Masukอันไป๋เล่อกลับถึงตระกูลเผย ก็เดินเข้าประตูด้านข้างเมื่อก้าวเข้าไป นางก็เรียกบ่าวรับใช้ที่เดินผ่านมาเอ่ยถาม
“วันนี้ไม่มีของจากร้านค้ามาส่งให้ข้าหรือ”
บ่าวโค้งเล็กน้อย “เรียนอี้เหนียงสี่...มีเจ้าค่ะ แต่บ่าวคนอื่นยกไปที่เรือนแล้ว”
“งั้นหรือ...ขอบใจเจ้ามาก” ไป๋เล่อพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินต่อไปยังเรือนของตน
ทันทีที่มาถึง นางเห็นบ่าวสามคนจากเมื่อตอนกลางวันกำลังช่วยกันขนของและจัดวางเป็นระเบียบ เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับก่อสร้างครัวใหม่
หนึ่งในนั้นรีบเดินเข้ามาทัก “อี้เหนียงสี่ ของจากร้านพวกนั้นข้ายกมาส่งให้แล้ว จะให้ยกไปไว้ตรงไหนหรือไม่ขอรับ”
ไป๋เล่อเหลือบมองกองของ ก่อนส่ายหน้าเล็กน้อย “ครัวยังไม่เสร็จ ไม่เป็นไร ของพวกนี้ข้าจะจัดการเอง ขอบใจพวกเจ้ามาก…ว่าแต่พวกเจ้ากำลังเตรียมทำครัวแล้วหรือ”
บ่าวคนเดิมพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“ขอรับ...แต่วันนี้ข้าไปซื้อของมา ใช้เงินไปไม่น้อยเลย”
ไป๋เล่อหัวเราะเบา ๆ พลางล้วงถุงเงินออกมา ส่งให้สิบตำลึง “แค่ขอให้งานเสร็จเรียบร้อย เรื่องเงินถ้าไม่มากเกินไป ข้าก็พอจ่ายไหว”
บ่าวคนนั้นรับไปด้วยความดีใจ
“ขอบคุณอี้เหนียงสี่...”
ไป๋เล่อโบกมือเบา ๆ “ไม่ต้องเรียกข้าว่าอี้เหนียงสี่แล้ว เรียกแม่นางอันไป๋เล่อเถอะ...แล้วพวกเจ้ามีชื่ออะไรบ้าง”
“ข้าติงอัน คนนั้นฟางฉี อีกคนติงอี้ ขอรับ”
“อืม…ข้าจำได้แล้ว พวกเจ้าไปทำงานเถอะ” ไป๋เล่อพยักหน้าเบา ๆ
ไม่นาน อาเหมยก็เดินเข้ามาเพื่อเก็บของ ถึงแม้ครัวใหม่จะยังไม่แล้วเสร็จ แต่ในเรือนก็ยังมีห้องเล็ก ๆ ที่พอทำอาหารได้อยู่บ้าง
“คุณหนู...มะรืนนี้จะยังให้ข้าจ่ายค่าอาหารให้ครัวสำหรับเดือนหน้าหรือไม่เจ้าคะ”
ไป๋เล่อครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “จ่ายไปก่อน”
อาเหมยพลันสงสัยหากจะยังไม่ทำอาหารเหตุใดซื้อเครื่องครัวมาเยอะขนาดนี้ นางจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาใส่กล่องไม้ แล้วเหลือบถามด้วยความสงสัย
“คุณหนูจะปลูกผักขายหรือเจ้าคะ”
ไป๋เล่อยิ้มบาง “ถ้าขายได้ก็ขาย ข้าตั้งใจจะปลูกทานไม่ได้ตั้งใจขายผักหรอก...ข้าจะทำน้ำสลัดผักต่างหาก”
อาเหมยชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“อะไรนะเจ้าคะ...”
“อืม...งั้นเรียกว่าน้ำราดผักจะดูเข้าใจง่ายกว่า”
“น้ำราดผักหรือเจ้าคะ” อาเหมยยังดูไม่ค่อยเข้าใจ
“ใช่แล้ว” ไป๋เล่อหัวเราะเบา ๆ แล้วกวักมือเรียก
“เจ้ามานี่สิ ฝนหมึกให้ข้า…ข้าจะวาดรูปสักหน่อย”
หลังจากเดินตลาดวันนี้ อันไป๋เล่อก็พอมองออกว่าสามารถดัดแปลงอุปกรณ์ที่มีอยู่ในยุคนี้ให้ใช้แทนอุปกรณ์ทำขนมสมัยตนได้อย่างไรบ้าง
นางนั่งลงหน้าตั่งไม้ วาดภาพลงบนกระดาษขาวสะอาด
คีบเหล็กสองขา คล้ายคีมคีบถ่าน แต่ปลายทำโค้งนุ่ม เพื่อคีบขนมร้อน ๆ ออกจากเตาได้โดยไม่บี้เสียรูป
ถัดมาเป็น ทัพพีกวน ด้ามยาวทำจากไม้เนื้อแข็ง ปลายเป็นแผ่นกลมแบน เหมาะสำหรับกวนแป้งหรือครีมให้เนียนละเอียดราวกับใช้เครื่องกวนในสมัยตน
นางวาดต่อเป็น มีดตัดขนม ปลายตรงคมบางและของอีกหลายชิ้น จนกระทั่งดึก อาเหมยถึงได้เข้ามาเตือน “คุณหนูดึกแล้วพักผ่อนดีหรือไม่”
ไป๋เล่อเองก็รู้สึกเหนื่อย นางวางพู่กันลงแล้วเอ่ย
“อืม...เจ้าเอาหีบเครื่องประดับออกมาที”
อาเหมยรับคำจากนั้นก็ถือหีบเข้ามาให้อีกฝ่าย พอเปิดออกดู มีปิ่นปักผม กำไรหยก ต่างหูชุดประดับอีกหลายชิ้น พวกนี้คือสิ่งของที่ไป๋อันเล่อเตรียมขายช่วงรอบิดาให้คนมารับถือว่าต่อชีวิตช่วงนี้นางได้อีกหลายเดือน
พวกมันงดงามและล้ำค่า คาดว่าไป๋อันเล่อน่าจะหวงแหนไม่น้อยโดยเฉพาะชิ้นที่นางขายไปเมื่อวาน ทว่าอันไป๋เล่อคนใหม่ไม่ได้สนใจของเหล่านี้เท่าไรนัก
“เจ้าว่าของพวกนี้ขายทั้งหมดจะได้เท่าไร”
อาเหมยตอบ “น่าจะได้เกือบพันตำลึงเจ้าคะ...”
ไป๋เล่อยิ้มพอใจ “เช่นนั้นพรุ่งนี้เตรียมไปสักสองชิ้น...อาจจะได้ใช้เงินถึงสองร้อยตำลึง”
อาเหมยเบิกต้ากว้าง “คุณหนูจะซื้ออะไรหรือเจ้าคะ”
“จะสั่งทำเตาอบ...และอุปกรณ์หลายชิ้น...เจ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าเขียนอะไรอีกสักหน่อยแล้วจะเข้านอนเอง”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
จากนั้นไป๋อันเล่อก็เริ่มทบทวนสูตรสลัดผักที่คิดว่าในยุคสมัยนี้ทำได้ ความจริงวันนี้นางไม่ตั้งใจจะซื้อเครื่องครัวแต่เห็นว่าสิ่งของน่าใช้เลยซื้อมากไปสักหน่อย และในใจก็มีเมนูง่าย ๆ อยากจะลองทำดูด้วย
ทั้งวันไป๋เล่อใช้แรงไปไม่น้อย ร่างกายที่เคยบอบบางไม่คุ้นกับงานหนักเริ่มอ่อนล้าได้ชัด ไม่นานเปลือกตาก็หนักอึ้ง นางจึงดับตะเกียงและเอนกายเข้านอน
ตอนพิเศษ มนต์ขลังแห่งสุรา 1ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของเมืองอี้โจวที่เคยมีเพียงเสียงกระดิ่งคอวัวและเสียงน้ำไหล บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นอายความแปลกใหม่ที่โชยออกมาจากเรือนไม้หลังใหญ่ริมน้ำ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็น"โรงสุราอันถิง" สถานที่ที่อันไป๋เล่อใช้ความรู้จากชาติก่อนมาพลิกโฉมวัฒนธรรมการดื่มของคนโบราณไปอย่างสิ้นเชิงที่นี่ถูกเล่าลือว่า สามารถเปลี่ยนน้ำเมาธรรมดาให้กลายเป็นโอสถทิพย์ได้ หรือ พระชายาอันไป๋เล่อกล่าว "ศาสตร์การปรุงสุรา" ยามบ่ายที่แสงแดดส่องผ่านร่มเงาไม้ ไป๋เล่อยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ที่ขัดจนเงาวับ เบื้องหน้านางคือบุรุษและสตรีกลุ่มหนึ่งที่ดูมีฐานะ พวกเขามาเพื่อดื่มสุรารสชาติใหม่ ๆ “สุรามิได้มีไว้เพียงเพื่อดับทุกข์หรือมอมเมาสติเจ้าค่ะ” ไป๋เล่อเอ่ยพลางยกกระบอกไม้ไผ่ที่ผ่านการรมควันจนหอมขึ้นมา “แต่สุราคือศิลปะที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและอารมณ์เข้าด้วยกัน”นางเริ่มสาธิตการทำเครื่องดื่มที่ไม่มีใครเคยเห็น ปลายนิ้วเรียวหยิบลูกเบอร์รี่ป่าที่อาเหมยไปช่วยเก็บมาเมื่อเช้า ใส่ลงในถ้วยกระเบื้องแล้วใช้ไม้บดเบาๆ กลิ่นหอมเปรี้ยวอมหวานของผลไม้สดฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จากนั้
ตอนที่ 139 เจ้าว่าดีข้าก็ว่าดี แดดยามบ่ายคล้อยต่ำ ละอองแสงสีทองโรยตัวทาบลงบนสวนดอกไม้ที่เพิ่งถูกลมพัดเอนอ่อนไป๋เล่อเดินเคียงข้างเผยกู้หยางอย่างเงียบงาม ราวกับก้าวของทั้งสองถูกปรับจังหวะให้ตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดเมื่อถึงศาลาไม้ริมสระนางหยุดยืนมองเงาตัวเองในผืนน้ำก่อนจะหันไปสบตาเขาประกายในนัยน์ตาของเผยกู้หยางอบอุ่นลึกซึ้งกว่าแสงอาทิตย์ใด ๆ ที่เคยตกกระทบผิวโลกเขามองนางราวกับมองสิ่งเดียวที่มั่นคงในชีวิตที่เต็มไปด้วยเล่ห์ลับและความไม่แน่นอนไป๋เล่อสูดลมหายใจเบา ๆ แล้วจึงเอ่ยคำที่นางครุ่นคิดมานาน“ข้าจะหยุด…ที่ท่านเจ้าค่ะ”คำพูดนั้นแผ่วนุ่มแต่หนักแน่นพอจะทำให้ลมหายใจของบุรุษตรงหน้าชะงัก เผยกู้หยางก้าวเข้ามาใกล้เพียงครึ่งก้าว ริมฝีปากยกยิ้มละมุนที่มีเพียงไป๋เล่อเท่านั้นจะได้เห็น“เล่อเอ๋อร์…ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น”ไป๋เล่อเอนกายพิงราวศาลาเบา ๆ ลมเย็นพัดกระทบแก้มนางจนปรอยผมสั่นไหว นางหันกลับไปสบตาเผยกู้หยางอีกครั้ง แล้วเอ่ยช้า ๆ ด้วยเสียงนุ่มทว่ามั่นคงดั่งประกายแสงในน้ำ“ตอนนี้ข้าสามารถเคียงคู่ท่าน…โดยไม่ต้องหวั่นเกรงสิ่งใดอีกแล้วเจ้าค่ะ ข้ามีกิจการของตนเอง มีรายได้ของตนเอง ข้
ตอนที่ 138 อยู่ตรงนี้ อยู่นิ่งๆวันนี้แสงแดดกำลังดี ไป๋เล่อไม่มีธุระอื่น ทว่ากลับถูกซ่งเหยาพามานั่งอยู่กลางสวนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอวล ทุกอย่างดูรื่นรมย์หมด…เว้นเสียแต่ว่า นางขยับไม่ได้ไป๋เล่อกระซิบใส่ลูกชายเสียงเบา“เหตุใดวันนี้เหยาเอ๋อร์ถึงได้มาพร้อมกับท่านอ๋องกันล่ะ”ซ่งเหยาหันมายิ้มตาหยีราวกับภูมิใจในภารกิจครั้งใหญ่ “ท่านพ่อบอกว่า อยากให้ท่านแม่อยู่นิ่ง ๆ บ้าง ข้าก็เลยคิดว่าวิธีนี้น่าจะใช้ได้ที่สุด”…ให้นางมานั่งเป็นแบบวาดรูป นี่หรือวิธี "อยู่นิ่ง ๆ" ของพ่อลูกคู่นี้ไป๋เล่อแทบจะหัวเราะไม่ออกทันใดนั้นเผยกู้หยางก็เงยหน้าขึ้นจากกระดาษพู่กัน เอ่ยเสียงเข้ม“พวกเจ้าอยู่นิ่งหน่อย”อา…นางนั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วยามแล้วนะไป๋เล่อเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างอ่อนแรง“นี่…ท่านอ๋อง อีกนานหรือไม่เจ้าคะ”เผยกู้หยางตอบโดยไม่เงยหน้า ริมฝีปากกลับยกยิ้ม “เสร็จแล้ว” “เสร็จแล้วหรือ ท่านพ่อ!”เด็กชายดีดตัวขึ้นก่อนผู้เป็นแม่เสียอีกไป๋เล่อค่อย ๆ ลุกขึ้น ยืดหลังเบา ๆ ราวกับกระดูกทั้งตัวเพิ่งถูกปลดพันธนาการจากการนั่งนิ่งนานเกินควร นางเดินเข้าไปหาเผยกู้หยางภาพให้ดูตรงหน้า—
ตอนที่ 137 สำเร็จขั้นแรก ถึงจะบอกว่าเป็นการย้ายเรือน ทว่าในสายตาของไป๋เล่อแล้ว…มันก็เป็นเพียงการเปลี่ยนที่นอนเท่านั้น ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลาย อาเหมยเป็นผู้คุมดูแลอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะแพ็กของ ขนย้าย หรือจัดระเบียบล้วนทำได้เรียบร้อยจนไป๋เล่อแทบไม่ต้องเอ่ยปากสั่งและ เรือนใหม่ที่นางย้ายไปนั้น…ก็มีหวังเจียงจิงที่จัดแจงทุกอย่างยิ่งกว่าใครตั้งแต่เครื่องเรือน ผ้าม่าน ปลอกหมอน ยันกระถางดอกไม้ เจียงจิงดุจพายุเงียบที่พัดพาทุกสิ่งเข้าที่เรียบร้อยส่วนกลุ่มสตรีที่เรียนการทำเครื่องหอม นางยังคงให้พวกเขาอยู่ในเรือนเดิมเพราะที่นั่นมีเตากลั่น ห้องอบแห้ง และเครื่องมือครบครันหลังจากพวกนางกลั่น น้ำอบบริสุทธิ์ ได้ดีแล้ว ไป๋เล่อก็พาพวกนางเข้าสู่ขั้นต่อไปนางเริ่มสอนการ กลั่นสุรา เพื่อดึง “แอกอฮอล์” บริสุทธิ์ออกมาสิ่งที่จะเป็นหัวใจของน้ำหอมในขั้นสุดท้ายกลิ่นสุราหวานปนควันร้อนอบอวลไปทั่วห้อง เสียงเดือดปุดของหม้อกลั่นดังประสานกับเสียงจดบันทึกของสตรีทั้งหก ทุกคนล้วนมีประกายตาแห่งความมุ่งมั่น พวกนางรู้จักวิธีกลั่นดีแล้วขั้นตอนนี้จึงผ่านไปอย่างรวดเร็วและแล้วพวกนางก็ก้าวมาถึงจุดสำคัญที่สุด การผสมห
ตอนที่ 136 เจิดจ้า ไป๋เล่อมองศิษย์ทั้งหกด้วยสายตาอ่อนโยนปนความคาดหวังหลังจากอธิบายหลักการทั้งหมด นางก็ผายมืออย่างช้า ๆ “เอาล่ะ…จากนี้พวกเจ้าจงฝึกกลั่นให้ชำนาญ จนกว่าหัวน้ำหอมที่ได้จะบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่พวกเจ้าทำได้ เมื่อมั่นใจแล้ว ให้คนไปแจ้งข้า” หญิงสาวทั้งหกพยักหน้าแรงจนปอยผมสั่น เมื่อไป๋เล่อเดินออกจากห้อง กลิ่นหอมบางเบายังลอยตามปลายแขนเสื้อของนางไปทันทีที่นายหญิงลับสายตาแต่ละคนก็รีบก้มหน้าก้มตาปรับเตา ปรับไฟ ปรับอุณหภูมิบางคนก็ไปเตรียมเครื่องหอมใหม่น้ำเสียงกระซิบเตือนกันเองดังเป็นระยะ แต่ในทุกประโยคมีทั้งความมุ่งมั่นและความหวังล้นอยู่ในนั้นพวกนางผลัดกันสูดดมกลิ่นที่กลั่นได้ดวงตาเบิกกว้างแทบไม่เชื่อว่าเป็นผลงานของตัวเองความภาคภูมิใจค่อย ๆ เต็มล้นห้องกลั่นหอมต่างคนต่างตั้งปณิธานในใจเดียวกันจะต้องทำให้ดีพอจนพระชายาอันไป๋เล่อต้องยิ้มชมให้ได้และเมื่อหัวน้ำหอมใสบริสุทธิ์เริ่มหยดลงในขวดแก้วทีละหยด…พวกเธอก็ยิ่งตั้งใจหนักแน่นกว่าเดิมว่าต้องทำให้ถึงระดับที่กล้าบอกกับผู้อื่นได้ว่า นี่คือผลงานของข้าเมื่อใดที่ทำสำเร็จ ไม่ต้องบอกกันก็รู้ว่าพวกนางจะรีบส่งคนไป
ตอนที่ 135 ไฟต้องนิ่ง ภายในห้องทำน้ำอบ ไอร้อนจากหม้อนึ่งลอยอ้อยอิ่ง แสงแดดตอนสายสาดเข้ามาเป็นริ้ว ทำให้หมู่ขวดแก้วที่เรียงรายอยู่ดูราวกับอัญมณีต้องแสง หญิงสาวทั้งหกคนกำลังจ้องไอน้ำที่ค่อย ๆ ไหลตามท่อเข้ามาหยดลงในขวดเล็กทีละหยด…ทีละหยดใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแล้วหยดสุดท้ายก็ตกลงมา“ติ๋ง…”หญิงสาวคนหนึ่งรีบยกขวดขึ้น สูดกลิ่นเบา ๆลมหายใจของนางสะดุด ริมฝีปากเผยอขึ้นด้วยความตะลึง “กลิ่น…กลิ่นมันใสจนแทบไม่มีสิ่งเจือปนเลย…หอมกว่าที่ข้าเคยทำทั้งชีวิตเสียอีก!!”อีกคนไม่รอช้า ยกขวดของตนขึ้นบ้าง เพียงได้สูดนิดเดียว นางเบิกตากว้างราวกับพบสมบัติล้ำค่า“ของข้าก็เหมือนกัน! กลิ่นมันชัดเจนราวกับดอกไม้เพิ่งบานบนฝ่ามือนี่…นี่คือกลิ่นที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ?”นางที่สามถึงกับนั่งลงบนม้านั่ง มือที่ถือขวดยังสั่นเบา ๆ “ข้า…ข้านึกไม่ถึงเลยว่า การกลั่นตามขั้นตอนของพระชายา จะได้กลิ่นเช่นนี้ มันเหมือน…หัวใจของดอกไม้จริง ๆ”อีกสามคนที่เหลือยิ่งตื่นเต้น รีบเอาของตนขึ้นมาดมอย่างลืมตัว“อ้า…กลิ่นบัวของข้าหอมราวกับลอยอยู่ริมทะเลสาบ!”“ของข้ากุหลาบชัดเสียจนเหมือนมีช่ออยู่ตรงหน้า!”“ข้าไม่เคย




![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


