Masukบทที่หนึ่ง
ฉันคิดก่อนจะตัดสินใจ
“ได้ ฉันยินยอม แต่...” ฉันยื่นข้อเสนออย่างมีเงื่อนไข
“ยมทูตท่านนี้ทำผิด ต้องคอยดูแลและทำตามที่ฉันร้องขอ ได้หรือเปล่า” ฉันชี้ไปทางยมทูตหน้าอ่อนที่ยังยืนทำหน้าบิดเบี้ยวอยู่ด้านข้าง
“เจ้าร้องขอมากเกินไป” ยมทูตหน้าอ่อนตอบทันที
“ข้าไม่สามารถทำตามที่เจ้าร้องขอได้ แต่ข้าจะหาเวลามาดูแลเจ้า หากมีสิ่งใดที่พอจะช่วยเหลือได้ข้าจะพยายาม”
“ได้” ฉันตอบตกลงทันที เพราะคิดอยู่แล้วว่าร้องขอมากไป แค่ได้แกล้งยมทูตหน้าเบี้ยวคนนี้สักนิด ฉันก็ดีใจแล้ว
โทษฐานนำวิญญาณฉันผิดจนฉันต้องกลายมาเป็นใครก็ไม่รู้!
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าเข้าไปในร่างของหญิงสาวนางนี้ได้เลย รุ่งขึ้นเจ้าจะตื่นมาเป็นนาง” ยมทูตมีอายุรีบสรุป
ฉันก้าวเข้าไปยังร่างที่นอนคว่ำหน้าบนเตียงช้าๆ
“อ้อ...เกือบลืม มีกฎข้อหนึ่งที่ข้าสามารถอนุญาตให้เจ้าเลือกได้ ปกติเมื่อเจ้าเป็นนางแล้ว เจ้าจะต้องลืมความทรงจำในร่างที่แล้วและเหลือเพียงความทรงจำของหญิงสาวนางนี้เท่านั้น แต่ข้าให้เจ้าเลือกได้ว่า เจ้าจะใช้ชีวิตในร่างนี้ด้วยความทรงจำของนาง หรือเจ้าจะเก็บความทรงจำเดิมของเจ้าเอาไว้ แต่หากเจ้าเก็บความทรงจำเดิมไว้ ร่างนี้ก็จะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป เจ้าต้องการอย่างไร” ยมทูตมีอายุเอ่ยเงื่อนไขที่ตัดสินใจยาก
“ขอเก็บไว้ทั้งสองไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้ เจ้าต้องเลือก” ยมทูตมีอายุไม่ยอม
“ข้าให้พรเจ้าได้อย่างหนึ่งว่า หากมีผู้เปิดความทรงจำให้ เจ้าจะสามารถจดจำเรื่องนั้นๆได้ไม่ว่าเรื่องใด” ยมทูตหน้าอ่อนพยายามชดเชยความผิด
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอเลือก....ความทรงจำของหยาดฟ้าในร่างเดิมของฉัน” ฉันตัดสินใจเลือกเพราะคิดว่าในเมื่อหญิงสาวนางนี้ฆ่าตัวตายแสดงว่าน่าจะมีเรื่องที่ไม่ดีจนนางทนไม่ไหว ในเมื่อเป็นแบบนั้น ฉันใช้ความทรงจำในร่างเดิมแล้วมีชีวิตใหม่ไม่ดีกว่าหรือ
“ได้ เจ้าจะได้ตามที่เลือก” เสียงยมทูตทั้งสองก้องกังวานขึ้น ก่อนที่ฉันจะวูบหลับไป
บทที่สามสิบเจ็ด ลักพาตัวจริงหรือ“คือของอะไร” ฉันถามอย่างไม่อยากจะข้องใจต่อ “ไข่มุกจันทรา เป็นของสำคัญคู่กับทับทิมสุริยัน คนทรยศจากพรรคข้าขโมยไปเมื่อ...” “พอ..” ฉันหยุดเขาโดยเร็ว “ข้าไม่ต้องการรู้ว่าไข่มุกจันทราหายไปได้อย่างไร ข้าต้องการรู้แค่ว่าท่านขโมยมันออกไปได้หรือไม่” ฉันพยายามเข้าประเด็น “ไม่ได้ องครักษ์พบข้าเสียก่อน ข้าจึงหลบเข้าไปซ่อนในห้องของเจ้า” ฉันพยายามจับสัญญาณการโกหกแต่ยังไม่มี &l
บทที่สามสิบเจ็ดลักพาตัวจริงหรือ ยามเมื่อฉันลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง มีเสียงคนนอนหอบหายใจแรงอยู่ที่มุมห้อง หลังจากพยายามหลับตาฟังเสียงแล้วไม่มีความเคลื่อนไหวอื่น ฉันจึงลืมตาขึ้นมาช้าๆ ห้องที่นอนอยู่มีลักษณะเรียบง่าย นอกจากเตียงที่ฉันนอนแล้วมีเพียงโต๊ะกลางห้องธรรมดาตัวหนึ่ง ฉันลองขยับตัวพบว่าสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว จึงมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงหายใจดังมาก “เจ้าตื่นแล้วหรือ” ชายหนุ่มที่คิดว่านอนหลับเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความมืด “ที่นี่ที่ไหน” ฉันถามประโยคแรก&
บทที่สามสิบหก พาตัวไป ฉันเดินกลับเข้ามานั่งสงบสติอารมณ์ในห้องด้วยความโกรธ ซึ่งไม่รู้ว่าจะโกรธใครมากกว่ากันดี พวกเขาทำสิ่งใดเหมือนไม่สนใจว่าร่างนี้จะคิดอย่างไร เมื่อสั่งแล้วไม่ทำตามก็ส่งน้องสาวเข้ามาแทน ทั้งท่านอาฮองเฮาและท่านปู่อัครเสนาบดี ไม่รู้ว่ามีแผนการอะไรกันแน่ แต่ที่สัมผัสได้คือพวกเขาไม่ได้มีความรักความหวังดีหรือแม้กระทั่งความห่วงใยให้กับฟางหรูหนิงเลยแม้แต่น้อย การส่งน้องสาวมาเป็นชายารองโดยมีสามีคนเดียวกับพี่สาว ช่างเป็นความคิดที่น่าท
บทที่สามสิบห้ายัดเยียดฉันยังคงใช้ชีวิตไปวันวันอยู่ในตำหนักอ๋องชิงหนานโดยยังตัดสินอะไรไม่ได้ เพราะข้อมูลที่รวบรวมมาช่างกระจัดกระจายจนฉันไม่กล้าผลีผลามทำอะไรลงไป ไป่ฮั่วถิงเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาพบฉันได้ โดยข้ออ้างว่าเพื่อมาตรวจร่างกายของฉัน เขาเล่าว่าการที่เขาเป็นคนเดียวที่ได้พบหน้าฉันทำให้มีคนไปดักรอพบและฝากข้อความมาถึงฉันมากมาย หนึ่งในนั้นคือฟางฮองเฮา พระนางเรียกตัวเขาเข้าไปถามอาการของฉันทุกวัน และฝากจดหมายมาให้ฉันในวันหนึ่ง ฉันเปิดออกดูมีข้อความเพียงสั้นๆว่า’ให้ทำตามคำสั่งโดยเร็ว’ คำสั่งอะไร นี่พระนางจำไม่ได้หรือว่าฉันสูญสิ้นความจำ ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคำสั่งอะไร&nb
บทที่สามสิบสี่ชายารอง “ท่านอาฮองเฮาเรียกให้น้องมาเข้าเฝ้า เพื่อแจ้งข่าว” นางส่งสายตาเยอะหยันมาก่อนจะกล่าวต่อ “ท่านอาหญิงบอกว่าพี่หญิงใหญ่แต่งงานมาระยะเวลาหนึ่งแล้วแต่กลับประสบปัญหาเรื่องความจำจึงทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ภรรยาที่ดีได้ ท่านอาหญิงรู้สึกผิดกับอ๋องชิงหนานเป็นอย่างมาก จึงจะส่งน้องให้มาเป็นชายารองเพื่อทำหน้าที่แทนพี่หญิงใหญ่” ส่งยายตัวร้ายนี่มาทำหน้าที่แทน หน้าที่ที่ว่าคืออะไรกันแน่ “น้องเห็นใจพี่หญิงใหญ่ ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นพี่น้องกัน การที่พวกเรามีสามีคนเดียวกันก็เป็นเรื่องที่น้องยอมให้ได้”&nb
บทที่สามสิบสามอนุจิน“ท่านจะไล่ข้าออกไปเพื่อจะให้ท่านอ๋องไม่ต้องมาหาข้าสินะ” หญิงสาวหน้าขาวตอบคนละเรื่อง“ถึงเจ้าจะอยู่ที่นี่ ท่านอ๋องก็ไปหาเจ้าเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าท่านอ๋องไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเจ้าแม้เพียงสักครั้ง” ฉันสบตานางอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน“ถึงท่านจะไล่ข้าออกไป สักวันท่านอ๋องก็ต้องมีชายารองหรืออนุคนอื่นๆ ท่านไม่มีวันได้เป็นหญิงเพียงคนเดียวของท่านอ๋องแน่นอน” หญิงสาวตอบมาคนละเรื่อง“ข้าไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ข้าเพียงแต่เห็นใจเจ้า”ฉันวกกับมาที่ต้นเรื่อง“การมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข ต้องอยู่อย่างไร้ตัวตนไปวันวัน ไม่น่าจะใช้สิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าเพียงแต่อยากจะช่วยเพราะหากข้าเป็นเจ้า ข้าจะเลือกทางเดินของตัวเอง”“ความจริงหากเจ้าเป็นอนุที่มีความสัมพันธ์กับท่านอ๋องจริงๆ ข้าคงไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ในเมื่อเจ้าเป็นเพียงข้ออ้างและยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณ ข้าจึงอยากให้เจ้าได้มีทางเลือกบ้าง” คราวนี้ฉันพูดยืด







