Se connecterเยว่ซินตัดสินใจไปดูหน้าพระสนมฮวาสตรีคู่แค้นที่แย่งชิงลู่ชินอ๋องไปจากนางที่ตำหนักปีกซ้ายของตำหนักเฉินคุน
เมื่อเดินทางมาถึงก็พบว่าพระสนมฮวากำลังนอนเอนกายพักผ่อนอยู่บนตั่งที่ศาลาริมน้ำอย่างสบายอารมณ์โดยมีนางกำนัลคอยพัดวีบีบนวดเพื่อผ่อนคลาย
หน้าท้องของพระสนมฮวายังคงแบนราบแม้นจะตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้วตามที่เยว่ซินได้รับทราบข่าวจากหมอหลวง นางจึงเดินเข้าไปในศาลาเพื่อทักทายพระสนมฮวาโดยเฉพาะ
“ยินดีกับเจ้าด้วยนะสนมฮวาที่ตั้งครรภ์” เยว่ซินเอ่ย
“พระชายา..นี่ท่านมาได้อย่างไรกันเพคะ” พระสนมฮวาร้องทัก เมื่อเห็นว่าเยว่ซินที่รังเกียจนางยิ่งนัก ยามนี้กลับมาหานางถึงตำหนัก
“โง่จริง ข้าก็แค่เดินมาจนถึงที่นี่อย่างไรเล่า ทั้งนี้ก็เพื่อเยี่ยมเยียนและแสดงความยินดีกับเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ” เยว่ซินเอ่ย
“เพียงแค่นั้นงั้นหรือเพคะ” ซูหนี่เอ่ยอย่างไม่ไว้วางใจ
“ใช่ หากไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าข้าจะทำอันใดเจ้างั้นหรือ” เยว่ซินถามกลับไป
“หม่อมฉันมิกล้าหรอกเพคะ พระชายาทรงมีเมตตามาเยี่ยมเยียนหม่อมฉันถึงตำหนักนับว่าเป็นวาสนาแล้ว หากแต่ต้องขออภัยด้วยที่หม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์ไม่สะดวกที่จะถวายความเคารพ”
ซูหนี่เอ่ยด้วยท่าทางนอบน้อม สุภาพ หากแต่กลับเป็นการลบหลู่เยว่ซินผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาดีๆนี่เอง
“ข้าก็เพิ่งรู้นะว่าตั้งครรภ์ได้เพียงสองเดือนจะทำให้เจ้าพิการไปเสียแล้ว” เยว่ซินเอ่ย ทำให้ซูหนี่นิ่งไปชั่วขณะก่อนจะตอบนาง
“หาใช่เช่นนั้นไม่เพคะ เพียงแต่หม่อมฉันต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เนื่องด้วยในครรภ์ของหม่อมฉันเป็นถึงทายาทแห่งตำหนักเฉินคุณบุตรของลู่ชินอ๋อง”
“หากเกิดอะไรผิดพลาดไปจะทำให้พระองค์ทรงตำหนิเอาได้” ซูหนี่เอ่ยแต่ละคำออกมาด้วยท่าทีพินอบพิเทา หากแต่ล้วนเปรียบดั่งมีดอันคมกริบที่เชือดเฉือนหัวใจเยว่ซินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ฮึ..เอาเถอะข้าก็เพียงแค่อยากมาดูหน้านังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เช่นเจ้าเท่านั้นแหละ ว่าจะสำราญใจมากเพียงใด”
“พอมาถึงก็เห็นว่าเจ้าง่อยเปลี้ยเสียขาถึงขนาดละเว้นแม้นแต่พิธีการขั้นต่ำสุดเช่นการทำความเคารพพระชายาเช่นข้าก็ยังทำไม่ได้ ทั้งๆที่ข้ามาเยี่ยมเยียนแท้ๆ เช่นนั้นแล้วข้าก็ขอตัวก่อนล่ะ”
เยว่ซินเบื่อที่จะสนทนากับสตรีมากเล่ห์ที่ช่างเสแสร้งแกล้งทำเก่งเหลือเกิน จึงตัดสินใจกลับตำหนักฝั่งขวาของนางเสียดีกว่า
“เดี๋ยวก่อนสิเพคะ พระชายาอุตส่าห์มาเยี่ยมข้าทั้งที เช่นนั้นข้าจะเสียมารยาทได้อย่างไรกัน ลี่จินมาช่วยพยุงข้าหน่อยสิ”
ซูหนี่เอ่ยบอกนางกำนัลคนสนิทให้มาช่วยพยุงกายลุกขึ้น พร้อมกับเดินมาหาเยว่ซินใกล้ๆ
“ขอบพระทัยนะเพคะที่ทรงมาเยี่ยมเยียนหม่อมฉัน หากแต่ไม่ทราบว่าพระองค์ได้เจอหน้าท่านอ๋องบ้างหรือไม่เพคะ” ซูหนี่แสร้งเอ่ยถาม
“ทำไม่งั้นหรือ..อย่าบอกนะว่าเจ้าเองก็ไม่ได้พบหน้าท่านอ๋องเลยน่ะ” เยว่ซินเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เพคะ..ก็หลังจากเมื่อเช้านี้ที่ทรงประทับค้างแรมกับหม่อมฉันทั้งคืน รวมทั้งในหลายๆคืนก่อนหน้านี้ พร้อมกับทานมื้อเช้าด้วยกัน หม่อมฉันก็ไม่เห็นท่านอ๋องอีกเลย”
“จึงลองถามไถ่จากพระชายาดูอย่างไรเล่าเพคะ เผื่อว่าพระชายาจะทรงพบเจอท่านอ๋องบ้าง” ซูหนี่จีบปากจีบคอเอ่ยถาม
‘นังจิ้งจอกนี่มีเจตนาเยาะเย้ยถากถางนางชัดๆ ต่อหน้าผู้คนแสดงท่าทีสุภาพอ่อนหวาน ไร้เดียงสาเป็นคนดีจนทุกคนพากันหลงเชื่อ แต่ความจริงข้างในก็เป็นนังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ดีๆนี่เอง’ เยว่ซินคิด
“ฮึ..ข้าว่าเจ้าอย่ามาเสแสร้งแถวนี้จะดีกว่า นี่เพิ่งจะยามซื่อ(09:00 – 11:00) ห่างจากท่านอ๋องได้เพียงไม่กี่ชั่วยามเจ้าคงไม่ตายกระมัง ไยต้องมาแสร้งถามไถ่ข้าด้วยเล่า” เยว่ซินเอ่ยกลับไปอย่างรู้ทัน
“โธ่..หม่อมฉันเปล่านะเพคะ เพียงแต่ตั้งใจจะถามท่านจริงๆ แม้นจะรู้ว่าตั้งแต่พิธีอภิเษกสมรสเป็นต้นมา ท่านแทบไม่ได้พบหน้าท่านอ๋องเลยก็ตาม หม่อมฉันองก็เห็นใจท่านยิ่งนักนะเพคะ”
“หากแต่จะทำเยี่ยงไรได้ก็ท่านอ๋องเอาแต่มาคอยเอาอกเอาใจอยู่เคียงข้างข้าเพื่อคลายเหงาที่ตำหนักทุกวี่ทุกวันนี่นา”
ซูหนี่เอ่ย พลางเข้ามาประชิดตัวเยว่ซินและฉวยจับข้อมือนางไว้ พร้อมเผยสีหน้ายิ้มเยาะออกมาให้เยว่ซินเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น
“นี่เจ้า!! ช่างบังอาจนัก” เยว่ซินอดโมโหไม่ได้จึงสะบัดมือนางออกไปแต่กลับไม่คิดว่าซูหนี่ถึงกลับกระเด็นพลัดตกศาลาลงไปในน้ำ
“ว๊ายยยย”
‘ตูมมมม ซ่าา...’ เสียงน้ำแตกกระจาย เหล่านางกำนัล ทหารรักษาการณ์รีบกรูกันเข้ามาทันที
ผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนทางวังหลวงก็มีงานมงคลถูกจัดขึ้นในท้องพระโรงเพื่อทำพิธีพระราชทานสมรสระหว่างลู่ชินอ๋องและเยว่ซิน ซึ่งกำลังจะกลายเป็นพระชายาแห่งตำหนักเฉินคุนอย่างเป็นทางการในไม่ช้าผู้คนมากมายทั้งนอกแลในแคว้นต่างเดินทางมาร่วมอวยพร แสดงความยินดีแก่คู่บ่าวสาวตอนนี้เรื่องที่เยว่ซินถูกซูหนี่ซึ่งทุกคนเคยเข้าใจว่านางเป็นเสมือนเทพเซียนที่บริสุทธิ์งดงาม โดนเยว่ซินกลั่นแกล้งรังแกมาโดยตลอดหากแต่สุดท้ายความจริงถูกเปิดเผยว่าเรื่องราวกลับกันทั้งหมด เป็นเยว่ซินเองต่างหากที่ถูกซูหนี่ใส่ความทำร้ายเหล่าบรรดาคุณหนู เชื้อพระวงศ์และผู้ที่เคยเข้าใจเยว่ซินผิด จึงพากันมาขอโทษพร้อมอวยพรนางถ้วนหน้าทำให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ดีน่าจดจำที่สุดอีกคืนหนึ่ง สำหรับเยว่ซินที่ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสในชาติก่อนหลังถูกส่งตัวเข้าห้องหอ ขณะที่นางนั่งรอลู่ซืออยู่เยว่ซินก็อดตื่นเต้นไม่ได้ แม้นนางกับเขาจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัยมาก่อนหน้านี้แล้วแต่ในพระราชพิธีสำคัญวันนี้ทำให้นางย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวในชาติก่อนอีกครั้งหากแต่ครั้งนี้สตรีที่ลู่ซือหมายอยู่ครองค
เช้าวันต่อมาเยว่ซินตื่นขึ้นในอ้อมกอดของลู่ซือ นางรู้สึกเขินอายกับความไม่คุ้นเคยนี้ นางพยายามขยับตัวลุกขึ้นหากแต่ลู่ซือก็ไขว่คว้าเอวบางเอาไว้ ก่อนจะดึงรั้งร่างงามเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง“จะรีบไปไหนหืมม”“เช้าแล้วหม่อมฉันจะไปเรียกนางกำนัลมาปรนนิบัติรับใช้ท่านอ๋องเพคะ” เยว่ซินเอ่ยอย่างเขินอาย“เรียกมาได้ แต่คนที่ปรนนิบัติข้าต้องเป็นเจ้าเท่านั้น ได้หรือไม่เล่า” ลู่ซือเรียกร้องน้ำเสียงออดอ้อนอย่างยากจะได้เห็น“เพคะ” เยว่ซินตอบใบหน้างามแดงปลั่งก่อนจะลุกขึ้น แต่ลู่ซือกลับรั้งนางไว้อีกครั้ง เขาลุกขึ้นมานั่งพร้อมโอบกอดเยว่ซินเข้ามาแนบอกจ้องมองสบตานาง“ซินเอ๋อ ข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเสด็จแม่ขอพระราชทานสมรสกับเจ้าโดยเร็วที่สุดนะ” ลู่ซือพูดน้ำเสียงทุ้มต่ำฟังแล้วชวนให้ใจสั่น“ไม่ต้องรีบถึงเพียงนั้นก็ได้เพคะ”“ไม่รีบไม่ได้หรอกเพราะตอนนี้ในครรภ์เจ้า อาจมีพระราชนัดดาของเสด็จพ่อเสด็จแม่อยู่ในนั้นแล้วก็ได้” ลู่ซือกล่าวพลางอดใจไม่ไหวก้มหน้าลงไปจูบนางเนิ่นนานคราหนึ่ง
เยว่ซินไม่ตอบรับคำร้องขอดูแลปกป้องนางจากลู่ซือ แต่กลับเอ่ยปากตั้งคำถามเขากลับไป“เจ้าถามมาเถอะ”“ท่านอ๋องทรงชอบพอในตัวหม่อมฉันจริงๆงั้นหรือเพคะ”“เปล่า ข้าไม่ได้ชอบพอในตัวเจ้า”“อ้าว เช่นนั้นแล้ว..” เยว่ซือเงยหน้ามองลู่ซือพร้อมทำท่าจะผลักเขาออกทันที หากแต่ลู่ซือก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน“แต่ข้ารักเจ้า รักเจ้าจริงๆนะไม่ใช่เพียงแค่ชอบพอเจ้าธรรมดา มิเช่นนั้นแล้วข้าจะกระโดดตามเจ้าลงไปทันทีที่เจ้าตกหน้าผากระนั้นหรือ”ลู่ซือพูดพร้อมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เมื่อย้อนคิดถึงวันที่เยว่ซินโดนทำร้ายตกลงไปในหน้าผาใจเขาก็เจ็บปวดยิ่งนัก“แต่..”“แต่อันใดอีก”“บอกตามตรงข้าเองก็เคยคิดสงสัยเหมือนกัน ว่าเหตุใดเจ้าจึงดูไม่ไว้วางใจในตัวข้าเลยสักนิด”“นับตั้งแต่งานพระราชพิธีสมรสของไท่จื่อเจ้าก็ดูแปลกไปดูเหมือนจะเกลียดข้ามากด้วยซ้ำ”ลู่ซือถามในสิ่งที่ค้างคาใจมาโดยตลอด“หากหม่อมฉันบอกว่าก่อนวันงานพระราชทานสมรสของไท่จื่อ หม่อมฉันฝันร้าย เป็นฝันที่ยาวนานเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างหม่อมฉัน ท่านอ๋องแล้วก็ซูหนี่”“ฝันร้ายที่
ลู่ซือยืนยันอยากฟังเรื่องราวในอดีตตอนที่เยว่ซินช่วยเขาเอาไว้นางนิ่งคิดพักหนึ่งสุดท้ายจึงยอมเล่าให้เขาฟัง“ถ้าท่านอ๋องทรงอยากรู้หม่อมฉันเล่าให้ฟังก็ได้เพคะ ความจริงเรื่องราวก็ไม่ได้มีอะไรมาก ยามนั้นหม่อมฉันเข้าวังไปกับท่านแม่ซึ่งมาเข้าเฝ้าฮองเฮาพร้อมกับพี่หนิงฮวา หลี่หยางแล้วก็ซูหนี่”“พวกเราวิ่งเล่นซ่อนหากันไปทั่ว แล้วหม่อมฉันก็บังเอิญมาซ่อนตัวที่ตำหนักเย็นจากนั้นก็ได้ยินเสียงคนร้องเรียกให้ช่วย สุดท้ายจึงเดินตามเสียงไปและได้พบกับท่านอ๋อง”“ตอนนั้นในบ่อน้ำร้างค่อนข้างมืด หม่อมฉันไม่รู้ว่าเด็กชายคนนั้นเป็นผู้ใดและตกลงไปได้ยังไง เพียงแต่คิดว่าหากเป็นหม่อมฉันต้องกลัวมากแน่จึงรีบไปตามทหารรักษาการณ์ในวังหลวงมาช่วย”“แล้วยังไงต่องั้นหรือ”“ต่อมาหม่อมฉันเห็นทหารช่วยเด็กคนนั้นขึ้นมาได้แล้วแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้า หลี่หยางก็เข้ามาตามตัวแจ้งว่าท่านพ่อเรียกหาหม่อมฉันจึงต้องรีบกลับไปพร้อมกับเขา เรื่องก็มีเท่านี้แหละเพคะ”“แล้วเรื่องลงไปช่วยแมวอะไรที่เจ้าบอกเล่า เป็นเช่นไรกัน”
ลู่ซือจ้องมองเยว่ซินที่มีสีหน้าเรียบเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ที่นางเห็นเขาเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานแล้วถูกเขาจับได้ “ช่วยไม่ได้นี่เพคะก็ท่านอ๋องเป็นคนพาหม่อมฉันเข้ามาอยู่ตำหนักในนี้เอง ทั้งยังไม่ยอมปล่อยให้หม่อมฉันออกไปด้วย หม่อมฉันจึงต้องยืมมือท่านอ๋อง ใช้วิธีนี้มาจัดการเรื่องราวต่างๆให้กระจ่างชัด”“ที่สำคัญการให้ซูหนี่สารภาพทุกอย่างออกมาเอง ท่านอ๋องจะได้รับรู้รับฟังกับหูเห็นอยู่กับตาตัวเองอย่างไรเล่าเพคะ ว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างไร”“เพราะหากฟังจากปากหม่อมฉันโดยตรง ท่านอ๋องคงไม่เชื่อและกล่าวหาว่าหม่อมฉันเป็นสตรีเจ้าล่ห์ร้ายกาจเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีก” “เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น ไม่คิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดเจ้าเลยงั้นหรือ” “ก็ยามหม่อมฉันกราบทูลว่าซูหนี่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังส่งคนมาสังหาร ท่านอ๋องไม่ทรงมีรั
เมื่อซูหนี่ออกจากตำหนักในแล้ว นางก็มุ่งหน้าไปขอพบลู่ซือที่ตำหนักใหญ่ทันทีเพื่อถือโอกาสตอกย้ำทวงบุญคุณพร้อมพูดรายละเอียดเรื่องที่เยว่ซินเล่าให้นางฟังแก่ลู่ซือ เพื่อให้เขาเชื่อถือนางมากขึ้นและร่วมรำลึกถึงเรื่องราวเก่าๆด้วยกัน ทวงความสนิทสนมไว้วางใจที่ท่านอ๋องมีต่อนางกลับคืนมา“ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ” ซูหนี่มาขอเข้าเฝ้าลู่ซือที่ห้องทำงาน“มีเรื่องอันใดงั้นหรือซูหนี่”“หม่อมฉันเพิ่งกลับจากเยี่ยมเยว่ซินแล้วคิดถึงท่านอ๋อง จึงอยากชวนสนทนาเรื่องราวเก่าๆเสียหน่อยเพคะ”“เรื่องเก่าๆงั้นหรือ? ได้สิ เจ้าลองว่ามามีเรื่องอันใด”“ก็เรื่องเมื่อครั้งที่ท่านอ๋องติดอยู่ในบ่อร้างกับลูกแมวตัวน้อยอย่างไรเล่าเพคะ”“ยามนั้นแม้นยังเด็กแต่ท่านอ๋องช่างมีจิตใจเมตตานัก วันนั้นข้ายังจำได้ดีว่าเป็นเพราะท่านลงไปช่วยเจ้าแมวน้อยในบ่อจึงทำให้เดือดร้อนตนเองเช่นนั้น”“อ้อที่สำคัญหม่อมฉันลืมบอกไปเพคะ ตอนนั้นหม่อมฉันทำถุงหอมที่พกติดตัวหล่นหายไป มันเป็นถุงหอมปักลวดลายผีเสื้องดงามละเอียดลออเอ







