공유

ของไร้ค่า

last update 게시일: 2026-05-05 12:24:15

วันหนึ่งอากาศหนาวเย็นลง ลู่เสียนเย็บเสื้อคลุมเสร็จแล้วจึงนำไปให้ที่เรือนของโจวชุนอี้ด้วยความหวังที่มีเต็มเปี่ยมว่าเขาจะซาบซึ้งต่อสิ่งที่นางมอบให้

“อีกไม่นานท่านจะได้เห็นความดีที่ข้าตั้งใจทำเพื่อท่าน”

ลู่เสียนพูดพึมพำใบหน้างามเปื้อนยิ้มมองดูผืนผ้าที่พับไว้ดูเรียบร้อยงามตา นางมาถึงเรือนไม่พบกับโจวชุนอี้เจอเพียงมู่ชิวหลันที่กำลังยืนดูบ่าวไพร่เปลี่ยนผ้าม่านสีสวยสำหรับเตรียมงานมงคล

“ข้ามาหาชุนอี้” ลู่เสียนเอ่ยถึงจุดประสงค์ของนางเมื่อมู่ชิวหลันหันหลังกลับมามองนางช้าๆ พร้อมกับส่ายหัวน้อยๆ

“เจ้าไม่รู้หรือว่าชุนอี้ไปไหน” ลู่เสียนถามพลางเดินวนดูรอบๆ ห้อง ในมือยังถือเสื้อคลุมไม่ยอมวาง มู่ชิวหลันมองตามลู่เสียน เริ่มไม่พอใจที่นางละลาบละล้วงไปทั่วห้อง

“ท่านพี่ไม่อยู่ ท่านมีธุระอะไรหรือ ฝากเข้าไว้ก็ได้”

มู่ชิวหลันพูดจาแข็งกร้าวกับลู่เสียนอยู่ในที

“ข้านำของมาให้ชุนอี้ เมื่อเขาไม่อยู่ข้าก็จะกลับก่อนวันหลังจะแวะเอามาให้ใหม่” ลู่เสียนทำท่าจะเดินกลับแต่โดนมู่ชิวหลันขวางหน้าเอาไว้

“ท่านมีธุระอะไรกับท่านพี่ของข้า” มู่ชิวหลันเริ่มถามเสียงห้วน อยากจะรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของลู่เสียนในวันนี้

“เอ่อ...เปล่าหรอก…เอาเป็นว่าข้าจะแวะมาใหม่วันหลังก็แล้วกัน”

ลู่เสียนเอ่ยเสียงเบานุ่มนิ่มเพราะนางคิดว่ามู่ชิวหลันคือคนโปรดของโจวชุนอี้ในตอนนี้ อีกไม่นานก็จะได้เป็นภรรยาเอกฐานะทัดเทียมกับนาง จึงอยากจะปรองดองกันเอาไว้ ไม่ได้อยากมีเรื่องมีราวที่ทำให้เรือนร้อน หากระทบถึงโจวชุนอี้อาจจะทำให้เขาไม่สบายใจได้ที่ภรรยาทั้งสองคนทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำให้ลู่เสียนได้แต่พยายามใจเย็นให้มากที่สุด นางตอบเพียงสั้นๆ เพราะอยากรีบกลับเรือนของตนเต็มที

“ข้าถามทำไมท่านไม่ตอบ!”

เสียงใสนั้นดูแข็งกร้าวเริ่มวางอำนาจประหนึ่งว่าเป็นผู้ปกครองเรือนนี้และฮูหยินอย่างนางป็นเพียงผู้อาศัย

“ข้าเอาเสื้อคลุมมาให้ชุนอี้ ปีนี้อากาศหนาวเย็นนักเขาจะได้มีเปลี่ยน”

ลู่เสียนตัดสินใจบอกมู่ชิวหลันที่ยืนจ้องนางอย่างไม่พอใจขึ้นทุกที ท่าทีของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปจากเมื่อวันก่อนที่เคยเป็นหญิงสาวมีกิริยาอ่อนน้อมถ่อมตน น้ำเสียงอ่อนโยน ตอนนี้นางกลับวางอำนาจใส่ภรรยาเอกอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย

มู่ชิวหลันมองผ้าที่ลู่เสียนยกให้ดู นางตะปบผ้าออกมาสลัดดูพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่นเรือน

“เหอะ! ผ้าขี้ริ้วผืนนี้จะคู่ควรกับท่านรองแม่ทัพได้อย่างไร” มู่ชิวหลันปรายตามองลู่เสียนพลางครุ่นคิด ครู่ต่อมานางโยนเสื้อคลุมที่ลู่เสียนตั้งใจตัดเย็บมาอย่างดีออกไปที่หน้าประตู ลู่เสียนตกใจเริ่มโกรธขึ้งมือสั่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ มองมู่ชิวหลันอย่างเคืองขุ่น

“เจ้าทำเกินไปแล้ว นี่เสื้อคลุมของชุนอี้นะ โยนอย่างนั้นได้อย่างไร” ลู่เสียนตำหนิอีกฝ่ายน้ำเสียงดูไม่น่าเกรงใจแม้แต่น้อย

“ท่านพี่ไม่รับมันไว้หรอกเชื่อข้าสิ เก็บกลับไปด้วยล่ะไม่อย่างนั้นท่านพี่อาจคิดว่ามันเป็นผ้าเช็ดเท้า เพราะว่ากองอยู่ตรงหน้าประตู”

มู่ชิวหลันเหยียดยิ้มมุมปากสะใจที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ลู่เสียนได้ ลู่เสียนเดินไปหยิบผ้าคลุมขึ้นมาพร้อมกับบรรจงพับอย่างทะนุถนอมไว้เช่นเดิม จากนั้นก็เดินออกไปเงียบๆ

มู่ชิวหลันสั่งเด็กรับใช้ให้คอยจับตาดูลู่เสียนเอาไว้ให้ดี กีดกันไม่ให้มายุ่มย่ามที่เรือนนี้อีก

“หากพบเจอนางก้าวเข้ามาในเรือนของข้าอีกจับโยนออกไปได้เลย” นางออกคำสั่งดั่งเป็นฮูหยินใหญ่ของจวนสกุลโจว

ลู่เสียนกลับเข้ามาในเรือนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง มู่ชิวหลันกล้าดีถึงขนาดโยนสิ่งของมีค่าของนางได้อย่างไร หากโจวชุนอี้กลับมาคงต้องกลับไปพูดคุยกันใหม่ถึงฐานะของมู่ชิวหลันเสียแล้ว อย่างน้อยหากไม่เคารพนางก็ไม่ควรทำกิริยาแย่ๆ เช่นวันนี้ ตอนนี้มู่ชิวหลันทำไม่ถูก ลู่เสียนเชื่อว่าโจวชุนอี้จะต้องฟังเหตุผลของนางบ้าง

ช่วงหัวค่ำลู่เสียนผลัดเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองเตรียมตัวเข้านอนแต่หัววัน พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นแต่เช้าไปดักรอชุนอี้เพื่อตกลงเรื่องของวันนี้ก่อนที่จะไม่ได้พบหน้ากันทั้งวัน

ผลัวะ!!!

เสียงประตูเปิดออกอย่างแรง ที่เรือนของลู่เสียนไม่มีเด็กรับใช้คอยดูแลจึงไม่มีใครบอกนางได้ว่าจะมีแขกมาเยือนตอนไหน ลู่เสียนจึงตั้งตัวไม่ทัน นางเบิกตากว้างปนดีใจที่วันนี้โจวชุนอี้มาหาถึงห้อง แม้ว่าจะมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ก็ตาม

“ชุนอี้ ทำไมท่านไม่ให้เด็กมาบอกข้าก่อน ข้าจะได้เตรียมชาไว้ให้ ท่านเหนื่อยหรือไม่นั่งพักก่อนเดี๋ยวข้านวดให้”

“ไม่ต้อง!!” โจวชุนอี้ตอบเสียงห้วน เขาขมวดคิ้วตลอดเวลา ลู่เสียนรีบจัดเก้าอี้เพื่อให้เขานั่งแต่บุรุษผู้เย่อหยิ่งยังคงยืนนิ่งงัน

“วันนี้ท่านไปที่เรือนชิวหลันทำไม” เขาถามขึ้นด้วยเสียงดังกังวานดูมีอำนาจน่าเกรงขามอย่างยิ่ง ลู่เสียนที่เกรงใจเขาอยู่แล้วก็ยิ่งห่อไหล่หดคอก้มหน้างุดยิ่งกว่าเดิม

“ข้าเอาเสื้อคลุมไปให้ท่าน ปีนี้อากาศหนาวเย็นมากท่านจะได้เอาไว้เปลี่ยน มีใส่ได้ตลอด”

เมื่อถูกถามถึงจุดประสงค์เมื่อกลางวันทำให้ลู่เสียนยืดตัวขึ้นเพื่อตอบคำถามของเขา นางอธิบายอย่างกระตือรือร้นหวังทำคะแนนพิชิตใจชายหนุ่มผู้สง่างามตรงหน้า

“จวนข้าไม่ได้ขาดแคลนอาภรณ์ใด ท่านไม่ต้องลำบากหรอกเก็บไว้ใช้เองเถอะ” คำพูดของสามีผู้เป็นที่รักยิ่งแต่ละคำมันช่างเสียดแทงใจของลู่เสียนยิ่งนัก เขาจะพูดจารื่นหูกับนางบ้างไม่ได้หรือ นางก็ได้แต่คิดไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากออกมาคิดเพียงว่านางอดทนเพื่อเขาได้ ลู่เสียนได้แต่ก้มหน้าเม้มปากเอาไว้แน่นราวกับว่านางเป็นคนผิดอย่างไรอย่างนั้น

“ข้าอยากพบท่านบ้างไม่ได้หรือ อย่าใจร้ายกับข้าได้หรือไม่” นางอ้อนวอนเสียงหวาน เอื้อมมือเรียวสวยเกาะแขนแข็งแรงนั้นเอาไว้เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นใจ เขาคือชายผู้เดียวที่นางมีไว้ยึดเหนี่ยว โจวชุนอี้บดกรามแน่นแววตาเย็นชามากกว่าครั้งไหนๆ การกระทำของนางไม่เพียงแต่กระตุ้นต่อมโมโหที่เริ่มพุ่งพล่านแต่นางยังตอกย้ำให้เขาดูเหมือนเป็นตัวตลกมากยิ่งขึ้นที่มีภรรยาสุดโง่เง่าอยู่ร่วมจวน

“ต่อไปนี้ห้ามไประรานมู่ชิวหลันอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” เขายังคงใช้วาจาแสนร้ายกาจข่มขู่นางไม่เลิกใบหน้าของเขายังเมินเฉยต่อนางเช่นเดิม โจวชุนอี้สะบัดมือลู่เสียนออกไม่เบานัก แม้ดูผิวเผินจะเหมือนไม่รุนแรงแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขารังเกียจ พร้อมกับหันหลังเดินดุ่มๆ ออกจากเรือนไปทิ้งนางไว้เพียงลำพัง

ลู่เสียนดินไปปิดประตู นางหมดอาลัยตายอยาก ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงเบาๆ รู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูกนอกจากสามีไม่เหลียวแลเขายังกล่าวหาว่านางไประรานคนของเขาอีก ไม่เพียงเท่านั้นเขายังไม่รับสิ่งของมีค่าที่นางตั้งใจทำให้ เขาตัดเยื่อใยตั้งแต่เริ่มต้นเช่นนี้เลยหรือ! หญิงสาวคิดน้อยเนื้อต่ำใจได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น รู้สึกเจ็บแปลบที่อกด้านซ้ายขึ้นมาเฉียบพลัน ความเจ็บปวดแล่นวนไปมาจนรู้สึกแน่นไปหมด นางเริ่มหายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ มือเรียวสวยกุมหน้าอกที่มันเจ็บปวดแทบจะขาด เหมือนมีมีดกรีดลึกเข้าไปในใจเป็นแผลยาว นางเริ่มหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก ล้มตัวลงทุรนทุราย ปากขยับไม่ได้เปล่งเสียงขอความช่วยเหลือไม่ออก ได้แต่ทำหน้าตาบู้บี้น่าเวทนายิ่งนัก นางเริ่มคว้าลมคว้าอากาศเปะปะนอนดิ้นไปมาอยู่พักใหญ่ หายใจหอบถี่หนักกว่าเดิม ในที่สุดหญิงสาวผู้เลอโฉมก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหว หมดสติลงอย่างเดียวดายในเรือนเล็กที่เงียบเหงา…

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ตอนจบ

    แขกเหรื่อจากต่างเมืองทยอยเดินทางมาถึงเมืองต้าเทียนอย่างไม่ขาดสาย งานเฉลิมฉลองครั้งนี้จัดขึ้นยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น ชาวประชาต่างแซ่ซ้องชื่นมื่นไปทั่วทั้งเมือง ผู้ครองเมืองน้อยใหญ่ต่างร่วมยินดีปรีดากับงานนี้เป็นอย่างยิ่ง ทางเจ้าภาพอย่างเมืองต้าเทียนก็ต้อนรับขับสู้ได้ดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อยหมิงอ๋องและลู่เสียนแยกกันแต่งตัวเสร็จก็ออกมาช่วยฮ่องเต้ต้อนรับอาคันตุกะที่เริ่มหลั่งไหลมาอย่างล้นหลาม ด้านฮ่องเต้ฮองเฮา ไท่จื่อ รวมถึงเหล่าราชวงศ์พร้อมขุนนางต่างมากันพร้อมหน้าฮ่องเต้ลู่เว่ยเสด็จมาถึงและมอบของที่ระลึกพร้อมกับสนทนาอยู่พักใหญ่จึงได้นั่งลงประจำโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้ในงานเริ่มด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมายขึ้นโต๊ะไม่ขาดสายพร้อมกับชมการแสดงร่ายรำอ่อนช้อยงดงามของทางต้าเทียนที่จัดเตรียมล่วงหน้าเพื่องานนี้บรรยากาศทั้งภายในภายนอกวังหลวงต่างคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไรงานเฉลิมฉลองยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นเวลาครึ่งค่อนวันโดยไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ในขณะที่อาหารพร้อมสุราชั้นดียังคงลำเลียงตามโต๊ะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ค้างคาใจ

    ลู่เสียนเข้าเฝ้าไทเฮาหลังจากที่ไม่ได้มาเสียนาน ไทเฮาทรงดีพระทัยที่เห็นหน้าของนางอีกครั้ง"เจ้าหายหน้าไปนาน คงยุ่งมากสินะ"ไทเฮาทักทายขึ้นใบหน้าแช่มชื่นขึ้นมาทันทีที่พบหน้าลู่เสียน นางคลานเข่าช้าๆขยับเข้าใกล้จนชิดตัวไทเฮา ดวงตาพร่ามัวภายใต้ใบหน้าริ้วรอยเหี่ยวย่นสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยแวววาวที่ภายในดูหม่นหมองกลบความสุกสกาวของเมื่อก่อนลงไปมาก"หม่อมฉันขอกอดไทเฮาได้หรือไม่เพคะ"ลู่เสียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นไหว ไทเฮายิ้มรับพร้อมอ้าแขนตอบรับ นางโผเข้ากอดผู้อาวุโสเหมือนหาที่พึ่งพิง กอดนี้อบอุ่นราวกับอ้อมกอดของมารดา ลู่เสียนกอดไทเฮาไว้อย่างนั้นยังไม่ยอมปล่อย หญิงสูงวัยกว่ายกมือขึ้นลูบศีรษะไปมาช้าๆ เข้าใจทันทีว่าสาวน้อยต้องการคนปลอบใจลู่เสียนกอดไทเฮาอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานเหมือนว่าตอนนี้นางหมดหนทาง ทั้งอยากพูดความจริงทั้งอยากปกป้องคนที่นางรักความลังเลทำให้ลู่เสียนรู้สึกคับแน่นอยู่ในใจ"กอดไทเฮาแล้วอบอุ่นดีนะเพคะ หม่อมฉันไม่เคยกอดแม่แต่ไทเฮาอบอุ่นเหมือนอ้อมกอดของแม่"นางเอ่ยเสียงใสแต่ดวงตาเหม่อลอยเพราะมันคือเรื่องจริงที่ลู่เสียนไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากอ้อมอกมารดาเลยสักครั้ง นางเติบโตขึ้นมาด้ว

  • องค์หญิงพลิกชะตา   วางแผนอีกครั้ง

    โจวชุนอี้มาพบเยี่ยเฟยหรงอีกครั้ง ใบหน้าคมสันดูเป็นกังวล แววตาฉายแววความอึดอัดได้ชัดเจน สีหน้าเขาเคร่งเครียดกว่าปกติลงไปมาก เยี่ยเฟยหรงรู้ดีว่าโจวชุนอี้คงมีเรื่องหนักใจไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้เยี่ยเฟยหรงอยากรู้มากขึ้น"สหายของข้ามีเรื่องใดไม่สบายใจถึงได้หน้าตาบึ้งตึงขนาดนี้"เขาช่วยผ่อนคลายให้สหายรักอารมณ์ดีขึ้นทว่ากลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด เยี่ยเฟยหรงกลอกตาไปมายกชาขึ้นจิบเงียบๆ ไม่พูดสิ่งใดต่อ"หากข้ามีข้อเสนอบางอย่าง เจ้าจะช่วยได้หรือไม่"โจวชุนอี้เอ่ยขึ้นน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขาขรึมลงยิ่งกว่าเดิมเล็กน้อย เยี่ยเฟยหรงเลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปากพร้อมพยักหน้าช้าๆ"ข้ายินดี เจ้าว่ามาได้เลยสหายรัก"เขาตอบโดยไม่ลังเล โจวชุนอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย ยื่นหน้าเข้าใกล้เยี่ยเฟยหรงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเพื่อความแน่ใจ"เจ้าแน่ใจนะ"เยี่ยเฟยหรงสบตาสหายรักแน่นิ่ง เรื่องนี้มันต้องสำคัญมากแน่ โจวชุนอี้ถึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้"หากเจ้าต้องการ มีเรื่องใดบ้างที่ข้าจะไม่ช่วย"เขาพูดขึ้น ลงน้ำหนักทุกคำพูดอย่างหนักแน่น ให้ความมั่นใจอีกครั้ง โจวชุนอี้เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด"ไม่ต้องห่วงเรื่องใด ครั้

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมรับมือ-ถอนตัว

    ไท่จื่อกำลังทรงอักษรในห้องส่วนตัวโดยมีไป๋ซิงคอยรินน้ำชาให้ตามปกติ นางเห็นว่าบรรยากาศดูเงียบไปหน่อยจึงเอ่ยขึ้นเสียงหวานนุ่มนวล"ไท่จื่อเพคะ ลองจิบชานี่ดูเสียก่อน เป็นชาชั้นดี ดื่มแล้วช่วยผ่อนคลายเพคะ"ไท่จื่อหยุดเขียนอักษร เขาเงยหน้ามองนางอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งยิ้มๆ ก่อนยกชาขึ้นจิบตามคำแนะนำของไป๋ซิง"เจ้าช่างสรรหาของบำรุงให้ข้าเสียจริง"เขาพูดจาหยอกเย้าเล็กน้อยทำให้นางถึงกับเขินอาย ก้มหน้ายิ้มหวานดูไม่ประสีประสาเท่าใดนักองครักษ์เข้ามารายงานว่าหมิงอ๋องขอพบ ไท่จื่อละสายตาจากสาวน้อยพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ไป๋ซิงรู้งาน นางรีบถอยออกจากบริเวณนั้นทันที เมื่อหมิงอ๋องมาถึงเขาทำความเคารพไท่จื่อพร้อมกับไป๋ซิงทำความเคารพทั้งคู่แล้วรีบถอย ขอตัวออกจากห้องไป เพราะทั้งคู่มีเรื่องหารือที่เป็นความลับ ไม่ต้องการบุคคลที่สามอยู่แล้วหมิงอ๋องแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่""เจ้ามีเรื่องด่วนอันใดรึ"ไท่จื่อทักทายเขาที่มองไล่หลังไป๋ซิงด้วยความสงสัย จึงมองตามสายตาของเขาพร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น"เจ้าคงแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่"หมิงอ๋องหันหลังกลับมาสนทนากับไท่จื่อต่อ"เพราะเหตุใดพะยะค่ะ""พอดีตำหนัก

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมตัว

    เหอหลีเจี๋ยและไป๋ซิงมาพบกันตามที่นัดเอาไว้ที่จวรของเขา หญิงสาวย่อตัวทำความเคารพผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม"ไม่ต้องมากพิธีหรอก นั่งเถิด"เขาเชิญสาวน้อยนั่งลงไม่ได้รีบร้อน แต่หญิงสาวกลับร้อนใจแทนทุกเรื่องที่ต้องรับฟัง ทั้งตื่นเต้นและอยากรู้"ท่านลุงมีธุระจะพูดกับข้า เป็นเรื่องอะไรกันเจ้าคะ""เหอะๆ เจ้าช่างเจรจานัก เหตุใดหมิงอ๋องถึงไม่มองเจ้าเลย"เหอหลีเจี๋ยพูดเสียงเรียบทำให้ไป๋ซิงหน้าสลดลง นางซึมลงเล็กน้อยก้มหน้านิ่ง เขารู้ตัวว่าพูดกระทบจิตใจนางจึงรีบแก้เก้อ"เอ่อ ..ข้าหมายถึง หมิงอ๋องตาไม่ถึงมากกว่า ฉะนั้นเจ้าลองเปลี่ยนเป้าหมายเถิดข้าพอจะช่วยให้เจ้าสมหวังได้ คิดดูซิระหว่างอัครมเหสีขององค์ไท่จื่อที่ต่อไปจะต้องขึ้นครองราชย์ เทียบกันกับสนมเอกของหมิงอ๋อง เจ้าคงคิดได้ว่าสิ่งไหนน่าชื่นชมมากกว่ากัน ไหนๆ เจ้าก็ต้องการอยู่ข้างกายราชวงศ์แล้วก็ควรเลือกให้ดีที่สุด เจ้าเองก็มีชาติตระกูลที่สูงส่ง จะยอมลดตัวเองเป็นเพียงสนมเอกที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะไขว่คว้าตำแหน่งนั้นมาได้ หมิงอ๋องก็ไม่ใช่คนที่ควบคุมได้ง่ายเสียด้วย สู้ปรนนิบัติไท่จื่อให้ดีหน่อย ช่วยรับฟังพระองค์อย่างเข้าใจ เป็นผู้ตามที่ดี เท่านี้เจ้าก็ไม่ต

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เปลี่ยนเป้าหมาย

    "ไปสืบเรื่องนี้ให้ละเอียด ใครมีส่วนเกี่ยวข้องข้าไม่เอามันไว้แม้แต่คนเดียว!"ฮ่องเต้ออกคำสั่งกับองครักษ์ให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยและให้ทุกคนออกไปให้หมดเสนาไป๋อวิ้นยังไม่ไว้วางใจนางอยู่ดี เขาเชื่อมั่นว่าลู่เสียนมาด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ค่อยดีนัก และยังสงสัยว่านางอาจจะร่วมมือกับเสนาบดีเหอหลีเจี๋ยทำสิ่งที่ไม่หวังดีต่อต้าเทียนก็เป็นได้หมิงอ๋องจ้องหน้าเสนาไป๋อย่างเอาเรื่อง เขาขบกรามเอาไว้แน่น พยายามอดทนเพราะเห็นว่าเป็นผู้อาวุโสกว่า"กระหม่อมจะไม่ยอมนิ่งเฉยแน่ หมิงอ๋องควรมีเหตุผลเหนืออารมณ์นะพะยะค่ะ ไม่อย่างนั้นพระองค์อาจจะตกเป็นเหยื่อเอาได้""ไม่ต้องสั่งสอนข้า ข้ารู้ว่าใครทำอะไร ตัวท่านเองควรมีมโนธรรมให้สมกับเป็นผู้อาวุโสบ้างนะ"พูดจบเขาก็จูงมือลู่เสียนกลับตำหนักโดยไม่สนใจเสนาไป๋อีก ผู้อาวุโสกว่าได้แต่ถอนหายใจส่ายหัวช้าๆ มองคนทั้งคู่แววตาคมกล้าจนลับตาไปหมิงอ๋องพาลู่เสียนกลับเข้าตำหนัก เขายืนนิ่งมองนางอยู่สักครู่ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่นาน"ข้าได้แต่หวังว่าเจ้าจะไม่เป็นอย่างที่เสนาไป๋สงสัย"ลู่เสียนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน นึกน้อยเนื้อต่ำใจที่หมิงอ๋องไม่เชื่อใจนางเสียแล้ว ล

  • องค์หญิงพลิกชะตา   อิสรภาพ

    "ที่ลู่เสียนมาวันนี้ตั้งใจมาขออนุญาตฝ่าบาท แต่ตอนนี้คิดว่าไม่จำเป็นเพคะ หม่อมฉันจะหย่าไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้ ต่อให้ฝ่าบาทไม่อนุญาตหม่อมฉันก็ไม่เปลี่ยนใจ ทูลลา"นางพูดจบย่อตัวคำนับง่ายๆ แล้วเดินออกจากท้องพระโรงไปอย่างทระนง ฮ่องเต้พูดไม่ออกได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นที่ลู่เสียนควบคุมไม่ได้อีกต่อไป

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ทนไม่ไหวแล้ว

    แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่รอดพ้นโจวชุนอี้ไปได้ เขาได้ฟังมู่ชิวหลันรายงานยิ่งทำให้เริ่มโมโหขึ้นมาง่ายดาย มู่ชิวหลันพูดเสียงอ่อยอย่างตื่นกลัว ซบใบหน้างามลงกับอกแข็งแรงดั่งคนขวัญเสีย“ท่านพี่ ลู่เสียนบอกกับน้องเช่นนี้เจ้าค่ะ น้องไม่ทราบจะทำอย่างไรดีจึงต้องรายงานท่านพี่ให้จัดการ นางไม่ให้เกียรติท่านพี่เอาเส

  • องค์หญิงพลิกชะตา   จัดให้

    “ลู่เสียน เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร ทำไมออกมาข้างนอกไม่ขออนุญาตข้าหรือแจ้งชิวหลันก่อน” โจวชุนอี้เริ่มแสดงอำนาจกับนางโดยไม่สนใจสายตาผู้คนที่จ้องมองเหตุการณ์น่าระทึกใจ พวกเขารู้ดีว่านี่คือท่านรองแม่ทัพผู้หล่อเหลา ชายในฝันของหญิงสาวทั่วแคว้นเว่ยที่เพิ่งได้รับพระราชทานสมรสกับองค์หญิงใหญ่ของฮ่องเต้เมื่อไม

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ข้าคนใหม่ 2

    “เจ้ายกน้ำชาไปให้ฮูหยินหรือยัง” มู่ชิวหลันร้องทักขึ้นเมื่อเห็นสาวรับใช้ยืนเก้ๆ กังๆ เหมือนกังวลใจ“ยังเลยเจ้าค่ะ นายหญิง” นางตอบเสียงอ่อยทำให้มู่ชิวหลันนึกสงสัย“รีบไปจัดการให้นางเสีย ข้ารำคาญยิ่งนัก” นางยืนกอดอกขมวดคิ้วหงุดหงิดใจเมื่อพูดถึงผู้เป็นฮูหยินของจวน“ขะ…ข้า…ไม่อยากไปรับใช้ฮูหยินเจ้าค่ะ”

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status