หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก

หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก

last updateLast Updated : 2026-10-16
By:  พิมพ์ใจCompleted
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
53Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"ในเมื่อสวรรค์คืนชีวิต ข้าจะพลิกกระดานนี้ให้กลายเป็นสุสานของคนทรยศ" "ชาติก่อนตายอย่างหมากเบี้ย ชาตินี้จะยืนเคียงข้างพญามัจจุราชเพื่อทวงแค้น"

View More

Chapter 1

บทที่ 1 : สุราพิษและม่านหมอกที่หวนคืน

บทที่ 1 : สุราพิษและม่านหมอกที่หวนคืน

รสขมปร่าของสุราพิษยังคงเกาะกุมอยู่ในลำคอ ความร้อนผ่าวแผดเผาหลอดอาหารและลำไส้จนแหลกเหลว ลมหายใจขาดห้วงพร้อมความเจ็บปวดเจียนสิ้นใจยามคมมีดกรีดตัดเส้นเอ็นข้อมือข้อเท้าทีละข้างอย่างเลือดเย็น เสียงฝีเท้าของจ้าวเจ๋อเหยียนที่ก้าวเดินเคียงคู่กับเซี่ยอวี่หลินท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยันยังคงดังก้องอยู่ในความมืดมิดของตำหนักเย็น ค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายกลบทับร่างไร้วิญญาณที่ถูกเหยียบย่ำจนหมดสิ้นศักดิ์ศรี

เฮือก!

เซี่ยอวิ๋นซีผวาตื่นขึ้นมา ลมหายใจหอบถี่จนแผงอกกระเพื่อมไหว เหงื่อเย็นผุดพรายเปียกชุ่มขมับและลำคอ ปลายนิ้วมือสั่นเทารีบยกขึ้นลูบคลำลำคอและข้อมือของตนเองตามสัญชาตญาณ

ไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีคราบเลือดเกรอะกรัง เส้นเอ็นยังอยู่ครบถ้วน

เขากะพริบตาไล่ม่านหมอกจางๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง ม่านโปร่งสีครามทิ้งตัวลงมารับลมเช้า กลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณาผสานกลิ่นดอกสาลี่ริมหน้าต่าง ลวดลายไม้สลักบนหัวเตียงคือเรือนหลานฮวาในจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ย ร่างกายนี้เบาสบาย ผิวพรรณเนียนละเอียดไร้รอยฟกช้ำ นี่คือตัวเขาในวัยสิบแปดปี วันที่ความหายนะยังมิได้เริ่มต้นขึ้น

สวรรค์คืนชีวิตให้เขาจริงๆ

เสียงฝีเท้าเบาบางดังมาจากหน้าห้อง ก่อนบานประตูปิดสนิทจะถูกผลักเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ใบหน้าที่เคยทำให้เซี่ยอวิ๋นซีหลงงมงายจนยอมสละทุกสิ่งในชีวิต บัดนี้กลับดูเสแสร้งจนน่าสะอิดสะเอียน

จ้าวเจ๋อเหยียน องค์ชายสามผู้ซ่อนความทะเยอทะยานไว้ใต้รอยยิ้ม

"อวิ๋นซี เจ้าฟื้นแล้วหรือ" จ้าวเจ๋อเหยียนก้าวเข้ามาทรุดกายนั่งลงข้างเตียง ทอดสายตามองด้วยความอ่อนโยนพลางเอื้อมมือหมายจะจับมือของเขา "เปิ่นหวางได้ยินว่าเจ้าล้มป่วยจึงรีบมาดู ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องที่อวี่หลินทำแจกันหยกพระราชทานแตกในห้องหนังสือของท่านแม่ทัพ"

เซี่ยอวิ๋นซีขยับมือหลบอย่างแนบเนียน ดึงชายผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าตัก ปล่อยให้อีกฝ่ายคว้าได้เพียงความว่างเปล่า

ดวงตาหงส์ทอดมองบุรุษตรงหน้านิ่ง แววตาราบเรียบดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น ชาติก่อนเขาก็หลงเชื่อคำหวานนี้ ยอมเอ่ยปากรับสมอ้างว่าเป็นคนทำแจกันแตก จนถูกบิดาสั่งโบยสามสิบไม้และกักบริเวณสามเดือน เปิดทางให้เซี่ยอวี่หลินเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะแทนเขา จนได้ตำแหน่งพระชายาเอกขององค์ชายสามไปครองอย่างสง่างาม

"หากเรื่องนี้รู้ถึงพระกรรณเสด็จพ่อ อวี่หลินคงไม่พ้นต้องรับโทษหนัก สภาพร่างกายของน้องเจ้าบอบบางถึงเพียงนั้น หากโดนโบยคงทนพิษบาดแผลไม่ไหว" จ้าวเจ๋อเหยียนทอดถอนใจ สีหน้าฉายแววกังวลใจอย่างสมจริง "เจ้าเป็นพี่ใหญ่ มีเกียรติของท่านแม่ทัพคอยคุ้มหัว หากเจ้ายอมออกหน้ารับแทน เสด็จพ่อย่อมไม่เอาความเจ้าถึงชีวิต ช่วยน้องชายของเจ้าสักคราได้หรือไม่ ถือว่าทำเพื่ออนาคตของพวกเรา"

"ทำเพื่ออนาคตของพวกเราหรือพ่ะย่ะค่ะ"

เซี่ยอวิ๋นซียกยิ้มบางเบา แววตาคมกริบฉายประกายเย็นยะเยียบ เขายันกายลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงอย่างเชื่องช้า

"องค์ชายสามทรงคิดอ่านรอบคอบยิ่งนัก แต่หม่อมฉันสงสัยเหลือเกิน แจกันหยกชิ้นนั้นตั้งอยู่บนชั้นหนังสือด้านในสุดของห้องทำงานท่านพ่อ น้องรองเข้าไปเดินชนได้อย่างไร หรือแท้จริงแล้ว... กำลังรื้อค้นหาเอกสารบางอย่างเพื่อนำไปมอบให้ใครบางคนที่หอจุ้ยฮวา?"

รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเจ๋อเหยียนชะงักค้าง แววตาอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงในเสี้ยววินาที

"อวิ๋นซี เจ้าพูดเรื่องอันใด"

"เมื่อสองคืนก่อน ยามจื่อ น้องรองแอบลอบออกจากจวนไปพบองค์ชายสามที่หอนางโลมจุ้ยฮวา สั่งสุราดอกท้อราคาแปดพันตำลึง และรับมอบปิ่นหยกสลักลายหงส์คู่" เซี่ยอวิ๋นซีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย น้ำเสียงราบเรียบทว่ากรีดลึก "หากหม่อมฉันต้องออกหน้ารับโทษเรื่องแจกันหยก เช่นนั้นก็คงต้องทูลเสด็จพ่อเรื่องที่องค์ชายสามลอบนัดพบคนในจวนแม่ทัพยามวิกาล พร้อมส่งมอบของแทนใจที่ขโมยมาจากตำหนักกุ้ยเฟยไปด้วย จะได้มิต้องเหนื่อยความสองหน พระองค์คิดว่าดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"

"เซี่ยอวิ๋นซี!"

จ้าวเจ๋อเหยียนลุกพรวดขึ้นยืน สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าคอเสื้อของคนบนเตียงเพื่อเค้นเอาความจริง "เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร! ใครเป็นคนบอกเจ้า!"

ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วขององค์ชายสามจะได้สัมผัสแม้เพียงชายเสื้อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงอำนาจพลันดังขึ้นจากระเบียงทางเดินด้านนอก พร้อมกับรังสีอำมหิตอันเย็นเยียบที่แผ่คลุมเข้ามาในห้องจนอุณหภูมิลดฮวบ

"เปิ่นหวางมิยักรู้ว่าองค์ชายสามมีสิทธิ์เข้ามาออกคำสั่งและข่มขู่บุตรชายคนโตของแม่ทัพใหญ่ถึงในเรือนพักส่วนตัว"

ร่างสูงตระหง่านในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นเงินลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา บุรุษผู้มีโครงหน้าคมสันดุดัน คิ้วกระบี่พาดเฉียงเหนือแววตาคมปราบดุจพญาเหยี่ยว กลิ่นอายคาวเลือดและอำนาจดิบเถื่อนที่ติดตัวมาจากสมรภูมิชายแดนกดทับบรรยากาศรอบด้านจนผู้คนแทบหยุดหายใจ

เซียวจิ้งหลาน ชินอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ

จ้าวเจ๋อเหยียนสะดุ้งสุดตัว รีบลดมือลงแล้วค้อมกายคารวะอย่างลนลาน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม "เสด็จอาหรงอ๋อง... หลานเพียงแค่แวะมาเยี่ยมอาการป่วยของอวิ๋นซีเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ มิได้มีเจตนาอื่นใด"

"แวะมาเยี่ยม หรือแวะมาปิดปาก?"

เซียวจิ้งหลานปรายตามองผ่านหลานชายราวกับมองเศษฝุ่น สุรเสียงทุ้มต่ำราบเรียบทว่าสะกดข่ม

"ศาลต้าหลี่และกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเพิ่งเข้าปิดล้อมหอจุ้ยฮวาเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน เจ้าหน้าที่พบสายลับแคว้นศัตรูซ่อนตัวอยู่ในห้องลับชั้นสาม... และบังเอิญเหลือเกินที่ในห้องนั้น มีป้ายหยกประจำตัวขององค์ชายสามตกอยู่ใต้โต๊ะสุรา"

จ้าวเจ๋อเหยียนหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด แข้งขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม

"เปิ่นหวางแนะให้เจ้าเอาเวลาไปคิดหาคำแก้ต่างต่อหน้าพระพักตร์ ดีกว่ามายืนส่งเสียงดังในจวนผู้อื่น" เซียวจิ้งหลานเอ่ยปากขับไล่อย่างไม่ไว้หน้า

"พ่ะ... พ่ะย่ะค่ะ หลานขอตัวก่อน"

จ้าวเจ๋อเหยียนมิกล้าเอ่ยแก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ รีบหมุนกายสาวเท้าก้าวออกจากเรือนหลานฮวาไปอย่างรวดเร็วราวกับคนหนีตาย

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง

เซี่ยอวิ๋นซีมิได้ละสายตาไปจากบุรุษร่างสูงตรงหน้า ชาติก่อนเขารู้เพียงว่าเซียวจิ้งหลานเป็นแม่ทัพคนหน้าดุที่เย็นชาและเหี้ยมโหด ไม่เคยข้องแวะกับฝ่ายใดในราชสำนัก ทว่าในคืนที่เขาต้องโทษตาย มีข่าวลือแว่วเข้าหูว่าชินอ๋องผู้นี้บุกเดี่ยวเข้าวังหลวงเพื่อสังหารผู้บงการจนตัวตายตามไปเช่นกัน

เซียวจิ้งหลานก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างเตียง เงาร่างสูงใหญ่ทอดทับลงมาบดบังแสงสว่าง นัยน์ตาดุดันคู่นั้นกวาดมองใบหน้าหวานหมดจดอย่างพินิจพิเคราะห์ ทว่าลึกลงไปกลับมีความอ่อนโยนและห่วงใยที่สะกดกลั้นเอาไว้

"ข่าวลือในเมืองหลวงบอกว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยเป็นคนอ่อนแอ หลงรักองค์ชายสามจนยอมเป็นหมากเบี้ยให้เขากดขี่..." เซียวจิ้งหลานโน้มกายลงมาเล็กน้อย มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ "ดูท่าคนทั้งเมืองหลวงคงตาบอดกันหมด"

"สายตาของคนนอกมักมองเห็นแต่สิ่งที่ตนอยากเห็นพ่ะย่ะค่ะ" เซี่ยอวิ๋นซีสบตาคมปราบอย่างไม่เกรงกลัว "แล้วท่านอ๋องเล่า ทรงมองเห็นสิ่งใดในตัวหม่อมฉัน?"

มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธยกขึ้น ปลายนิ้วแตะลงที่ปลายคางมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นและทะนุถนอมขัดกับท่าทีดุดันภายนอก ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไม้กฤษณาปัดผ่านข้างแก้มจนหัวใจของเซี่ยอวิ๋นซีกระตุกไหวอย่างประหลาด

"เปิ่นหวางเห็นคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำนิ่ง" สุรเสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู "เจ้าต้องการทำลายคนที่คิดทรยศเจ้า ส่วนเปิ่นหวางต้องการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ในราชสำนัก... ออกจากจวนตระกูลเซี่ยแล้วมาอยู่กับข้า เปิ่นหวางจะเป็นเกราะคุ้มกันให้เจ้า ให้เจ้าใช้ชื่อของข้าเหยียบย่ำทุกคนที่เจ้าแค้น"

เซี่ยอวิ๋นซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายประกายสงสัย "ท่านอ๋องทรงยื่นข้อเสนอใหญ่หลวงเพียงนี้ ทรงต้องการสิ่งใดตอบแทน?"

เซียวจิ้งหลานสบสายตากับดวงตาหงส์คู่สวย นัยน์ตาคมคู่นั้นทอประกายลุ่มลึกและแน่วแน่จนสะกดสายตา

"เปิ่นหวางต้องการตัวเจ้า... และหัวใจของเจ้า"

คำตอบตรงไปตรงมาไร้การอ้อมค้อมทำให้ใบหน้าของเซี่ยอวิ๋นซีร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าในความร้อนผ่าวนั้น กลับมีความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต

เซี่ยอวิ๋นซียกมือขึ้นทาบทับลงบนหลังมือหนาของชินอ๋อง ปลายนิ้วเรียวบีบกระชับเบาๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มงดงามทว่าแฝงประกายท้าทาย

"หากท่านอ๋องกล้าเป็นเกราะให้หม่อมฉัน... หม่อมฉันก็พร้อมจะก้าวเข้าสู่กระดานนี้เคียงข้างท่านพ่ะย่ะค่ะ"

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
53 Chapters
บทที่ 1 : สุราพิษและม่านหมอกที่หวนคืน
บทที่ 1 : สุราพิษและม่านหมอกที่หวนคืนรสขมปร่าของสุราพิษยังคงเกาะกุมอยู่ในลำคอ ความร้อนผ่าวแผดเผาหลอดอาหารและลำไส้จนแหลกเหลว ลมหายใจขาดห้วงพร้อมความเจ็บปวดเจียนสิ้นใจยามคมมีดกรีดตัดเส้นเอ็นข้อมือข้อเท้าทีละข้างอย่างเลือดเย็น เสียงฝีเท้าของจ้าวเจ๋อเหยียนที่ก้าวเดินเคียงคู่กับเซี่ยอวี่หลินท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยันยังคงดังก้องอยู่ในความมืดมิดของตำหนักเย็น ค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายกลบทับร่างไร้วิญญาณที่ถูกเหยียบย่ำจนหมดสิ้นศักดิ์ศรีเฮือก!เซี่ยอวิ๋นซีผวาตื่นขึ้นมา ลมหายใจหอบถี่จนแผงอกกระเพื่อมไหว เหงื่อเย็นผุดพรายเปียกชุ่มขมับและลำคอ ปลายนิ้วมือสั่นเทารีบยกขึ้นลูบคลำลำคอและข้อมือของตนเองตามสัญชาตญาณไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีคราบเลือดเกรอะกรัง เส้นเอ็นยังอยู่ครบถ้วนเขากะพริบตาไล่ม่านหมอกจางๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง ม่านโปร่งสีครามทิ้งตัวลงมารับลมเช้า กลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณาผสานกลิ่นดอกสาลี่ริมหน้าต่าง ลวดลายไม้สลักบนหัวเตียงคือเรือนหลานฮวาในจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ย ร่างกายนี้เบาสบาย ผิวพรรณเนียนละเอียดไร้รอยฟกช้ำ นี่คือตัวเขาในวัยสิบแปดปี วันที่ความหายนะยังมิได้เริ่มต้นขึ้นสวรรค์คืนชีวิตให้เขาจริ
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 2 : กลิ่นกฤษณาในจวนชินอ๋อง
บทที่ 2 : กลิ่นกฤษณาในจวนชินอ๋องล้อรถม้าไม้ประดู่สีเข้มบดลงบนพื้นศิลาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เคลื่อนตัวออกจากหน้าประตูจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ยอย่างสงบนิ่ง ทิ้งความตื่นตระหนกและสายตาเคียดแค้นของอนุหลิวกับเซี่ยอวี่หลินไว้เบื้องหลัง เซี่ยหยวนผู้เป็นบิดาทำได้เพียงยืนนิ่งริมบันไดหน้าจวน มองขบวนทหารองครักษ์เกราะดำนำตัวบุตรชายคนโตออกไปโดยไร้หนทางทัดทาน อำนาจราชโองการปากเปล่าของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินมีน้ำหนักล้นฟ้า ขุนนางฝ่ายใดก็มิกล้าเอาคอขึ้นพาดเขียงเพื่อขัดขวางเซี่ยอวิ๋นซีเปิดม่านหน้าต่างรถม้าออกเล็กน้อย ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาปะทะดวงหน้า ขับไล่ความขุ่นมัวในอกไปจนสิ้น แสงแดดยามบ่ายสาดสะท้อนผิวน้ำในคูเมืองหลวง ชาติก่อนเขาใช้ชีวิตอยู่ภายในกำแพงจวนแม่ทัพ คอยก้มศีรษะยอมจำนนและวิ่งวุ่นทำเพื่อผู้อื่นจนหลงลืมไปว่า สายลมภายนอกนั้นบริสุทธิ์และกว้างใหญ่เพียงใดรถม้าเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลักทางทิศเหนือ ก่อนจะหยุดลงอย่างนุ่มนวลหน้าคฤหาสน์โอ่อ่าจวนชินอ๋อง ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างขวาง กำแพงศิลาสีดำทมิฬตัดกับแนวกระเบื้องเคลือบสีครามเข้ม บรรยากาศเงียบสงัดปราศจากเสียงเจื้อยแจ้ว มีเพียงเสียงก้าวย่างลาดตระเวนของทห
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 3 : ไออุ่นยามราตรี
บทที่ 3 : ไออุ่นยามราตรีเสียงลมราตรีพัดกรูผ่านแนวป่าไผ่ด้านหลังเรือนชิงซง กิ่งไผ่เสียดสีกันดังกึกก้องแผ่วเบาเคล้าไปกับความเงียบสงัด แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุ ทอดเงาทาบลงบนพื้นศิลาเป็นลวดลายสลับซับซ้อน ค่ำคืนแรกในจวนชินอ๋องดำเนินไปอย่างสงบนิ่ง บ่าวไพร่และทหารเวรยามต่างถอยร่นออกไปเฝ้าระวังอยู่นอกเขตเรือนพักตามคำสั่ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างขวางบนเตียงไม้ชิงชันหลังใหญ่ เซี่ยอวิ๋นซีนอนทอดกายอยู่ใต้ผ้าห่มแพรเนื้อหนา เปลือกตาปิดสนิท คิ้วเรียวงามกลับขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปมแน่น ลมหายใจที่ควรสม่ำเสมอกลับเริ่มถี่กระชั้น ร่างกายใต้ผืนผ้าสั่นสะท้านขึ้นมาทีละน้อยความมืดมิดในยามหลับใหลฉุดดึงสติของเขาย้อนกลับสู่อดีตชาติอันโหดร้ายพายุหิมะโหมกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่างตำหนักเย็น ไอหนาวเหน็บเสียดแทงทะลุเสื้อผ้าขาดวิ่นลึกถึงกระดูก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงและความอับชื้น เขานอนจมอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ สองแขนสองขาไร้เรี่ยวแรง ข้อมือและข้อเท้าปรากฏรอยแผลลึกสีแดงฉาน เลือดสดไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อนหลังคมมีดกรีดตัดเส้นเอ็นจนขาดสะบั้นเสียงหัวเราะอย่างรื่นเร
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 4 : งานเลี้ยงตำหนักไท่เหอ
บทที่ 4 : งานเลี้ยงตำหนักไท่เหอโคมไฟผ้าไหมสีชาดนับร้อยดวงส่องแสงสว่างไสวตลอดแนวระเบียงหินอ่อน สลับกับเสียงดนตรีหลวงที่บรรเลงขับกล่อมอย่างแผ่วเบา กลิ่นกำยานชั้นเลิศและสุราหมักชั้นดีอบอวลไปทั่วลานกว้างหน้าตำหนักไท่เหอ งานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตแคว้นเป่ยตี๋ในค่ำคืนนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา เสนาบดีทุกกรมกอง ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ และเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงต่างมารวมตัวกันพร้อมหน้าเพื่อแสดงแสนยานุภาพแห่งราชสำนักต้าชิงบริเวณโต๊ะแถวหน้าของแม่ทัพใหญ่ เซี่ยหยวนนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอกด้วยความกระสับกระส่าย ข้างกายมีอนุหลิวในชุดผ้าแพรสีสดคอยรินสุราเอาอกเอาใจไม่ห่าง ถัดไปคือเซี่ยอวี่หลินที่นั่งก้มหน้านิ่งในชุดผ้าไหมสีกลีบบัว ท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว ทว่าดวงตาเรียวกลับคอยลอบมองไปยังซุ้มประตูใหญ่ของตำหนักเป็นระยะด้วยความกระวนกระวายใจเสียงขันทีหลวงหน้าประตูตำหนักขานเสียงดังกังวานก้องท้องพระโรง"ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ชินอ๋องเซียวจิ้งหลานเสด็จ!"สิ้นเสียงประกาศ เสียงดนตรีและการสนทนาทั่วทั้งตำหนักหยุดชะงักลงพร้อมเพรียง ความเงียบสงัดเข้าแทนที่ในพริบตา สายตาทุกคู่หันขวับไป
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 5 : ดอกบัวขาวถูกฉีกหน้ากาก
บทที่ 5 : ดอกบัวขาวถูกฉีกหน้ากากเสียงสรรเสริญความกตัญญูของเซี่ยอวี่หลินยังคงดังก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างพยักหน้าชื่นชมในความประณีตของผืนผ้าไหมมังกรเหินหงส์ร่อน แสงเปลวเทียนจากโคมระย้าสาดสะท้อนเส้นไหมทองคำจนเปล่งประกายระยับระยับ เซี่ยอวี่หลินที่ยังคงคุกเข่าอยู่กลางลานเริ่มผุดรอยยิ้มสมใจ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบสายตากับจ้าวเจ๋อเหยียนด้วยประกายแห่งชัยชนะ หวังใช้คำเยินยอเหล่านี้ลบล้างมลทินเรื่องแจกันหยก และเหยียบย่ำพี่ชายต่างมารดาให้จมดินอีกคราท่ามกลางบรรยากาศชื่นชมอันอื้ออึง ร่างโปร่งในชุดผ้าไหมสีขาวพิสุทธิ์ค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นยืนเซี่ยอวิ๋นซีก้าวออกจากโต๊ะประธานฝั่งซ้าย ท่วงท่าย่างก้าวเนิบช้าแต่มั่นคง ชายเสื้อปักลายเมฆาครามสะบัดพลิ้วตามจังหวะเดินอย่างสง่างาม ดวงตาหงส์ทอดมองผืนผ้าไหมเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง ปราศจากความประหม่าหวาดเกรงแม้ต้องยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์องค์เหนือหัวความเงียบเริ่มแผ่ขยายไปทั่วตำหนักไท่เหอ ขุนนางทั้งสองฝั่งต่างหยุดบทสนทนา หันมาจับจ้องการกระทำของคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยเป็นตาเดียว"ฝ่าบาท" เซี่ยอวิ๋นซีค้อมกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงกังวานชัดเจนก้องท้
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 6 : หมากกลล่อเสือ
บทที่ 6 : หมากกลล่อเสือม่านหมอกยามรุ่งอรุณแผ่ปกคลุมลานกว้างหน้าตำหนักไท่เหอจนขาวโพลน ลมหนาวปลายฤดูพัดกรูบาดลึกถึงกระดูก ร่างของจ้าวเจ๋อเหยียนยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นศิลาเย็นเฉียบ อาภรณ์ปักดิ้นทองเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้าง ขาทั้งสองข้างชาด้านจนแทบไร้ความรู้สึก ขอบตาดำคล้ำสะท้อนความเคียดแค้นที่สุมแน่นในอกตลอดทั้งคืน ขันทีและนางกำนัลที่เดินผ่านไปมาต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ทว่าเสียงกระซิบกระซาบเหยียดหยามยังคงแว่วเข้าหูไม่ขาดสายเสียงระฆังหลวงบอกเวลาฟ้าสางดังกังวานก้องวังหลวง ขันทีประจำพระองค์เดินออกมารับสั่งให้ลุกขึ้น จ้าวเจ๋อเหยียนพยายามยันกายยืน ทว่าข้อเข่าที่รับน้ำหนักมาตลอดคืนกลับทรุดฮวบลงกับพื้น บ่าวคนสนิทต้องรีบถลันเข้ามาประคองร่างไว้อย่างทุลักทุเล"องค์ชายสาม ระวังพ่ะย่ะค่ะ!""ปล่อยข้า!" จ้าวเจ๋อเหยียนกัดฟันกรอด สะบัดแขนออกอย่างเกรี้ยวกราด นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องไปยังทิศทางของเรือนรับรองชินอ๋อง "เซี่ยอวิ๋นซี... เซียวจิ้งหลาน... หนี้แค้นครานี้ ข้าจะสับพวกเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"ข่าวความอัปยศในงานเลี้ยงตำหนักไท่เหอแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเร็วดั่งไฟลามทุ่ง ภายในจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ย เสียงร้องโ
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 7 : เพลงดาบลับชายแดน
บทที่ 7 : เพลงดาบลับชายแดนเสียงกลองศึกเก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุ่งกว้างนอกประตูด้านทิศใต้ ลมหนาวปลายฤดูพัดสะบัดธงทิวสีดำขลิบทองลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาจนส่งเสียงหวีดหวิว ลานประลองยุทธ์หลวงที่ปูด้วยศิลาแลงหนาแน่นเนืองแน่นไปด้วยขุนนาง แม่ทัพนายกอง และราษฎรเรือนหมื่นที่มาร่วมชมการคัดเลือกนายกองรักษาพระนคร อัฒจันทร์ไม้สูงสามจั้งฝั่งทิศเหนือตั้งตระหง่านเป็นที่ประทับขององค์เหนือหัวและพระบรมวงศานุวงศ์ แสงตะวันยามสายสาดสะท้อนคมอาวุธนานาชนิดจนเกิดประกายระยับวาววับบนโต๊ะประธานฝั่งซ้าย เซียวจิ้งหลานนั่งเหยียดกายพิงพนักเก้าอี้แกะสลักไม้ชิงชัน ใบหน้าคมสันดุดันราบเรียบไร้อารมณ์ นัยน์ตาดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองไปรอบลานประลองอย่างเงียบขรึมข้างกายของชินอ๋อง เซี่ยอวิ๋นซีผลัดเปลี่ยนจากชุดผ้าไหมกรอมเท้ามาสวมชุดรัดกุมสีขาวเงิน ชายเสื้อทะมัดทะแมงเข้ารูปขับเน้นช่วงเอวคอดกิ่ว ท่อนแขนสวมสนับหนังสีดำขลิบทอง เรือนผมดำขลับเกล้ารวบขึ้นสูงมัดด้วยแถบผ้าไหมสีคราม เผยลำคอระหงและดวงหน้าหวานหมดจดที่แฝงความเด็ดเดี่ยว ดวงตาหงส์ทอประกายสงบนิ่ง มือกำด้ามกระบี่เหล็กเนื้อดีไว้ข้างเอว ท่วงท่าสง่างามแฝงความปราดเ
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 8 : ตอกฝาโลงองค์ชายสาม
บทที่ 8 : ตอกฝาโลงองค์ชายสามเสียงฝีเท้าหนักแน่นเหยียบย่ำลงบนพื้นศิลาแลงดังกังวานก้องไปทั่วลานประลองอันเงียบสงัด ทหารองครักษ์พยัคฆ์ทมิฬหลายร้อยนายในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทกระจายกำลังปิดล้อมทางเข้าออกทุกทิศทางอย่างรวดเร็ว คมทวนยาวและหน้าไม้วาววับเล็งตรงเข้าสู่ศูนย์กลางลานประลอง สะกดข่มความเคลื่อนไหวของทุกคนจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับปลายนิ้วเซียวจิ้งหลานก้าวลงมาจากอัฒจันทร์ไม้สูง ชายเสื้อคลุมสีดำปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาสะบัดพลิ้วตามแรงลมหนาว ร่างสูงสง่าก้าวเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเซี่ยอวิ๋นซี นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายตามองฉางเฟิงที่คุกเข่ากุมข้อมือจมกองเลือดอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมาสบมองดวงหน้าหวานหมดจดของคนข้างกายมือหนายกขึ้นแตะที่หลังมือเรียวเบาๆ กอบกุมฝ่ามือที่ยังจับด้ามกระบี่แน่นเพื่อถ่ายทอดไออุ่น สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล"มือเจ็บหรือไม่?"เซี่ยอวิ๋นซีลดกระบี่ลง ส่ายหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มบางเบา "หม่อมฉันสบายดีพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล"เซียวจิ้งหลานพยักหน้ารับ แววตาอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยียบในเสี้ยววินาทีเมื่อหันกลับไปเผชิญหน้านักโทษบนพื้น รองเท้าศึกหนัง
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 9 : สุราหวานฉลองชัย
บทที่ 9 : สุราหวานฉลองชัยดาลเหล็กหนาหนักลั่นปิดสนิทลง ตัดขาดแสงตะวันอบอุ่นจากโลกภายนอกจนเหลือเพียงความมืดมิด กลิ่นอับชื้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กและหยดน้ำซึมผ่านรอยแยกของผนังหินศิลาแลงใต้ดินลึกแปดจั้งของศาลต้าหลี่จ้าวเจ๋อเหยียนทรุดกายนั่งพิงมุมห้องขังอันหนาวเหน็บ โซ่ตรวนเหล็กกล้าเส้นหนาล่ามตรึงข้อเท้าสองข้างไว้กับเสาหินอย่างแน่นหนา อาภรณ์ปักดิ้นทองขาดวิ่นเปรอะเปื้อนคราบโคลนตม มงกุฎหยกประจำตำแหน่งและป้ายทองพระราชทานสูญสิ้นไปตามพระบรมราชโองการถอดถอนฐานันดรศักดิ์ สภาพร่างกายบอบช้ำ ขาทั้งสองข้างปวดระบมจนขยับแทบไม่ได้ ไร้เงาข้ารับใช้คอยพะเน้าพะนอ ไร้สุราเลิศรส มีเพียงความมืดและความเงียบงันที่คอยตอกย้ำความพินาศย่อยยับอดีตองค์ชายสามกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดสดไหลซึมผ่านร่องนิ้ว แววตาเคียดแค้นจ้องเขม็งผ่านลูกกรงเหล็กออกไปในความมืดมิดตรงกันข้ามกับความมืดมิดในคุกหลวง จวนชินอ๋องทางทิศเหนือของเมืองหลวงสว่างไสวด้วยแสงโคมกระดาษสีนวลตา ลมราตรีพัดพาความเย็นสดชื่นผ่านยอดไผ่เขียวชอุ่ม เสียงกิ่งไผ่เสียดสีกันแผ่วเบาเคล้าเสียงสายน้ำไหลรินในสระบัว สวนหลังเรือนชิงซงเงียบสงบปราศจากเสียงรบกวน
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more
บทที่ 10 : ปิ่นหยกเปื้อนเลือด
บทที่ 10 : ปิ่นหยกเปื้อนเลือดแสงอรุณรุ่งสีทองสาดส่องผ่านยอดหลิวหน้าเรือนใหญ่ หมอกยามเช้าค่อยๆ สลายตัวไปตามไอร้อน เสียงฝีเท้าม้าเร็วของหน่วยพยัคฆ์ทมิฬดังห่างออกไปนอกแนวกำแพงจวน เซียวจิ้งหลานจำต้องออกเดินทางไปควบคุมการตรวจค้นจวนของจ้าวเจ๋อเหยียนและสั่งการเคลื่อนพลลงสู่ชายแดนทักษิณตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ปล่อยให้เรือนชิงซงและห้องทรงอักษรใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงบเซี่ยอวิ๋นซีสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน ก้าวเดินเข้ามาในห้องทรงอักษรตามคำอนุญาตของเจ้าของจวน กลิ่นหอมลุ่มลึกของไม้กฤษณายังคงอบอวลไปทั่วห้อง ร่างโปร่งเดินตรงไปยังชั้นตำราไม้ชิงชันหลังใหญ่ทางทิศตะวันตก หมายจะค้นหาบันทึกการจัดซื้ออาวุธของกองทัพในรอบสิบปีเพื่อตรวจดูเส้นทางเงินของฝ่ายเสิ่นฮองเฮาปลายนิ้วเรียวไล่ไปตามสันตำราโบราณอย่างแช่มช้า สายตาหยุดลงที่กล่องไม้ประดู่ดำใบหนึ่งซึ่งวางหลบมุมอยู่หลังม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์ กลไกสลักหยกข้างกล่องส่งเสียง กริ๊ก เบาๆ ยามปลายนิ้วสัมผัสโดน ฝากล่องไม้เลื่อนเปิดออกเองโดยอัตโนมัติแผ่นผ้าแพรสีแดงเลือดนกด้านในรองรับวัตถุชิ้นหนึ่งเอาไว้เซี่ยอวิ๋นซีชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในอกดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สิ่
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status