Masukบทที่สามสิบสอง
ทบทวนความจำ
“ในเมื่อพวกเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เจ้าเรียกข้าว่า’ท่านพี่’ ส่วนข้าจะเรียกเจ้าว่า’น้องหญิง’ดีหรือไม่” จู่ๆเขาก็เปลี่ยนเรื่องด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“เรียกเพียงเวลาอยู่กันสองคนก็แล้วกัน” ฉันตกลงแต่ก็มีเงื่อนไข
“ได้ ตามใจเจ้า”
“ช่วงนี้เจ้าพักผ่อนให้สบายใจ ข้าจะพยายามหาทางและปกป้องเจ้าอย่างดีที่สุด”
หลังจากมีครั้งแรกก็ย่อมมีครั้งต่อๆมา ท่านอ๋องหนุ่มไม่รั้งรอให้เสียเวลาอีก ทุกค่ำคืนจะเข้ามาที่ห้องของฉันตั้งแต่หัวค่ำ พูดคุยเจรจากันอยู่ไม่นาน หลังจากนั้นพวกเราก็แลกลิ้นรุมเร้าพัวพันกันอยู่หลายชั่วยาม จนฉันนอนตื่นสายทุกวัน
 
บทที่สี่สิบเข้าได้ออกไม่ได้“พวกเราอยู่ที่ไหนกันหรือเพคะ” “ค่ายทหารเมืองชิงหนาน เมืองในความปกครองของพี่เอง อยู่ห่างจากเมืองหลวงโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ3-4วัน ที่นี่คือจวนของพี่ อาจจะไม่สะดวกสบายนักเพราะพี่มาเพียงปีละครั้ง”อ๋อ...อ๋องชิงหนานก็คือปกครองเมืองชิงหนานนั่นเอง ฉันคิดว่าเป็นแค่ชื่อที่ตั้งขึ้นมาเสียอีก“ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่เพคะ”“ใช่ เมื่อคืนพี่ตัดสินใจขี่ม้ามาโดยไม่หยุดพักเพื่อให้มาถึงที่นี่โดยเร็ว อย่างน้อยก็เป็นถิ่นของเรา”“แล้วเราจะต้องกลับไปที่เมืองหลวงเลยหรือไม่เพคะ” ฉันถามด้วยความกังวลใจ“น้องหญิงคิดว่าอย่างไร”เขาถามฉันเหรอ ฉันควรจะตอบว่ายังไงดี “หากน้องบอกว่ายังไม่อยากกลับไปจะทำได้หรือเ
บทที่สามสิบเก้า เมืองชิงหนาน“พวกมันทำอะไรน้องหรือไม่” ชายหนุ่มสำรวจตามร่างกายเพื่อหาอาการบาดเจ็บหรือร่องรอยต่างๆ “ไม่ พวกเขาไม่ได้ทำอะไร” เสียงสะอึกสะอื้นทำให้คำตอบขาดเป็นช่วงๆ “ไม่มีผู้ใดเลยพ่ะย่ะค่ะ พวกมันหนีไปหมดแล้ว” ทหารและองครักษ์ที่วิ่งไปสำรวจโดยรอบวิ่งเข้ามารายงาน “พวกเราไปกันก่อนดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์คนสนิทของอ๋องหนุ่มพูดขึ้น “ได้ พวกเราไป” อ๋องชิงหนานออกคำสั่ง หันมาโอบอุ้มฉันอย่างทะนุถนอมส่งขึ้นม้าก่อนจะกระโดดขึ้นซ้อนท้ายควบขี่ม้าเร็วจนฉันมองไม่เห็นอะไรนอกจากลมที่พัดตีจนหน้าชา
บทที่สามสิบแปด ตามกลับมาคืนนั้นพวกเราแยกย้ายกันไปพัก จนรุ่งเช้าหนุ่มใหญ่จึงมาเคาะห้องเสียงดัง “พวกเราต้องรีบไปแล้ว สามีเจ้านำทหารและองครักษ์ไล่ตามมาจนใกล้จะถึงที่นี่” เขาดึงมือฉันเดินออกไปอย่างเร็ว “ในเมื่อสามีข้าตามมาทันที ก็แสดงว่าเขารักข้ามาก ดังนั้นข้าควรกลับไปกับเขามิใช่หรือ” ฉันสะบัดมือออกทันที ซูเทียนเป่าคิดตามก่อนจะยอมรับ “ใช่ เขารักเจ้ามาก ข้าได้ยินว่าเขาสั่งให้ทหารและองครักษ์ออกติดตามมาโดยไม่พัก” “ท่าน
บทที่สามสิบเจ็ด ลักพาตัวจริงหรือ“คือของอะไร” ฉันถามอย่างไม่อยากจะข้องใจต่อ “ไข่มุกจันทรา เป็นของสำคัญคู่กับทับทิมสุริยัน คนทรยศจากพรรคข้าขโมยไปเมื่อ...” “พอ..” ฉันหยุดเขาโดยเร็ว “ข้าไม่ต้องการรู้ว่าไข่มุกจันทราหายไปได้อย่างไร ข้าต้องการรู้แค่ว่าท่านขโมยมันออกไปได้หรือไม่” ฉันพยายามเข้าประเด็น “ไม่ได้ องครักษ์พบข้าเสียก่อน ข้าจึงหลบเข้าไปซ่อนในห้องของเจ้า” ฉันพยายามจับสัญญาณการโกหกแต่ยังไม่มี &l
บทที่สามสิบเจ็ดลักพาตัวจริงหรือ ยามเมื่อฉันลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง มีเสียงคนนอนหอบหายใจแรงอยู่ที่มุมห้อง หลังจากพยายามหลับตาฟังเสียงแล้วไม่มีความเคลื่อนไหวอื่น ฉันจึงลืมตาขึ้นมาช้าๆ ห้องที่นอนอยู่มีลักษณะเรียบง่าย นอกจากเตียงที่ฉันนอนแล้วมีเพียงโต๊ะกลางห้องธรรมดาตัวหนึ่ง ฉันลองขยับตัวพบว่าสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว จึงมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงหายใจดังมาก “เจ้าตื่นแล้วหรือ” ชายหนุ่มที่คิดว่านอนหลับเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความมืด “ที่นี่ที่ไหน” ฉันถามประโยคแรก&
บทที่สามสิบหก พาตัวไป ฉันเดินกลับเข้ามานั่งสงบสติอารมณ์ในห้องด้วยความโกรธ ซึ่งไม่รู้ว่าจะโกรธใครมากกว่ากันดี พวกเขาทำสิ่งใดเหมือนไม่สนใจว่าร่างนี้จะคิดอย่างไร เมื่อสั่งแล้วไม่ทำตามก็ส่งน้องสาวเข้ามาแทน ทั้งท่านอาฮองเฮาและท่านปู่อัครเสนาบดี ไม่รู้ว่ามีแผนการอะไรกันแน่ แต่ที่สัมผัสได้คือพวกเขาไม่ได้มีความรักความหวังดีหรือแม้กระทั่งความห่วงใยให้กับฟางหรูหนิงเลยแม้แต่น้อย การส่งน้องสาวมาเป็นชายารองโดยมีสามีคนเดียวกับพี่สาว ช่างเป็นความคิดที่น่าท







