Mag-log inชื่อร้านเองคงมีที่มาจากนามสกุลของมารดา เขาได้ยินมาสมัยตัวเองเรียนเตรียมแพทย์อยู่คณะอักษรศาสตร์ เพ
น้ำสะดุ้งเฮือก เพราะมัวแต่กลัวโอคาดะมาเจอปลื้ม จึงไม่ทันได้สนใจตะกร้าของฝากบนโต๊ะ ถ้าบอกว่าไปซื้อมาเองคงโดนสงสัยยิ่งกว่าเดิม แต่หากบอกว่ามีคนไข้เอามาฝากก็มีจุดให้จับผิดไม่ต่างกัน เพราะคนที่จะขนขนมทำสดใหม่มาให้เขาได้ในช่วงนี้มันก็แทบจะมีอยู่คนเดียว“患者さんがお菓子をまとめて持ってきてくれたんです。彼らの息子さんを助けたことがあったみたいで。” คนไข้รวมขนมมาฝากน่ะ ดูเหมือนผมจะเคยช่วยลูกชายพวกเขาไว้สงครามในดงป่านั่น ฝั่งไทยใช้กำลังทหาร ตำรวจ และเยาวชนในการสู้รบ แม้ท่ามกลางเด็กพวกนั้นจะไม่มีใครเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่น้อย เขาซึ่งเป็นหมอเพียงไม่กี่คนจึงได้ช่วยเหลือไปอย่างไม่คิดอะไร“タイ人は、元敵にさえ親切なんですね。” คนไทยนี่ใจดีแม้แต่กับอดีตศัตรูเลยนะ“元々、あまり深く考えない人たちなんです。” พื้นฐานพวกเขาไม่ค่อยคิดมากน่ะในขณะที่คุณหมอคนสวยกำลังพูดคุยอยู่กับคนใหญ่คนโต ปลื้มฟังไปก็ไม่รู้เรื่องกับเขาหรอก เพียงแต่มือที่ลงมาปิดปากนี่หอมใช้ได้เลย...เอ๊ย! ไม่ใช่! ดูเหมือนคุณน้ำจะกลัวผู้ชายคนนั้นมากเลยจนมือสั่นไม่หยุด แบบนี้เรียกว่าคนรักกันได้หรือ ยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่เราแอบไปถ้ำมองเพื่อสำรวจพื้นที่ความประพฤติที่ไอ้ทหารตัวย
โรงเรียนศรียาภัย (โรงพยาบาลสนาม)ต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร พ.ศ.๒๔๘๕ท้องฟ้าสีเทาอึมครึมราวกับผ้าคลุมหนาหนัก ไอชื้นจากผืนดินที่รอคอยสายฝนอบอวลไปทั่วอากาศ โรงเรียนที่เคยครึกครื้นแต่ภายหลังจากสงครามบัดนี้กลับแปรสภาพเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว เพื่อใช้รักษาทหารไทยญี่ปุ่นที่ได้รับบาดเจ็บ ภายในห้องเรียนถูกจัดเรียงด้วยเตียงนอนโครงเหล็ก กลิ่นยาลอยปะปนกับกลิ่นอับชื้นของอาคารเก่า ช่างเป็นบรรยากาศชวนน่าหดหู่ในสายตาปลื้มยิ่ง ไม่รู้คุณหมอคนสวยท่านนั้นอยู่คุดคู้ในนี้ไปได้อย่างไรนายทหารร่างสันทัดเดินปราดเปรียวเข้าโรงพยาบาลไปพร้อมขนมหนึ่งตะกร้าที่ได้รับมาจากผู้คนในชุมชน ตอบแทนภารกิจต้านกองทัพญี่ปุ่นแม้ฝ่ายเราจะยกธงขาว แต่ไม่ว่าจะแบ่งกับเด็ก ๆ คนรู้จักอย่างคุณแก้วหรือผู้กองของมันก็มีมากเกินไป ครั้นจะเก็บไว้กินก็เกรงว่าจะบูดเสียก่อน เขาจึงนึกถึงคุณหมอที่พูดไทยได้คนนั้นขึ้นมา“เดี๋ยว นี่ใครให้นายเข้ามา”“ผมเดินเข้ามาเอง มาสถานพยาบาลต้องมีคนอนุญาตด้วยเหรอครับ?”ปลื้มงงงวยมองคุณหมอด้วยความแปลกใจ เขาเคยเข้ามาเยี่ยมผู้กองตั้งหลาย
แฮ่กึ๊นภายนอกดูกรอบฟูจากฟองเต้าหู้ เมื่อกัดลงถึงเนื้อด้านในเด้งสู้ฟันเพราะเนื้อกุ้งสับละเอียด มีความเค็มมันและมีรสหวานอ่อน ๆ จากเนื้อกุ้งยิ่งจับคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยรสหวานอมเปรี้ยว ตัดเลี่ยนได้ดีทีเดียว ส่วนกุนเชียง เราเคยเห็นปลื้มนั่งมัดปมเชือกอยู่ในครัวแต่ไม่เคยได้ชิมเพราะมันชอบหมดเสียก่อน ทำจากเนื้อหมูบดผสมมันหมู ปรุงรสด้วยเครื่องเทศจากนั้นนำไปกรอกในไส้หมูแล้วผึ่งแดดจนแห้ง เมื่อกินแบบทอดสดใหม่จะทั้งกรอบทั้งมันทั้งหวานในคำเดียว และสุดท้ายคือขนมจีบกุ้งที่ไม่บอกก็คงอร่อยไม่ต่างกัน เมื่อมองดูดี ๆ แล้วไม่ใช่ว่าเจ้าปลื้มจงใจหยิบของรสหวานใส่จานมาเพื่อเอาใจเขาคนเดียวหรอกนะ“คุณแก้ว อร่อยไหมครับ?”“อร่อยเหมือนเดิมเลยครับ”“ปกติคุณแก้วจะสั่งอะไรบ้างเหรอครับ?”“โต๊ะจีนทั่วไปหนึ่งชุดเลยครับ ส่วนอาหารผมกับพี่ดินกินอะไรก็ได้อยู่แล้ว”“เป็นคนทานง่ายแต่ก็อยากมีมื้อพิเศษสินะครับ”“ประมาณนั้นเลยครับ ฮ่า ๆ พวกผมขี้เกียจคิดเองด้วย”น้ำรู้มาจากการจัดเรียงบัญชีว่าร้านวิภาโภชนาเอง นาน ๆ ทีจะมีนายจ้างมาเหมาร้านไปร่วมงานบุญ ไม่ก็จัดโต๊ะจีนในงานทั้งมงคลและอวมงค
“จะว่าไปเรากำลังทำขนมอะไรกันอยู่เหรอครับ?”“บัวหิมะครับ พอดีมีลูกค้าสั่งมาเยอะ”แก้วคิดไปก็อมยิ้มมองคุณหมอที่อาจไม่รู้ที่มาที่ไป เท่าที่ฟังจากพี่ดินมา เห็นว่าคุณปลื้มไม่ถนัดทำขนมมาตั้งแต่แรก สมัยอยู่ในกองทัพมีโอกาสก็ทำแต่กับข้าวไม่ก็กับแกล้ม ไม่มีหรอกจะมาปั้นทำขนมทาน“คุณน้ำว่าขนมอร่อยไหมครับ?”“ถูกปากผมมากเลยครับ”“คุณน้ำรู้ไหมครับ ว่าก่อนหน้านี้คุณปลื้มเขาไม่คิดจะทำขนมมาก่อนหรอก”แก้วรับฟังแล้วจึงนึกย้อนไปในช่วงปีแรกที่ตัวเองเข้าพระนครมาเรียนครูซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พี่ดินกลับบ้านมาพักหลังจบสงครามท่านางสังข์ มีวันหนึ่งพวกเราทั้งครอบครัวได้มาเยือนร้าน ก่อนจากกันคุณปลื้มได้นำขนมชนิดหนึ่งออกมาให้ชิมเพื่อรับคำติชมนำไปพัฒนาสูตรก่อนวางขาย ซึ่งนั่นคือ ‘ขนมบัวหิมะ’ เนื่องจากมันเป็นขนมรสหวานที่คุณปลื้มพอจะทำได้ อย่างน้อยในวันใดวันหนึ่งจะได้กลับมาพบคุณน้ำอีกครั้งน้ำซึ่งหยิบไส้ขึ้นมาปั้นใบหน้าเริ่มขึ้นสี ไม่คิดมาก่อนว่าเด็กคนนั้นจะริเริ่มเรียนรู้การทำขนมหวานเพียงเพราะว่าตัวเขาชื่นชอบ ทั้งยังทำติดต่อกันมาหลายปี เพื่อรายได้มันก็ส่วนหนึ่
‘วิภาโภชนา’ ถ.เยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๔๙๑“คุณแก้ว สวัสดีครับ”“สวัสดีครับ เจอกันครั้งล่าสุดเราก็ไม่ได้คุยกันมากเท่าไรเลยนี่ครับ”เจ้าของชื่อขานรับด้วยรอยยิ้ม ในช่วงเดือนที่เขาไปขอความช่วยเหลือจากคุณแก้วเป็นช่วงใกล้สิ้นปี คุณแก้วที่เป็นครูจึงอยู่ในช่วงงานล้นมือเพราะต้องตรวจข้อสอบนักเรียนทั้งชั้นด้วยตัวคนเดียว ไหนเขาจะขอพักเพียงหนึ่งวัน พวกเราจึงได้คุยกันเพียงน้อยนิดพอเป็นพิธีเท่านั้น มาคราวนี้คงได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันนานเป็นแน่“ผมรบกวนคุณน้ำหรือเปล่าครับ? เห็นปลื้มบอกว่าคุณช่วยทำขนมอยู่”“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมอยากคุยกับคุณแก้วด้วย”“ถ้าอย่างไร จะเอาขึ้นมาทำข้างบนก็ได้นะครับ ผมจะได้ช่วยทำระหว่างรออาหารด้วย”“ดีเลยครับ”“โถ่...พี่ครับ ผมกะจะให้พี่ขึ้นมาพักแท้ ๆ” ปลื้มอิดออด อุตส่าห์วางแผนให้เจ้าพี่ขึ้นมาสนทนาพาทีกับเพื่อนเก่า เหตุ ใดจึงคิดขนงานขึ้นมาทำได้เล่า“แก้ว จะดีเหรอ...” พิภพเองไม่อาจไว้ใจแม่นางรำคนรัก เพราะมีประวัติไม่ค่อยดีเกี่ยวกับอาหาร เกรงว
เรือนนางรำต.ท่าตะเภา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร พ.ศ.๒๔๘๕เรื่องราวทั้งหมดมันจะไม่เกิดขึ้นเลยหากไอ้ทหารเลวพวกนั้นมันหัดควบคุมกามตัณหาของตนเองเสียบ้าง รัฐบาลไทยเองก็ร่อนจดหมายประกาศผ่านวิทยุว่าได้มีการจัดเตรียมเรือนโสเภณีเอาไว้ให้แล้ว ณ ใจกลางพระนคร ถึงกระนั้นพวกมันกลับมักง่าย ไล่จับหญิงไทยผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มากระทำชำเราไม่เลือกหน้า หรือแม้แต่บุรุษพวกมันบางคนก็ไม่เว้น“คุณแก้ว ข้อเท้าไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ...”อาซามิถามเสียงสั่น เนื่องจากเขาพึ่งทราบว่าทหารบางกลุ่มเฝ้ามองเรือนนางรำมานานนับตั้งแต่สมาชิกในวงออกมาทำการแสดงในงานเลี้ยงต้อนรับ ยังไม่รวมเหตุการณ์ที่หนึ่งในลูกศิษย์คุณแก้วเจ้าของคณะไปมีปากเสียงกับทหารญี่ปุ่นจนกลายเป็นที่เพ่งเล็ง ไม่นานหลังจากนั้นพวกมันจึงคิดแผนวางกับดักยังป่าข้างเรือน เพื่อดักจับลักพาตัวไปข่มเหง หรือไม่ก็จงใจสร้างบาดแผลยังข้อเท้าให้หนีลำบาก ช่างเป็นการกระทำที่ต่ำช้าเสียยิ่งกว่าการยิงกระสุนในสงคราม“ผมใกล้หายแล้ว คุณน้ำไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“ผม...ฮึก...ผมขอโทษ ผมขอโทษจริง ๆ ครับ







