Masukกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่อบอวลเข้ามาในโสตประสาทไม่ได้ทำให้ ‘พระเพลิง’ รู้สึกอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารคณะวิศวะพร้อมกับเพื่อนๆ ในคณะ ดวงตาคมกริบฉายแววรำคาญใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อ ‘แพรว’ อดีตแฟนสาวที่เพิ่งสะบั้นความสัมพันธ์กันไปพยายามเดินเข้ามาเกาะแขนและส่งสายตาออดอ้อนเหมือนวันวาน
"เพลิงคะ... แพรวขอโทษ วันนั้นแพรวเมามากจริงๆ แพรวไม่ได้ตั้งใจนะคะเพลิง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม" เสียงแหลมเล็กพยายามบีบคั้นหยาดน้ำตา ทว่าชายหนุ่มกลับสะบัดแขนออกอย่างไร้เยื่อใย
"กูบอกไปเคลียร์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอแพรว ว่ากูเบื่อและกูจะเลิก" เพลิงเอ่ยเสียงเรียบต่ำจนน่ากลัว "อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้ ไปให้พ้นหน้ากู"
คำพูดตัดรอนอย่างโหดร้ายทำให้แพรวหน้าเสีย หล่อนเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความอับอาย ก่อนจะหันรีหันขวางแล้วเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อเห็น ‘ฝุ่น’ กำลังเดินถือจานข้าวเข้ามาในโรงอาหารวิศวะพอดี แพรวรีบสับเท้าตรงดิ่งเข้าไปหาอดีตเพื่อนสนิทของเพลิงทันที หวังจะใช้ฝุ่นเป็นเครื่องมือประชดหรืออย่างน้อยก็หาที่พึ่งใหม่
"ฝุ่น! ฝุ่นต้องช่วยแพรวนะคะ วันนั้นเรา..."
"พอเถอะแพรว" ฝุ่นชะงักขา ถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย แววตาที่เคยมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกผิดบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชา "ผมรู้เรื่องทั้งหมดจากเพลิงแล้ว และผมก็รู้ด้วยว่าคุณตั้งใจทำอะไร วันนั้นถ้าผมไม่เมาคุณคงไม่มีทางทำสำเร็จหรอก... จากนี้ไปอย่ามาตอแยกับผมอีกเลย"
"ฝุ่น! นี่คุณกล้าปฏิเสธแพรวเหรอ! แต่เรามีอะไรกันแล้วนะฝุ่น"
"ใช่เหรอ ลองคิดดูดีๆ ผมเป็นผู้ชายทำไมผมจะไม่รู้" ฝุ่นพูดเสียงเรียบพลางมองด้วยสายตานิ่งสนิท
"นี่พวกแกได้ฉันแล้วจะทิ้งเหรอ กรี๊ดดดดดดดดด!"
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของแพรวดังลั่นไปทั่วโรงอาหารวิศวะด้วยความขัดใจและเสียหน้าเมื่อโดนผู้ชายระดับตัวท็อปถึงสองคนเทพร้อมกันในเวลาไล่เลี่ยกัน นักศึกษาแถวนั้นต่างหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าทั้งเพลิงและฝุ่นกลับไม่มีใครสนใจ หล่อนทำได้เพียงกระทืบเท้าเร่าๆ และเดินสะบัดก้นหนีไปพร้อมกับเสียงซุบซิบที่ดังไล่หลัง
เพลิงแค่นยิ้มสมเพช ก่อนจะสลัดเรื่องไร้สาระออกจากหัว สมองของเสือวิศวะบัดนี้กลับมาคิดถึงแต่เรื่องของ ‘เด็กน้อย’ หน้ากลมๆ ตาโตๆ ที่เจอเมื่อวาน ภาพที่น้องกระโดดน้ำไปงมโทรศัพท์ขึ้นมาให้ ภาพที่น้องคอยคีบลูกชิ้นให้และแววตาใสซื่อคู่นั้นทำให้หัวใจที่เคยหม่นหมองกลับมารู้สึกแปลกๆ วันนี้เขาถึงขั้นยอมขับรถแวะซื้อขนมโตเกียวร้านดังหลังมอติดมือมาด้วย เพียงเพราะคำนวณเวลาแล้วว่าเด็กปีหนึ่งคณะบริหารคนนั้นน่าจะเพิ่งเลิกเรียนคลาสเช้า
ร่างสูงใหญ่ก้าวขาขี่บิ๊กไบค์มุ่งตรงไปยังคณะบริหารธุรกิจทันที
เมื่อไปถึง เพลิงจอดรถไว้ห่างๆ แล้วกวาดสายตาคมกริบมองหาเป้าหมาย แล้วก็เป็นไปตามคาด... ‘สายธาร’ กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าคณะในชุดนักศึกษาสะอาดสะอ้าน ทว่าสิ่งที่ทำให้คิ้วเข้มของหนุ่มวิศวะกระตุกเข้าหากันทันที คือภาพของไอ้รุ่นพี่คนหนึ่งกำลังยืนค้ำหัว ยื่นถุงขนมและน้ำหวานคอยตามตื้อคนตัวเล็กอยู่
"รับไว้เถอะครับน้องธาร พี่ตั้งใจซื้อมาให้เลยนะ"
"เอ่อ... คือ ธารเกรงใจน่ะครับพี่" สายธารทำตาปริบๆ ยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความกระอักกระอ่วนใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับถุงขนมนั้นมาตามมารยาทคนใจดี มองดูแล้วช่างขัดหูขัดตาคนแอบดูชะมัด
เพลิงกำถุงขนมโตเกียวในมือแน่น ความรู้สึกไม่สบอารมณ์แล่นพล่านจนหัวใจหนักอึ้ง... อะไรของมันวะ? เมื่อคืนบอกจะเลี้ยงกู ขิงใส่กูว่าห้ามแย่งจ่ายตังค์ แต่ทีกับคนอื่นทำไมยอมรับขนมเขามาง่ายๆ แบบนั้น เด็กนี่ดื้อตาใสชะมัด ใครให้อะไรก็รับไปหมดเลยหรือไง!
"อ้าว ไอ้เพลิง! มาทำอะไรคณะบริหารวะ"
เสียงทักทายที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เพลิงสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันไปมองก็พบว่าเป็น ‘กร’ เพื่อนสนิทสมัยมัธยมของเขาที่ตอนนี้เรียนอยู่คณะนี้
"ไม่มีอะไร มาหาไรกิน" เพลิงตอบปัด เสียงนิ่ง
กรเลิกคิ้วมองตามสายตาของเพื่อนสนิท ก่อนจะร้องอ้อออกมาเสียงยาว "อ๋อ... มาหาน้องธารล่ะสิ เด็กบริหารปี1คนดัง น่ารักชิบหายเลยมึง คนตามจีบเพียบ แต่กูจะบอกความลับให้... น้องธารน่ะหลานรหัสสายตรงกูเอง กูเป็นลุงรหัสสายเดียวกับน้องมัน"
คำพูดของกรทำให้เพลิงหูผึ่ง ดวงตาคมประกายวูบอย่างมีแผนการ เขาเหลียวมองไปทางโต๊ะหินอ่อนอีกครั้ง เห็นไอ้รุ่นพี่คนนั้นเดินกลับไปแล้ว เหลือเพียงสายธารที่นั่งถอนหายใจโล่งอกอยู่คนเดียว
"กร... มึงช่วยอะไรกูหน่อย" เพลิงยัดถุงขนมโตเกียวอุ่นๆ ในมือใส่มือเพื่อนทันที
"อะไรของมึงวะ?"
"เอาขนมนี้ไปให้น้องมันที บอกว่าเป็นของลุงรหัสอย่างมึงซื้อมาให้... แต่ห้ามบอกเด็ดขาดว่าเป็นของกู" เพลิงสั่งเสียงเข้ม แววตาจริงจังจนกรหลุดขำ
"เอ้า อะไรของมึงเนี่ย แอบเปย์แต่ไม่แสดงตัว? เสือวิศวะสิ้นลายแล้วหรอมึง" กรแซวขำๆ แต่เมื่อเห็นสายตาดุๆ ของเพลิงก็รีบพยักหน้ารับคำ "เออๆ รู้แล้ว เม้มปากแน่นเชียว กูไปให้เดี๋ยวนี้แหละ แต่บอกไว้ก่อนหลานรหัสกูฮอตนะเว้ย รับรองว่าคู่แข่งมึงเพียบ!"
เพลิงถอยฉากไปแอบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ห่างออกไป สายตาคมกริบจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว มองเห็นกรเดินเข้าไปทักทายสายธารอย่างสนิทสนม ก่อนจะวางถุงขนมโตเกียวลงบนโต๊ะ
วินาทีที่สายธารเห็นขนมโตเกียว ใบหน้ากลมโตนั่นก็คลี่ยิ้มกว้างจนตาปิดทันที รอยยิ้มที่สว่างไสวราวกับโลกทั้งใบสดใสขึ้นมาดื้อๆ คนตัวเล็กยกมือไหว้ขอบคุณกรยกใหญ่ แถมยังรีบแกะขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่องอย่างเอร็ดอร่อย ต่างจากท่าทางเกรงอกเกรงใจตอนรับขนมจากไอ้รุ่นพี่คนก่อนหน้านี้ลิบลับ
ภาพนั้นทำให้ ‘พระเพลิง’ หนุ่มวิศวะปี3ผู้ดุดัน ยืนนิ่งอยู่หลังเสาพลางจุดรอยยิ้มบางๆ ออกมาตรงมุมปากอย่างคนบ้า หัวใจที่เคยคันยุกยิกด้วยความหงุดหงิดเมื่อครู่ ถูกชโลมด้วยความอิ่มเอมใจอย่างประหลาดเพียงเพราะได้เห็นเจ้าเด็กดื้อกินอิ่มและมีความสุข
กินเก่งชะมัด... สายธาร เจ้าเด็กดื้อเอ๊ย เพลิงคิดในใจ พลางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่รถบิ๊กไบค์ ทิ้งความวุ่นวายใจในคณะวิศวะไว้เบื้องหลัง และปล่อยให้ความหวานละมุนของสายน้ำขยับเข้ามาจับจองพื้นที่ในหัวใจทีละน้อยโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
นับจากวันที่ขนมโตเกียวถุงนั้นส่งถึงมือเจ้าเด็กแก้มป่อง ‘พระเพลิง’ ก็ค้นพบว่าตารางชีวิตของตัวเองพังพินาศไม่เป็นท่า จากเสือวิศวะผู้ไม่เคยสนใจใคร บัดนี้เขากลับพาตัวเองมานั่งแอบอยู่ตามมุมตึกหลังต้นไม้ใหญ่ที่คณะบริหารธุรกิจเกือบทุกวัน ดวงตาคมกริบคอยกวาดสายตาหาเพียงร่างเล็กที่มักจะนั่งกินขนมหรืออ่านหนังสืออยู่กับกลุ่มเพื่อน โดยที่ ‘สายธาร’ ไม่เคยรู้ตัวเลยสักครั้งว่ากำลังถูกใครบางคนใช้สายตาจับจองอยู่เงียบๆ"ไอ้เพลิง ช่วงนี้มึงหายหัวบ่อยนะ คลุกอยู่แต่คณะบริหาร มีคนเห็นมึงแวะเวียนไปแถวนั้นแทบทุกวัน ไปทำไรวะ?"เสียงของ 'เมฆ' ที่เอ่ยทักขึ้นกลางโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะวิศวะ ทำเอาเพลิงที่กำลังคีบบะหมี่เข้าปากชะงักไปเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรนอกจากแค่นยิ้มกลบเกลื่อน ทว่าในอกกลับเกิดคำถามประหลาดพุ่งขึ้นมาวนเวียนไม่หยุด... นั่นดิ กูไปทำไมวะ? เขาเพียงแค่บอกตัวเองว่าขัดหูขัดตาเวลาเห็นคนอื่นเอาขนมไปล่อไอ้เด็กคนนั้นก็เท่านั้น ชายหนุ่มยังไม่อยากจะยอมรับ หรือแม้แต่จะคิดว่าตัวเองกำลัง ‘ชอบ’ เด็กบริหารปี1คนนั้นเข้าให้แล้ววันนี้ก็เช่นกัน... ทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา10.00 น. ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปสีแ
กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่อบอวลเข้ามาในโสตประสาทไม่ได้ทำให้ ‘พระเพลิง’ รู้สึกอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารคณะวิศวะพร้อมกับเพื่อนๆ ในคณะ ดวงตาคมกริบฉายแววรำคาญใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อ ‘แพรว’ อดีตแฟนสาวที่เพิ่งสะบั้นความสัมพันธ์กันไปพยายามเดินเข้ามาเกาะแขนและส่งสายตาออดอ้อนเหมือนวันวาน"เพลิงคะ... แพรวขอโทษ วันนั้นแพรวเมามากจริงๆ แพรวไม่ได้ตั้งใจนะคะเพลิง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม" เสียงแหลมเล็กพยายามบีบคั้นหยาดน้ำตา ทว่าชายหนุ่มกลับสะบัดแขนออกอย่างไร้เยื่อใย"กูบอกไปเคลียร์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอแพรว ว่ากูเบื่อและกูจะเลิก" เพลิงเอ่ยเสียงเรียบต่ำจนน่ากลัว "อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้ ไปให้พ้นหน้ากู"คำพูดตัดรอนอย่างโหดร้ายทำให้แพรวหน้าเสีย หล่อนเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความอับอาย ก่อนจะหันรีหันขวางแล้วเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อเห็น ‘ฝุ่น’ กำลังเดินถือจานข้าวเข้ามาในโรงอาหารวิศวะพอดี แพรวรีบสับเท้าตรงดิ่งเข้าไปหาอดีตเพื่อนสนิทของเพลิงทันที หวังจะใช้ฝุ่นเป็นเครื่องมือประชดหรืออย่างน้อยก็หาที่พึ่งใหม่"ฝุ่น! ฝุ่นต้องช่วยแพรวนะคะ วันนั้นเรา...
ความสับสนที่เกิดขึ้นในหัวใจยังคงตกค้างอยู่..หลังจากที่ ‘พระเพลิง’ ขี่บิ๊กไบค์คันโตกลับมาถึงคอนโดหรูใจกลางเมือง เขาก็พบว่าตัวเองไม่สามารถสลัดภาพใบหน้ากลมโตและรอยยิ้มตาปิดของเด็กหนุ่มปี1คนนั้นออกไปจากสมองได้เลยมุมปากหนาจุดประกายรอยยิ้มบางเบาขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่สระน้ำ และเหตุการณ์ริมฟุตบาทหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง... ลูกชายนักธุรกิจระดับพันล้านอย่างเขาที่ไม่เคยชายตามองร้านข้าวข้างทางแบบนั้น กลับยอมไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ เพียงเพราะมีเจ้าตัวเล็กแก้มตุ่ยคอยคีบลูกชิ้นมาวางในชามให้ เพียงเพราะกลัวว่าเขาจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนกินอะไรไม่ลง (โดยที่เจ้าตัวไม่คิดจะถามเขาสักคำว่าเรื่องราวมันเกิดอะไรขึ้น) แววตาใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยความกตัญญูและมุ่งมั่นที่จะแบ่งเบาภาระของที่บ้านด้วยการแอบแม่มาทำงานพิเศษในร้านเหล้าซอยเปลี่ยวนั่น ยิ่งทำให้เพลิงรู้สึกประทับใจลึกๆ อยู่ในใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน‘สายธาร... บริหารปี1งั้นเหรอ’เพลิงทวนชื่อนั้นในใจพลางหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เครื่องสำรองที่เพิ่งเปิดใช้ขึ้นมาดู หน้าจอว่างเปล
ความเงียบปกคลุมบริเวณริมสระน้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ ‘สายธาร’ จะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นด้วยการคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของหนุ่มรุ่นพี่วิศวะอย่างถือวิสาสะ"ไปครับพี่ ไปห้องพยาบาลกัน" ธารออกแรงดึง แต่ร่างสูงใหญ่ราวยักษ์ปักหลั่นของเพลิงกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนตามแรงแม้แต่น้อย"จะไปไหน" เพลิงขมวดคิ้ว มองข้อมือตัวเองที่โดนมือเปียกๆ ของเด็กปี 1 เกาะกุมไว้ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างราบเรียบติดจะดุตามนิสัย"ก็ไปทำแผลไงครับ ดูสิ เลือดที่มุมปากพี่ยังไหลอยู่เลย หน้าก็ช้ำหมดแล้ว" ธารหันมาทำตาโตใส่พลางชี้ไปที่ใบหน้าของคนพี่ "ขืนปล่อยไว้แบบนี้แผลอักเสบขึ้นมาจะแย่นะครับ""แผลแค่นี้ ไกลหัวใจว่ะ ไม่ต้องไปหรอก" เพลิงบอกปัดอย่างรำคาญใจ ปกติเรื่องชกต่อยสำหรับเขาเป็นเรื่องธรรมดา แผลแค่นี้ไกลเกินกว่าจะเรียกว่าเจ็บด้วยซ้ำ เขาตั้งท่าจะสะบัดมือออกและเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ต่อแต่มีหรือที่คนใจดีแถมดื้อตาใสอย่างสายธารจะยอม"ไม่ได้ครับ! แผลนิดเดียวก็คือแผล พี่อย่าดื้อสิ" เจ้าตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กลับใช้มืออีกข้างมาช่วยจับแล้วออกแรงลากสุดชีวิต ตัวกะเปี๊ยกเดียวแต่แรงเยอะใช่ย่อย แถมยังทำหน้ามุ่งมั่นจนเพลิงที่กำลังจ
สายลมยามเย็นของมหาวิทยาลัยไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในใจของ ‘พระเพลิง’ ลดลงเลยแม้แต่น้อยหนุ่มวิศวะปี 3 ร่างสูงโปร่งเจ้าของส่วนสูงเกือบ 190 เซนติเมตร ยืนกำหมัดแน่นอยู่ริมสระน้ำกลางมหาวิทยาลัย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ปกติก็ดูดุดันและเย็นชาอยู่แล้ว บัดนี้กลับดูน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ มุมปากหนามีรอยแตกและคราบเลือดซึมออกมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูตัวเก่งหลุดลุ่ยและเปื้อนฝุ่นจากการปะทะที่เพิ่งจบลงเมื่อครู่เพลิงเพิ่งบอกเลิกกับแฟนสาวที่คบกันได้เพียง 3 เดือน... ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เพราะเขาจับได้คาตาว่าเธอแอบไปนอนกับ ‘เพื่อนสนิท’ ในกลุ่มของเขาเอง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศโดยคนที่ไว้ใจที่สุดสองคนพร้อมกัน เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เพลิงเปิดฉากชกต่อยกับ 'ฝุ่น' อดีตเพื่อนรักอย่างบ้าคลั่ง แม้อีกฝ่ายจะมีพวกมาช่วยสมทบอีกสองคนรวมเป็นสาม แต่เสือร้ายอย่างเพลิงก็ไม่ยอมถอย แลกหมัดกันนัวเนียจนเจ็บตัวกันไปทั้งสองฝ่าย ก่อนที่เขาจะเดินแยกตัวออกมาเพื่อสงบสติอารมณ์เพียงลำพัง"แม่งเอ้ย!"เพลิงสบถลั่น เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวใส่ความว่างเปล่า ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นหน้าจอ







