Masukบทที่หนึ่ง
เป็นดารา
ยมทูตเบนทำหน้ายุ่งยากใจ หันมามองสีหน้าที่ยังมึนงงของฉัน
“เป็นถึงดาราดัง ทำไมสวดแค่สามวันแล้วรีบเผาเลยล่ะ” เสียงซุบซิบนินทาจากแขกที่มาร่วมงานดังขึ้นข้างๆ
ฉันรีบพุ่งตัวลอยไปฟังใกล้ๆ
“ก็พ่อแม่นางอยู่ต่างประเทศ ต่างคนต่างมีลูกใหม่กันแล้ว ไม่มีใครยอมบินมาจัดงาน ปล่อยให้พวกเราจัดการกันเอง ผู้ชายทั้งหลายของนางก็หลบหน้าหลบตาไม่อยากแสดงตัว ทีมงานละครก็กำลังโดนตำรวจสอบสวนสาเหตุการตายกันอยู่ ทุกคนต่างไม่มีเวลา ก็เลยรีบสวดรีบเผาให้เสร็จๆไป” ทีมงานละครคนหนึ่งที่ฉันคุ้นหน้าตอบไขข้อข้องใจ
“ทั้งพ่อ ทั้งแม่ ไม่มีใครสนใจฉันเลยหรือนี่” ฉันก้มหน้าน้ำตารื้นไหลด้วยความเศร้าใจ
ใช่แล้ว พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ฉันเพิ่งอายุ17ปี พ่อย้ายไปอยู่ออสเตรเลียมีครอบครัวและลูกใหม่ที่นั่น2คน ส่วนแม่ย้ายไปอยู่อเมริกากับสามีตาน้ำข้าว มีลูกใหม่อีก2คน ฉันจึงอยู่ที่นี่คนเดียว ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวด้วยอาชีพนักแสดงซึ่งหาเพื่อนแท้ได้ยาก แม้แต่ชายหนุ่มที่เคยคบหาก็ไม่มีใครมาช่วยจัดงานให้ฉัน
“เจ้าไม่ต้องร้องไห้ แม้ร่างของเจ้าจะเผาไหม้ไปแล้ว แต่ข้ามีหนทางมาเสนอ” เสียงยมทูตมีอายุซึ่งโผล่มาปรากฏกายอยู่เคียงข้างยมทูตหน้าบิดเบี้ยวเอ่ยขึ้น
“หนทางอะไร เสนออะไร เพราะท่าน ท่านคนเดียวเลย มาเอาวิญญาณฉันไปผิดๆแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่ยอม ฉันจะฟ้อง ฉันไม่ยอมมมมม” เมื่อเริ่มตั้งสติได้ ฉันจึงเริ่มร้องโวยวาย ฟูมฟาย ชี้นิ้วไปทางยมทูตหน้าเบี้ยว ก่อนที่จะใช้ความสามารถด้านการแสดงเอะอะอาละวาดขึ้นมา
“ใจเย็นๆ เจ้าใจเย็นๆก่อน”ยมทูตมีอายุพยายามประนีประนอม
“ไม่เย็น ใครจะใจเย็นได้ จู่ๆก็มาเอาวิญญาณฉันไปแบบนี้ ฉันจะฟ้องยมบาล ยมบาลอยู่ที่ไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้ ฉันจะฟ้องงงงงงงง” ฉันไม่ยอมประนีประนอมใดใดทั้งสิ้น
“ถึงเจ้าฟ้องไป ยมทูตเบนอาจจะโดนทำโทษบ้าง แต่เจ้าก็ยังคงเป็นร่างวิญญาณอยู่ดีเพราะร่างจริงของเจ้าโดนเผาไปแล้ว เจ้าใจเย็นๆฟังข้าก่อน ข้ากำลังจะไปเก็บร่างของหญิงสาวนางหนึ่ง หากเจ้ายินยอม ข้าจะให้เจ้าเข้าไปอยู่ในร่างของนางและใช้ชีวิตแทนนาง เช่นนี้ เจ้าก็ไม่ต้องเป็นร่างวิญญาณลอยล่องอยู่เช่นนี้ เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่” ยมทูตมีอายุยื่นข้อเสนอ
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าร่างนั้นจะดี ฉันใช้ชีวิตของฉันอยู่ดีดี ทำไมฉันต้องไปเป็นคนอื่นด้วย ฉันจะฟ้องงงง”ฉันยังคงไม่ยอม
“เจ้าไปดูกับข้าก่อนก็ได้ แล้วค่อยตัดสินใจ เพราะหากเจ้าลอยล่องด้วยร่างวิญญาณอยู่เช่นนี้ อีกไม่นานวิญญาณของเจ้าก็จะสูญสลายไป” ยมทูตมีอายุชักชวนก่อนจะบอกความจริงที่น่ากลัวออกมา
ฉันเงยหน้าที่มีน้ำตามองยมทูตเบนอย่างเคียดแค้น “เพราะท่านคนเดียว”
ยมทูตเบนไม่กล้าสบตา ขณะที่ยมทูตมีอายุนำเชือกมาคล้องมือฉันแล้วดึงอย่างแรง
พวกเราสามตนมาโผล่ที่ข้างเตียงของหญิงสาวนางหนึ่ง ร่างวิญญาณของนางนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ๆ เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมาฉันยังต้องตะลึงในความงามอันน่าหลงใหลนี้ นางน่าจะยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น การแต่งกายเหมือนอยู่ในยุคจีนโบราณ
“เอาล่ะ ข้าต้องนำวิญญาณของหญิงสาวนางนี้ไปแล้ว นี่เป็นโอกาสให้เจ้าตัดสินใจ หากเจ้ายินยอมเจ้าจะเข้าไปอยู่ในร่างของนางและใช้ชีวิตเป็นนางจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของเจ้า หากเจ้าไม่ยินยอม เจ้าก็ต้องลอยล่องเป็นร่างวิญญาณต่อไปเพื่อหาร่างใหม่ แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่า จะหาร่างใหม่ที่สมบูรณ์โดยไม่บุบสลายดั่งเช่นนางนั้นหายากยิ่ง ไม่คอหักตายแบบเจ้าก็โดนรถชนตายหรือโดนแทงตาย ซึ่งเจ้าก็ต้องอยู่ในร่างที่พิกลพิการเหล่านั้นต่อไป” ยมทูตมีอายุทั้งกล่อมทั้งขู่
“แล้วนางตายอย่างไร” ฉันสงสัยมาก
“นางกินยาพิษชนิดหนึ่งเข้าไปด้วยตัวเอง” ยมทูตมีอายุตอบตามจริง
“หมายความว่านางฆ่าตัวตาย” ฉันตกใจ หญิงสาวที่งามล้ำขนาดนี้มีเรื่องอะไรถึงกับฆ่าตัวตาย ยังเด็กมากอยู่เลย
“ใช่ แต่ตอนนี้นางไม่อยากตายแล้ว” ยมทูตมีอายุพยักหน้าให้ฉันหันไปมองวิญญาณของหญิงสาวที่ยืนร้องไห้อย่างเสียใจนักหนา
“อ้อ...อารมณ์ชั่ววูบของวัยรุ่น” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ฉันเริ่มมองไปรอบๆห้อง การตกแต่งดูหรูหรา ข้าวของเครื่องใช้มีค่ามีราคา ดูท่าทางว่าหญิงสาวนางนี้จะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี
“แล้วนางใส่ชุดสีแดงทำไม” ฉันสังเกตเห็นชุดที่หญิงสาวนางนี้ใส่คล้ายชุดแต่งงานที่เคยเห็นในละครจีนโบราณ
“วันนี้เป็นวันแต่งงานของนาง” ยมทูตมีอายุเฉลย
ฉันมองไปรอบห้อง ไม่เห็นมีเงาของใครอื่น “เข้าใจล่ะ เจ้าบ่าวหายล่ะสิ” ฉันคาดเดา
“ตกลงเจ้ายินยอมหรือไม่ ข้าต้องรีบไปแล้ว” ยมทูตมีอายุเอ่ยเร่ง
ถ้าเป็นวิญญาณต่อไปก็ไม่รู้จะเจอร่างอื่นที่ดีอีกไหม จะไปฟ้องก็คงกลับเข้าร่างเดิมไม่ได้อยู่ดีเพราะเผาไปแล้ว เอาล่ะ เอาร่างนี้ก็ได้ อย่างน้อยเป็นคนสวยและรวยก็ยังดีกว่าเป็นใครก็ไม่รู้ ฉันคิดก่อนจะตัดสินใจ
“ได้ ฉันยินยอม แต่...” ฉันยื่นข้อเสนออย่างมีเงื่อนไข
“ยมทูตท่านนี้ทำผิด ต้องคอยดูแลและทำตามที่ฉันร้องขอ ได้หรือเปล่า” ฉันชี้ไปทางยมทูตหน้าอ่อนที่ยังยืนทำหน้าบิดเบี้ยวอยู่ด้านข้าง
“เจ้าร้องขอมากเกินไป” ยมทูตหน้าอ่อนตอบทันที
บทที่สามสิบเจ็ด ลักพาตัวจริงหรือ“คือของอะไร” ฉันถามอย่างไม่อยากจะข้องใจต่อ “ไข่มุกจันทรา เป็นของสำคัญคู่กับทับทิมสุริยัน คนทรยศจากพรรคข้าขโมยไปเมื่อ...” “พอ..” ฉันหยุดเขาโดยเร็ว “ข้าไม่ต้องการรู้ว่าไข่มุกจันทราหายไปได้อย่างไร ข้าต้องการรู้แค่ว่าท่านขโมยมันออกไปได้หรือไม่” ฉันพยายามเข้าประเด็น “ไม่ได้ องครักษ์พบข้าเสียก่อน ข้าจึงหลบเข้าไปซ่อนในห้องของเจ้า” ฉันพยายามจับสัญญาณการโกหกแต่ยังไม่มี &l
บทที่สามสิบเจ็ดลักพาตัวจริงหรือ ยามเมื่อฉันลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง มีเสียงคนนอนหอบหายใจแรงอยู่ที่มุมห้อง หลังจากพยายามหลับตาฟังเสียงแล้วไม่มีความเคลื่อนไหวอื่น ฉันจึงลืมตาขึ้นมาช้าๆ ห้องที่นอนอยู่มีลักษณะเรียบง่าย นอกจากเตียงที่ฉันนอนแล้วมีเพียงโต๊ะกลางห้องธรรมดาตัวหนึ่ง ฉันลองขยับตัวพบว่าสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว จึงมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงหายใจดังมาก “เจ้าตื่นแล้วหรือ” ชายหนุ่มที่คิดว่านอนหลับเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความมืด “ที่นี่ที่ไหน” ฉันถามประโยคแรก&
บทที่สามสิบหก พาตัวไป ฉันเดินกลับเข้ามานั่งสงบสติอารมณ์ในห้องด้วยความโกรธ ซึ่งไม่รู้ว่าจะโกรธใครมากกว่ากันดี พวกเขาทำสิ่งใดเหมือนไม่สนใจว่าร่างนี้จะคิดอย่างไร เมื่อสั่งแล้วไม่ทำตามก็ส่งน้องสาวเข้ามาแทน ทั้งท่านอาฮองเฮาและท่านปู่อัครเสนาบดี ไม่รู้ว่ามีแผนการอะไรกันแน่ แต่ที่สัมผัสได้คือพวกเขาไม่ได้มีความรักความหวังดีหรือแม้กระทั่งความห่วงใยให้กับฟางหรูหนิงเลยแม้แต่น้อย การส่งน้องสาวมาเป็นชายารองโดยมีสามีคนเดียวกับพี่สาว ช่างเป็นความคิดที่น่าท
บทที่สามสิบห้ายัดเยียดฉันยังคงใช้ชีวิตไปวันวันอยู่ในตำหนักอ๋องชิงหนานโดยยังตัดสินอะไรไม่ได้ เพราะข้อมูลที่รวบรวมมาช่างกระจัดกระจายจนฉันไม่กล้าผลีผลามทำอะไรลงไป ไป่ฮั่วถิงเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาพบฉันได้ โดยข้ออ้างว่าเพื่อมาตรวจร่างกายของฉัน เขาเล่าว่าการที่เขาเป็นคนเดียวที่ได้พบหน้าฉันทำให้มีคนไปดักรอพบและฝากข้อความมาถึงฉันมากมาย หนึ่งในนั้นคือฟางฮองเฮา พระนางเรียกตัวเขาเข้าไปถามอาการของฉันทุกวัน และฝากจดหมายมาให้ฉันในวันหนึ่ง ฉันเปิดออกดูมีข้อความเพียงสั้นๆว่า’ให้ทำตามคำสั่งโดยเร็ว’ คำสั่งอะไร นี่พระนางจำไม่ได้หรือว่าฉันสูญสิ้นความจำ ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคำสั่งอะไร&nb
บทที่สามสิบสี่ชายารอง “ท่านอาฮองเฮาเรียกให้น้องมาเข้าเฝ้า เพื่อแจ้งข่าว” นางส่งสายตาเยอะหยันมาก่อนจะกล่าวต่อ “ท่านอาหญิงบอกว่าพี่หญิงใหญ่แต่งงานมาระยะเวลาหนึ่งแล้วแต่กลับประสบปัญหาเรื่องความจำจึงทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ภรรยาที่ดีได้ ท่านอาหญิงรู้สึกผิดกับอ๋องชิงหนานเป็นอย่างมาก จึงจะส่งน้องให้มาเป็นชายารองเพื่อทำหน้าที่แทนพี่หญิงใหญ่” ส่งยายตัวร้ายนี่มาทำหน้าที่แทน หน้าที่ที่ว่าคืออะไรกันแน่ “น้องเห็นใจพี่หญิงใหญ่ ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นพี่น้องกัน การที่พวกเรามีสามีคนเดียวกันก็เป็นเรื่องที่น้องยอมให้ได้”&nb
บทที่สามสิบสามอนุจิน“ท่านจะไล่ข้าออกไปเพื่อจะให้ท่านอ๋องไม่ต้องมาหาข้าสินะ” หญิงสาวหน้าขาวตอบคนละเรื่อง“ถึงเจ้าจะอยู่ที่นี่ ท่านอ๋องก็ไปหาเจ้าเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าท่านอ๋องไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเจ้าแม้เพียงสักครั้ง” ฉันสบตานางอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน“ถึงท่านจะไล่ข้าออกไป สักวันท่านอ๋องก็ต้องมีชายารองหรืออนุคนอื่นๆ ท่านไม่มีวันได้เป็นหญิงเพียงคนเดียวของท่านอ๋องแน่นอน” หญิงสาวตอบมาคนละเรื่อง“ข้าไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ข้าเพียงแต่เห็นใจเจ้า”ฉันวกกับมาที่ต้นเรื่อง“การมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข ต้องอยู่อย่างไร้ตัวตนไปวันวัน ไม่น่าจะใช้สิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าเพียงแต่อยากจะช่วยเพราะหากข้าเป็นเจ้า ข้าจะเลือกทางเดินของตัวเอง”“ความจริงหากเจ้าเป็นอนุที่มีความสัมพันธ์กับท่านอ๋องจริงๆ ข้าคงไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ในเมื่อเจ้าเป็นเพียงข้ออ้างและยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณ ข้าจึงอยากให้เจ้าได้มีทางเลือกบ้าง” คราวนี้ฉันพูดยืด







