مشاركة

อิสรภาพ

last update تاريخ النشر: 2026-05-08 17:03:42

"ที่ลู่เสียนมาวันนี้ตั้งใจมาขออนุญาตฝ่าบาท แต่ตอนนี้คิดว่าไม่จำเป็นเพคะ หม่อมฉันจะหย่าไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้ ต่อให้ฝ่าบาทไม่อนุญาตหม่อมฉันก็ไม่เปลี่ยนใจ ทูลลา"

นางพูดจบย่อตัวคำนับง่ายๆ แล้วเดินออกจากท้องพระโรงไปอย่างทระนง ฮ่องเต้พูดไม่ออกได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นที่ลู่เสียนควบคุมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อนางอวดดีไม่ฟังใครสักอย่างเขาก็ไม่อยากสนใจชีวิตของนางอีกต่อไป

ลู่เสียนกลับมาถึงจวนเจอโจวชุนอี้ยืนตั้งท่ารออยู่แล้ว ใบหน้าคมเข้มจ้องมองมาที่นางด้วยสายตาตั้งคำถาม ลู่เสียนสบตาเขาแววตาเย็นชาใบหน้าเรียบเฉย โจวชุนอี้สังเกตเห็นว่าแววตาที่นางมองเขานั้นเปลี่ยนไปจริงๆ

"เจ้าไปวังหลวงด้วยเรื่องอันใด"

โจวชุนอี้เข้าประเด็นทันที เขาไม่ต้องการรู้สิ่งอื่นมากไปกว่าเรื่องการเดินทางเข้าวังหลวงของลู่เสียน นางยังคงมองเขาและมองไม่วางตาทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึกซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสสิ่งใดๆ ไม่ได้เลย

"ท่านสนใจด้วยหรือ ถ้าอย่างนั้นคิดว่าเรื่องที่ข้าไปวันนี้จะกระทบกับใครล่ะ"

นางยียวนโดยไม่ยอมบอกความจริงสักทีโจวชุนอี้ถลึงตาเป็นเชิงปรามหวังให้ลู่เสียนอยู่ในการควบคุม แต่นางหาได้เกรงกลัวสิ่งใดไม่

"ข้าจะหย่ากับท่าน พรุ่งนี้รอรับหนังสือหย่าด้วย แล้วก็จัดการทรัพย์สินในส่วนของข้าให้ด้วย อย่าลืม"

นางไม่พูดมากความรีบเดินหนีกลับเรือนเพื่อเขียนหนังสือหย่า ทิ้งให้โจวชุนอี้ยืนตะลึงบื้ออยู่คนเดียว รองแม่ทัพหนุ่มพอหายตกใจรีบเดินตามลู่เสียนเข้าไปที่เรือนของนางเพื่อซักไซ้ความจริง

"ลู่เสียน เจ้ากล้าหย่าหรือ" เขาถามขึ้นตรงๆ เมื่อเห็นนางกางกระดาษหยิบพู่กันเตรียมเขียนหนังสือ ลู่เสียนเงยหน้ามองโจวชุนอี้แววตาว่างเปล่า นางจุ่มหมึกเริ่มเขียนโดยไม่สนใจเขาว่าจะรู้สึกดีร้ายเพราะเขากับนางกำลังจะกลายเป็นคนอื่นในอีกไม่กี่ชั่วยาม

"เจ้าคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นหรือ ฮ่องเต้ไม่มีทางยอมแน่นอน" โจวชุนอี้เริ่มหงุดหงิดกับท่าทีเมินเฉยของนาง ลู่เสียนยังคงเขียนหนังสือต่อพลางพูดไปด้วยโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายให้เสียลูกตา

"ยอมไม่ยอมข้าก็แจ้งไปแล้ว"

"หยามหน้ากันเกินไปแล้ว เจ้าจงใจทำลายเกียรติของข้า!"

โจวชุนอี้แค่นเสียงทุ้มต่ำตำหนินางไม่เลิก ลู่เสียนวางพู่กันลง ยืนขึ้นเผชิญหน้ากับโจวชุนอี้อย่างกล้าหาญโต้เถียงออกรสออกชาติ

"จะหย่ากันอยู่แล้วก็ยังไม่วายตำหนิข้า ท่านยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือไม่ แล้วอีกอย่างเกียรติยศของท่านมันมีมากจนล้นจวนไปหมด ถูกทำลายลงได้ก็ดีจะได้ลดความจองหองลงเสียบ้าง"

โจวชุนอี้โมโหฮึ่มฮั่มอยากจะฆ่าผู้หญิงปากกล้าให้ตายคามือเสีย นึกไม่ถึงว่านางจะมีวาจาร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ลู่เสียนตอนนี้ไม่มีวี่แววของคนโง่เขลาหลงเหลือสักนิด หากนางไม่ใช่องค์หญิงเขาคงสั่งโบยทำโทษให้หลาบจำไม่กล้าขึ้นเสียงอย่างนี้หรอก

โจวชุนอี้รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากที่ถูกขอหย่าทั้งที่เขาเป็นฝ่ายรังเกียจลู่เสียน การกระทำของนางทำให้เขาถูกตำหนิจากผู้อาวุโสว่าเลี้ยงดูภรรยาไม่ดีและอีกสารพัดที่ทำให้เขาเสียชื่อเสียงของสุภาพบุรุษที่ยากจะกู้คืน เขาทดความแค้นนี้ไว้ในใจที่จะไม่มีวันลืมได้ลง

ลู่เสียนยื่นหนังสือขอหย่าให้โจวชุนอี้โดยไม่สนใจว่าจะถูกครหา เพราะนางเป็นองค์หญิงและมีทรัพย์สินติดตัวมากพอสมควร อีกประการหนึ่งคือเขามีภรรยาอีกคนที่พร้อมยกย่องออกหน้าออกตาจึงเป็นช่องโหว่ให้ลู่เสียนเลิกราอย่างเป็นทางการได้ง่าย อีกทั้งยังตั้งข้อกล่าวหาว่าสามีค่อนข้างห่างเหิน ทำให้ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นไม่สามารถอยู่ร่วมชีวิตคู่สามีภรรยาได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งฮ่องเต้และเสนาบดี โจวเหวินอู่ บิดาของโจวชุนอี้ต้องยินยอมไปโดยปริยาย

ฮ่องเต้ขุ่นเคืองลู่เสียนเป็นอย่างมากที่นางกล้าแหกกฎ ทำตัวไร้ศักดิ์ศรีทำให้ราชวงศ์เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงสั่งปลดทุกตำแหน่งขององค์หญิงแล้วเนรเทศออกนอกเมือง ฮ่องเต้คิดว่านางเป็นผู้หญิงจึงไม่คิดยึดทรัพย์สินเอาไว้เผื่อนางเอาไปใช้ตั้งต้นชีวิตใหม่พร้อมกับทรัพย์สินที่ได้จากการหย่าอีกหลายหีบ ซึ่งมีมากพอที่จะใช้ไปทั้งชีวิตหากไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป กระนั้นนางก็ยังไม่วายถูกฮ่องเต้ดูแคลนว่าจะมีชีวิตรอดโดยไม่มัวหมองเห็นทีจะเป็นไปได้ยาก

"หึ คนอย่างลู่เสียนจะมีปัญญาเอาดีได้อย่างไร อีกไม่นานก็จนตรอกจนตายเพราะเอาตัวไม่รอด"

ฮ่องเต้ปรามาสนางไว้อย่างนั้น เขามองไม่เห็นทางที่นางจะมีชีวิตดีๆ ได้ หลังจากนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรเขาไม่สนใจอยู่แล้ว ต่อไปนี้นางหมดสิทธิ์ในทุกอย่างที่ควรจะมีจะได้เพราะการตัดสินใจผิดพลาด สมแล้วที่ถูกเรียกว่าคนโง่

แต่สำหรับลู่เสียน นางกลับรู้สึกโล่งอกที่ได้ออกไปให้พ้นพวกคนใจร้ายหน้าไหว้หลังหลอก ดีซะอีกจะได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีอย่างที่ใจต้องการ

นางได้จ้างรถม้าออกเดินทางไปนอกเขตแคว้นเว่ยอย่างไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือชื่อเสียงที่ป่นปี้ นางทิ้งความอัปยศไว้ข้างหลังให้คนพวกนั้นเสพกันต่อไป ส่วนนางลอยตัวเหนือปัญหาเรียบร้อย

ลู่เสียนหาบ้านเช่าในราคาพอเหมาะแต่สภาพยังดีไม่จัดว่าซอมซ่ออยู่ในเขตใกล้แหล่งชุมชน นางจ้างคนขนหีบเข้าไปไว้ในบ้านที่มีการคลุมไว้แน่นหนากันการโดนปล้นจี้ จากนั้นนางก็จัดการเก็บทุกอย่างเข้าที่ด้วยตัวเอง ก่อนออกจากแคว้นเว่ย ลู่เสียนไม่ลืมไปรับชุดที่สั่งตัดไว้ แต่คิดว่าตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้วจึงจะนำไปขายต่อแล้วใส่ชุดธรรมดาสีพื้นๆ ให้ดูกลมกลืนกับผู้คนทั่วไปดีกว่า เมืองที่นางเข้ามาพำนักอาศัยใหม่มีชื่อว่าเมือง 'ต้าเหลียง'ผู้คนที่นี่คึกคักดี เมื่อได้ศึกษาดูสักพักพบว่าที่นี่เป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจมีการค้าขายอย่างเสรี ประชาชนดูมีความสุขเพราะค่อนข้างมีฐานะ ให้อิสระชายหญิงได้มีโอกาสเลือกคู่ครองและอาชีพ นางจึงได้พบหน้าผู้คนดูเบิกบานแต่งตัวดูดีสมฐานะ ทั่วทั้งเมืองมีการดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างแน่นหนา เรื่องอาชญากรรมแทบไม่เกิดขึ้น เมืองนี้เหมาะสมแล้วที่จะลงหลักปักฐาน ลู่เสียนออกมาเที่ยวชมตลาดซื้อหาของใช้จำเป็นและหาไอเดียในการทำมาหาเลี้ยงชีพ เพราะหากดำรงชีพด้วยทรัพย์สินที่ติดตัวมาอย่างเดียวไม่ช้าไม่นานก็หมดทิ้งโดยไร้ประโยชน์ สู้มาทำให้มันงอกเงยเพิ่มพูนตามสไตล์นักธุรกิจที่ชอบเห็นเม็ดเงินเพิ่มขึ้นจะดีกว่า

เมื่อซื้อของใช้จำเป็นเสร็จแล้วนางจึงจัดแจงทำความสะอาดบ้านเรือนเป็นการใหญ่ ถึงจะดูไม่ค่อยสกปรกมากแต่นางเป็นคนรักความสะอาดจึงใช้เวลาค่อนข้างนานสักหน่อยกว่าบ้านหลังเล็กจะดูเรียบร้อยน่าพอใจก็ปาไปจนหัวค่ำ นางเริ่มรู้สึกหิวจึงหุงหาอาหารง่ายๆ ที่ซื้อมาจากตลาด อาหารค่ำนี้เป็นผัดผักบุ้งไฟแดงกับไข่เจียวที่ลู่เสียนชอบ นางกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความหิวจัด จากนั้นจึงจัดการธุระในบ้านทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย กว่าจะได้เข้านอนก็เลยเวลาไปค่อนข้างดึก

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ตอนจบ

    แขกเหรื่อจากต่างเมืองทยอยเดินทางมาถึงเมืองต้าเทียนอย่างไม่ขาดสาย งานเฉลิมฉลองครั้งนี้จัดขึ้นยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น ชาวประชาต่างแซ่ซ้องชื่นมื่นไปทั่วทั้งเมือง ผู้ครองเมืองน้อยใหญ่ต่างร่วมยินดีปรีดากับงานนี้เป็นอย่างยิ่ง ทางเจ้าภาพอย่างเมืองต้าเทียนก็ต้อนรับขับสู้ได้ดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อยหมิงอ๋องและลู่เสียนแยกกันแต่งตัวเสร็จก็ออกมาช่วยฮ่องเต้ต้อนรับอาคันตุกะที่เริ่มหลั่งไหลมาอย่างล้นหลาม ด้านฮ่องเต้ฮองเฮา ไท่จื่อ รวมถึงเหล่าราชวงศ์พร้อมขุนนางต่างมากันพร้อมหน้าฮ่องเต้ลู่เว่ยเสด็จมาถึงและมอบของที่ระลึกพร้อมกับสนทนาอยู่พักใหญ่จึงได้นั่งลงประจำโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้ในงานเริ่มด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมายขึ้นโต๊ะไม่ขาดสายพร้อมกับชมการแสดงร่ายรำอ่อนช้อยงดงามของทางต้าเทียนที่จัดเตรียมล่วงหน้าเพื่องานนี้บรรยากาศทั้งภายในภายนอกวังหลวงต่างคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไรงานเฉลิมฉลองยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นเวลาครึ่งค่อนวันโดยไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ในขณะที่อาหารพร้อมสุราชั้นดียังคงลำเลียงตามโต๊ะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ค้างคาใจ

    ลู่เสียนเข้าเฝ้าไทเฮาหลังจากที่ไม่ได้มาเสียนาน ไทเฮาทรงดีพระทัยที่เห็นหน้าของนางอีกครั้ง"เจ้าหายหน้าไปนาน คงยุ่งมากสินะ"ไทเฮาทักทายขึ้นใบหน้าแช่มชื่นขึ้นมาทันทีที่พบหน้าลู่เสียน นางคลานเข่าช้าๆขยับเข้าใกล้จนชิดตัวไทเฮา ดวงตาพร่ามัวภายใต้ใบหน้าริ้วรอยเหี่ยวย่นสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยแวววาวที่ภายในดูหม่นหมองกลบความสุกสกาวของเมื่อก่อนลงไปมาก"หม่อมฉันขอกอดไทเฮาได้หรือไม่เพคะ"ลู่เสียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นไหว ไทเฮายิ้มรับพร้อมอ้าแขนตอบรับ นางโผเข้ากอดผู้อาวุโสเหมือนหาที่พึ่งพิง กอดนี้อบอุ่นราวกับอ้อมกอดของมารดา ลู่เสียนกอดไทเฮาไว้อย่างนั้นยังไม่ยอมปล่อย หญิงสูงวัยกว่ายกมือขึ้นลูบศีรษะไปมาช้าๆ เข้าใจทันทีว่าสาวน้อยต้องการคนปลอบใจลู่เสียนกอดไทเฮาอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานเหมือนว่าตอนนี้นางหมดหนทาง ทั้งอยากพูดความจริงทั้งอยากปกป้องคนที่นางรักความลังเลทำให้ลู่เสียนรู้สึกคับแน่นอยู่ในใจ"กอดไทเฮาแล้วอบอุ่นดีนะเพคะ หม่อมฉันไม่เคยกอดแม่แต่ไทเฮาอบอุ่นเหมือนอ้อมกอดของแม่"นางเอ่ยเสียงใสแต่ดวงตาเหม่อลอยเพราะมันคือเรื่องจริงที่ลู่เสียนไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากอ้อมอกมารดาเลยสักครั้ง นางเติบโตขึ้นมาด้ว

  • องค์หญิงพลิกชะตา   วางแผนอีกครั้ง

    โจวชุนอี้มาพบเยี่ยเฟยหรงอีกครั้ง ใบหน้าคมสันดูเป็นกังวล แววตาฉายแววความอึดอัดได้ชัดเจน สีหน้าเขาเคร่งเครียดกว่าปกติลงไปมาก เยี่ยเฟยหรงรู้ดีว่าโจวชุนอี้คงมีเรื่องหนักใจไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้เยี่ยเฟยหรงอยากรู้มากขึ้น"สหายของข้ามีเรื่องใดไม่สบายใจถึงได้หน้าตาบึ้งตึงขนาดนี้"เขาช่วยผ่อนคลายให้สหายรักอารมณ์ดีขึ้นทว่ากลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด เยี่ยเฟยหรงกลอกตาไปมายกชาขึ้นจิบเงียบๆ ไม่พูดสิ่งใดต่อ"หากข้ามีข้อเสนอบางอย่าง เจ้าจะช่วยได้หรือไม่"โจวชุนอี้เอ่ยขึ้นน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขาขรึมลงยิ่งกว่าเดิมเล็กน้อย เยี่ยเฟยหรงเลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปากพร้อมพยักหน้าช้าๆ"ข้ายินดี เจ้าว่ามาได้เลยสหายรัก"เขาตอบโดยไม่ลังเล โจวชุนอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย ยื่นหน้าเข้าใกล้เยี่ยเฟยหรงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเพื่อความแน่ใจ"เจ้าแน่ใจนะ"เยี่ยเฟยหรงสบตาสหายรักแน่นิ่ง เรื่องนี้มันต้องสำคัญมากแน่ โจวชุนอี้ถึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้"หากเจ้าต้องการ มีเรื่องใดบ้างที่ข้าจะไม่ช่วย"เขาพูดขึ้น ลงน้ำหนักทุกคำพูดอย่างหนักแน่น ให้ความมั่นใจอีกครั้ง โจวชุนอี้เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด"ไม่ต้องห่วงเรื่องใด ครั้

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมรับมือ-ถอนตัว

    ไท่จื่อกำลังทรงอักษรในห้องส่วนตัวโดยมีไป๋ซิงคอยรินน้ำชาให้ตามปกติ นางเห็นว่าบรรยากาศดูเงียบไปหน่อยจึงเอ่ยขึ้นเสียงหวานนุ่มนวล"ไท่จื่อเพคะ ลองจิบชานี่ดูเสียก่อน เป็นชาชั้นดี ดื่มแล้วช่วยผ่อนคลายเพคะ"ไท่จื่อหยุดเขียนอักษร เขาเงยหน้ามองนางอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งยิ้มๆ ก่อนยกชาขึ้นจิบตามคำแนะนำของไป๋ซิง"เจ้าช่างสรรหาของบำรุงให้ข้าเสียจริง"เขาพูดจาหยอกเย้าเล็กน้อยทำให้นางถึงกับเขินอาย ก้มหน้ายิ้มหวานดูไม่ประสีประสาเท่าใดนักองครักษ์เข้ามารายงานว่าหมิงอ๋องขอพบ ไท่จื่อละสายตาจากสาวน้อยพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ไป๋ซิงรู้งาน นางรีบถอยออกจากบริเวณนั้นทันที เมื่อหมิงอ๋องมาถึงเขาทำความเคารพไท่จื่อพร้อมกับไป๋ซิงทำความเคารพทั้งคู่แล้วรีบถอย ขอตัวออกจากห้องไป เพราะทั้งคู่มีเรื่องหารือที่เป็นความลับ ไม่ต้องการบุคคลที่สามอยู่แล้วหมิงอ๋องแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่""เจ้ามีเรื่องด่วนอันใดรึ"ไท่จื่อทักทายเขาที่มองไล่หลังไป๋ซิงด้วยความสงสัย จึงมองตามสายตาของเขาพร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น"เจ้าคงแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่"หมิงอ๋องหันหลังกลับมาสนทนากับไท่จื่อต่อ"เพราะเหตุใดพะยะค่ะ""พอดีตำหนัก

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมตัว

    เหอหลีเจี๋ยและไป๋ซิงมาพบกันตามที่นัดเอาไว้ที่จวรของเขา หญิงสาวย่อตัวทำความเคารพผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม"ไม่ต้องมากพิธีหรอก นั่งเถิด"เขาเชิญสาวน้อยนั่งลงไม่ได้รีบร้อน แต่หญิงสาวกลับร้อนใจแทนทุกเรื่องที่ต้องรับฟัง ทั้งตื่นเต้นและอยากรู้"ท่านลุงมีธุระจะพูดกับข้า เป็นเรื่องอะไรกันเจ้าคะ""เหอะๆ เจ้าช่างเจรจานัก เหตุใดหมิงอ๋องถึงไม่มองเจ้าเลย"เหอหลีเจี๋ยพูดเสียงเรียบทำให้ไป๋ซิงหน้าสลดลง นางซึมลงเล็กน้อยก้มหน้านิ่ง เขารู้ตัวว่าพูดกระทบจิตใจนางจึงรีบแก้เก้อ"เอ่อ ..ข้าหมายถึง หมิงอ๋องตาไม่ถึงมากกว่า ฉะนั้นเจ้าลองเปลี่ยนเป้าหมายเถิดข้าพอจะช่วยให้เจ้าสมหวังได้ คิดดูซิระหว่างอัครมเหสีขององค์ไท่จื่อที่ต่อไปจะต้องขึ้นครองราชย์ เทียบกันกับสนมเอกของหมิงอ๋อง เจ้าคงคิดได้ว่าสิ่งไหนน่าชื่นชมมากกว่ากัน ไหนๆ เจ้าก็ต้องการอยู่ข้างกายราชวงศ์แล้วก็ควรเลือกให้ดีที่สุด เจ้าเองก็มีชาติตระกูลที่สูงส่ง จะยอมลดตัวเองเป็นเพียงสนมเอกที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะไขว่คว้าตำแหน่งนั้นมาได้ หมิงอ๋องก็ไม่ใช่คนที่ควบคุมได้ง่ายเสียด้วย สู้ปรนนิบัติไท่จื่อให้ดีหน่อย ช่วยรับฟังพระองค์อย่างเข้าใจ เป็นผู้ตามที่ดี เท่านี้เจ้าก็ไม่ต

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เปลี่ยนเป้าหมาย

    "ไปสืบเรื่องนี้ให้ละเอียด ใครมีส่วนเกี่ยวข้องข้าไม่เอามันไว้แม้แต่คนเดียว!"ฮ่องเต้ออกคำสั่งกับองครักษ์ให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยและให้ทุกคนออกไปให้หมดเสนาไป๋อวิ้นยังไม่ไว้วางใจนางอยู่ดี เขาเชื่อมั่นว่าลู่เสียนมาด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ค่อยดีนัก และยังสงสัยว่านางอาจจะร่วมมือกับเสนาบดีเหอหลีเจี๋ยทำสิ่งที่ไม่หวังดีต่อต้าเทียนก็เป็นได้หมิงอ๋องจ้องหน้าเสนาไป๋อย่างเอาเรื่อง เขาขบกรามเอาไว้แน่น พยายามอดทนเพราะเห็นว่าเป็นผู้อาวุโสกว่า"กระหม่อมจะไม่ยอมนิ่งเฉยแน่ หมิงอ๋องควรมีเหตุผลเหนืออารมณ์นะพะยะค่ะ ไม่อย่างนั้นพระองค์อาจจะตกเป็นเหยื่อเอาได้""ไม่ต้องสั่งสอนข้า ข้ารู้ว่าใครทำอะไร ตัวท่านเองควรมีมโนธรรมให้สมกับเป็นผู้อาวุโสบ้างนะ"พูดจบเขาก็จูงมือลู่เสียนกลับตำหนักโดยไม่สนใจเสนาไป๋อีก ผู้อาวุโสกว่าได้แต่ถอนหายใจส่ายหัวช้าๆ มองคนทั้งคู่แววตาคมกล้าจนลับตาไปหมิงอ๋องพาลู่เสียนกลับเข้าตำหนัก เขายืนนิ่งมองนางอยู่สักครู่ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่นาน"ข้าได้แต่หวังว่าเจ้าจะไม่เป็นอย่างที่เสนาไป๋สงสัย"ลู่เสียนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน นึกน้อยเนื้อต่ำใจที่หมิงอ๋องไม่เชื่อใจนางเสียแล้ว ล

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status