Partager

ทนไม่ไหวแล้ว

last update Date de publication: 2026-05-07 11:52:54

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่รอดพ้นโจวชุนอี้ไปได้ เขาได้ฟังมู่ชิวหลันรายงานยิ่งทำให้เริ่มโมโหขึ้นมาง่ายดาย มู่ชิวหลันพูดเสียงอ่อยอย่างตื่นกลัว ซบใบหน้างามลงกับอกแข็งแรงดั่งคนขวัญเสีย

“ท่านพี่ ลู่เสียนบอกกับน้องเช่นนี้เจ้าค่ะ น้องไม่ทราบจะทำอย่างไรดีจึงต้องรายงานท่านพี่ให้จัดการ นางไม่ให้เกียรติท่านพี่เอาเสียเลย แล้วอย่างนี้สกุลโจวไม่เสียชื่อแย่หรือเจ้าคะ”

นางพูดตำหนิถึงความผิดของลู่เสียนกรอกหูโจวชุนอี้ ทำให้เขายิ่งลมออกหูหนักเข้าไปใหญ่

“ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง” โจวชุนอี้มาพบลู่เสียนที่เรือนนี้อีกครั้ง ทั้งที่เขาไม่อยากเหยียบย่างเข้ามาสักเท่าไหร่ แต่นางนี่สิสร้างเรื่องราวเป็นประจำ ไร้ยางอายสิ้นดี!

ลู่เสียนนั่งจิบชาเล่นอยู่คนเดียว นางเหลือบไปเห็นโจวชุนอี้เดินมาแต่ไกลได้แต่กลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย

“มาหาข้าทั้งผัวทั้งเมีย อะไรจะบันเทิงขนาดนั้น” นางมองโจวชุนอี้ที่เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาอีกคน อารมณ์เดียวกับมู่ชิวหลันไม่ผิดเพี้ยน

“เรือนของข้าช่างมีเสน่ห์ไม่เบา แขกถึงได้มาเยือนบ่อยๆ” ลู่เสียนโพล่งขึ้นลอยๆ อย่างจงใจ

“เลิกหลงตัวเองแล้วตอบคำถามของข้า” โจวชุนอี้ยังคงฉุนเฉียวเหมือนกับทุกครั้ง

“จะป้ายสีอะไรข้าอีกก็ว่ามา ข้ารับรองว่าจะพูดแต่ความจริง หึ” โจวชุนอี้ตาลุกวาวด้วยความโกรธที่ลู่เสียนจงใจกวนโมโหของเขาทุกครั้งที่พบหน้ากัน นางเดินไปนั่งไขว่ห้างกอดอกรอฟังคำถามด้วยสีหน้าเยือกเย็น

“เจ้าสั่งอาหารแพงๆ มาเพื่ออะไร ควรจะช่วยกันประหยัดไม่ใช่ล้างผลาญให้ล่มจม”

นึกแล้ว! คำถามเดิม นางเดาไว้ไม่ผิดแผกเลย

“เฮ้อ! เอาล่ะ เมื่อท่านสองคนผัวเมียพร้อมใจกันตำหนิข้า ถ้าอย่างนั้นข้าไม่สั่งอีกก็ได้ จะได้ไม่ต้องถูกกล่าวหาว่าล้างผลาญให้อับจน”

“ลู่เสียน!" โจวชุนอี้อารมณ์โมโหปะทุขึ้นอีกเท่าทวี

“เจ้าอยากให้คนอื่นครหาว่าข้าเลี้ยงดูเจ้าไม่ดีรึ เจ้าอยากให้จวนรองแม่ทัพเสียชื่อล่มจมรึ”

เขาต่อว่านางอย่างหนักที่ลู่เสียนทำแต่สิ่งโง่งมไม่รู้จักพอ

“ไร้สำนึก!” โจวชุนอี้สบถออกมาหวังให้ลู่เสียนรู้สึกละอายเสียบ้าง

“คิดไปเองทั้งนั้น ข้าแค่อยากกินอาหารดีๆ เหมือนพวกท่านบ้างก็เท่านั้น อ้อ อีกอย่างจวนของท่านไม่ได้ขาดแคลนสิ่งใดมิใช่หรือ จะกังวลทำไมกับค่าอาหารแค่นี้” นางลอยหน้าลอยตาพูดทำไม่รู้ไม่ชี้

“แค่นี้รึ คนโง่ยังดูออกว่าเจ้าจงใจทำลายชื่อเสียงสกุลโจว” โจวชุนอี้เริ่เป็นฝ่ายเปิดศึกน้ำลาย

"ข้าก็อยากกินอาหารดีๆ มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่สมฐานะของฮูหยิน มีเด็กรับใช้คอยดูแลทำความสะอาดเรือนช่วยเท่านั้นเอง ท่านทำให้ไม่ได้เลยรึ เด็กยังดูออกเลยว่าท่านจงใจกดหัวข้า”

นางยืนขึ้นเถียงฉอดๆ อย่างไม่ยอมแพ้

“เพราะเจ้าไร้ยางอาย ก็สมควรแล้วที่โดนเช่นนี้” เขาเชิดหน้าพูดอย่างเย็นชาหมางเมินเห็นได้ชัด

“ลู่เสียนคิดผิดมหันต์ที่แต่งงานกับคนเช่นท่าน” ลู่เสียนหมายถึงสาวน้อยคนเก่าที่เขากล่าวหาว่าโง่เขลา ชายหนุ่มหันขวับแววตาแข็งกร้าวใบหน้ามืดดำ ทันใดนั้นโจวชุนอี้ตรงเข้าบีบแขนลู่เสียนรุนแรง เขาดันตัวนางให้ชิดผนังห้อง หญิงสาวตกใจตื่นที่ถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว

“คนเช่นข้าเป็นอย่างไร หา!” โจวชุนอี้บีบแขนแรงจนนางเจ็บแทบพูดไม่ออก

“เจ้าชอบข้าเองไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างนั้นข้าจะสนองให้สมใจ” เขาพูดจาร้ายกาจแววตาเย้ยหยัน ลู่เสียนออกแรงดิ้นสุดฤทธิ์ นางไม่มีทางยอมแน่นอน ตายเป็นตายสิ โจวชุนอี้ยิ้มเยาะที่เห็นนางทำหน้าตาตื่นกลัว หึ! คนอย่างนางก็ดีแต่ปากเขาจะทำให้นางสยบแทบเท้าให้ได้

“ปล่อยข้า! ภูมิใจนักหรือไงที่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้” นางทั้งพูดไปทั้งผลักเขาไปด้วย ทั้งคู่ยื้อยุดกันไปมาไม่ยอมกันและกันง่ายๆ นางรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดยกเท้าถีบหน้าแข้งเขาสุดแรง

พลั่ก!!!

โจชุนอี้โดนแรงถีบทำให้เขาเซถลาเล็กน้อย เขาปล่อยมือจากนางเตรียมเข้าประชิดตัวอีกครั้ง ลู่เสียนมือไวกว่าดึงปิ่นปักผมขึ้นข่มขู่

“อยากตายก็เข้ามา!” นางกลายร่างเป็นเสือสาวแสนดุร้ายพร้อมชนทุกเวลา สายตาเอาจริงของลู่เสียนแน่วแน่พร้อมสู้ตาย โจวชุนอี้เห็นนางท่าทางเอาจริงเขาจึงถอยออกมาแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากเรือนไปด้วยความโมโหสุดขีด

ลู่เสียนรีบถลาไปปิดประตูลงกลอนแน่นหนา นางเดินอ่อนแรงทรุดกายลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า นี่นางต้องทนต่อสู้กับสองคนนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน นางถูกกระทำอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี มันมากเกินไปแล้ว!

รุ่งเช้าลู่เสียนตัดสินใจเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อขออนุญาตหย่าขาดจากโจวชุนอี้ นางทนไม่ได้อีกต่อไปแล้วที่จะให้เขาและมู่ชิวหลันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีครั้งแล้วครั้งเล่า ในเมื่อพวกเขารักกันมากอยากครองคู่กันนักนางก็จะหลีกทางให้พวกเขาได้สมใจ ไม่ได้อยากอยู่เป็นส่วนเกินเลยสักนิด สาวน้อยคนเก่าคิดอะไรอยู่นะถึงสร้างปัญหาให้ชีวิตตัวเองยุ่งยากถึงเพียงนี้ หากนางสะสางปัญหานี้จบเมื่อไหร่จะได้มีอิสระเสียที ไม่ต้องทนอยู่ในคอกเหมือนหมูที่รอวันถูกเชือด

ฮ่องเต้รู้สึกแปลกใจที่พบกับลู่เสียนในครั้งนี้ ก้าวเดินที่มั่นคงแววตาแน่วแน่ดูแกร่งกล้า ใบหน้านิ่งท่วงท่าของนางงามสง่าดุจนางพญาที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน ตั้งแต่ลู่เสียนเกิดมาจนเติบใหญ่เป็นหญิงสาว ครั้งนี้กิริยาท่าทางดูผิดแผกเป็นคนละคน น่าสงสัยว่าจวนของรองแม่ทัพมีสิ่งใดทำให้นางเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ นางย่อตัวทำความเคารพเช่นเคย

ความทรงจำของร่างนี้ทำให้คุ้นเคย ปฏิบัติได้ไม่รู้สึกเงอะงะ นางเรียนรู้ได้รวดเร็วถึงจะเป็นครั้งแรกก็ตาม

“เจ้าออกเรือนไปเสียนาน เป็นอย่างไรบ้างคงสุขสบายดีนะ” คำทักทายแรกภายใต้ใบหน้ายิ้มเย็นทำเอาลู่เสียนสะอึกนางยังคงยืนนิ่งฟัง ฮ่องเต้จึงถามขึ้นต่อ

“อยู่ที่จวนสกุลโจวเจ้าทำตัวดีหรือไม่ อย่าให้ข้าได้ยินเข้าหูว่าเจ้าสร้างแต่เรื่องเบาปัญญาให้ข้าเสียชื่อล่ะ”

คำพูดนั้นช่างดูแคลนนัก นี่นางเป็นธิดาของฮ่องเต้จริงหรือ

“หม่อมฉันอยู่ตามอัตภาพเพคะ ที่มาเข้าเฝ้าในวันนี้เพื่อขออนุญาตหย่าขาดจากโจวชุนอี้”

นางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ฮ่องเต้ชักสีหน้าไม่พอพระทัยที่ลู่เสียนกล้าเอ่ยวาจาห้าวหาญออกมาจากปากของสตรีที่ไม่มีผู้ใดกระทำ นางจึงกล่าวซ้ำชัดเจนอีกครั้ง

“หม่อมฉันต้องการหย่าขาดจากโจวชุนอี้เพคะ” ฮ่องเต้มองดูลู่เสียนด้วยแววตาแข็งกร้าว นางช่างกล้าเกินกว่าผู้ใด กล้าเอ่ยวาจาฉะฉานไม่เหลือเค้าความเป็นองค์หญิงผู้หัวอ่อนแสนโง่เขลาเลย

“เจ้าชักจะเหลวไหลใหญ่แล้ว แต่งงานไม่ทันไรก็จะหย่า คิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายหรือ เห็นแก่ตัวสิ้นดี”

ฮ่องเต้กล่าวหานางเหมือนโจวชุนอี้ไม่มีผิด วาจาที่เหลือร้ายเสียดแทงจิตใจให้ได้รับแต่ความเจ็บปวด พวกเขาทำได้แค่นี้หรือ ทำไมทุกคนพร้อมใจกันกดขี่นางเสียจริง ลู่เสียนพยายามตั้งสติอธิบายเหตุผลอย่างใจเย็นอีกครั้ง

“โจวชุนอี้จะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักในเร็ววันนี้ หม่อมฉันไม่สะดวกใจที่จะใช้ชีวิตคู่กับเขาต่อไปเพคะ จวนท่านรองแม่ทัพเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะกับหม่อมฉัน เราพูดคุยกันด้วยความขัดแย้งอยู่เสมอ ทำให้หม่อมฉันรู้สึกไม่เป็นสุข หม่อมฉันจึงต้องการหย่าซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

ฮ่องเต้ได้แต่ยืนอึ้งกับเหตุผลของลู่เสียน แต่ในเมื่อเขาผลักไสนางออกไปให้พ้นตัวแล้วจะรับกลับเข้ามาอยู่ในวังหลวงอีกได้อย่างไร

“เจ้ารักใคร่ชอบพอโจวชุนอี้ตั้งแต่แรกแล้วมิใช่หรือ เมื่อเจ้าได้เป็นฮูหยินควรมีหน้าที่ปรนนิบัติสามีไม่ให้ขาดตกบกพร่องการที่พวกเจ้าขัดแย้งกันมันเกิดจากเจ้าที่ไม่เอาไหนเอง ไม่มีสิทธิ์มาร้องขอข้า”

ฮ่องเต้ขุ่นเคืองธิดาเป็นอย่างมากที่นางดูเหมือนจะกล้าแสดงความคิดเห็นกับเขาโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด ลู่เสียนยังยืนยันเสียงหนักแน่นอีกครั้ง

“เพราะตอนนั้นหม่อมฉันตามืดบอดตั้งแต่แรกหม่อมฉันยอมรับเพคะ แต่เมื่อแต่งเข้าจวนแล้วไม่ใช่ความผิดของหม่อมฉันสักนิดที่ถูกปฏิบัติเยี่ยงสัตว์เลี้ยงใส่ปลอกคอ ฝ่าบาทไม่สมควรมาโทษว่าหม่อมฉันที่บกพร่องในหน้าที่ โจวชุนอี้คนชั่วช้านั่นต่างหากที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหม่อมฉันทุกเมื่อเชื่อวัน หากเป็นบิดาคนอื่นคงออกโรงปกป้องลูกสาวจนถึงที่สุด แต่ฝ่าบาทกลับเห็นดีเห็นงามกับคนอื่นแล้วโยนความผิดให้หม่อมฉันเหมือนตราบาป ฝ่าบาททรงเป็นพ่อแบบไหนกัน”

“ลู่เสียน!”

ฮ่องเต้คำรามกึกก้องชี้หน้าลู่เสียนอย่างโกรธจัด นางตกใจเล็กน้อยแต่ตัดสินใจพูดต่อจนจบ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ตอนจบ

    แขกเหรื่อจากต่างเมืองทยอยเดินทางมาถึงเมืองต้าเทียนอย่างไม่ขาดสาย งานเฉลิมฉลองครั้งนี้จัดขึ้นยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น ชาวประชาต่างแซ่ซ้องชื่นมื่นไปทั่วทั้งเมือง ผู้ครองเมืองน้อยใหญ่ต่างร่วมยินดีปรีดากับงานนี้เป็นอย่างยิ่ง ทางเจ้าภาพอย่างเมืองต้าเทียนก็ต้อนรับขับสู้ได้ดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อยหมิงอ๋องและลู่เสียนแยกกันแต่งตัวเสร็จก็ออกมาช่วยฮ่องเต้ต้อนรับอาคันตุกะที่เริ่มหลั่งไหลมาอย่างล้นหลาม ด้านฮ่องเต้ฮองเฮา ไท่จื่อ รวมถึงเหล่าราชวงศ์พร้อมขุนนางต่างมากันพร้อมหน้าฮ่องเต้ลู่เว่ยเสด็จมาถึงและมอบของที่ระลึกพร้อมกับสนทนาอยู่พักใหญ่จึงได้นั่งลงประจำโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้ในงานเริ่มด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมายขึ้นโต๊ะไม่ขาดสายพร้อมกับชมการแสดงร่ายรำอ่อนช้อยงดงามของทางต้าเทียนที่จัดเตรียมล่วงหน้าเพื่องานนี้บรรยากาศทั้งภายในภายนอกวังหลวงต่างคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไรงานเฉลิมฉลองยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นเวลาครึ่งค่อนวันโดยไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ในขณะที่อาหารพร้อมสุราชั้นดียังคงลำเลียงตามโต๊ะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ค้างคาใจ

    ลู่เสียนเข้าเฝ้าไทเฮาหลังจากที่ไม่ได้มาเสียนาน ไทเฮาทรงดีพระทัยที่เห็นหน้าของนางอีกครั้ง"เจ้าหายหน้าไปนาน คงยุ่งมากสินะ"ไทเฮาทักทายขึ้นใบหน้าแช่มชื่นขึ้นมาทันทีที่พบหน้าลู่เสียน นางคลานเข่าช้าๆขยับเข้าใกล้จนชิดตัวไทเฮา ดวงตาพร่ามัวภายใต้ใบหน้าริ้วรอยเหี่ยวย่นสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยแวววาวที่ภายในดูหม่นหมองกลบความสุกสกาวของเมื่อก่อนลงไปมาก"หม่อมฉันขอกอดไทเฮาได้หรือไม่เพคะ"ลู่เสียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นไหว ไทเฮายิ้มรับพร้อมอ้าแขนตอบรับ นางโผเข้ากอดผู้อาวุโสเหมือนหาที่พึ่งพิง กอดนี้อบอุ่นราวกับอ้อมกอดของมารดา ลู่เสียนกอดไทเฮาไว้อย่างนั้นยังไม่ยอมปล่อย หญิงสูงวัยกว่ายกมือขึ้นลูบศีรษะไปมาช้าๆ เข้าใจทันทีว่าสาวน้อยต้องการคนปลอบใจลู่เสียนกอดไทเฮาอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานเหมือนว่าตอนนี้นางหมดหนทาง ทั้งอยากพูดความจริงทั้งอยากปกป้องคนที่นางรักความลังเลทำให้ลู่เสียนรู้สึกคับแน่นอยู่ในใจ"กอดไทเฮาแล้วอบอุ่นดีนะเพคะ หม่อมฉันไม่เคยกอดแม่แต่ไทเฮาอบอุ่นเหมือนอ้อมกอดของแม่"นางเอ่ยเสียงใสแต่ดวงตาเหม่อลอยเพราะมันคือเรื่องจริงที่ลู่เสียนไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากอ้อมอกมารดาเลยสักครั้ง นางเติบโตขึ้นมาด้ว

  • องค์หญิงพลิกชะตา   วางแผนอีกครั้ง

    โจวชุนอี้มาพบเยี่ยเฟยหรงอีกครั้ง ใบหน้าคมสันดูเป็นกังวล แววตาฉายแววความอึดอัดได้ชัดเจน สีหน้าเขาเคร่งเครียดกว่าปกติลงไปมาก เยี่ยเฟยหรงรู้ดีว่าโจวชุนอี้คงมีเรื่องหนักใจไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้เยี่ยเฟยหรงอยากรู้มากขึ้น"สหายของข้ามีเรื่องใดไม่สบายใจถึงได้หน้าตาบึ้งตึงขนาดนี้"เขาช่วยผ่อนคลายให้สหายรักอารมณ์ดีขึ้นทว่ากลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด เยี่ยเฟยหรงกลอกตาไปมายกชาขึ้นจิบเงียบๆ ไม่พูดสิ่งใดต่อ"หากข้ามีข้อเสนอบางอย่าง เจ้าจะช่วยได้หรือไม่"โจวชุนอี้เอ่ยขึ้นน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขาขรึมลงยิ่งกว่าเดิมเล็กน้อย เยี่ยเฟยหรงเลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปากพร้อมพยักหน้าช้าๆ"ข้ายินดี เจ้าว่ามาได้เลยสหายรัก"เขาตอบโดยไม่ลังเล โจวชุนอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย ยื่นหน้าเข้าใกล้เยี่ยเฟยหรงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเพื่อความแน่ใจ"เจ้าแน่ใจนะ"เยี่ยเฟยหรงสบตาสหายรักแน่นิ่ง เรื่องนี้มันต้องสำคัญมากแน่ โจวชุนอี้ถึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้"หากเจ้าต้องการ มีเรื่องใดบ้างที่ข้าจะไม่ช่วย"เขาพูดขึ้น ลงน้ำหนักทุกคำพูดอย่างหนักแน่น ให้ความมั่นใจอีกครั้ง โจวชุนอี้เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด"ไม่ต้องห่วงเรื่องใด ครั้

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมรับมือ-ถอนตัว

    ไท่จื่อกำลังทรงอักษรในห้องส่วนตัวโดยมีไป๋ซิงคอยรินน้ำชาให้ตามปกติ นางเห็นว่าบรรยากาศดูเงียบไปหน่อยจึงเอ่ยขึ้นเสียงหวานนุ่มนวล"ไท่จื่อเพคะ ลองจิบชานี่ดูเสียก่อน เป็นชาชั้นดี ดื่มแล้วช่วยผ่อนคลายเพคะ"ไท่จื่อหยุดเขียนอักษร เขาเงยหน้ามองนางอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งยิ้มๆ ก่อนยกชาขึ้นจิบตามคำแนะนำของไป๋ซิง"เจ้าช่างสรรหาของบำรุงให้ข้าเสียจริง"เขาพูดจาหยอกเย้าเล็กน้อยทำให้นางถึงกับเขินอาย ก้มหน้ายิ้มหวานดูไม่ประสีประสาเท่าใดนักองครักษ์เข้ามารายงานว่าหมิงอ๋องขอพบ ไท่จื่อละสายตาจากสาวน้อยพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ไป๋ซิงรู้งาน นางรีบถอยออกจากบริเวณนั้นทันที เมื่อหมิงอ๋องมาถึงเขาทำความเคารพไท่จื่อพร้อมกับไป๋ซิงทำความเคารพทั้งคู่แล้วรีบถอย ขอตัวออกจากห้องไป เพราะทั้งคู่มีเรื่องหารือที่เป็นความลับ ไม่ต้องการบุคคลที่สามอยู่แล้วหมิงอ๋องแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่""เจ้ามีเรื่องด่วนอันใดรึ"ไท่จื่อทักทายเขาที่มองไล่หลังไป๋ซิงด้วยความสงสัย จึงมองตามสายตาของเขาพร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น"เจ้าคงแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่"หมิงอ๋องหันหลังกลับมาสนทนากับไท่จื่อต่อ"เพราะเหตุใดพะยะค่ะ""พอดีตำหนัก

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมตัว

    เหอหลีเจี๋ยและไป๋ซิงมาพบกันตามที่นัดเอาไว้ที่จวรของเขา หญิงสาวย่อตัวทำความเคารพผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม"ไม่ต้องมากพิธีหรอก นั่งเถิด"เขาเชิญสาวน้อยนั่งลงไม่ได้รีบร้อน แต่หญิงสาวกลับร้อนใจแทนทุกเรื่องที่ต้องรับฟัง ทั้งตื่นเต้นและอยากรู้"ท่านลุงมีธุระจะพูดกับข้า เป็นเรื่องอะไรกันเจ้าคะ""เหอะๆ เจ้าช่างเจรจานัก เหตุใดหมิงอ๋องถึงไม่มองเจ้าเลย"เหอหลีเจี๋ยพูดเสียงเรียบทำให้ไป๋ซิงหน้าสลดลง นางซึมลงเล็กน้อยก้มหน้านิ่ง เขารู้ตัวว่าพูดกระทบจิตใจนางจึงรีบแก้เก้อ"เอ่อ ..ข้าหมายถึง หมิงอ๋องตาไม่ถึงมากกว่า ฉะนั้นเจ้าลองเปลี่ยนเป้าหมายเถิดข้าพอจะช่วยให้เจ้าสมหวังได้ คิดดูซิระหว่างอัครมเหสีขององค์ไท่จื่อที่ต่อไปจะต้องขึ้นครองราชย์ เทียบกันกับสนมเอกของหมิงอ๋อง เจ้าคงคิดได้ว่าสิ่งไหนน่าชื่นชมมากกว่ากัน ไหนๆ เจ้าก็ต้องการอยู่ข้างกายราชวงศ์แล้วก็ควรเลือกให้ดีที่สุด เจ้าเองก็มีชาติตระกูลที่สูงส่ง จะยอมลดตัวเองเป็นเพียงสนมเอกที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะไขว่คว้าตำแหน่งนั้นมาได้ หมิงอ๋องก็ไม่ใช่คนที่ควบคุมได้ง่ายเสียด้วย สู้ปรนนิบัติไท่จื่อให้ดีหน่อย ช่วยรับฟังพระองค์อย่างเข้าใจ เป็นผู้ตามที่ดี เท่านี้เจ้าก็ไม่ต

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เปลี่ยนเป้าหมาย

    "ไปสืบเรื่องนี้ให้ละเอียด ใครมีส่วนเกี่ยวข้องข้าไม่เอามันไว้แม้แต่คนเดียว!"ฮ่องเต้ออกคำสั่งกับองครักษ์ให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยและให้ทุกคนออกไปให้หมดเสนาไป๋อวิ้นยังไม่ไว้วางใจนางอยู่ดี เขาเชื่อมั่นว่าลู่เสียนมาด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ค่อยดีนัก และยังสงสัยว่านางอาจจะร่วมมือกับเสนาบดีเหอหลีเจี๋ยทำสิ่งที่ไม่หวังดีต่อต้าเทียนก็เป็นได้หมิงอ๋องจ้องหน้าเสนาไป๋อย่างเอาเรื่อง เขาขบกรามเอาไว้แน่น พยายามอดทนเพราะเห็นว่าเป็นผู้อาวุโสกว่า"กระหม่อมจะไม่ยอมนิ่งเฉยแน่ หมิงอ๋องควรมีเหตุผลเหนืออารมณ์นะพะยะค่ะ ไม่อย่างนั้นพระองค์อาจจะตกเป็นเหยื่อเอาได้""ไม่ต้องสั่งสอนข้า ข้ารู้ว่าใครทำอะไร ตัวท่านเองควรมีมโนธรรมให้สมกับเป็นผู้อาวุโสบ้างนะ"พูดจบเขาก็จูงมือลู่เสียนกลับตำหนักโดยไม่สนใจเสนาไป๋อีก ผู้อาวุโสกว่าได้แต่ถอนหายใจส่ายหัวช้าๆ มองคนทั้งคู่แววตาคมกล้าจนลับตาไปหมิงอ๋องพาลู่เสียนกลับเข้าตำหนัก เขายืนนิ่งมองนางอยู่สักครู่ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่นาน"ข้าได้แต่หวังว่าเจ้าจะไม่เป็นอย่างที่เสนาไป๋สงสัย"ลู่เสียนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน นึกน้อยเนื้อต่ำใจที่หมิงอ๋องไม่เชื่อใจนางเสียแล้ว ล

  • องค์หญิงพลิกชะตา   อิสรภาพ

    "ที่ลู่เสียนมาวันนี้ตั้งใจมาขออนุญาตฝ่าบาท แต่ตอนนี้คิดว่าไม่จำเป็นเพคะ หม่อมฉันจะหย่าไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้ ต่อให้ฝ่าบาทไม่อนุญาตหม่อมฉันก็ไม่เปลี่ยนใจ ทูลลา"นางพูดจบย่อตัวคำนับง่ายๆ แล้วเดินออกจากท้องพระโรงไปอย่างทระนง ฮ่องเต้พูดไม่ออกได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นที่ลู่เสียนควบคุมไม่ได้อีกต่อไป

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ของไร้ค่า

    วันหนึ่งอากาศหนาวเย็นลง ลู่เสียนเย็บเสื้อคลุมเสร็จแล้วจึงนำไปให้ที่เรือนของโจวชุนอี้ด้วยความหวังที่มีเต็มเปี่ยมว่าเขาจะซาบซึ้งต่อสิ่งที่นางมอบให้“อีกไม่นานท่านจะได้เห็นความดีที่ข้าตั้งใจทำเพื่อท่าน”ลู่เสียนพูดพึมพำใบหน้างามเปื้อนยิ้มมองดูผืนผ้าที่พับไว้ดูเรียบร้อยงามตา นางมาถึงเรือนไม่พบกับโจวชุน

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ฮูหยินผู้เดียวดาย

    เสียงนกกระจิบประสานเสียงร้องเจื้อยแจ้วปลุกทุกชีวิตให้ตื่นขึ้นในยามเช้า ลู่เสียนลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่าอย่างเงียบเหงาเพียงลำพัง นางลุกขึ้นอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าในชุดอาภรณ์สีเหลืองอ่อนดูสบายตา ถึงแม้จะเป็นชุดธรรมดาแต่กลับขับผิวขาวนวลให้ดูมีออร่าผ่องใส นางเดินออกจากเรือนเพื่อสำรวจดูบริเวณจวนว่

  • องค์หญิงพลิกชะตา   หญิงงามที่โง่เง่า

    สายลมโชยอ่อนยามสายต้องแสงแดดอ่อนอุ่นในเหมันตฤดู ภายในห้องขนาดเล็กมีหญิงสาวงามผุดผาดที่เพิ่งเลยวัยปักปิ่นมาเพียงสามปีนั่งปักผ้าเช็ดหน้าอย่างรื่นรมย์ในตำหนักเล็กพอดีสมฐานะขององค์หญิงของอดีตอัครมเหสีแห่งองค์ฮ่องเต้แคว้นเว่ย ใบหน้างดงามของหญิงสาววัยสิบแปดปี ผุดพรายรอยยิ้มบางๆ ขณะจดจ่ออยู่กับการเย็บปักล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status