตกไปอยู่ที่ปลื้มซึ่งได้รับสืบทอดสูตรมาแต่เพียงผู้เดียว ถึงเราจะพอทำอาหารเป็นแต่การยื่นมือเข้าไปช่วยคงจะส่งผลต่อรสชาติ และความเร็วในการทำเองก็ไม่เท่าพ่อครัวที่มีประสบการณ์มาตั้งแต่ยังเล็กหรอก

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๑ เถ้าแก่เปี๊ยก (2/4)

    น้ำกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นพ่อลูกและนายหน้าเดินกลับเข้ากระโจมเพื่อเจรจาสรุปการซื้อขายกันอีกครั้ง ทว่ากลับมีความผิดปกติบางประการที่ทำให้น้ำจำต้องยกประเด็นมาคุยต่อระหว่างทางเดินไปสถานีรถไฟ“ทำไมเราซื้อตั้งสี่หลุมล่ะปลื้ม”“ก็ซื้อเผื่อผม แล้วก็...”ปลื้มไม่ค่อยกล้าพูดเท่าไรนัก เพราะไม่แน่ใจว่าพี่หมอจะยอมรับการกระทำดังกล่าวได้หรือเปล่า เนื่องจากอีกตำแหน่งหนึ่งเราซื้อเผื่อคนรักของตัวเอง เนื่องจากนายหน้าคนนั้นเป็นซินแสคนเดียวกับที่มาดูวงจรพลังงานในร้านให้ ท่านแนะนำว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่สิบปีจะมีหน ควรฝังพลังงานเอาไว้เปิดประตูรับความมงคล ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เขานับถือเป็นคนรักอยู่ในตอนนี้จะเป็นใครไปได้นอกจากพี่หมอน้ำ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้มีความเชื่อทางนี้ เขาจึงรู้สึกผิดนิด ๆ“ขะ...ขอโทษที่ผมคิดไปไกลนะครับ ถ้าพี่ไม่พอใจจะบอกให้ผมโทรไปยกเลิกก็ได้“อั๊วบอกแล้วว่าให้มาถามอาน้ำก่อน แคก!”บิดาเดินกลับมาจากการเข้าห้องน้ำ ไอ้ลูกคนนี้ไม่เคยคิดถึงอนาคต แต่พอจะคิดก็จินตนาการเลยเถิด ถ้าอาน้ำมันบอกปัดไม่เอาฮวงซุ้ยร่วมด้วยเขาจะขำให้ฟันร่วงหมดปากเลย

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๑ เถ้าแก่เปี๊ยก (1/4)

    “ตรงนี้มันไม่แพงไปหน่อยรึไอ้เปี๊ยก”เป่าหลงทักท้วงไอ้ลูกชายที่พามาเดินซื้อฮวงซุ้ยกับนายหน้าหนึ่งสัปดาห์หลังทราบว่าตัวเขาจะอยู่ได้อีกไม่ถึงปี เพื่อให้ได้มีโอกาสเลือกมากกว่าชาวบ้าน นอกจากนี้ที่สำหรับสองคนนั้นเริ่มหายากแล้วเพราะนอกจากเปี๊ยกจะซื้อให้ตัวเขาแล้วยังต้องการซื้อให้ภรรยาเขาหรือมารดาที่จากไปด้วย“เงินฉันบอกว่ามันไม่แพง”“เงินลื้อหรือเงินร้าน”“เงินฉันเก็บมาตั้งแต่เป็นทหารเถอะ!”ปลื้มโมโหแก้มป่องกลบเกลื่อน เพราะมันก็ชวนเขินเหมือนกันที่บอกว่าจะมาซื้อฮวงซุ้ยให้พ่อที่พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ดีมาตั้งแต่แรก ทว่าพอนึกเรื่องนี้ขึ้นได้และบอกกับพี่น้ำตอนกลางดึก เจ้าตัวกลับสนับสนุนยกใหญ่ให้พาป๊ามาดูที่เผื่อไว้ขณะเดียวกันพี่หมอที่มาด้วยก็ขอนั่งรออยู่ใต้กระโจมใกล้ ๆ เพราะต่อให้จะเข้าหน้าหนาวแต่แดดของประเทศไทยยังคงแรงอย่างเคย หากไม่พกร่มไปเหมือนสองพ่อลูกมีหวังเขาที่ยังไม่ได้ทานมื้อเช้าได้เป็นลมแน่เรื่องราวมีอยู่ว่าทีแรกเราต้องการมอบความเป็นส่วนตัวให้สองพ่อลูก จึงบอกว่าตนจะอยู่เฝ้าร้าน ทำความสะอาดทั้งร้านวิภาโภชนาและคลินิกของตัวเอง ไม่ก็นั

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (4/4)

    “ไอ้เปี๊ยกมันขี้น้อยใจ ช่วยใจเย็นกับมันแทนฉันหน่อยก็แล้วกัน”“ผมพยายามทำอยู่ตลอดเลยครับ”“ฮ่า...ฮ่า เป็นเรื่องที่ถึงกับต้องพยายามเลยเหรอ แคก!”“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ฮ่า ๆ”“เอาเป็นว่าหลังจากอั๊วลงดินไปแล้ว ฝากบอกไอ้เปี๊ยกมันหน่อยก็แล้วกัน ว่าป๊ารักมันอยู่ตลอดนั่นแหละ”เป่าหลงกล่าวอย่างปล่อยวาง หากมีเจ้าน้ำอยู่ด้วยกับไอ้ลูกชายติดเล่น เขาคงตายตาหลับ ทว่าในขณะที่คุณป๊ากำลังเตรียมจะลุกไปปิดหน้าต่างส่งคุณหมอกลับห้อง นายแพทย์กลับเดินตรงไปยังหน้าประตูด้วยตัวเองก่อน“ผมว่าคงไม่ต้องพูดแล้วล่ะครับ”สิ่งที่อาน้ำกล่าวทำเอาเป่าหลงสับสนงงงวยก่อนทุกอย่างจะกระจ่างชัดเมื่อหลังบานประตูกลับมีลูกชายยืนอยู่ และมันคงยืนฟังบทสนทนาระหว่างตัวเขาและอาน้ำมาตลอด“อะไร พอฉันมายืนต่อหน้าแล้วพูดไม่ออกเลยเหรอ...โอ๊ย!”“พูดจาดี ๆ สิปลื้ม”น้ำหยิกแขนเจ้าเด็กดื้อให้หลาบจำ เขาเตือนมาก่อนหน้านี้แล้วแท้ ๆ ว่าให้ประพฤติตัวดีจะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง แต่กลับพูดจาวางท่ากับพ่อที่พึ่งเปิดใจเป็นครั้งแรกน่ะหรือปลื้มเองก็ไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status