Masukเรือนอันถิง
ภายใน ห้องหนังสือของเรือนอันถิง มีเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษอย่างแผ่วเบา เผยกู้หยางในชุดสบายสีครามเข้มกำลังนั่งคัดอักษร มือใหญ่ทรงพลังแต่เคลื่อนไหวอย่างงดงาม ทุกจังหวะลากเส้นชวนให้หลงใหล ใบหน้าเรียวยาวคมสัน คิ้วเรียวราวคมกระบี่โค้งเฉียบขาด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป ทั่วทั้งกายแผ่กลิ่นอายสูงส่งเย็นเยียบไร้ความเสเพลที่แสดงออกยามต่อหน้าผู้อื่น
บ่าวรับใช้ประจำตัว เปาถังเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบา
“เรียนนายท่านรอง... วันนี้อี้เหนียงสี่ส่งจดหมายถึงท่านอัน แจ้งว่าจะไม่ออกเรือนใหม่และวันนี้นางก็ออกไปซื้อเครื่องครัวกับเครื่องเรือนจำนวนหนึ่งขอรับ”
พู่กันในมือเผยกู้หยางหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมวาวสะท้อนประกายเย็นเยียบ
“ไม่แต่งใหม่หรือ... หรือนางยังคิดว่ามีหวังกับข้า?”
เปาอัน ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย
“เหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้นนะขอรับ”
“งั้นหรือ...” มุมปากเผยกู้หยางยกขึ้นเพียงน้อย ดวงตาฉายแววครุ่นคิด “ผิดแปลกนัก… จับตาดูนางเอาไว้สักหน่อย”
“ขอรับคุณชาย...”
เปาอันรายงานเสร็จก็เดินออกไปไม่รบกวนอีกฝ่าย
รุ่งเช้าสายลมบางเบาพัดผ่าน กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนผสมกับกลิ่นดินชื้นอันสดชื่น อันไป๋เล่อนั่งตรงหน้าโต๊ะหินภายในศาลาเล็ก จัดอุปกรณ์ชงชาที่ซื้อมาเมื่อวานเรียงอย่างเป็นระเบียบ
“เอาล่ะ...มาลองชงมัทฉะดู”
พอเปิดกล่องชา กลิ่นหอมอวลของใบชาชั้นดีลอยแตะปลายจมูก อันไป๋เล่อหยิบใบชาขึ้นมาวางลงบนหินบดสีหม่นที่ขัดจนผิวเรียบเนียน มือเรียวงามจับไม้บดหมุนวนช้า ๆ
เสียงกรอบแกรบของใบชาใต้แรงบดแผ่วเบาไปกับลมยามเช้า นางก้มลง ใช้ปลายนิ้วแตะผงชาที่ได้แล้วคลึงเบา ๆ ระหว่างนิ้วมือ ความนุ่มราวผงหยกบ่งบอกว่าละเอียดพอสมควร แต่เพื่อให้ได้รสละเมียด นางจึงบดต่ออีกครู่
เมื่อเห็นว่าผงชาละเอียดสมใจแล้ว ไป๋เล่อค่อย ๆ ใช้นิ้วเกลี่ยเป็นวงเล็ก ๆ สีเขียวหม่นนวลราวหยกเก่าบนแผ่นหิน ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ
ไป๋เล่อหยิบตะแกรงผ้าไหมเนื้อละเอียดขึ้นมาวางบนถ้วยชาเนื้อขาวนวล แล้วใช้ช้อนงาช้อนผงชาที่บดเสร็จ เทลงไปอย่างระมัดระวัง
จากนั้นหยิบลูกไข่มุกเนื้อแก้วขัดเงาเม็ดใหญ่ใส่ลงไป ก่อนจะค่อย ๆ ร่อนชา เสียงกราวเบา ๆ ของไข่มุกกระทบผ้าเหมือนท่วงทำนองยามรุ่งสาง
ผงชาที่ร่อนแล้วตกลงในถ้วยชาจีนขาวสะอาดเนียนตา นางจึงยกกาน้ำร้อนรินน้ำเป็นสายบาง ๆ ลงไป กลิ่นหอมของชาเริ่มฟุ้งกระจาย
น้ำร้อนสัมผัสผงชาเกิดเป็นสีเขียวสดค่อย ๆ กระจายแผ่วกลิ่นหอมละมุนคล้ายยอดใบชาแรกผลิในฤดูใบไม้ผลิ นางหยิบไม้ไผ่สานหัวกลมที่ใช้ตีชามาช้อนขึ้น เริ่มตีวนเบา ๆ
เสียง “ชั่บ…ชั่บ…ชั่บ” แผ่วดังในจังหวะสม่ำเสมอ ไม้ไผ่แตะผิวชาทำให้ฟองละเอียดสีเขียวขุ่นลอยขึ้นปกคลุมผิวหน้า นางค่อย ๆ เร่งจังหวะมือ ให้ฟองนุ่มหนาขึ้นราวปุยเมฆเล็ก ๆ ลอยอยู่ในถ้วย
อาเหมยที่ยืนดูด้านข้าง ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เพราะแน่ชัดว่าไป๋เล่อไม่เคยไปเรียนวิชาชงชาจากที่ใดมาก่อน
ไป๋เล่อคลี่ยิ้มบาง ๆ พลางยังตีชาต่อไม่หยุด
“ข้าเคยเห็นในร้านชาที่เมืองหลวงน่ะ”
คำตอบนี้อาเหมยเชื่อหมดใจ เพราะครั้งอยู่เมืองหลวงนายท่านรองชอบพาคุณหนูออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกมากที่สุด
เมื่อฟองละเอียดลอยขึ้นจนหนาได้ที่ ไป๋เล่อก็วางไม้ไผ่สานลงข้างถ้วยอย่างระมัดระวัง นางเอียงถ้วยชาเทของที่ตีเสร็จลงในกาน้ำชาดินเผาสีเข้ม กลิ่นหอมสดชื่นของชาอุ่น ๆ กระจายออกมาในทันที ราวกับพัดพากลิ่นเขียวชอุ่มของภูเขามาไว้ตรงหน้า
นางรินชาลงถ้วยเล็ก จับขึ้นด้วยสองมือแล้วจิบเบา ๆ น้ำชาสีเขียวหม่นไหลผ่านลำคออย่างนุ่มนวล รสชาติแม้จะไม่เข้มลึกหอมมันดุจมัทฉะชั้นเลิศจากเมืองหลวง แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของใบชาหนานจิน
กลิ่นหอมสดคล้ายใบไม้หลังฝนแรก และรสขมอ่อน ๆ ที่ค่อยแปรเปลี่ยนเป็นหวานบางในตอนท้าย
ไป๋เล่อหลับตาครู่หนึ่ง ซึมซับรสชาติในปาก ก่อนจะวางถ้วยลงด้วยรอยยิ้มพึงใจ
“ถึงจะไม่ใช่ชาที่ดีที่สุด…แต่เสน่ห์ของมันก็มากพอให้จิบได้ทุกเช้า”
อาเหมยที่ยืนอยู่ด้านข้าง พลางมองคุณหนูของตนอย่างเงียบ ๆ
ตอนพิเศษ มนต์ขลังแห่งสุรา 2ที่มุมหนึ่งของห้องโถง ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายเมฆมงคลยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำให้บ่าวไพร่รอบข้างต่างก้มหน้าด้วยความเกรงขาม เผยกู้หยางทอดสายตามองดูนางด้วยรอยยิ้มละมุนที่มุมปาก แววตาของพระองค์เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่“ดูเหมือนว่าเจ้าจะชอบชงสุรานัก” ซินอ๋องเอ่ยทักน้ำเสียงนุ่มทุ้มไป๋เล่อย่อกายลงถวายคำนับอย่างอ่อนช้อยก่อนจะเงยหน้าสบพระพักตร์ ยิ้มหวานกล่าว “เจ้าค่ะ”นางตอบรับด้วยน้ำเสียงใส “ไม่เพียงแต่สุราเท่านั้นหรอกเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะขนมหรืออาหาร ยามที่ข้าได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนยามได้ลิ้มรสสิ่งที่ข้าตั้งใจรังสรรค์ขึ้น มันทำให้จิตใจของข้าเบิกบานยิ่งนัก ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานทั้งหมดมลายหายไปสิ้นเพียงเพราะรอยยิ้มเหล่านั้นเจ้าค่ะ”ซินอ๋องหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทรงก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยและสมุนไพรที่ติดอยู่บนตัวนาง กลิ่นที่สดชื่นและมีเอกลักษณ์นี้ทำให้พระองค์รู้สึกผ่อนคลาย “วันนี้ข้ามาตรวจบัญชี... ไม่รู้ว่าเดือนนี้จวนอ๋องจะได้ส่วนแบ่งเท่าไร”“รับรองว่าไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังเจ้าค่
ตอนพิเศษ มนต์ขลังแห่งสุรา 1ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของเมืองอี้โจวที่เคยมีเพียงเสียงกระดิ่งคอวัวและเสียงน้ำไหล บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นอายความแปลกใหม่ที่โชยออกมาจากเรือนไม้หลังใหญ่ริมน้ำ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็น"โรงสุราอันถิง" สถานที่ที่อันไป๋เล่อใช้ความรู้จากชาติก่อนมาพลิกโฉมวัฒนธรรมการดื่มของคนโบราณไปอย่างสิ้นเชิงที่นี่ถูกเล่าลือว่า สามารถเปลี่ยนน้ำเมาธรรมดาให้กลายเป็นโอสถทิพย์ได้ หรือ พระชายาอันไป๋เล่อกล่าว "ศาสตร์การปรุงสุรา" ยามบ่ายที่แสงแดดส่องผ่านร่มเงาไม้ ไป๋เล่อยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ที่ขัดจนเงาวับ เบื้องหน้านางคือบุรุษและสตรีกลุ่มหนึ่งที่ดูมีฐานะ พวกเขามาเพื่อดื่มสุรารสชาติใหม่ ๆ “สุรามิได้มีไว้เพียงเพื่อดับทุกข์หรือมอมเมาสติเจ้าค่ะ” ไป๋เล่อเอ่ยพลางยกกระบอกไม้ไผ่ที่ผ่านการรมควันจนหอมขึ้นมา “แต่สุราคือศิลปะที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและอารมณ์เข้าด้วยกัน”นางเริ่มสาธิตการทำเครื่องดื่มที่ไม่มีใครเคยเห็น ปลายนิ้วเรียวหยิบลูกเบอร์รี่ป่าที่อาเหมยไปช่วยเก็บมาเมื่อเช้า ใส่ลงในถ้วยกระเบื้องแล้วใช้ไม้บดเบาๆ กลิ่นหอมเปรี้ยวอมหวานของผลไม้สดฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จากนั้
ตอนที่ 139 เจ้าว่าดีข้าก็ว่าดี แดดยามบ่ายคล้อยต่ำ ละอองแสงสีทองโรยตัวทาบลงบนสวนดอกไม้ที่เพิ่งถูกลมพัดเอนอ่อนไป๋เล่อเดินเคียงข้างเผยกู้หยางอย่างเงียบงาม ราวกับก้าวของทั้งสองถูกปรับจังหวะให้ตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเมื่อถึงศาลาไม้ริมสระนางหยุดยืนมองเงาตัวเองในผืนน้ำก่อนจะหันไปสบตาเขาประกายในนัยน์ตาของเผยกู้หยางอบอุ่นลึกซึ้งกว่าแสงอาทิตย์ใด ๆ ที่เคยตกกระทบผิวโลกเขามองนางราวกับมองสิ่งเดียวที่มั่นคงในชีวิตที่เต็มไปด้วยเล่ห์ลับและความไม่แน่นอนไป๋เล่อสูดลมหายใจเบา ๆ แล้วจึงเอ่ยคำที่นางครุ่นคิดมานาน“ข้าจะหยุด…ที่ท่านเจ้าค่ะ”คำพูดนั้นแผ่วนุ่มแต่หนักแน่นพอจะทำให้ลมหายใจของบุรุษตรงหน้าชะงัก เผยกู้หยางก้าวเข้ามาใกล้เพียงครึ่งก้าว ริมฝีปากยกยิ้มละมุนที่มีเพียงไป๋เล่อเท่านั้นจะได้เห็น“เล่อเอ๋อร์…ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น”ไป๋เล่อเอนกายพิงราวศาลาเบา ๆ ลมเย็นพัดกระทบแก้มนางจนปรอยผมสั่นไหว นางหันกลับไปสบตาเผยกู้หยางอีกครั้ง แล้วเอ่ยช้า ๆ ด้วยเสียงนุ่มทว่ามั่นคงดั่งประกายแสงในน้ำ“ตอนนี้ข้าสามารถเคียงคู่ท่าน…โดยไม่ต้องหวั่นเกรงสิ่งใดอีกแล้วเจ้าค่ะ ข้ามีกิจการของตนเอง มีรายได้ของตนเอง ข้
ตอนที่ 138 อยู่ตรงนี้ อยู่นิ่งๆวันนี้แสงแดดกำลังดี ไป๋เล่อไม่มีธุระอื่น ทว่ากลับถูกซ่งเหยาพามานั่งอยู่กลางสวนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอวล ทุกอย่างดูรื่นรมย์หมด…เว้นเสียแต่ว่า นางขยับไม่ได้ไป๋เล่อกระซิบใส่ลูกชายเสียงเบา“เหตุใดวันนี้เหยาเอ๋อร์ถึงได้มาพร้อมกับท่านอ๋องกันล่ะ”ซ่งเหยาหันมายิ้มตาหยีราวกับภูมิใจในภารกิจครั้งใหญ่ “ท่านพ่อบอกว่า อยากให้ท่านแม่อยู่นิ่ง ๆ บ้าง ข้าก็เลยคิดว่าวิธีนี้น่าจะใช้ได้ที่สุด”…ให้นางมานั่งเป็นแบบวาดรูป นี่หรือวิธี "อยู่นิ่ง ๆ" ของพ่อลูกคู่นี้ไป๋เล่อแทบจะหัวเราะไม่ออกทันใดนั้นเผยกู้หยางก็เงยหน้าขึ้นจากกระดาษพู่กัน เอ่ยเสียงเข้ม“พวกเจ้าอยู่นิ่งหน่อย”อา…นางนั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วยามแล้วนะไป๋เล่อเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างอ่อนแรง“นี่…ท่านอ๋อง อีกนานหรือไม่เจ้าคะ”เผยกู้หยางตอบโดยไม่เงยหน้า ริมฝีปากกลับยกยิ้ม “เสร็จแล้ว” “เสร็จแล้วหรือ ท่านพ่อ!”เด็กชายดีดตัวขึ้นก่อนผู้เป็นแม่เสียอีกไป๋เล่อค่อย ๆ ลุกขึ้น ยืดหลังเบา ๆ ราวกับกระดูกทั้งตัวเพิ่งถูกปลดพันธนาการจากการนั่งนิ่งนานเกินควร นางเดินเข้าไปหาเผยกู้หยางภาพให้ดูตรงหน้า—
ตอนที่ 137 สำเร็จขั้นแรก ถึงจะบอกว่าเป็นการย้ายเรือน ทว่าในสายตาของไป๋เล่อแล้ว…มันก็เป็นเพียงการเปลี่ยนที่นอนเท่านั้น ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลาย อาเหมยเป็นผู้คุมดูแลอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะแพ็กของ ขนย้าย หรือจัดระเบียบล้วนทำได้เรียบร้อยจนไป๋เล่อแทบไม่ต้องเอ่ยปากสั่งและ เรือนใหม่ที่นางย้ายไปนั้น…ก็มีหวังเจียงจิงที่จัดแจงทุกอย่างยิ่งกว่าใครตั้งแต่เครื่องเรือน ผ้าม่าน ปลอกหมอน ยันกระถางดอกไม้ เจียงจิงดุจพายุเงียบที่พัดพาทุกสิ่งเข้าที่เรียบร้อยส่วนกลุ่มสตรีที่เรียนการทำเครื่องหอม นางยังคงให้พวกเขาอยู่ในเรือนเดิมเพราะที่นั่นมีเตากลั่น ห้องอบแห้ง และเครื่องมือครบครันหลังจากพวกนางกลั่น น้ำอบบริสุทธิ์ ได้ดีแล้ว ไป๋เล่อก็พาพวกนางเข้าสู่ขั้นต่อไปนางเริ่มสอนการ กลั่นสุรา เพื่อดึง “แอกอฮอล์” บริสุทธิ์ออกมาสิ่งที่จะเป็นหัวใจของน้ำหอมในขั้นสุดท้ายกลิ่นสุราหวานปนควันร้อนอบอวลไปทั่วห้อง เสียงเดือดปุดของหม้อกลั่นดังประสานกับเสียงจดบันทึกของสตรีทั้งหก ทุกคนล้วนมีประกายตาแห่งความมุ่งมั่น พวกนางรู้จักวิธีกลั่นดีแล้วขั้นตอนนี้จึงผ่านไปอย่างรวดเร็วและแล้วพวกนางก็ก้าวมาถึงจุดสำคัญที่สุด การผสมห
ตอนที่ 136 เจิดจ้า ไป๋เล่อมองศิษย์ทั้งหกด้วยสายตาอ่อนโยนปนความคาดหวังหลังจากอธิบายหลักการทั้งหมด นางก็ผายมืออย่างช้า ๆ “เอาล่ะ…จากนี้พวกเจ้าจงฝึกกลั่นให้ชำนาญ จนกว่าหัวน้ำหอมที่ได้จะบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่พวกเจ้าทำได้ เมื่อมั่นใจแล้ว ให้คนไปแจ้งข้า” หญิงสาวทั้งหกพยักหน้าแรงจนปอยผมสั่น เมื่อไป๋เล่อเดินออกจากห้อง กลิ่นหอมบางเบายังลอยตามปลายแขนเสื้อของนางไปทันทีที่นายหญิงลับสายตาแต่ละคนก็รีบก้มหน้าก้มตาปรับเตา ปรับไฟ ปรับอุณหภูมิบางคนก็ไปเตรียมเครื่องหอมใหม่น้ำเสียงกระซิบเตือนกันเองดังเป็นระยะ แต่ในทุกประโยคมีทั้งความมุ่งมั่นและความหวังล้นอยู่ในนั้นพวกนางผลัดกันสูดดมกลิ่นที่กลั่นได้ดวงตาเบิกกว้างแทบไม่เชื่อว่าเป็นผลงานของตัวเองความภาคภูมิใจค่อย ๆ เต็มล้นห้องกลั่นหอมต่างคนต่างตั้งปณิธานในใจเดียวกันจะต้องทำให้ดีพอจนพระชายาอันไป๋เล่อต้องยิ้มชมให้ได้และเมื่อหัวน้ำหอมใสบริสุทธิ์เริ่มหยดลงในขวดแก้วทีละหยด…พวกเธอก็ยิ่งตั้งใจหนักแน่นกว่าเดิมว่าต้องทำให้ถึงระดับที่กล้าบอกกับผู้อื่นได้ว่า นี่คือผลงานของข้าเมื่อใดที่ทำสำเร็จ ไม่ต้องบอกกันก็รู้ว่าพวกนางจะรีบส่งคนไป







