Beranda / รักโบราณ / องค์หญิงกาลกิณี / บทที่ 1 องค์หญิงกาลกิณีถือกำเนิด

Share

องค์หญิงกาลกิณี
องค์หญิงกาลกิณี
Penulis: วริษา

บทที่ 1 องค์หญิงกาลกิณีถือกำเนิด

Penulis: วริษา
last update Tanggal publikasi: 2025-01-21 20:56:14

บทที่ 1 องค์หญิงกาลกิณีถือกำเนิด

ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดสลัวพายุพัดผ่านโคมไฟที่ห้อยทั่วตำหนักเริ่มสั่นไหวตามแรงลม เหล่านางกำนัลและขันทีที่ต่างพากันวิ่งไปทั่วตำหนัก เพราะบัดนี้ตำหนักของกุ้ยเฟยหนิงฮวาสตรีที่ฮ่องเต้มอบความรักและความใส่ใจให้มากกว่าสตรีใดในวังหลวงเพราะความงามและกิริยาจิตใจของนางนั้นช่างงดงามราวกับใบหน้า ทำให้นางได้ตั้งครรภ์บุตรของฝ่าบาทที่ตอนนี้กำลังนอนเจ็บปวดอยู่ที่ตำหนักเป็นเวลานานหลายเพลา

ฝ่าบาทคิ้วขมวดใบหน้ากังวลเป็นกุ้ยเฟยที่นอนเจ็บปวดแต่ว่าเขานั้นช่วยอันใดนางมิได้

"นี่หมอหลวงกุ้ยเฟยเป็นเช่นใดบ้าง ตอนนี้บุตรของข้าถือกำเนิดรึยังเหตุใดข้าถึงไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลย"

ฝ่าบาทยืนอยู่ประตูด้านนอกตะโกนถามเข้าไปเพราะเป็นกุ้ยเฟยเหลือเกิน

"ทูลฝ่าบาทเพคะ บัดนี้พระชายาหนิงฮวายังไม่ได้ให้กำเนิดเพคะ เพราะพระนางหมดแรงตอนนี้ทางท่านหมอกำลังเร่งช่วยพระนางอยู่เพคะ "

เสียงนางกำนัลที่ตอบกลับมาทำให้ฝ่าบาทรู้สึกร้อนรุ่มในใจมากกว่าเดิม ฝ่าบาทแทบนั่งไม่ติดเดินไปเดินมาไปทั่วหน้าตำหนัก

ทันใดนั้นเองก็มีขันทีประจำตัวของพระองค์ได้วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

"ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องร้ายมากราบทูลพะย่ะค่ะ'' ขันทีก้มตัวลงโค้งคำนับ

"มีเรื่องอันใด ตอนนี้ข้ายังไม่พร้อมที่จะฟังเจ้าก็รู้ว่าตอนนี้จิตใจของข้าเป็นห่วงพระชายาหนิงฮวาอยู่มิคลาย" ฮ่องเต้นั่งลงใช้มือกุมขมับคิ้วขมวด

"แต่ทว่าเรื่องนี้เองก็สำคัญกับฝ่าบาทนะพะย่ะค่ะ"

"เรื่องอันใดรีบบอกมาแล้วอย่ามากวนใจข้าอีก" ฮ่องเต้เบ่งเสียงตะละใบหน้าเคร่งเครียด

"องครักษ์ประจำตัวขององค์รัชทายาทได้มากราบทูลแจ้งต่อกระหม่อมว่าองค์รัชทายาทได้สิ้นพระชนม์แล้วพะย่ะค่ะ" ฝ่าบาทเมื่อได้ยินถึงกับไม่เชื่อหูตนเองดึงดาบจากทหารที่ยืนอยู่ตรงนั้นใส่คอของขันที ทำให้ขันทีตกใจกลัวจนทรุดลงนั่งกับพื้น

"เจ้าบังอาจนำเรื่องเช่นนี้มาพูดกับข้าได้อย่างไร องค์รัชทายาทมีพระวรกายที่แข็งแรง เจ้าช่างบังอาจนัก"

"กระหม่อมพูดเรื่องจริงนะพะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทได้ออกไปล่าสัตว์เมื่อสองวันก่อนกับองค์ชายสาม ระหว่างล่าสัตว์อยู่นั้นองค์รัชทายาทพบเจอสัตว์ใหญ่ทำให้พระองค์ต้องการมาครอบครองและเข้าไปตามล่าและคลาดกับองครักษ์และเหล่าทหารเข้าไปในป่าลึก เมื่อองครักษ์ไปพบองค์รัชทายาทก็ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว หากพระองค์ไม่เชื่อกระหม่อมก็เข้าไปทูลถามองค์ชายสามได้พะย่ะค่ะ ตอนนี้ขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทใกล้จะถึงวังหลวงแล้วพะย่ะค่ะ" สิ้นคำพูดของขันทีสั่นกลัวดาบที่อยู่บนคอ ฝ่าบาทก็รีบวิ่งออกไปด้วยจิตใจที่หวาดกลัว และไม่อยากที่จะเชื่อคำพูดของขันที

"เปรี้ยง!!."

ทันใดนั้นเองเสียงฟ้าก็ผ่าลงกลางวังหลวงเม็ดฝนโปรยลงมาราวกับแสดงความเสียใจต่อฝ่าบาทที่ได้สูญเสียพระอาทิตย์ดวงเล็กของใต้หล้า แต่ทว่าเมื่อเสียงฟ้าร้องนั้นก็มีเสียงกรีดร้องของพระชายาหนิงฮวาร้องขึ้นอย่างดัง ฝ่าบาทพะวงหน้าพะวงหลังแต่แล้วเขาก็เลือกที่จะเดินไปดูร่างขององค์รัชทายาท

เสียงเด็กก็ได้ร้องออกมาแข่งกับเสียงฝนที่โปรยลงมา

 

ท้องพระโรง

ฝ่าบาทเดินผ่าฝนมาหาองค์รัชทายาทเขาเองแทบทรุดเมื่อเปิดผ้าดูก็พบว่าร่างที่นอนอยู่นั้นคือบุตรชายสุดที่รักของเขาจริงๆ เหล่าทหารองครักษ์รวมถึงองค์ชายสามต่างพากันคุกเข่าต่อหน้าฝ่าบาท

"ท่านพ่อ ข้าดูแลองค์รัชทายาทไม่ดีเองทำให้พระองค์ต้องเจอกับสัตว์ร้ายเช่นนี้ ข้ามิได้ตั้งใจพระองค์โปรดลงโทษข้าเถิด เป็นเพราะข้า" องค์ชายสามร้องไห้ออกมาและตบใบหน้าของตนที่ไม่สามารถดูแลองค์รัชทายาทได้

"พระองค์โปรดลงโทษพวกกระหม่อมด้วยพะย่ะค่ะ" เหล่าทหารที่ร่วมขบวนเสด็จไปล่าสัตว์ต่างก้มหน้ารับความผิด

"ไม่จริง!!ไม่จริง ข้าไม่เชื่อองค์รัชทายาทเจ้าฟื้นสิ " บัดนี้ความเสียใจเจ็บปวดทำให้ฝ่าบาทสติขาดไม่เชื่อภาพที่อยู่ตรงหน้า เสียงร้องไห้ของฝ่าบาทระงมไปทั่ววังหลวง

ตำหนักหมิ่งซื่อ

แม่ของแผ่นดินหรือว่าฮองเฮาที่กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าให้แก่บุตรที่กำลังจะเกิดของกุ้ยเฟยหนิงฮวาด้วยความยินดี นางมีนิสัยที่อ่อนโยนจิตใจดีมีเมตตา เอ็นดูหนิงฮวาเป็นอย่างมาก มิเคยอิจฉาริษยาที่นางมาแย่งความรักของฝ่าบาทไปแม้แต่น้อย

"ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันว่าบัดนี้กุ้ยเฟยน่าจะคลอดบุตรมาแล้ว เสด็จไปดูกันมั้ยเพคะ " นางกำนัลคนสนิทได้เอ่ยขึ้น

"ข้าว่าก็ดีเช่นกัน ดูสิตอนนี้ข้าก็ได้ปักผ้าเสร็จพอดี " ฮองเฮาชูผ้าผืนเล็กขึ้นให้เหล่านางกำนัลดูด้วยรอยยิ้มปลิ่มสุข

"ช่างสวยเหลือเกินเพคะ"

ยังไม่ทันที่ฮองเฮาจะได้เสด็จออกจากตำหนัก ก็มีขันทีวิ่งแข่งกันความแรงของเม็ดฝนด้วยความเร่งรีบเข้ามาที่ตำหนักจนโดนฮองเฮาตำหนิเอา

"เจ้านี่อยู่ในวังหลวงมาตั้งนานหลายปีเหตุใดถึงทำตัวเช่นนี้ เสื้อผ้าของเจ้าก็เปียกไปด้วยน้ำฝน "

ฮองเฮาตำหนิขันทีที่ตอนนี้เหนื่อยหอบกับการวิ่งมาหาพระนาง

"กระหม่อมมีเรื่องเร่งด่วนมาทูลฮองเฮาพะย่ะค่ะ กระหม่อมขอให้อภัยที่ทำตัวเช่นนี้"

"มันมีอะไรสำคัญไปกว่าที่เจ้าทำตำหนักของข้าเปียกด้วยหรือเจ้าไปเปลี่ยนผ้าแล้วค่อยมาบอกข้าก็แล้วกัน"

"เรื่องนี้สำคัญมากพะย่ะค่ะ กระหม่อมมิอาจใจเย็นได้ "

ขันทียืนไม่นิ่งมีอาการร้อนรนจู่ๆ สักพักเขาก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นและร่ำไห้ออกมา

"เจ้าเป็นอันใดเหตุใดต้องร้องไห้ออกมาเช่นนี้"

"กระหม่อม กระหม่อมจะแจ้งต่อฮองเฮาบัดนี้องค์รัชทายาทได้สิ้นพระชนม์แล้วพะย่ะค่ะ " ขันทีก้มหน้าลงพื้นด้วยความรู้สึกเศร้าเสียใจ

ฮองเฮาเมื่อได้ยินคำพูดที่คิดไม่ถึง มือที่ถือผ้าได้ปล่อยลงอย่างหมดแรง

"เจ้าพูดเรื่องอันใด เจ้าโกหกข้าใช่หรือไม่ บอกข้ามาว่าเจ้าโกหก" ฮองเฮาทรุดตัวลงตรงหน้าของขันทีและถามเขาอีกครั้ง

"เรื่องจริงพะย่ะค่ะตอนนี้ร่างขององค์รัชทายาทอยู่ที่ท้องพระโรง " สิ้นเสียงที่เปล่งออกมาจากปากของขันทีฮองเฮาก็ได้ร้องกรี๊ดออกมาอย่างไม่เชื่อและเสียใจเป็นที่สุด

"กรี๊ด!! ไม่จริงข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ"

เหล่านางกำนัลที่รับใช้ฮองเฮาต่างพากันร้องไห้เสียใจที่บัดนี้ฮองเฮาได้เสียองค์รัชทายาทไป

"ฮองเฮาเพคะ ลุกขึ้นก่อนเถอะเพคะ" เสียงสั่นของนางกำนัลคนสนิทได้พยุงตัวของฮองเฮาให้ลุกขึ้น

"ข้าไม่เชื่อข้าจะไปดูให้เห็นกับตา องค์รัชทายาทมีร่างกายแข็งแรง จะเป็นอันใดได้อย่างไร เจ้ารีบพาข้าไปที่ท้องพระโรงที" เสียงสะอื้นไห้ไม่ยอมรับความจริงของฮองเฮาช่างเจ็บปวด น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสายเลือด

นางกำนัลและขันทีจึงพากันนำขบวนเสด็จพาฮองเฮาไปที่ท้องพระโรงทันที เมื่อมาถึงท้องพระโรงฮองเฮาวิ่งเข้าไปดูร่างขององค์รัชทายาทที่นอนนิ่งผิวขาวเผือกไม่มีเลือดวิ่งในร่างกาย พระนางวิ่งเข้ามาสวมกอดทันที

"ไม่จริง องค์รัชทายาทเจ้าตื่นสิ ฝ่าบาทบอกหม่อมฉันสิเพคะว่าไม่ใช่เรื่องจริงองค์รัชทายาทนอนอยู่ใช่มั้ยเพคะ" ฮองเฮาหันไปหาฝ่าบาทที่นั่งอยู่ข้างๆ ร่างองค์รัชทายาท

"ข้าขอโทษฮองเฮาแต่บัดนี้เราได้เสียองค์รัชทายาทไปแล้วจริงๆ " น้ำเสียงแหบแห้งได้เปล่งออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจไม่ต่างอันใดกับฮองเฮา

"ไม่จริง ข้าไม่เชื่อลูกชายของข้าเป็นเด็กที่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก จะมาเสียชีวิตอย่างนี้ได้อย่างไร หรือว่าเจ้าดูแลองค์รัชทายาทไม่ดี" ฮองเฮาหันไปมององครักษ์อย่างตำหนิ

"กระหม่อมสมควรตายพะย่ะค่ะ เป็นกระหม่อมเองที่ดูแลองค์รัชทายาทไม่ดี ฮองเฮาลงโทษหม่อมฉันได้เลยพะย่ะค่ะ" องครักษ์ประจำตัวของได้ก้มลงสำนึกผิด ฮองเฮาเข้าไปตุบตีด้วยความช้ำใจ หากแต่นางก็โดนฝ่าบาทดึงแขนให้หยุดการกระทำเช่นนี้ไว้

"เหตุใดไม่เป็นเจ้า เหตุใดต้องเป็นลูกของข้าด้วย "

"หยุดเถิดฮองเฮา ไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้น องค์รัชทายาทถูกสัตว์ป่าทำร้าย ไม่ใช่ความผิดขององครักษ์หรอกนะ"

"ฝ่าบาทท่านจะรู้อันใดเพคะ บุตรชายของข้าเพียงผู้เดียวที่เป็นดั่งชีวิตของข้าตอนนี้ได้จากข้าไปแล้ว แล้วเช่นนี้ข้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ฮื้อ ฮือ อึก..."

ฮองเฮาทรุดตัวลงร้องไห้ออกมาอย่างเสียสติ จิตใจแตกสลายโลกที่เคยสวยงามบัดนี้กลายเป็นมืดสนิท

ฝ่าบาทคว้าตัวฮองเฮามาสวมกอดเพื่อปลอบประโลม

"ข้าเองก็เสียใจไม่ต่างอันใดกับเจ้าหรอกนะฮองเฮา องค์รัชทายาทเป็นบุตรที่ข้ารักมากที่สุด ข้าเองก็เสียใจไม่น้อยเจ้าสงบสติอารมณ์เถิด"

ฝ่าบาทได้กอดฮองเฮาอยู่เช่นนั้นสักพักก็ได้มีขันทีของตำหนักกุ้ยเฟยวิ่งเข้ามาในท้องพระโรงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 40 ข้ามีความสุขในทุกวัน (ตอนจบ)

    บทที่ 40 ข้ามีความสุขในทุกวัน สามปีต่อมาหลังจากวันนั้นที่หนิงเอ๋อคลอดและแม่ทัพเองก็ได้ออกจากกองทหารเพราะแขนที่ได้รับบาดเจ็บของเขาทำให้เขาไม่สามารถจับดาบได้อีก เขาจึงมาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับหนิงเอ๋อและบุตรชายของเขาที่ทั้งดื้อทั้งซนแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ที่ดินที่ฮองเฮาเคยให้ไว้เขาเองก็จัดแจงทำเกษตรคอยให้ชาวบ้านที่เร่ร่อนช่วยกันทำมาหากินหากผู้ใดทำได้มากเขาก็มีผลตอบแทนให้อย่างมากเช่นกัน ทำให้แม่ทัพได้หันมาเป็นหัวหน้าค้าขายรายใหญ่หนิงเอ๋อวันนี้นางก็ได้มายืนที่บึงบัวเช่นเคยและยิ้มให้กับท้องฟ้าจนบุตรชายของนางได้สงสัยและวิ่งเข้ามาถาม"ท่านแม่ ท่านยิ้มให้ท้องฟ้าทุกวันข้าเองก็สงสัยว่าท่านยิ้มให้สิ่งใดข้าเห็นเพียงแค่ก้อนเมฆที่ลอยไปลอยมาเท่านั้น" หนิงเอ๋อจึงนั่งลงและชี้ไปที่ก้อนเมฆให้บุตรของนางได้ดู"เฉี่ยวเปา เจ้าดูที่มือของเม่น่ะ นั้นคือท่านยายเป็นแม่นมของแม่ ส่วนนั้นฟางลี่เว่ยท่านป้าที่ใจดีที่สุด และอีกคนที่ส่งยิ้มมาให้เจ้าคือสหายที่ดีที่สุดของแม่ด้วยเช่นกัน" หนิงเอ๋อชี้เฉี่ยวเปาก็มองตาม เขาก็ยังไม่เห็นสิ่งใดอยู่ดีนอกจากก้อนเมฆ"ข้ายังไม่เห็นสิ่งใดเลย เห็นเพียงก่อนเมฆเท่านั้น""สองคน

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 39 ข้าจะมองดูท่านอยู่บนฟากฟ้า

    บทที่ 39 ข้าจะมองดูท่านอยู่บนฟากฟ้าหนิงเอ๋อเดินออกมาจากห้องของแม่ทัพด้วยหัวใจที่ปวดร้าว นางกลับไปหาหางเฟิ่งเขาเองมองนางออกว่าตอนนี้หัวใจของนางนั้นมีแม่ทัพอี้อยู่ในใจ"องค์หญิงเราออกไปเดินเล่นกันดีมั้ย วันนี้ข้างนอกอากาศแจ่มใสไม่ร้อนมากนัก" หางเฟิ่งอยากให้นางรู้สึกดีจึงชวนนางออกไปเดินเล่นกันหนิงเอ๋อพยักหน้าและเดินออกไปด้านนอกทุกคนที่นี่ต่างรู้ว่าหางเฟิ่งนั้นเป็นองครักษ์ของหนิงเอ๋อ จึงไม่มีผู้ใดสงสัย นางเดินมาเรื่อยๆ และหยุดที่บึงบัวเหม่อลอยมองไปด้านหน้า"ทรงคิดอะไรอยู่หรือพะย่ะค่ะ ""ข้ากำลังคิดว่าจะไปที่ใดดี ที่ที่ไม่มีองค์หญิงองค์ชายหรือฐานะใดข้าอยากไปอยู่ในที่ที่ทุกคนมีสถานนะเท่าเทียมกัน ในโลกที่ไม่มีความริษยาอิจฉาแย่งชิงหรืออำนาจ ข้าต้องการอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยความรักความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน ""โลกเช่นนั้คงไม่มีหรอกพะย่ะค่ะ ทุกคนบนโลกใบนี้ต่างก็เป็นคนที่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีด้วยกันทุกคนอยู่ที่ว่าผู้ใดเลือกที่จะเป็นอย่างใดมากกว่า องค์หญิงอย่าทำเช่นบึ้งตึงเช่นนี้สิพะย่ะค่ะมองดูเมฆก้อนนู้นสิช่างเหมือนแม่นมกับฟางลี่เว่ยกำลังจ้องมองดูท่านอยู่เลย ช่วยยิ้มออกมาให้ท้ังสองคนดูสิพะย่ะ

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 38 เราทั้งสองหย่ากันเถอะ

    บทที่ 38 เราทั้งสองหย่ากันเถอะแม่ทัพอี้ควบม้าออกตามหาหนิงเอ๋ออย่างร้อนใจก็มาพบม้าสองตัวที่ถูกทิ้งอยู่กลางป่า เขาจึงสั่งทหารให้ตามหาหนิงเอ๋อกับใต้เท้าไป๋เดินได้ไม่นานทหารก็ตะโกนเรียกท่านแม่ทัพไปดูก็พบกับร่างของลูกน้องใต้เท้าไป๋เดินไปอีกสักพักก็พบใต้เท้าไป๋นอนจมกองเลือดและบาดแผลที่ไม่น่าดู จิตใจของแม่ทัพเริ่มสั่นไหวใจเต้นระรัว กลัวหนิงเอ๋อจะจากเขาไป เขาจึงรีบวิ่งตามหานางอย่างเป็นหวงแต่แล้วก็ต้องพบเข้ากับหนิงเอ๋อที่กำลังกอดแนบแน่นอยู่กับชายอื่น ความเป็นห่วงและความโมโหได้หล่อล้อมเข้าด้วยกันทำให้เขาโกรธและจะฆ่าชายผู้นั้นที่บังอาจมากอดภรรยาของเขา"เอามือออกจากนางเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะจัดการเจ้าให้สิ้นใจในครั้งเดียว" หางเฟิ่งตกใจเมื่อจู่ๆ โดนดาบจากที่ใดมาวางอยู่ที่คอ หนิงเอ๋อเห็นนางจึงรีบเข้าไปผลักแม่ทัพออก และนำตัวหางเฟิ่งไปใว้ด้านหลังนาง แม่ทัพเห็นก็รู้ในทันทีว่าชายผู้นี้ต้องมีความสัมพันธ์ที่พิเศษกับหนิงเอ๋อเป็นแน่"นี่เจ้ากล้ามาผลักสามีของเจ้าเพื่อช่วยชายผู้นี้หรือ""หากไม่มีเขาข้าเองก็ต้องตายไปแล้วด้วยน้ำมือของใต้เท้าไป๋ ข้าไม่ทางให้ท่านทำอันใดกับคนของข้าไม่ว่าท่านจะเป็นสามีของข้าก็

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 37 หนิงเอ๋อแก้แค้นให้ทุกคน

    บทที่ 37หนิงเอ๋อแก้แค้นให้ทุกคนใต้เท้าไป๋ได้พาหนิงเอ๋อหลบหนีโดยการนั่งม้า เมื่อมาถึงป่ารกเขาจึงทิ้งม้าไว้เพื่อเดินเข้าไปที่ป่าและจะหลบหนีโดยการขึ้นเรือหากเดินเข้าป่านี้ไปไม่นานก็ถึงท่าเรือ ทั้งสามคนก็ได้เดินเข้าป่ามาหนิงเอ๋อที่ตั้งครรภ์อยู่เมื่อเดินมาได้สักพักนางก็เหนื่อยหอบและขอให้แม่ทัพอี้ได้พักเสียก่อน"นี่ใต้เท้าข้าขอนั่งพักสักครู่ได้หรือไม่ ""เจ้านี่ช่างเป็นตัวปัญหาเสียจริง" ใต้เท้าไป๋ได้ดุด่าหนิงเอ๋อลูกน้องจึงได้ถาม"ท่านจะพาตัวนางไปด้วยทำไมหรือ ข้าว่าเราจัดการนางเสียจะดีกว่ามิเช่นนั้นพวกทหารจะตามเรามาทันนะขอรับ""อย่าพึ่ง! นางยังมีประโยชน์กับข้าอยู่ หากเรารอดพ้นจากทหารเมื่อนั้นค่อยจัดการนางทิ้ง เจ้าเองก็รีบนั่งพักซะจะได้รีบออกเดินทาง ข้าเองก็เจ็บแผลที่เจ้าสร้างมาเช่นกัน เอาอย่างนี้ดีมั้ยระหว่างที่เจ้าพักข้าจะขอเอาคืนแผลที่เจ้าแทงข้า แต่ข้าจะไม่แทงเจ้าด้วยมีดหรอกนะ ข้าจะแทงเจ้าด้วยแท่งร้อนของข้า ฮ่า ฮ่า เจ้าไปดูต้นทางหากมีผู้ใดน่าสงสัยก็รีบตะโกนบอกข้า " ใต้เท้าไป๋ใช้มือปาดริมฝีปากราวกับผู้ที่หิวกระหาย ทำให้หนิงเอ๋อรู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงบุตรเป็นอย่างมาก นางพยายามจะขยับกายหน

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 36 จับกบฎ

    บทที่ 36 จับกบฎ"ก็เพราะว่าองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันมิใช่บุตรของข้าอย่างไรล่ะ" ฝ่าบาทเดินออกมาจากด้านหลังบัลลังก์และมานั่งอยู่บนบังลังก์ทำให้หวงกุ้ยเฟยและใต้เท้าไป๋ถึงกับหน้าซีด"เหตุใดฝ่าบาทถึงฟื้นขึ้นมาได้ แล้วฝ่าบาทเอาเรื่องใดมาพูดว่าองค์รัชทยาทไม่ใช่บุตรของท่านละเพคะ หากไม่ใช่บุตรของท่านจะเป็นบุตรของผู้ใด ใต้หล้ารู้ต่างว่าข้าเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้ตั้งแต่หม่อมฉันยังไม่ตั้งครรภ์ " หวงกุ้ยเฟยรีบดินออกมาด้านหน้าและทูลถาม"หึ หึ จะให้ข้าพูดจริงๆ หรือหวงกุ้ยเฟย เอาล่ะหากเจ้าใคร่รู้ข้าเองก็จะบอกเจ้าเอง องค์รัชทยาทหรือองค์ชายหลีเจียซินมิใช่ลูกของข้าแต่เป็นลูกของเจ้ากับใต้เท้าไป๋ พวกเจ้ากำลังก่อกบฏจะยึดบัลลังก์และวางแผนที่จะโค้นบัลลังก์ทหารจับหวงกุ้ยเฟยและใต้เท้าไป๋เอาไว้ และต่อจากนี้องค์รัชทายาทองค์หญิงเสี่ยวหลงถูกปลดตำแหน่งและจับตัวทั้งสองคนมาที่ท้องพระโรงเดี๋ยวนี้" เมื่อสิ้นคำสั่งทหารก็รีบจับตัวของหวงกุ้ยเฟยแต่ใต้เท้าไป๋ยังไม่ยอมรับความจริงจึงได้ต่อลองกับฝ่าบาท"ท่านจะหาว่าข้าเป็นบิดาขององครัชทายาทได้อย่างไรอีกอย่างฝ่าบาทจะมากล่าวหากระหม่อมได้อย่างไร หากท่านไม่มีอันใดชี้แนะมาทางข้าว่าข้า

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 35 ก่อกบฎ

    บทที่ 35 ก่อกบฎฟางลี่เว่ยกำลังนำยาสมุนไพรที่ท่านหมอให้ไว้ต้มให้หนิงเอ๋อดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย แม่ทัพอี้กำลังเดินเข้ามาที่ในห้องของหนิงเอ๋อ ก็แปลกใจเลยถามด้วยความเป็นห่วง"เจ้าไม่สบายตรงไหน ถึงได้มียาต้มมาวางอยู่ตรงนี้" แม่ทัพอี้นั่งลงที่เก้าอี้และถามหนิงเอ๋อที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา"ข้าสบายดี ไม่ทำให้ท่านต้องมาเป็นห่วงหรอกเพคะ เชิญไปพรอดรักอยู่กับพี่เสี่ยวหลงเถิดและเชิญท่านออกไปจากห้องของข้าได้แล้ว ข้าอยากพักผ่อน" แม่ทัพอี้ถึงกับหน้าถอดสี ไม่คิดเลยว่านางจะเห็นที่เขากับเสี่ยวหลง"เจ้าเห็นสินะ ""ข้าไม่ได้อยากดูหรอกนะ แค่บังเอิญเดินผ่านไปเห็นเท่านั้นออกไปได้แล้ว ฟางลี่เว่ยส่งท่านแม่ทัพแทนข้าที" หนิงเอ๋อลุกเดินเข้าไปในห้องนอน แม่ทัพก็ได้เดินตามเพื่ออธิบายความจริงให้นางฟัง"เดี๋ยวก่อนสิ มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าเห็นนะ ""ปล่อยเถอะเพคะ ต่อให้จะเป็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวข้า อย่างไรในใจของท่านก็มีพี่เสี่ยวหลงทั้งใจ เอาอย่างนี้ดีมั้ยหากเรื่องราชวงศ์จบสิ้นเมื่อใด ข้ากับท่านจะหย่ากันทันที ท่านจะได้ไปพรอดรักอยู่กับท่านพี่เสี่ยวหลงอย่างเต็มที่" หนิงเอ๋อเองก็ไม่รู้เหตุใดถึงพูดเช่นนั้นออกไปราว

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 6 ได้รับความรัก

    บทที่ 6 ได้รับความรักมาถึงเรือนหนิงเอ๋อกำลังเดินเข้าห้องของตนแต่ก็ต้องถูกองครักษ์หลิวขวางไว้ก่อน“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาขวางหน้าข้าเช่นนี้”“องค์หญิงข้าเองก็ไม่รู้ว่าองค์หญิงคิดอันใดอยู่ถึงได้อยากจะรับนายโลมผู้นั้นมาอยู่ที่เรือนแห่งนี้”“มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า ข้าจะพาใครมาอยู่ที่นี่มันก็เรื่องของข

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 5 องค์หญิงตัวเล็ก

    บทที่ 5 องค์หญิงตัวเล็กชาวบ้านตางพากันเดินถอยห่าง และแม่ของเด็กหญิงก็ได้บอกกับฟางลี่เว่ย"ข้าเองก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก เจ้าเองก็ดูแลองค์หญิงให้ดีและอย่าพานางออกมาที่ตลาดอีก ข้าไม่อยากให้ลูกๆ ของข้าต้องมาเจ็บตัว" แม่นมวิ่งมาก็เห็นองค์หญิงหนิงเอ๋อกอดอยู่กับฟางลี่เว่ยสะอื้นไห้และสั่นกลัว"เกิดอันใดข

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 4 เติบโตนอกวังหลวง

    บทที่ 4 เติบโตนอกวังหลวง"เจ้าอุ้มองค์หญิงไว้หากข้ายังไม่กลับมาอย่าให้องค์หญิงกับผู้ใด" ฮองเฮามอบองค์หญิงให้นางกำนัลก่อนจะรีบเดินออกไปหาฝ่าบาทที่ท้องพระโรงทันทีเมื่อมาถึงก็พบว่าบัดนี้ฝ่าบาทเมามายสุราโดยมีหวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ข้างกาย"ฝ่าบาทพระองค์ทรงรับสั่งให้องค์หญิงไปอยู่นอกวังได้อย่างไรเพคะ" ฮองเฮ

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 3 ความโศกเศร้าครั้งยิ่งใหญ่

    บทที่ 3 ความโศกเศร้าครั้งยิ่งใหญ่เมื่อเรื่องเศร้าป่าวประกาศไปทั่วใต้แผ่นดินราชฎรจากพากันแต่งชุดสีขาวเพื่อไว้ทุกข์ ความโศกเศร้าเสียใจในครั้งนี้ส่งผลให้ก่อเกิดการประท้วงต่อต้านองค์หญิงหนิงเอ๋อ และกล่าวหาว่านางเป็นองค์หญิงที่มีดวงกาลกิณี ดวงซวยทำให้ใต้หล้าต้องเกิดการสูญเสีย เหล่าเสนบาดีมากมายพากันเข้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status