LOGINเวลา...
"ป้าขอโทษด้วยนะหนูเวลา จะว่าป้าเห็นแก่เงินก็ได้ แต่ราคาที่เขาเสนอมามันก็ทำให้คนแก่อย่างป้าที่ไม่รู้จะดูแลสวนนี้ไปได้นานแค่ไหนต้องยอมขายน่ะลูก" ป้าเจ้าของสวนลำใยเอ่ยกับฉันหลังจากที่เรานั่งคุยกันได้สักพักแล้ว "คนที่เขามาซื้อที่ป้าจะเข้ามาพรุ่งนี้สาย ๆ น่ะ หนูเวลาลองไปคุยกับเขาเรื่องทางผ่านดูนะลูก เห็นว่าเขาเป็นนักธุรกิจถ้าเราขอเช่าทางผ่านป้างว่าเขาน่าจะยอม"
"...ค่ะป้า ยังไงหนูจะลองคุยกับเขาดู" ฉันส่งยิ้มบาง ๆ ให้ป้าเจ้าของสวนลำใยก่อนจะเดินออกมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
"ที่พวกนั้นไล่ซื้อที่ดินในแถบนี้ไปทั้งหมดมันเป็นเพราะเราไม่ยอมขายที่ให้เขาหรือเปล่านะ" ฉันพึมพำกับตัวเองขณะเดินกลับสวน แต่จะให้ขายได้ยังไงกัน ที่ดินแปลงนี้เป็นสมบัติที่คุณทวดซื้อให้ฉันกับลูกชาย มันเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวของลูกชายฉันในตอนนี้และฉันก็รับปากกับคุณทวดไปแล้วว่าจะไม่ขายที่ดินแปลงนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"เฮ้อ! แล้วจะทำยังไงต่อไปนะ..." ฉันพ่นลมหายใจออกมาพลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ สวนที่ตอนนี้คนงานในสวนลำใยกำลังช่วยกันเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์การทำสวนออก
"แล้วคนงานเก่าในสวนนี้จะไปทำอะไร คุณป้ามีค่าชดเชยให้พวกเขาไหมนะ..."
"แล้วเราจะสงสารคนอื่นทำไมเนี่ย เวลานี้ต้องสงสารตัวเองก่อนสิถึงจะถูก"
องศา...
"แล้วบอสจะทำยังไงกับที่ดินที่เราซื้อมาครับ" เลขาคนสนิทเอ่ยถามผมขณะที่เรากำลังมุ่งหน้าออกจากสวนลำใยหลังจากไปเจรจาเรื่องซื้อที่ดินเรียบนร้อยแล้ว
"ครั้งแรกคิดว่าจะยกให้ฟาเรนท์ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าจะทำสนามแข่งรถ ไว้ให้คนมาเช่า" ผมหันไปบอกเซริคที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่
"ทำสนามแข่งรถ?" เซริคหันมาทำหน้างงใส่ผมก่อนจะหันไปมองถนนต่อ
"ไม่ว่ายังไงฉันคิดว่ายัยเจ้าของสวนส้มคงไม่มีทางขายที่ให้เราแน่ ๆ การทำสนามแข่งรถจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด คิดดูสิมีรถวิ่งแข่งกันไปมารอบสวนตัวเองทั้งวันทั้งคืน ไหนจะทางเข้าออกก็ไม่มี ยัยนั่นได้กระอักเลือดตายแน่ ๆ ดีไม่ดีอาจจะขายให้เราในราคาถูก ๆ ก็ได้เพราะเป็นที่ดินตาบอดไปแล้ว"
เวลา...
"เป็นยังไงบ้างคะคุณเวลา" เสียงป้าช้อยเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวลขณะอุ้มนาทีเดินมาหาฉัน
"เรา...ช้าเกินไปค่ะป้า" ฉันนั่งลงกับแคร่ไม้หน้าศาลาอย่างหมดแรง ตอนนี้ฉันมืดแปดด้านไปหมดไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง
"งั้นก็แสดงว่าต่อไป เราก็ต้องขายที่ดินแปลงนี้ให้เขาใช่ไหมคะ" คนอายุมากกว่าถามต่อก่อนจะนั่งลงข้างฉัน
"ไม่หรอกค่ะป้า เราต้องมีทางออก เดี๋ยวพรุ่งนี้เวลาจะไปคุยกับเจ้าของที่คนใหม่ เวลาจะไปขอเช่าทางผ่านเขา" ฉันหันไปส่งยิ้มบาง ๆ ให้ป้าช้อยเพื่อเป็นการปลอบใจก่อนจะรับนาทีมาอุ้มไว้เอง "อย่างน้อยเขาน่าจะเห็นใจเราบ้าง"
"ป้าเอาใจช่วยนะคะ" ป้าช้อยตบไหล่ฉันเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในสวนเพื่อแจ้งข่าวให้กับคนงาน ตอนนี้แต่ละคนก็เริ่มไม่มีกำลังใจในการทำงานกันแล้วเพราะกลัวว่าสวนจะถูกปิดและต้องไปหางานใหม่
เวลาต่อมา...
"แอ้ อ้อแอ้" เสียงลูกชายตัวน้อยที่ไม่ยอมหลับสักทีร้องงอแงตั้งแต่หัววันจนตอนนี้จะสองทุ่มแล้วก็ยังไม่ยอมนอน พอให้นมก็ไม่ยอมกิน ปกตินาทีไม่เคยเป็นแบบนี้เลย จะว่าไม่สบายตัวก็ไม่ร้อน แพ้อาหารก็ไม่ใช่เพราะฉันกินอาหารตามหมอสั่งแล้วนาทีที่กินนมฉันจะป่วยได้ยังไงกัน
"นอนนะครับคนดีของแม่ ไม่งอแงนะครับลูกชาย" ฉันโยกตัวไปมาเบา ๆ เพื่อกล่อมคนตัวเล็กในอ้อมแขน
"แอ้ อ้อแอ้ แอ้"
"นอนนะครับคนดีของแม่ พรุ่งนี้แม่จะต้องไปทำธุระ เดี๋ยวทำธุรเสร็จแล้วแม่จะพาเข้าเมืองนะครับ"
เวลา...เย็นวันนี้ฉันให้องศาเป็นคนดูแลนาที ส่วนฉันก็เตรียมมื้อเย็น จะว่าไปวันนี้ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ กว่าจะจัดข้าวของเสร็จก็เย็นพอดี" เวลา ฉันพานาทีออกไปเดินเล่นริมสระนะ "เสียงองศาตะโกนจากด้านนอก" นาทีตื่นแล้วหรอ "ฉันตะโกนกลับพร้อมกับตอกไข่ใส่ถ้วยไปด้วย" ตื่นแล้ว ฉันพาออกไปริมสระว่ายน้ำนะ "" รีบกลับมานะ จะมืดแล้วอากาศเย็น ยุงเยอะ "ฉันตะโกนบอก" ได้จ้าาา "เดี๋ยวนะเมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ...ช่างเถอะขอแอบดูสองพ่อลูกหน่อยว่าทำอะไรกัน ภาพที่ฉันเห็นคือผู้ชายตัวสูงกำลังทำท่าทางเก้ๆกังๆอุ้มเด็กน้อยวัยสองเดือนไว้แนบอกพลางโยกตัวไปมาพร้อมกับเดินออกไปนอกประตู จะขำก็ขำจะว่าน่ารัก...ก็ได้อยู่นะ
เวลา...หลายวันมานี่องศามาอยู่กับฉันที่สวนทุกวัน มาช่วยเลี้ยงนาที และตอนนี้สวนของฉันก็เปิดให้คนงานเข้ามาทำงานตามปกติ ที่เปลี่ยนไปก็คือมีงานให้คนทำเพิ่มมากขึ้นและเป็นเรื่องดีทีเดียวเพราะทุกคนดีใจที่มีงานทำ ฉันกับองศาทำตามทุกอย่างที่ตกลงกันไว้เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ดิน รวมถึงการสร้างรีสอร์ตด้วย เพราะแบบนี้วันนี้จึงเป็นวันที่องศาจะพาฉันกับนาทีย้ายไปอยู่ที่คอนโดของเขา จนกว่าการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่และจนกว่าจะสร้างรีสอร์ตเสร็จ เราสองคนกลัวว่าถ้าอยูที่สวนต่อระหว่างการก่อสร้างอาจทำให้นาทีไม่สบายและรบกวนนาทีเราสองคนจึงตกลงย้ายมาอยู่ที่คอนโดกันก่อน" เวลา ในระหว่างที่ฉันอยู่ที่นี่ฉันต้องช่วยงานที่บริษัทของฟาเรนท์ไปด้วย ฉันอาจจะไม่ได้อยู่กับเธอกับลูกในช่วงกลางวันนะ "ฉันพยักหน้าก่อนจะส่งยิ้มให้องศา แน่นอนว่าฉันเข้าใจ เพราะฟาเรนท์เพิ่งจะรับช่วงต่อกิจการโรงแรมและคอนโดที่คุณย่ายกให้ดังนั้นเธอจึงเป็นผู้บริหารที่ประสบการณ์ยังไม่มากเท่าไหร่แต่ก็โชคดีที่องศาเก่งด้านนี้และเขาก็เรี
เวลา...หลังจากที่ฉันกับองศาเรายืนล้างจานช่วยกันเงียบๆ ขอย้ำยืนแบบต่างคนต่างยืนนะคะแบบเงียบๆ เสร็จแล้วองศาก็ขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับใครสักคน ฉันเลยเดินไปหานาทีที่ห้องนั่งเล่นตอนนี้หลับปุ๋ยเลยนะเจ้าลูกชาย" เวลา... "องศาพยักหน้าเรียกฉันเบาๆเพราะกลัวนาทีจะตื่น ก่อนที่ฉันจะเดินตามเขาไปในห้องนอน ว่าแต่ทำไมต้องเป็นห้องนอน" นายมีอะไรหรอ "ฉันถามพร้อมกับแง้มประตูไว้เล็กน้อยกลัวว่าจะไม่ได้ยินเสียงนาที" คือฉันอยากจะปรึกษาเธอเรื่องที่ดินน่ะ "สีหน้าขององศาเหมือนลำบากใจ" นายยังอยากได้ที่ดินผืนนั้น? "" เปล่า แต่ฉันจะบอกเธอว่าฉันจะสร้างรีสอร์ตบนพื้นที่ที่เหลือดีมั้ย หรือว่าเธออยากจะทำสวนเพิ่มก็ได้ ตอนนี้ฉันโอนที่ดินทั้งหมดเป็นชื่อเ
เวลา..." โอ๊ย!! จะอ้วกก ไปจีบกันที่อื่นไป๊!! ฮะเฮ้ย!! พี่สะใภ้!! "เสียงคุ้นหูของฟาเรนท์ทำให้เราสองคนรีบหันไปมอง" เงียบๆได้มั้ยฟาเรนท์ "องศาดุ" อร๊ายยย นี่ๆ หลานคนที่สามของกูหรอไอ้พี่องศา "ฟาเรนท์ที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันชะงักเท้าแทบหัวทิ่มเมื่อหันไปมองร่างเล็กๆที่กำลังขยับไปมาเพราะได้ยินเสียงดังเหมือนคนตะโกนใส่ลำโพงของฟาเรนท์" แอ้ อ้อแอ้ "มือเล็กๆของนาทีแกว่งไปมาในอากาศก่อนจะคว้านิ้วชี้ของฟาเรนท์เอาไว้" ลูกกูตื่นเลยเนี่ย ไปไหนก็ไป "องศาชักสีหน้าใส่แต่ฟาเรนท์ก็ไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่สนใจนาทีที่คุยอ้อแอ้อยู่บนโซฟา" อร๊ายยย หน้าเหมือนนักรบเลยอะ ผู้หญิงหรือผู้ชายอะพี่สะใภ้ "
เวลา..." โรงพยาบาลนี้มันแพงมากนะองศา "เมื่อลงจากรถองศาก็หิ้วกระเป๋าพาฉันเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มันเป็นคนละโรงพยาบาลที่คุณทวดพาฉันมาตอนคลอดนาที และฉันก็เพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ดูจากการตกแต่งโรงพยาบาล การแต่งกายพนักงานและการบริการลูกค้าแล้ว ฉันว่าฉันจ่ายไม่ไหวแน่ๆ" เวลา เธอคิดว่าแค่นี้ฉันจะจ่ายให้ลูกไม่ไหวหรือไง "องศาหันมาพร้อมกับเลิกคิ้วให้ฉันทีนึง อ่อลืมไปว่าเขารวย โอเค๊" ไงมึง พาใครมาหาหมอวะ "เดินไปได้สักพักก็มีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินมาทักทายองศา ดูจากสรรพนามที่ใช้ด้วยกันแล้วฉันคิดว่าเขาน่าจะเป็นเพื่อนกันนะ" พาลูกมาหาหมอ "องศาตอบ" นักรบไม่สบายหรอ "ผู้ชายคนนั้นเดินมาหาฉันก่อนจะจิ้มแก้มนาทีไปครั้ง
องศา...ผมนั่งมองทางที่เวลาเดินเข้าไปด้วยใจที่ไม่เป็นสุข ผมกลัวว่าผมจะอุ้มนาทีผิดท่า กลัวว่านาทีจะตื่นขึ้นมาแล้วงอแง ตอนนี้ผมนั่งตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกนอกจากจะนั่งมองหน้านาทีสลับกับทางที่เวลาเดินเข้าไปในสวนเมื่อกี้" แอ้ อ้อ แอ้ "เสียงของนาทีที่ตื่นขึ้นมาทำให้ผมสะดุ้งและรู้สึกกระวนกระวาย ถ้านาทีหิวผมจะเอานมที่ไหนให้กินเวลายังไม่กลับมาสักที แต่ความกังวลทั้งหมดก็หายไปเมื่อมือเล็กๆของนาทีโบกไปมาเหมือนสะกดให้ผมค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปหา มือเล็กๆสีชมพูระเรื่อสองข้างยกขึ้นแกว่งไปมากลางอากาศจนสัมผัสเข้ากับปลายจมูกและใบหน้าของผม" อ้อ อ้อ แอ้ "ทันทีที่มือเล็กนั้นสัมผัสโดนใบหน้า น้ำตาลูกผู้ชายที่เคยไหลเฉพาะเวลาโดนแม่ตีในสมัยเด็กก็เอ่อล้นรอบดวงตาทั้งสองข้าง มือเล็กๆแกว่งไปมาฝากกลิ่นหอมแป้งเด็กไว้จนติดจมูก หากในวันนี้ผมไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ผมคงต้องเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป จากนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนพาเจ้าต







