Beranda / รักโบราณ / องค์หญิงกาลกิณี / บทที่ 2 สูญเสียคนรักถึง 2คน

Share

บทที่ 2 สูญเสียคนรักถึง 2คน

Penulis: วริษา
last update Tanggal publikasi: 2025-01-21 20:56:43

บทที่ 2 สูญเสียคนรักถึง 2คน

"กระหม่อมขันทีจากตำหนักของกุ้ยเฟยหนิงฮวามีเรื่องมาแจ้งฝ่าบาทพะย่ะค่ะ" ขันทีก้มโค้งคำนับต่อฝ่าบาท พระองค์จึงปล่อยแขนออกจากตัวของฮองเฮา

"มีเรื่องอันใด "

"ตอนนี้พระชายาหนิงฮวาได้ถือกำเนิดองค์หญิงแล้วพะย่ะค่ะ หากแต่ว่าบัดนี้พระชายาเสียโลหิตไปมากทำให้กำลังใกล้จะขาดใจแล้วกระหม่อมเลยมาแจ้งให้ฝ่าบาทไปพบพระชายาก่อนที่จะสิ้นพระชนม์พะย่ะค่ะ" สิ้นเสียงของขันทีก็มีเสียงฟ้าผ่าลงมาเสียงดังทั่วทั้งใต้หล้า เหล่าเสนาบดีต่างพากันซุบซิบนินทาหรือว่าจะเกิดอาเพศขึ้นกับราชวงศ์

ฝ่าบาทได้ยินดังนั้นก็รีบเสด็จไปที่ตำหนักของกุ้ยเฟยทันทีโดยไม่รอช้า ฮองเฮาที่นั่งร้องไห้อยู่ก็ช้ำใจหนักมากกว่าเดิมเหตุใดถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในวันเวลาเดียวกันเช่นนี้

หวงกุ้ยเฟยที่เพิ่งรับรู้เรื่องราวก็รีบเสด็จมาที่ท้องพระโรงก็ได้มาพบกับบุตรชายตนเองที่ยืนอยู่ก็รีบตรงเข้าไปหาทันทีด้วยความเป็นห่วง

"องค์ชายหลีเจียซินเจ้าเป็นใดอันหรือไม่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นห่วงเจ้ามากเพียงใดเมื่อรู้ว่าการออกล่าสัตว์ครั้งนี้เกิดเรื่องร้ายขึ้น "

"ท่านแม่ลูกมิได้รับบาดเจ็บอันใดหรอกพะย่ะค่ะ แต่ลูกไร้ความสามารถที่ไม่สามารถปกป้ององค์รัชทายาทได้ ทำให้องค์รัชทายาทต้องมาเจอเรื่องที่โหดร้ายเช่นนี้ " องค์ชายมีสีหน้าเศร้าหมองและกล่าวโทษตนเอง หวงกุ้ยเฟยเห็นดังนั้นจึงได้เข้าไปปลอบบุตรของตน

"โธ่ เจ้าอย่าโทษตนเองเรื่องทั้งหมดฟ้าคงลิขิตไว้หมดแล้ว ข้าต้องแสดงความเสียใจกับฮองเฮาด้วยนะเพคะ ที่ต้องมาเสียองค์รัชทายาททั้งๆ ที่ยังพเยาว์เช่นนี้ " หวงกุ้ยเฟยหันไปหาฮองเฮาที่นั่งโศกเศร้ากอดร่างขององค์รัชทายาทอยู่

พระนางไม่ตอบอันใดเพียงเพราะตอนนี้หัวใจของนางได้แตกสลายจนหมดสิ้น

"ว่าแต่ฝ่าบาทอยู่ที่ใด ข้ามาที่นี่ไม่เห็นพระองค์เลย" หวงกุ้ยเฟยหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาฝ่าบาท

"ท่านพ่อไปที่ตำหนักของกุ้ยเฟยพะย่ะค่ะ เห็นว่าบัดนี้ได้กำเนิดองค์หญิงแต่ทว่า กุ้ยเฟยกลับมีอาการไม่ดี ช่างน่าสงสารท่านพ่อซะเหลือเกิน" องค์ชายสามได้บอกหวงกุ้ยเฟยเมื่อนางได้ยินก็รีบเดินออกจากท้องพระโรงไปที่ตำหนักของกุ้ยเฟยทันที

ตำหนักกุ้ยเฟย

"แอ้!...แอ้!"

ภายในห้องบรรทมของตำหนัก เสียงองค์หญิงตัวน้อยร้องไม่ขาดสาย พระชายาหนิงฮวานอนอยู่บนเตียงใบหน้าไร้เลือดฟาดและหยาดเหงื่อที่ผุดออกมาถึงแม้จะมีอากาศที่เย็นยะเยือกจากลมที่พัดเข้ามาผ่านละอองฝน

ฝ่าบาทมองดูองค์หญิงตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างกายของหนิงฮวา ด้วยความรู้สึกที่หว้าวุ่นจิตใจเหลือเกินเมื่อได้ยินเสียงของพวกเหล่าเสนาบดีกล่าวว่านางเป็นองค์หญิงกาลกิณี ทำให้เกิดเรื่องอาเพศ

"ฝ่าบาทเพคะ องค์หญิงน่ารักไหมเพคะ ดูสินางนอนอมยิ้มเมื่อเห็นว่าท่านมาหา ลองจับนางดูมั้ยเพคะ" น้ำเสียงของพระชายาหนิงฮวาเต็มไปด้วยความอิดโรยแผ่วเบาจนแทบฟังไม่รู้ความ จะลุกขึ้นแต่ถูกฝ่าบาทจับนางให้นอนลงเช่นเคย

"พระชายาเจ้าไม่ต้องลุกขึ้นมา เจ้านอนลงเถอะนะ"

พระชายาหนิงฮวาที่เสียเลือดมากก็ไม่มีแรงจะลุกขึ้นมาอุ้มบุตรสาวของตนได้

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันรู้ดีว่าหม่อมฉันคงอยู่รอดจากคืนนี้มิได้ แต่หม่อมฉันดีใจนะเพคะที่คลอดองค์หญิงมาให้ฝ่าบาทได้อย่างแข็งแรง หม่อมฉันมีเรื่องที่อยากจะขอท่านเพียงเรื่องเดียว หม่อมฉันขอฝากลูกของหม่อมฉันด้วยนะเพคะ" น้ำเสียงที่เปล่งไปด้วยเป็นห่วงได้เอ่ยขอ

"เจ้าพูดเรื่องอันใด เจ้าต้องอยู่ดูแลองค์หญิงจนเติบใหญ่ข้าไม่ยอมหรอกนะ"

"ข้าขอโทษเพคะที่ไม่สามารถทำตามคำสั่งของท่านได้ ที่ผ่านมาข้าได้รับความรักความห่วงใยจากฝ่าบาทมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ให้ท่านมอบความรักที่มีให้แก่องค์หญิงด้วยนะเพคะ "

ฝ่าบาทใจสั่นระรัวเมื่อได้ยินว่าพระชายาหนิงฮวากำลังจะจากไป ฝ่าบาทจับมือของนางขึ้นมาจับและรับปากนาง

"ข้ารับปากเจ้าจะดูแลองค์หญิงให้ดี เจ้าไม่ต้องห่วงนะ"

"ว่าแต่หม่อมฉันขอเป็นคนตั้งชื่อองค์หญิงได้มั้ยเพคะ " พระชายาหนิงฮวายิ้มขึ้นแม้ไม่มีเรี่ยวแรงก็ตาม

"ได้สิ เจ้าจะตั้งชื่อว่าอันใด"

"องค์หญิงหนิงเอ๋อเพคะ ฝ่าบาทว่าไพเราะไหมเพคะ "

"ช่างไพเราะเหลือเกิน "

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันชาตินี้เกิดมาได้รับความรักของท่าน ช่างเป็นเกียรติของหม่อมฉันยิ่งนัก จากนี้ไปท่านต้องดูแลตนเองให้ดี อย่าโหมอ่านฎีกามากเกินไป และท่านก็อย่าดื่มสุรามากนะเพคะร่างกายของท่านไม่เหมือนตอนหนุ่มๆ ท่านยิ้มให้ข้าสักหน่อยได้ไหมเพคะ"

"ได้สิ เหตุใดข้าจะทำให้เจ้าไม่ได้เล่า "

"หม่อมฉันรักพระองค์เหลือเกิน แต่หม่อมฉันคงหมดวาสนาต่อพระองค์แล้ว หากหม่อมฉันจากไปแล้วฝ่าบาทสัญญาได้ไหมเพคะ ว่าท่านจะไม่เศร้าโศกเสียใจ และจะไม่จมปลักอยู่กับความทุกข์นี้ "

"ข้าไม่อาจสัญญากับเจ้าได้ เจ้าเองก็รู้ว่าข้ารักเจ้ามากกว่าผู้ใด เจ้าจะไม่ให้ข้าเสียใจข้าคงทำให้เจ้ามิได้หรอกนะ " ฝ่าบาทเริ่มมีดวงตาที่แดงก่ำรอบดวงตาเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อนองไหลรินออกมา

"อย่าเสียใจไปเลยเพคะ หม่อมฉันจะคอยมองดูพระองค์กับองค์หญิงอยู่บนฟากฟ้า จะคอยเฝ้าดูการเติบโตที่สวยงามขององค์หญิงหนิงเอ๋อที่เกิดจากความรักของหม่อมฉันกับพระองค์ ช่วยยิ้มให้หม่อมฉันสักนิดเถอะนะเพคะ ไฉนถึงได้ทำหน้าเศร้าเช่นนี้ด้วย " พระชายาหนิงฮวายื่นมือที่ไร้เรี่ยวแรงมาจับใบหน้าของฝ่าบาท

"ข้ารักเจ้าเหลือเกินหนิงฮวา เจ้าอย่าจากข้าไปได้หรือไม่ " ฝ่าบาทพูดพร่ำอยู่เช่นนั้นแต่ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบกลับจากพระชายาหนิงฮวาเลยแม้แต่น้อยมือของพระนางก็ร่วงโรยลงบนเตียงนอนอย่างช้าๆ ทำให้ฝ่าบาทได้รู้ว่าบัดนี้สตรีที่เขารักมากที่สุดได้จากเขาไปอีกโลกหนึ่งเสียแล้ว

"แอ้!...แอ้!" เสียงขององค์หญิงที่นอนอยู่ของกายเสมือนรับรู้ว่ามารดาของนางได้จากนางไป เสียงร้องที่ดังระงมไปทั่วทั้งตำหนัก นางกำนัลก็รีบมาอุ้มองค์หญิงเพื่อปลอบให้นางสงบลง

ฝ่าบาทกอดร่างของพระชายามาอยู่ในอ้อมอก และร้องไห้ออกมาแข่งกับเสียงฝนที่ดังจนแทบไม่ได้ยินอันใด

ฝ่าบาทวางร่างนางลงและหันไปบอกกับขันที

"ประกาศการสิ้นพระชนม์ขององค์รัชทายาทและกุ้ยเฟยหนิงฮวาเถิด"

ขันทีที่ได้รับคำสั่งก็ได้เดินออกไปด้านนอกตำหนักตะโกนกึกก้องไปทั่วด้วยเสียงที่เปล่งดัง

"บัดนี้องค์รัชทายาทและกุ้ยเฟยหนิงฮวาได้สิ้นพระชนม์แล้ว " สิ้นเสียงของขันทีเหล่านางกำนัลและทหารก็ได้พากันร่ำไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้าเสียใจ

หวงกุ้ยเฟยเมื่อเดินมาถึงตำหนักกุยเฟยหนิงฮวาก็ได้มายินพอดี ก็รีบเข้าไปหาฝ่าบาทที่ห้องของกุ้ยเฟย ที่ตอนนี้ได้นำผ้าคุมร่างของพระนางแล้ว นางก็รีบเดินเข้ามาเพื่อปลอบโยนฝ่าบาท

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเสียใจกับการจากไปของพระชายาหนิงฮวานะเพคะ แต่ว่าบัดนี้พระองค์เองต้องละทิ้งความเสียใจนี้เพราะไม่ได้มีเพียงท่านผู้เดียวที่สูญเสียหากพระองค์เป็นเช่นนี้แล้วราชฎรจะเป็นเช่นไรเพคะ"

"ใช่ตอนนี้ข้ามิควรมาเสียใจเช่นนี้ ขันทีพวกเจ้าไปเตรียมการจัดงานศพให้องค์รัชทายาทกับกุ้ยเฟยหนิงฮวา และป่าวประกาศไปทั่วทั้งแผ่นดินเพื่อไว้ทุกข์ให้แก่สองพระองค์" ฝ่าบาทเก็บความเสียใจเอาไว้และหยัดยืนขึ้นเพราะหน้าที่ เขามิอาจจะมัวมานั่งเสียใจได้อีกต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 40 ข้ามีความสุขในทุกวัน (ตอนจบ)

    บทที่ 40 ข้ามีความสุขในทุกวัน สามปีต่อมาหลังจากวันนั้นที่หนิงเอ๋อคลอดและแม่ทัพเองก็ได้ออกจากกองทหารเพราะแขนที่ได้รับบาดเจ็บของเขาทำให้เขาไม่สามารถจับดาบได้อีก เขาจึงมาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับหนิงเอ๋อและบุตรชายของเขาที่ทั้งดื้อทั้งซนแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ที่ดินที่ฮองเฮาเคยให้ไว้เขาเองก็จัดแจงทำเกษตรคอยให้ชาวบ้านที่เร่ร่อนช่วยกันทำมาหากินหากผู้ใดทำได้มากเขาก็มีผลตอบแทนให้อย่างมากเช่นกัน ทำให้แม่ทัพได้หันมาเป็นหัวหน้าค้าขายรายใหญ่หนิงเอ๋อวันนี้นางก็ได้มายืนที่บึงบัวเช่นเคยและยิ้มให้กับท้องฟ้าจนบุตรชายของนางได้สงสัยและวิ่งเข้ามาถาม"ท่านแม่ ท่านยิ้มให้ท้องฟ้าทุกวันข้าเองก็สงสัยว่าท่านยิ้มให้สิ่งใดข้าเห็นเพียงแค่ก้อนเมฆที่ลอยไปลอยมาเท่านั้น" หนิงเอ๋อจึงนั่งลงและชี้ไปที่ก้อนเมฆให้บุตรของนางได้ดู"เฉี่ยวเปา เจ้าดูที่มือของเม่น่ะ นั้นคือท่านยายเป็นแม่นมของแม่ ส่วนนั้นฟางลี่เว่ยท่านป้าที่ใจดีที่สุด และอีกคนที่ส่งยิ้มมาให้เจ้าคือสหายที่ดีที่สุดของแม่ด้วยเช่นกัน" หนิงเอ๋อชี้เฉี่ยวเปาก็มองตาม เขาก็ยังไม่เห็นสิ่งใดอยู่ดีนอกจากก้อนเมฆ"ข้ายังไม่เห็นสิ่งใดเลย เห็นเพียงก่อนเมฆเท่านั้น""สองคน

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 39 ข้าจะมองดูท่านอยู่บนฟากฟ้า

    บทที่ 39 ข้าจะมองดูท่านอยู่บนฟากฟ้าหนิงเอ๋อเดินออกมาจากห้องของแม่ทัพด้วยหัวใจที่ปวดร้าว นางกลับไปหาหางเฟิ่งเขาเองมองนางออกว่าตอนนี้หัวใจของนางนั้นมีแม่ทัพอี้อยู่ในใจ"องค์หญิงเราออกไปเดินเล่นกันดีมั้ย วันนี้ข้างนอกอากาศแจ่มใสไม่ร้อนมากนัก" หางเฟิ่งอยากให้นางรู้สึกดีจึงชวนนางออกไปเดินเล่นกันหนิงเอ๋อพยักหน้าและเดินออกไปด้านนอกทุกคนที่นี่ต่างรู้ว่าหางเฟิ่งนั้นเป็นองครักษ์ของหนิงเอ๋อ จึงไม่มีผู้ใดสงสัย นางเดินมาเรื่อยๆ และหยุดที่บึงบัวเหม่อลอยมองไปด้านหน้า"ทรงคิดอะไรอยู่หรือพะย่ะค่ะ ""ข้ากำลังคิดว่าจะไปที่ใดดี ที่ที่ไม่มีองค์หญิงองค์ชายหรือฐานะใดข้าอยากไปอยู่ในที่ที่ทุกคนมีสถานนะเท่าเทียมกัน ในโลกที่ไม่มีความริษยาอิจฉาแย่งชิงหรืออำนาจ ข้าต้องการอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยความรักความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน ""โลกเช่นนั้คงไม่มีหรอกพะย่ะค่ะ ทุกคนบนโลกใบนี้ต่างก็เป็นคนที่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีด้วยกันทุกคนอยู่ที่ว่าผู้ใดเลือกที่จะเป็นอย่างใดมากกว่า องค์หญิงอย่าทำเช่นบึ้งตึงเช่นนี้สิพะย่ะค่ะมองดูเมฆก้อนนู้นสิช่างเหมือนแม่นมกับฟางลี่เว่ยกำลังจ้องมองดูท่านอยู่เลย ช่วยยิ้มออกมาให้ท้ังสองคนดูสิพะย่ะ

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 38 เราทั้งสองหย่ากันเถอะ

    บทที่ 38 เราทั้งสองหย่ากันเถอะแม่ทัพอี้ควบม้าออกตามหาหนิงเอ๋ออย่างร้อนใจก็มาพบม้าสองตัวที่ถูกทิ้งอยู่กลางป่า เขาจึงสั่งทหารให้ตามหาหนิงเอ๋อกับใต้เท้าไป๋เดินได้ไม่นานทหารก็ตะโกนเรียกท่านแม่ทัพไปดูก็พบกับร่างของลูกน้องใต้เท้าไป๋เดินไปอีกสักพักก็พบใต้เท้าไป๋นอนจมกองเลือดและบาดแผลที่ไม่น่าดู จิตใจของแม่ทัพเริ่มสั่นไหวใจเต้นระรัว กลัวหนิงเอ๋อจะจากเขาไป เขาจึงรีบวิ่งตามหานางอย่างเป็นหวงแต่แล้วก็ต้องพบเข้ากับหนิงเอ๋อที่กำลังกอดแนบแน่นอยู่กับชายอื่น ความเป็นห่วงและความโมโหได้หล่อล้อมเข้าด้วยกันทำให้เขาโกรธและจะฆ่าชายผู้นั้นที่บังอาจมากอดภรรยาของเขา"เอามือออกจากนางเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะจัดการเจ้าให้สิ้นใจในครั้งเดียว" หางเฟิ่งตกใจเมื่อจู่ๆ โดนดาบจากที่ใดมาวางอยู่ที่คอ หนิงเอ๋อเห็นนางจึงรีบเข้าไปผลักแม่ทัพออก และนำตัวหางเฟิ่งไปใว้ด้านหลังนาง แม่ทัพเห็นก็รู้ในทันทีว่าชายผู้นี้ต้องมีความสัมพันธ์ที่พิเศษกับหนิงเอ๋อเป็นแน่"นี่เจ้ากล้ามาผลักสามีของเจ้าเพื่อช่วยชายผู้นี้หรือ""หากไม่มีเขาข้าเองก็ต้องตายไปแล้วด้วยน้ำมือของใต้เท้าไป๋ ข้าไม่ทางให้ท่านทำอันใดกับคนของข้าไม่ว่าท่านจะเป็นสามีของข้าก็

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 37 หนิงเอ๋อแก้แค้นให้ทุกคน

    บทที่ 37หนิงเอ๋อแก้แค้นให้ทุกคนใต้เท้าไป๋ได้พาหนิงเอ๋อหลบหนีโดยการนั่งม้า เมื่อมาถึงป่ารกเขาจึงทิ้งม้าไว้เพื่อเดินเข้าไปที่ป่าและจะหลบหนีโดยการขึ้นเรือหากเดินเข้าป่านี้ไปไม่นานก็ถึงท่าเรือ ทั้งสามคนก็ได้เดินเข้าป่ามาหนิงเอ๋อที่ตั้งครรภ์อยู่เมื่อเดินมาได้สักพักนางก็เหนื่อยหอบและขอให้แม่ทัพอี้ได้พักเสียก่อน"นี่ใต้เท้าข้าขอนั่งพักสักครู่ได้หรือไม่ ""เจ้านี่ช่างเป็นตัวปัญหาเสียจริง" ใต้เท้าไป๋ได้ดุด่าหนิงเอ๋อลูกน้องจึงได้ถาม"ท่านจะพาตัวนางไปด้วยทำไมหรือ ข้าว่าเราจัดการนางเสียจะดีกว่ามิเช่นนั้นพวกทหารจะตามเรามาทันนะขอรับ""อย่าพึ่ง! นางยังมีประโยชน์กับข้าอยู่ หากเรารอดพ้นจากทหารเมื่อนั้นค่อยจัดการนางทิ้ง เจ้าเองก็รีบนั่งพักซะจะได้รีบออกเดินทาง ข้าเองก็เจ็บแผลที่เจ้าสร้างมาเช่นกัน เอาอย่างนี้ดีมั้ยระหว่างที่เจ้าพักข้าจะขอเอาคืนแผลที่เจ้าแทงข้า แต่ข้าจะไม่แทงเจ้าด้วยมีดหรอกนะ ข้าจะแทงเจ้าด้วยแท่งร้อนของข้า ฮ่า ฮ่า เจ้าไปดูต้นทางหากมีผู้ใดน่าสงสัยก็รีบตะโกนบอกข้า " ใต้เท้าไป๋ใช้มือปาดริมฝีปากราวกับผู้ที่หิวกระหาย ทำให้หนิงเอ๋อรู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงบุตรเป็นอย่างมาก นางพยายามจะขยับกายหน

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 36 จับกบฎ

    บทที่ 36 จับกบฎ"ก็เพราะว่าองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันมิใช่บุตรของข้าอย่างไรล่ะ" ฝ่าบาทเดินออกมาจากด้านหลังบัลลังก์และมานั่งอยู่บนบังลังก์ทำให้หวงกุ้ยเฟยและใต้เท้าไป๋ถึงกับหน้าซีด"เหตุใดฝ่าบาทถึงฟื้นขึ้นมาได้ แล้วฝ่าบาทเอาเรื่องใดมาพูดว่าองค์รัชทยาทไม่ใช่บุตรของท่านละเพคะ หากไม่ใช่บุตรของท่านจะเป็นบุตรของผู้ใด ใต้หล้ารู้ต่างว่าข้าเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้ตั้งแต่หม่อมฉันยังไม่ตั้งครรภ์ " หวงกุ้ยเฟยรีบดินออกมาด้านหน้าและทูลถาม"หึ หึ จะให้ข้าพูดจริงๆ หรือหวงกุ้ยเฟย เอาล่ะหากเจ้าใคร่รู้ข้าเองก็จะบอกเจ้าเอง องค์รัชทยาทหรือองค์ชายหลีเจียซินมิใช่ลูกของข้าแต่เป็นลูกของเจ้ากับใต้เท้าไป๋ พวกเจ้ากำลังก่อกบฏจะยึดบัลลังก์และวางแผนที่จะโค้นบัลลังก์ทหารจับหวงกุ้ยเฟยและใต้เท้าไป๋เอาไว้ และต่อจากนี้องค์รัชทายาทองค์หญิงเสี่ยวหลงถูกปลดตำแหน่งและจับตัวทั้งสองคนมาที่ท้องพระโรงเดี๋ยวนี้" เมื่อสิ้นคำสั่งทหารก็รีบจับตัวของหวงกุ้ยเฟยแต่ใต้เท้าไป๋ยังไม่ยอมรับความจริงจึงได้ต่อลองกับฝ่าบาท"ท่านจะหาว่าข้าเป็นบิดาขององครัชทายาทได้อย่างไรอีกอย่างฝ่าบาทจะมากล่าวหากระหม่อมได้อย่างไร หากท่านไม่มีอันใดชี้แนะมาทางข้าว่าข้า

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 35 ก่อกบฎ

    บทที่ 35 ก่อกบฎฟางลี่เว่ยกำลังนำยาสมุนไพรที่ท่านหมอให้ไว้ต้มให้หนิงเอ๋อดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย แม่ทัพอี้กำลังเดินเข้ามาที่ในห้องของหนิงเอ๋อ ก็แปลกใจเลยถามด้วยความเป็นห่วง"เจ้าไม่สบายตรงไหน ถึงได้มียาต้มมาวางอยู่ตรงนี้" แม่ทัพอี้นั่งลงที่เก้าอี้และถามหนิงเอ๋อที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา"ข้าสบายดี ไม่ทำให้ท่านต้องมาเป็นห่วงหรอกเพคะ เชิญไปพรอดรักอยู่กับพี่เสี่ยวหลงเถิดและเชิญท่านออกไปจากห้องของข้าได้แล้ว ข้าอยากพักผ่อน" แม่ทัพอี้ถึงกับหน้าถอดสี ไม่คิดเลยว่านางจะเห็นที่เขากับเสี่ยวหลง"เจ้าเห็นสินะ ""ข้าไม่ได้อยากดูหรอกนะ แค่บังเอิญเดินผ่านไปเห็นเท่านั้นออกไปได้แล้ว ฟางลี่เว่ยส่งท่านแม่ทัพแทนข้าที" หนิงเอ๋อลุกเดินเข้าไปในห้องนอน แม่ทัพก็ได้เดินตามเพื่ออธิบายความจริงให้นางฟัง"เดี๋ยวก่อนสิ มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าเห็นนะ ""ปล่อยเถอะเพคะ ต่อให้จะเป็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวข้า อย่างไรในใจของท่านก็มีพี่เสี่ยวหลงทั้งใจ เอาอย่างนี้ดีมั้ยหากเรื่องราชวงศ์จบสิ้นเมื่อใด ข้ากับท่านจะหย่ากันทันที ท่านจะได้ไปพรอดรักอยู่กับท่านพี่เสี่ยวหลงอย่างเต็มที่" หนิงเอ๋อเองก็ไม่รู้เหตุใดถึงพูดเช่นนั้นออกไปราว

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 6 ได้รับความรัก

    บทที่ 6 ได้รับความรักมาถึงเรือนหนิงเอ๋อกำลังเดินเข้าห้องของตนแต่ก็ต้องถูกองครักษ์หลิวขวางไว้ก่อน“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาขวางหน้าข้าเช่นนี้”“องค์หญิงข้าเองก็ไม่รู้ว่าองค์หญิงคิดอันใดอยู่ถึงได้อยากจะรับนายโลมผู้นั้นมาอยู่ที่เรือนแห่งนี้”“มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า ข้าจะพาใครมาอยู่ที่นี่มันก็เรื่องของข

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 5 องค์หญิงตัวเล็ก

    บทที่ 5 องค์หญิงตัวเล็กชาวบ้านตางพากันเดินถอยห่าง และแม่ของเด็กหญิงก็ได้บอกกับฟางลี่เว่ย"ข้าเองก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก เจ้าเองก็ดูแลองค์หญิงให้ดีและอย่าพานางออกมาที่ตลาดอีก ข้าไม่อยากให้ลูกๆ ของข้าต้องมาเจ็บตัว" แม่นมวิ่งมาก็เห็นองค์หญิงหนิงเอ๋อกอดอยู่กับฟางลี่เว่ยสะอื้นไห้และสั่นกลัว"เกิดอันใดข

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 4 เติบโตนอกวังหลวง

    บทที่ 4 เติบโตนอกวังหลวง"เจ้าอุ้มองค์หญิงไว้หากข้ายังไม่กลับมาอย่าให้องค์หญิงกับผู้ใด" ฮองเฮามอบองค์หญิงให้นางกำนัลก่อนจะรีบเดินออกไปหาฝ่าบาทที่ท้องพระโรงทันทีเมื่อมาถึงก็พบว่าบัดนี้ฝ่าบาทเมามายสุราโดยมีหวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ข้างกาย"ฝ่าบาทพระองค์ทรงรับสั่งให้องค์หญิงไปอยู่นอกวังได้อย่างไรเพคะ" ฮองเฮ

  • องค์หญิงกาลกิณี   บทที่ 3 ความโศกเศร้าครั้งยิ่งใหญ่

    บทที่ 3 ความโศกเศร้าครั้งยิ่งใหญ่เมื่อเรื่องเศร้าป่าวประกาศไปทั่วใต้แผ่นดินราชฎรจากพากันแต่งชุดสีขาวเพื่อไว้ทุกข์ ความโศกเศร้าเสียใจในครั้งนี้ส่งผลให้ก่อเกิดการประท้วงต่อต้านองค์หญิงหนิงเอ๋อ และกล่าวหาว่านางเป็นองค์หญิงที่มีดวงกาลกิณี ดวงซวยทำให้ใต้หล้าต้องเกิดการสูญเสีย เหล่าเสนบาดีมากมายพากันเข้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status