공유

ข้าคนใหม่ 2

last update 게시일: 2026-05-06 15:03:27

“เจ้ายกน้ำชาไปให้ฮูหยินหรือยัง” มู่ชิวหลันร้องทักขึ้นเมื่อเห็นสาวรับใช้ยืนเก้ๆ กังๆ เหมือนกังวลใจ

“ยังเลยเจ้าค่ะ นายหญิง” นางตอบเสียงอ่อยทำให้มู่ชิวหลันนึกสงสัย

“รีบไปจัดการให้นางเสีย ข้ารำคาญยิ่งนัก” นางยืนกอดอกขมวดคิ้วหงุดหงิดใจเมื่อพูดถึงผู้เป็นฮูหยินของจวน

“ขะ…ข้า…ไม่อยากไปรับใช้ฮูหยินเจ้าค่ะ” สาวรับใช้บอกถึงความในใจอย่างลังเล มู่ชิวหลันออกอาการร้อนรนรีบสอบถามต่อ

“นางรังแกเจ้ารึ บีบบังคับให้ทำสิ่งใด” สาวรับใช้ไม่ตอบได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งเงียบ มู่ชิวหลันเข้าใจไปเองว่าลู่เสียนต้องรังแกคนรับใช้เป็นแน่

“ข้าจะให้ท่านพี่จัดการนาง!!”

ตกเย็นโจวชุนอี้กลับมาที่จวนเจอมู่ชิวหลันคอยท่าอยู่แล้ว และได้แจ้งแก่เขาถึงเรื่องเมื่อกลางวันเกี่ยวกับลู่เสียนและหญิงรับใช้ ทำให้เขาเริ่มเดือดดาลที่ลู่เสียนกล้าบังคับข่มขู่คนของเขา เขาตรงดิ่งไปที่เรือนของลู่เสียนทันทีที่ฟังความจบในขณะที่นางนั่งอ่านตำราอยู่ในห้องฆ่าเวลารอรับอาหารเย็นพร้อมโจวชุนอี้และมู่ชิวหลันพลางจิบชาอย่างเพลิดเพลิน

“ลู่เสียน!!!” เสียงเรียกขานชื่อของนางดังไปทั่วบริเวณ ลู่เสียนละสายตาจากตำรามองมาที่โจวชุนอี้ที่ทำตาถมึงทึงหน้าตามืดครึ้มอยู่เบื้องหน้า

“ว่าไง” นางตอบรับพลางเลิกคิ้วสงสัยโดยไม่มีสีหน้าตื่นตระหนกเช่นเคย เขามองดูรอบๆ ห้องดูสะอาดตาแลดูเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าเดิมมาก คิดว่าสิ่งที่มู่ชิวหลันบอกนั้นไม่มีความเท็จเป็นแน่

“เจ้าทำสิ่งใดกับบ่าวไพร่ในเรือน พวกเขาถึงได้กลัวกันขนาดนี้ เจ้าวางอำนาจที่นี่ไม่ได้ลืมไปแล้วหรือ”

ที่แท้โจวชุนอี้ก็ต้องการกดหัวนางให้จมอยู่ใต้เท้าของเขา สรรพนามที่เคยเรียกกึ่งๆ ให้เกียรติถึงลดลงไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังตะคอกเยี่ยงนางมิใช่คนเท่าเทียมพวกเขา แต่คนอย่างลู่เสียนมีหรือจะยินยอมง่ายๆ

หญิงสาววางตำราลงโดยไม่มีทีท่าลนลานเช่นเคย ในเมื่อเขาต้องการปะทะนางก็พร้อมรับมือทุกเมื่อ

“ข้าเพิ่งรู้นะว่าคนในจวนขวัญอ่อนปวกเปียกได้ขนาดนี้ ถ้าหากว่าเกิดสงครามขึ้นคนที่นี่คงได้ตายก่อนใคร”

โจวชุนอี้อึ้งไปชั่วขณะ ไม่คิดว่านางจะกล้าตีฝีปากกับเขา

"พวกเขาฟ้องท่านว่าอย่างไรบ้างล่ะ ถ้าหากข้อแก้ตัวนี้ฟังขึ้นข้าจะยินยอมแต่โดยดี"

ลู่เสียนเชิดหน้ายืนกอดอกพูดกับโจวชุนอี้ไร้ความยำเกรง เขามีสีหน้าดำทะมึนลงกว่าเดิมแววตาดุดันยิ่งขึ้นที่นางกล้าแข็งข้อ

“ท่านเป็นสตรีร้ายกาจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เขาแค่นเสียงใบหน้ายังไม่คลายความตึงเครียดลงแม้แต่น้อย

“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก ธุระของท่านมีแค่เรื่องนี้ใช่หรือไม่” ลู่เสียนทำหน้ายียวนยิ่งทำให้โจวชุนอี้อารมณ์เดือดปุดพร้อมปะทุได้ทุกเวลา

“อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรท่าน” โจวชุนอี้ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ประหนึ่งเป็นเสือร้ายพร้อมขย้ำกวางน้อยเช่นนาง

“ข้าให้พวกเขาช่วยทำความสะอาดห้องนี้เพื่อไม่ให้มีฝุ่นเกาะเท่านั้น แค่ทำความสะอาดมันหนักหนาหรือไง หากใครเหยาะแหยะทำไม่ได้ก็ควรลาออกไปซะ ข้าจะเปิดรับสมัครคนใหม่มาแทนเอง”

ลู่เสียนเองหาได้ยอมไม่ นางพูดเสียงเรียบ ทว่าแววตาแข็งกร้าวจ้องมองบุรุษรตัวโตไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาที่บัดนี้นางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่เหลือเค้าของลู่เสียนผู้ขลาดเขลาคนเดิมให้กดขี่ได้อีกแม้แต่น้อย

บุรุษเช่นเขาก็หมดคำพูดที่จะต่อปากต่อคำกับนาง ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากเรือนไปอย่างหัวเสีย ลู่เสียนนึกสะใจที่กวนประสาทโจวชุนอี้ได้ พลันคิดว่าพวกเขาทุกคนข่มเหงนางอย่างนี้ประจำอย่างนั้นหรือ

“สาวน้อยผู้นี้ทนเข้าไปได้อย่างไรกัน” จากนั้นลู่เสียนก็นั่งลงอ่านตำราต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม

ในห้วงของความฝันช่วงดึกสงัด นางครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายความฝันเลือนราง ลู่เสียนได้พบเจอกับหญิงสาวสวยคลับคล้ายว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน นางนั่งกอดเข่าร้องไห้อาลัยอาวรณ์ แววตาสุดปวดร้าว ลู่เสียนมองหญิงงามคนนั้นรู้สึกเจ็บแปลบที่อกด้านซ้าย นางยกมือเรียวเล็กกุมเอาไว้ประหนึ่งว่าความเจ็บปวดรวดร้าวนั้นอยู่ใต้ส่วนลึกในจิตใจของนางเอง ลู่เสียนลืมตาตื่นขึ้นมากะทันหันยังคงเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายไม่หาย

อันที่จริงลู่เสียนคนเก่าได้เสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลันตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ความทรงจำสุดท้ายที่มีแต่ความสิ้นหวังสุดแสนจะเจ็บปวดฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก ความรู้สึกเหล่านี้จึงถูกถ่ายทอดสู่จิตใจของนางที่มีวิญญาณเข้ามาแทรกช่วงเวลานั้นพอดี ‘ลู่เสียน' ชื่อที่เหมือนกันโดยบังเอิญทำให้นางไม่ลังเลเมื่อถูกเรียกขาน นางได้รับอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นนางจึงต้องทำจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อต่อสู้กับความอ่อนแอภายในอยู่สักครู่ใหญ่ กว่าความทรงจำเหล่านั้นจะค่อยๆ เลือนหายไป ความเจ็บปวดเริ่มคลายลง ก็กินเวลาไปถึงสามชั่วยาม นางจึงได้กลับมาหลับลึกได้อีกครั้ง

ลู่เสียนลองค้นหาตั๋วเงินที่ติดตัวมา พบเจอมันวางอยู่ในตู้ด้านในพอดี จากความทรงจำนางมีสินเดิมติดตัวมามากพอสมควร ทั้งของมารดาที่ทิ้งไว้ให้รวมถึงทรัพย์สินที่ฮ่องเต้ให้มา แต่มีน้อยกว่าของมารดาผู้ล่วงลับ วันนี้นางจะเอาไปซื้อผ้ามาตัดเย็บชุดใหม่เสียหน่อย เมื่อวานนี้เป็นวันแห่งความยุ่งเหยิงไม่สามารถจัดการสิ่งใดได้ เรื่องนี้จึงต้องเลื่อนเป็นลำดับถัดมา ลู่เสียนเดินไปเห็นรถม้าคันหนึ่งโดยมีคนขับยืนอยู่หน้าจวน

“ไปส่งข้าที่ตลาด” ในขณะที่นางกำลังก้าวขาขึ้นไปนั่งก็ต้องชะงัก เมื่อผู้คุมรถม้ายืนนิ่งไม่ไหวติง นางรู้ทันทีว่าลูกจ้างของจวนนี้ไม่มีผู้ใดเต็มใจรับใช้นาง

“เจ้ามีชื่อว่าอะไร” ชายหนุ่มวัยกลางคนเหลียวมองลู่เสียนใบหน้าเรียบนิ่งแล้วหันกลับโดยไม่พูดจากับนางสักคำ

“หากเจ้าไม่ไปส่งข้าก็ช่วยบอกทางไปตลาดแก่ข้าก็แล้วกัน ข้าจะเดินไปเอง หากมีผู้คนถามข้าจะบอกพวกเขาว่ามาจากจวนรองแม่ทัพ รถม้าไม่ยอมมาส่ง และในวันข้างหน้าถ้าหากเจ้าไม่อยู่ที่จวนนี้แล้วข้าจะบอกทุกคนไม่ให้เรียกใช้งานเจ้าเพราะเจ้าขี้เกียจทำงาน ไม่นานเจ้าก็จะอดตาย”

นางข่มขู่เขาทำให้ชายคนนั้นหน้าตาตื่น กุลีกุจอเชิญขึ้นรถแล้วรีบออกไปที่ตลาดเร็วไว ลู่เสียนนั่งยิ้มอย่างพึงพอใจอยู่คนเดียวที่ได้แกล้งคนในจวนนี้ มันช่างสนุกจริงเชียวบ้าจี้ทั้งนายทั้งบ่าว

เมื่อลงจากรถม้าที่หน้าตลาด นางให้รางวัลแก่คนขับรถม้าเพื่อซื้อใจเขาเอาไว้ก่อน แล้วสั่งให้กลับมารับอีกสองชั่วยามชายคนนั้นยิ้มแย้มดีใจคำนับขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่าและออกรถกลับไปก่อน

ตลาดเมืองหลวงที่มีผู้คนพลุกพล่าน มีสินค้าหลากหลายให้เลือกชม ถึงแม้ลู่เสียนจะสวมใส่เสื้อผ้าค่อนข้างเก่าซีด แต่นางเป็นหญิงสาวใบหน้างดงามราวกับนางฟ้า เพียงแต่ไม่มีผู้ใดรู้จักเพราะนางไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกนอกวังหลวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาถึงกับเมียงมองจนเหลียวหลัง บ้างกระซิบกระซาบกัน บ้างสงสัยว่าเหตุใดหญิงงามขนาดนี้จึงมาเที่ยวตลาดเพียงลำพัง แต่นางก็ไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น พอเดินมาถึงร้านขายผ้าเนื้อดีจึงเข้าไปเลือกสินค้าและตกลงราคาในร้านนี้อยู่นานสองนาน ทางร้านมีบริการตัดเย็บให้ มีแบบเสื้อให้เลือกตามลำดับชนชั้นครบครัน นางใช้บริการร้านนี้เพราะคำนวณแล้วคิดว่าคุ้มค่าดี

“คาดว่าอีกหนึ่งเดือนชุดทั้งหมดจะสำเร็จเจ้าค่ะ ท่านช่างมีรสนิยมหรูหราเหลือเกิน เลือกลายปักและแบบได้สวยงามที่มีแต่ฮูหยินชนชั้นขุนนางใช้กัน ข้ายินดีลดราคาพิเศษให้”

“ขอบใจมาก” ลู่เสียนยิ้มแย้มให้และขอตัวกลับ แต่นางยังคงเพลิดเพลินกับตลาดยุคโบราณนี้จึงเดินชมไปเรื่อยๆ เจอร้านขายปิ่นปักผมหยกดูสวยงามวิจิตรตระการตาหลายชิ้น จึงเลือกมาสามสี่อัน จากนั้นเดินไปเจอต่างหูพลอยชมพูแท้นางเลือกดูอัญมณีตรงหน้าก็รู้ว่าเป็นของจริงของหายาก ราคาค่อนข้างแพง ถึงกระนั้นนางก็ได้มาสองชิ้นโดยใช้เงินในส่วนของโจวชุนอี้ที่ให้ไว้ ไม่ใช้เงินส่วนตัวของมารดาแต่อย่างใด โจวชุนอี้ให้ค่าเลี้ยงดูแก่ลู่เสียนเป็นรายเดือนอยู่แล้วถึงจะน้อยกว่ามู่ชิวหลันแต่ยังถือว่ามากพอที่จะซื้อสิ่งของเหล่านี้ได้

“ต่อไปข้าจะไม่ใช้เงินพวกนี้อีกแล้ว” นางพึมพำออกมาอย่างคนมีแผนการ เมื่อเที่ยวเล่นจนพอใจนางจึงออกไปรอรถม้าตามเวลานัดอยู่ที่เดิม เสียงเกือกม้าดังกุบกับอยู่ด้านหลัง ลู่เสียนหันไปมองก็ต้องตะลึงเมื่อเจอโจวชุนอี้ร่างสูงสง่าบนหลังม้าหน้าตาคมเข้ม เขารู้สึกฉุนเฉียวเมื่อได้รับรายงานว่าฮูหยินออกมาเดินตลาดคนเดียวโดยไม่บอกกล่าวคนในจวนให้ทราบ

 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ตอนจบ

    แขกเหรื่อจากต่างเมืองทยอยเดินทางมาถึงเมืองต้าเทียนอย่างไม่ขาดสาย งานเฉลิมฉลองครั้งนี้จัดขึ้นยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น ชาวประชาต่างแซ่ซ้องชื่นมื่นไปทั่วทั้งเมือง ผู้ครองเมืองน้อยใหญ่ต่างร่วมยินดีปรีดากับงานนี้เป็นอย่างยิ่ง ทางเจ้าภาพอย่างเมืองต้าเทียนก็ต้อนรับขับสู้ได้ดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อยหมิงอ๋องและลู่เสียนแยกกันแต่งตัวเสร็จก็ออกมาช่วยฮ่องเต้ต้อนรับอาคันตุกะที่เริ่มหลั่งไหลมาอย่างล้นหลาม ด้านฮ่องเต้ฮองเฮา ไท่จื่อ รวมถึงเหล่าราชวงศ์พร้อมขุนนางต่างมากันพร้อมหน้าฮ่องเต้ลู่เว่ยเสด็จมาถึงและมอบของที่ระลึกพร้อมกับสนทนาอยู่พักใหญ่จึงได้นั่งลงประจำโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ให้ในงานเริ่มด้วยอาหารและเครื่องดื่มมากมายขึ้นโต๊ะไม่ขาดสายพร้อมกับชมการแสดงร่ายรำอ่อนช้อยงดงามของทางต้าเทียนที่จัดเตรียมล่วงหน้าเพื่องานนี้บรรยากาศทั้งภายในภายนอกวังหลวงต่างคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไรงานเฉลิมฉลองยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นเวลาครึ่งค่อนวันโดยไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ในขณะที่อาหารพร้อมสุราชั้นดียังคงลำเลียงตามโต๊ะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ค้างคาใจ

    ลู่เสียนเข้าเฝ้าไทเฮาหลังจากที่ไม่ได้มาเสียนาน ไทเฮาทรงดีพระทัยที่เห็นหน้าของนางอีกครั้ง"เจ้าหายหน้าไปนาน คงยุ่งมากสินะ"ไทเฮาทักทายขึ้นใบหน้าแช่มชื่นขึ้นมาทันทีที่พบหน้าลู่เสียน นางคลานเข่าช้าๆขยับเข้าใกล้จนชิดตัวไทเฮา ดวงตาพร่ามัวภายใต้ใบหน้าริ้วรอยเหี่ยวย่นสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยแวววาวที่ภายในดูหม่นหมองกลบความสุกสกาวของเมื่อก่อนลงไปมาก"หม่อมฉันขอกอดไทเฮาได้หรือไม่เพคะ"ลู่เสียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นไหว ไทเฮายิ้มรับพร้อมอ้าแขนตอบรับ นางโผเข้ากอดผู้อาวุโสเหมือนหาที่พึ่งพิง กอดนี้อบอุ่นราวกับอ้อมกอดของมารดา ลู่เสียนกอดไทเฮาไว้อย่างนั้นยังไม่ยอมปล่อย หญิงสูงวัยกว่ายกมือขึ้นลูบศีรษะไปมาช้าๆ เข้าใจทันทีว่าสาวน้อยต้องการคนปลอบใจลู่เสียนกอดไทเฮาอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานเหมือนว่าตอนนี้นางหมดหนทาง ทั้งอยากพูดความจริงทั้งอยากปกป้องคนที่นางรักความลังเลทำให้ลู่เสียนรู้สึกคับแน่นอยู่ในใจ"กอดไทเฮาแล้วอบอุ่นดีนะเพคะ หม่อมฉันไม่เคยกอดแม่แต่ไทเฮาอบอุ่นเหมือนอ้อมกอดของแม่"นางเอ่ยเสียงใสแต่ดวงตาเหม่อลอยเพราะมันคือเรื่องจริงที่ลู่เสียนไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากอ้อมอกมารดาเลยสักครั้ง นางเติบโตขึ้นมาด้ว

  • องค์หญิงพลิกชะตา   วางแผนอีกครั้ง

    โจวชุนอี้มาพบเยี่ยเฟยหรงอีกครั้ง ใบหน้าคมสันดูเป็นกังวล แววตาฉายแววความอึดอัดได้ชัดเจน สีหน้าเขาเคร่งเครียดกว่าปกติลงไปมาก เยี่ยเฟยหรงรู้ดีว่าโจวชุนอี้คงมีเรื่องหนักใจไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้เยี่ยเฟยหรงอยากรู้มากขึ้น"สหายของข้ามีเรื่องใดไม่สบายใจถึงได้หน้าตาบึ้งตึงขนาดนี้"เขาช่วยผ่อนคลายให้สหายรักอารมณ์ดีขึ้นทว่ากลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด เยี่ยเฟยหรงกลอกตาไปมายกชาขึ้นจิบเงียบๆ ไม่พูดสิ่งใดต่อ"หากข้ามีข้อเสนอบางอย่าง เจ้าจะช่วยได้หรือไม่"โจวชุนอี้เอ่ยขึ้นน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขาขรึมลงยิ่งกว่าเดิมเล็กน้อย เยี่ยเฟยหรงเลิกคิ้ว ยกยิ้มมุมปากพร้อมพยักหน้าช้าๆ"ข้ายินดี เจ้าว่ามาได้เลยสหายรัก"เขาตอบโดยไม่ลังเล โจวชุนอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย ยื่นหน้าเข้าใกล้เยี่ยเฟยหรงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเพื่อความแน่ใจ"เจ้าแน่ใจนะ"เยี่ยเฟยหรงสบตาสหายรักแน่นิ่ง เรื่องนี้มันต้องสำคัญมากแน่ โจวชุนอี้ถึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้"หากเจ้าต้องการ มีเรื่องใดบ้างที่ข้าจะไม่ช่วย"เขาพูดขึ้น ลงน้ำหนักทุกคำพูดอย่างหนักแน่น ให้ความมั่นใจอีกครั้ง โจวชุนอี้เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด"ไม่ต้องห่วงเรื่องใด ครั้

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมรับมือ-ถอนตัว

    ไท่จื่อกำลังทรงอักษรในห้องส่วนตัวโดยมีไป๋ซิงคอยรินน้ำชาให้ตามปกติ นางเห็นว่าบรรยากาศดูเงียบไปหน่อยจึงเอ่ยขึ้นเสียงหวานนุ่มนวล"ไท่จื่อเพคะ ลองจิบชานี่ดูเสียก่อน เป็นชาชั้นดี ดื่มแล้วช่วยผ่อนคลายเพคะ"ไท่จื่อหยุดเขียนอักษร เขาเงยหน้ามองนางอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งยิ้มๆ ก่อนยกชาขึ้นจิบตามคำแนะนำของไป๋ซิง"เจ้าช่างสรรหาของบำรุงให้ข้าเสียจริง"เขาพูดจาหยอกเย้าเล็กน้อยทำให้นางถึงกับเขินอาย ก้มหน้ายิ้มหวานดูไม่ประสีประสาเท่าใดนักองครักษ์เข้ามารายงานว่าหมิงอ๋องขอพบ ไท่จื่อละสายตาจากสาวน้อยพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ไป๋ซิงรู้งาน นางรีบถอยออกจากบริเวณนั้นทันที เมื่อหมิงอ๋องมาถึงเขาทำความเคารพไท่จื่อพร้อมกับไป๋ซิงทำความเคารพทั้งคู่แล้วรีบถอย ขอตัวออกจากห้องไป เพราะทั้งคู่มีเรื่องหารือที่เป็นความลับ ไม่ต้องการบุคคลที่สามอยู่แล้วหมิงอ๋องแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่""เจ้ามีเรื่องด่วนอันใดรึ"ไท่จื่อทักทายเขาที่มองไล่หลังไป๋ซิงด้วยความสงสัย จึงมองตามสายตาของเขาพร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น"เจ้าคงแปลกใจที่เห็นไป๋ซิงอยู่ที่นี่"หมิงอ๋องหันหลังกลับมาสนทนากับไท่จื่อต่อ"เพราะเหตุใดพะยะค่ะ""พอดีตำหนัก

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เตรียมตัว

    เหอหลีเจี๋ยและไป๋ซิงมาพบกันตามที่นัดเอาไว้ที่จวรของเขา หญิงสาวย่อตัวทำความเคารพผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม"ไม่ต้องมากพิธีหรอก นั่งเถิด"เขาเชิญสาวน้อยนั่งลงไม่ได้รีบร้อน แต่หญิงสาวกลับร้อนใจแทนทุกเรื่องที่ต้องรับฟัง ทั้งตื่นเต้นและอยากรู้"ท่านลุงมีธุระจะพูดกับข้า เป็นเรื่องอะไรกันเจ้าคะ""เหอะๆ เจ้าช่างเจรจานัก เหตุใดหมิงอ๋องถึงไม่มองเจ้าเลย"เหอหลีเจี๋ยพูดเสียงเรียบทำให้ไป๋ซิงหน้าสลดลง นางซึมลงเล็กน้อยก้มหน้านิ่ง เขารู้ตัวว่าพูดกระทบจิตใจนางจึงรีบแก้เก้อ"เอ่อ ..ข้าหมายถึง หมิงอ๋องตาไม่ถึงมากกว่า ฉะนั้นเจ้าลองเปลี่ยนเป้าหมายเถิดข้าพอจะช่วยให้เจ้าสมหวังได้ คิดดูซิระหว่างอัครมเหสีขององค์ไท่จื่อที่ต่อไปจะต้องขึ้นครองราชย์ เทียบกันกับสนมเอกของหมิงอ๋อง เจ้าคงคิดได้ว่าสิ่งไหนน่าชื่นชมมากกว่ากัน ไหนๆ เจ้าก็ต้องการอยู่ข้างกายราชวงศ์แล้วก็ควรเลือกให้ดีที่สุด เจ้าเองก็มีชาติตระกูลที่สูงส่ง จะยอมลดตัวเองเป็นเพียงสนมเอกที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะไขว่คว้าตำแหน่งนั้นมาได้ หมิงอ๋องก็ไม่ใช่คนที่ควบคุมได้ง่ายเสียด้วย สู้ปรนนิบัติไท่จื่อให้ดีหน่อย ช่วยรับฟังพระองค์อย่างเข้าใจ เป็นผู้ตามที่ดี เท่านี้เจ้าก็ไม่ต

  • องค์หญิงพลิกชะตา   เปลี่ยนเป้าหมาย

    "ไปสืบเรื่องนี้ให้ละเอียด ใครมีส่วนเกี่ยวข้องข้าไม่เอามันไว้แม้แต่คนเดียว!"ฮ่องเต้ออกคำสั่งกับองครักษ์ให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยและให้ทุกคนออกไปให้หมดเสนาไป๋อวิ้นยังไม่ไว้วางใจนางอยู่ดี เขาเชื่อมั่นว่าลู่เสียนมาด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ค่อยดีนัก และยังสงสัยว่านางอาจจะร่วมมือกับเสนาบดีเหอหลีเจี๋ยทำสิ่งที่ไม่หวังดีต่อต้าเทียนก็เป็นได้หมิงอ๋องจ้องหน้าเสนาไป๋อย่างเอาเรื่อง เขาขบกรามเอาไว้แน่น พยายามอดทนเพราะเห็นว่าเป็นผู้อาวุโสกว่า"กระหม่อมจะไม่ยอมนิ่งเฉยแน่ หมิงอ๋องควรมีเหตุผลเหนืออารมณ์นะพะยะค่ะ ไม่อย่างนั้นพระองค์อาจจะตกเป็นเหยื่อเอาได้""ไม่ต้องสั่งสอนข้า ข้ารู้ว่าใครทำอะไร ตัวท่านเองควรมีมโนธรรมให้สมกับเป็นผู้อาวุโสบ้างนะ"พูดจบเขาก็จูงมือลู่เสียนกลับตำหนักโดยไม่สนใจเสนาไป๋อีก ผู้อาวุโสกว่าได้แต่ถอนหายใจส่ายหัวช้าๆ มองคนทั้งคู่แววตาคมกล้าจนลับตาไปหมิงอ๋องพาลู่เสียนกลับเข้าตำหนัก เขายืนนิ่งมองนางอยู่สักครู่ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่นาน"ข้าได้แต่หวังว่าเจ้าจะไม่เป็นอย่างที่เสนาไป๋สงสัย"ลู่เสียนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน นึกน้อยเนื้อต่ำใจที่หมิงอ๋องไม่เชื่อใจนางเสียแล้ว ล

  • องค์หญิงพลิกชะตา   อิสรภาพ

    "ที่ลู่เสียนมาวันนี้ตั้งใจมาขออนุญาตฝ่าบาท แต่ตอนนี้คิดว่าไม่จำเป็นเพคะ หม่อมฉันจะหย่าไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้ ต่อให้ฝ่าบาทไม่อนุญาตหม่อมฉันก็ไม่เปลี่ยนใจ ทูลลา"นางพูดจบย่อตัวคำนับง่ายๆ แล้วเดินออกจากท้องพระโรงไปอย่างทระนง ฮ่องเต้พูดไม่ออกได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นที่ลู่เสียนควบคุมไม่ได้อีกต่อไป

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ทนไม่ไหวแล้ว

    แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่รอดพ้นโจวชุนอี้ไปได้ เขาได้ฟังมู่ชิวหลันรายงานยิ่งทำให้เริ่มโมโหขึ้นมาง่ายดาย มู่ชิวหลันพูดเสียงอ่อยอย่างตื่นกลัว ซบใบหน้างามลงกับอกแข็งแรงดั่งคนขวัญเสีย“ท่านพี่ ลู่เสียนบอกกับน้องเช่นนี้เจ้าค่ะ น้องไม่ทราบจะทำอย่างไรดีจึงต้องรายงานท่านพี่ให้จัดการ นางไม่ให้เกียรติท่านพี่เอาเส

  • องค์หญิงพลิกชะตา   จัดให้

    “ลู่เสียน เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร ทำไมออกมาข้างนอกไม่ขออนุญาตข้าหรือแจ้งชิวหลันก่อน” โจวชุนอี้เริ่มแสดงอำนาจกับนางโดยไม่สนใจสายตาผู้คนที่จ้องมองเหตุการณ์น่าระทึกใจ พวกเขารู้ดีว่านี่คือท่านรองแม่ทัพผู้หล่อเหลา ชายในฝันของหญิงสาวทั่วแคว้นเว่ยที่เพิ่งได้รับพระราชทานสมรสกับองค์หญิงใหญ่ของฮ่องเต้เมื่อไม

  • องค์หญิงพลิกชะตา   ข้าคนใหม่ 1

    ดวงตะวันทอแสงอ่อนอุ่นสาดส่องเข้ามาในห้องที่เงียบสงัด ลู่เสียนลืมตาขึ้นช้าๆ แสงแดดกระทบดวงตาสุกสกาวจนต้องหลับลงอีกครั้ง นางค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาใหม่มองดูเพดานที่สุดจะแปลกตา เหลียวมองรอบกายพบเจอกับห้องคล้ายยุคโบราณ เป็นยุคไหนก็สุดจะรู้ แต่ยังไม่ทันได้ใช้ความคิด อยู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวรุนแรงหนักหน่วงข

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status