หน้าหลัก / มาเฟีย / อย่าดื้อกับพี่นะธาร l 18+ / บทที่2 -ผมชื่อสายธารครับ

แชร์

บทที่2 -ผมชื่อสายธารครับ

ผู้เขียน: 25 เมษา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-20 20:45:59

ความเงียบปกคลุมบริเวณริมสระน้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ ‘สายธาร’ จะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นด้วยการคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของหนุ่มรุ่นพี่วิศวะอย่างถือวิสาสะ

"ไปครับพี่ ไปห้องพยาบาลกัน" ธารออกแรงดึง แต่ร่างสูงใหญ่ราวยักษ์ปักหลั่นของเพลิงกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนตามแรงแม้แต่น้อย

"จะไปไหน" เพลิงขมวดคิ้ว มองข้อมือตัวเองที่โดนมือเปียกๆ ของเด็กปี 1 เกาะกุมไว้ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างราบเรียบติดจะดุตามนิสัย

"ก็ไปทำแผลไงครับ ดูสิ เลือดที่มุมปากพี่ยังไหลอยู่เลย หน้าก็ช้ำหมดแล้ว" ธารหันมาทำตาโตใส่พลางชี้ไปที่ใบหน้าของคนพี่ "ขืนปล่อยไว้แบบนี้แผลอักเสบขึ้นมาจะแย่นะครับ"

"แผลแค่นี้ ไกลหัวใจว่ะ ไม่ต้องไปหรอก" เพลิงบอกปัดอย่างรำคาญใจ ปกติเรื่องชกต่อยสำหรับเขาเป็นเรื่องธรรมดา แผลแค่นี้ไกลเกินกว่าจะเรียกว่าเจ็บด้วยซ้ำ เขาตั้งท่าจะสะบัดมือออกและเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ต่อ

แต่มีหรือที่คนใจดีแถมดื้อตาใสอย่างสายธารจะยอม

"ไม่ได้ครับ! แผลนิดเดียวก็คือแผล พี่อย่าดื้อสิ" เจ้าตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กลับใช้มืออีกข้างมาช่วยจับแล้วออกแรงลากสุดชีวิต ตัวกะเปี๊ยกเดียวแต่แรงเยอะใช่ย่อย แถมยังทำหน้ามุ่งมั่นจนเพลิงที่กำลังจะอ้าปากดุถึงกับชะงักไป สุดท้ายหนุ่มวิศวะปี 3 ผู้ดุดันและเป็นที่ยำเกรงของคนทั้งคณะ ก็ต้องยอมก้าวขาเดินตามแรงลากของคนตัวเล็กไปแต่โดยดี แต่ก็แอบงงๆ กับตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมตามใจเด็กเอ๋อคนนี้ด้วย

ตลอดทางเดินไปยังตึกกิจกรรมที่มีห้องพยาบาลตั้งอยู่ สายธารก็ทำหน้าที่เป็นนักปลอบใจไม่หยุดปาก

"พี่ครับ... อดีตมันผ่านไปแล้วนะ อะไรที่เสียไปแล้วก็ให้มันเสียไป" ธารเอ่ยเสียงนุ่มพลางหันมาส่งยิ้มให้ "โทรศัพท์ตกน้ำเครื่องนั้นน่ะ พี่ไม่ต้องคิดมากนะ ถึงมันจะเปิดไม่ติดแล้ว แต่อย่างน้อยพี่ก็ยังปลอดภัย คนพวกนั้นทำอะไรพี่ไม่ได้อีกแล้วล่ะครับ"

เพลิงเดินฟังเสียงเจื้อยแจ้วข้างหูด้วยความรู้สึกสับสนอลหม่านในหัว... อะไรของมันวะ? กูกำลังเศร้าตอนไหน?

เขากำลังโกรธแค้นที่โดนแฟนนอกใจกับเพื่อนสนิท ย้ำว่า ‘โกรธ’ ไม่ใช่ ‘เศร้า’ และโทรศัพท์นั่นเขาก็ขว้างทิ้งเองด้วยความโมโห ไม่ได้มีใครแย่งไปโยนทิ้งน้ำสักหน่อย แต่ดูเหมือนเด็กคนนี้จะสร้างเรื่องราวในหัวไปไกลกู่ไม่กลับแล้ว แถมยังทำท่าทางเห็นใจเขาเสียเต็มประดาจนเพลิงไม่รู้จะอธิบายตรงไหนก่อนดี สุดท้ายเลยเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดต่อไป เพราะขี้เกียจพูดถึงเรื่องอดีตแฟนเก่าให้หงุดหงิดใจอีก

เมื่อมาถึงห้องพยาบาล อาจจะเป็นช่วงที่อาจารย์เวรไปพักทานข้าว ที่ห้องพยาบาลจึงไม่มีใครอยู่ สายธารจึงพาเพลิงไปนั่งบนเตียงคนไข้ ก่อนจะรีบเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลอย่างคล่องแคล่ว

ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา เพราะสายธารเป็นอาสาสมัครประจำห้องพยาบาล เวลาว่างจากการเรียนก็มักแวะมาช่วยงานอยู่เสมอ จนสนิทกับอาจารย์ประจำห้องพยาบาลราวกับเป็นลูกศิษย์คนโปรด

"นั่งนิ่งๆ นะครับพี่ อาจจะแสบนิดนึงนะ" 

ธารขยับเข้ามาใกล้จนเพลิงได้กลิ่นอายสายน้ำจางๆ ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ จากตัวของคนน้อง มือเรียวบางซับสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วค่อยๆ แตะลงบนแผลที่มุมปากของเพลิงอย่างเบามือที่สุด ดวงตากลมโตสุกใสจดจ่ออยู่กับแผลด้วยความตั้งใจ ใกล้เสียจนเพลิงมองเห็นแพขนตายาวระยับและผิวแก้มเนียนใสอมชมพูได้อย่างชัดเจน หัวใจของเสือวิศวะที่เคยด้านชาพาลเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ จนเขาต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

"เจ็บเหรอครับพี่? ขอโทษทีนะ ผมจะเบามือกว่านี้" ธารรีบขอโทษขอโพยพรางเป่าลมฟู่ๆ ใส่แผลให้เบาๆ เหมือนปลอบเด็ก เพลิงได้แต่กรอกตาไปมาในใจ... กูไม่ได้เจ็บแผล กูแค่ใจสั่นเว้ย!

หลังจากทำแผลเสร็จ สภาพของสายธารตอนนี้คือเสื้อนักศึกษาแห้งไปบ้างแล้วแต่ก็ยังชื้นอยู่ ส่วนท้องของเจ้าตัวเล็กก็ดันส่งเสียงร้อง "โครก~" ออกมาดังลั่นห้องพยาบาล ทำเอาธารหน้าแดงแจ๋ด้วยความอาย

"เอ่อ... คือว่า ตั้งแต่เย็นผมยังไม่ได้กินข้าวเลยครับ" ธารหัวเราะแห้งๆ แก้เขิน ก่อนจะหันมามองเพลิงด้วยสายตาเป็นห่วงอีกครั้ง "พี่ก็คงยังไม่ได้กินเหมือนกันใช่ไหมครับ? หน้าตาพี่ดูเศร้ามากเลย... กลัวจะคิดมากจนกินข้าวไม่ลงแน่เลย ไปครับ! เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวพี่เอง!"

เพลิงเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า "เลี้ยงข้าว? มีตังค์รึไง" ดูจากสภาพเสื้อผ้าและกระเป๋าผ้าใบเก่า ก็พอเดาได้ว่าเด็กคนนี้คงไม่ได้ร่ำรวยอะไร

"มีสิครับ! ถึงจะไม่ได้มีเยอะจนเลี้ยงร้านหรูๆ ได้ แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางหลังมอนี่ผมสู้ตายนะ!" ธารยืดอกอย่างภูมิใจ

สุดท้าย เพลิงก็ต้องเดินตามเด็กปี 1 ออกมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางหลังมหาวิทยาลัยแบบงงๆ อีกรอบ ลูกชายนักธุรกิจพันล้านอย่างเขา ต้องมานั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินเก่าๆริมฟุตบาทที่มีรถวิ่งผ่านไปมา แต่มันแปลกตรงที่เขากลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด ยิ่งเห็นสายธารกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มตุ่ย พลางคอยคีบลูกชิ้นมาวางในชามของเขาเพื่อปลอบใจ ความขุ่นมัวในใจของเพลิงก็ดูเหมือนจะจางหายไปจนหมดสิ้น

หลังจากกินเสร็จ เพลิงตั้งท่าจะควักเงินจ่าย แต่เจ้าตัวเล็กกลับไวขโมยจ่ายตังค์ตัดหน้า แถมยังหันมาขิงใส่ "บอกแล้วไงว่ามื้อนี้ผมเลี้ยง พี่ห้ามแย่ง!"

เมื่อเดินออกมาหน้าร้าน ธารก็หันมาลาเพลิง "งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ต้องรีบไปแล้ว"

"จะไปไหน ดึกป่านนี้แล้ว" เพลิงถามเสียงเรียบ สายตามองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาเกือบสองทุ่ม

"ไปทำงานพิเศษที่ร้านเหล้าหลังมอตรงนู้นครับ..." ธารชี้ไปทางซอยเปลี่ยวที่มีป้ายไฟของร้านเหล้าชื่อดังปักอยู่

เพลิงขมวดคิ้วทันที "เนคไทสีนี้ เพิ่งเข้าปี 1ไม่ใช่เหรอ แต่มาทำงานร้านเหล้าเนี่ยนะ? ที่บ้านรู้เรื่องหรือเปล่า" เพลิงสังเกตจากเนคไทที่น้องใส่จึงพอจะคาดเดาได้ว่าน้องน่าจะเพิ่งอยู่ปี1

ธารรีบยกมือขึ้นมาทำท่าชู่ที่ปากทันที ดวงตากลมโตเลิกลั่ก "ชู่ๆ พี่อย่าเสียงดังสิครับ! ผมแอบแม่มาทำต่างหากล่ะ เพิ่งทำได้ไม่ถึงอาทิตย์เอง... คือผมอยากช่วยแบ่งเบาภาระของแม่น่ะ งานเสิร์ฟที่นี่รายได้ดีด้วย พี่อย่าไปบอกใครนะ!"

เพลิงนิ่งไป... แววตาที่เคยมองเด็กคนนี้ว่าเป็นแค่เด็กจุ้นจ้าน มองโลกในแง่ดีเกินไป เริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกชื่นชมและเอ็นดูในความกตัญญู ตัวเล็กแค่นี้แต่ความคิดความอ่านกลับโตเกินตัว แถมยังกล้ามาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เพียงลำพังเพื่ออนาคต

"แล้วจะไปยังไง มืดค่ำแล้ว" เพลิงเอ่ยถาม

"เดินไปน่ะครับ แป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว" ผมไปก่อนนะ สายธารบอกพร้อมกับตั้งท่าจะเดินไปอีกทาง

"เดี๋ยว! กูไปส่ง รออยู่นี่แหละ ไปเอารถก่อน" เพลิงพูดก่อนเดินไปเอารถ

"หืม... อ้าว ไปซะแล้ว" 

ไม่นาน เพลิงก็ขี่บิ๊กไบค์สีดำคันโตกลับมา เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ ก่อนจะจอดเทียบตรงหน้าธาร

"เอ้า หมวกกันน็อก ใส่ซะ"

ธารรับหมวกกันน็อกมาอย่างงุนงง ก่อนจะสวมมันอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แล้วปีนขึ้นซ้อนท้ายอย่างทุลักทุเล เขานั่งตัวเกร็ง เว้นระยะห่างจากแผ่นหลังกว้างพอสมควร ราวกับกลัวจะรบกวนอีกฝ่าย

เพลิงเหลือบมองผ่านกระจกมองข้างแล้วแอบหลุดยิ้ม

"นั่งแบบนั้น เดี๋ยวก็ตกลงไปตายหรอก"

"ครับ?"

"กอดเอวกูไว้"

ธารกะพริบตาปริบ ๆ "ได้เหรอ..."

"ก็ไม่ได้หวง"เพลิงว่าเสียงดุ

คนตัวเล็กจึงค่อย ๆ ยื่นมือไปจับชายเสื้อของเพลิงไว้หลวม ๆ

"ไม่ใช่ จับแค่นั้นเดี๋ยวก็ปลิว" ยังไม่ทันที่ธารจะตั้งตัว มือใหญ่ก็เอื้อมมาจับข้อมือของเขา ก่อนดึงมาวางรอบเอวตัวเองเบา ๆ

"กอดไว้แบบนี้"

"..."

หัวใจของเพลิงเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล

ส่วนธารกลับตอบเพียงเสียงใส "โอเคครับ!" ไม่มีแม้แต่ความเขินสักนิด...

มีแต่เพลิงที่ต้องสูดหายใจลึก พยายามเก็บอาการ ก่อนออกรถอย่างช้า ๆ

"ส่งแค่นี้พอครับพี่ ขอบคุณมากๆ เลยนะ แล้วก็... อย่าคิดมากเรื่องโทรศัพท์กับเรื่องโดนรังแกอีกนะค๊าบ!" ธารบอกพลางตั้งท่าจะวิ่งเข้าร้าน

"เดี๋ยว"

เสียงทุ้มต่ำของเพลิงรั้งขาเรียวเอาไว้ ธารหันกลับมาเอียงคอด้วยความสงสัย

เพลิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจที่ไม่เคยสั่นคลอนให้ใครบัดนี้กลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เขาอยากรู้จักเด็กคนนี้ให้มากกว่านี้... มากกว่าแค่คนแปลกหน้าที่เจอกันริมสระน้ำ

"ชื่ออะไร" เพลิงเอ่ยถามคำถามสั้นๆ 

เด็กหนุ่มปี 1 คลี่ยิ้มกว้างจนตาปิด รอยยิ้มที่สว่างไสวยิ่งกว่าแสงไฟหน้าร้านเหล้า ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วฉะฉาน

"ผมชื่อสายธารครับ... เรียนอยู่บริหารปี 1 ยินดีที่ได้รู้จักนะพี่คนหน้าดุ!"

พูดจบ เจ้าตัวดีก็วิ่งจี๊ดเข้าร้านไปทันที ทิ้งให้ ‘พระเพลิง’ หนุ่มวิศวะปี 3 ยืนนิ่งอยู่หน้าร้านเหล้าเพียงลำพัง มุมปากหนาที่เคยบึ้งตึงบัดนี้กลับจุดประกายรอยยิ้มบางๆ ออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนตะโกนออกไป

"พี่ชื่อพระเพลิงนะ อยู่วิศวะปี3"

สายธารงั้นเหรอ... เพลิงทวนชื่อนั้นในใจ พลางมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับเข้าไปในร้าน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อย่าดื้อกับพี่นะธาร l 18+    บทที่5 -สายธาร เจ้าเด็กดื้อ (1)

    นับจากวันที่ขนมโตเกียวถุงนั้นส่งถึงมือเจ้าเด็กแก้มป่อง ‘พระเพลิง’ ก็ค้นพบว่าตารางชีวิตของตัวเองพังพินาศไม่เป็นท่า จากเสือวิศวะผู้ไม่เคยสนใจใคร บัดนี้เขากลับพาตัวเองมานั่งแอบอยู่ตามมุมตึกหลังต้นไม้ใหญ่ที่คณะบริหารธุรกิจเกือบทุกวัน ดวงตาคมกริบคอยกวาดสายตาหาเพียงร่างเล็กที่มักจะนั่งกินขนมหรืออ่านหนังสืออยู่กับกลุ่มเพื่อน โดยที่ ‘สายธาร’ ไม่เคยรู้ตัวเลยสักครั้งว่ากำลังถูกใครบางคนใช้สายตาจับจองอยู่เงียบๆ"ไอ้เพลิง ช่วงนี้มึงหายหัวบ่อยนะ คลุกอยู่แต่คณะบริหาร มีคนเห็นมึงแวะเวียนไปแถวนั้นแทบทุกวัน ไปทำไรวะ?"เสียงของ 'เมฆ' ที่เอ่ยทักขึ้นกลางโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะวิศวะ ทำเอาเพลิงที่กำลังคีบบะหมี่เข้าปากชะงักไปเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรนอกจากแค่นยิ้มกลบเกลื่อน ทว่าในอกกลับเกิดคำถามประหลาดพุ่งขึ้นมาวนเวียนไม่หยุด... นั่นดิ กูไปทำไมวะ? เขาเพียงแค่บอกตัวเองว่าขัดหูขัดตาเวลาเห็นคนอื่นเอาขนมไปล่อไอ้เด็กคนนั้นก็เท่านั้น ชายหนุ่มยังไม่อยากจะยอมรับ หรือแม้แต่จะคิดว่าตัวเองกำลัง ‘ชอบ’ เด็กบริหารปี1คนนั้นเข้าให้แล้ววันนี้ก็เช่นกัน... ทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา10.00 น. ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปสีแ

  • อย่าดื้อกับพี่นะธาร l 18+    บทที่4 -"สายธาร"

    กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่อบอวลเข้ามาในโสตประสาทไม่ได้ทำให้ ‘พระเพลิง’ รู้สึกอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารคณะวิศวะพร้อมกับเพื่อนๆ ในคณะ ดวงตาคมกริบฉายแววรำคาญใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อ ‘แพรว’ อดีตแฟนสาวที่เพิ่งสะบั้นความสัมพันธ์กันไปพยายามเดินเข้ามาเกาะแขนและส่งสายตาออดอ้อนเหมือนวันวาน"เพลิงคะ... แพรวขอโทษ วันนั้นแพรวเมามากจริงๆ แพรวไม่ได้ตั้งใจนะคะเพลิง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม" เสียงแหลมเล็กพยายามบีบคั้นหยาดน้ำตา ทว่าชายหนุ่มกลับสะบัดแขนออกอย่างไร้เยื่อใย"กูบอกไปเคลียร์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอแพรว ว่ากูเบื่อและกูจะเลิก" เพลิงเอ่ยเสียงเรียบต่ำจนน่ากลัว "อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้ ไปให้พ้นหน้ากู"คำพูดตัดรอนอย่างโหดร้ายทำให้แพรวหน้าเสีย หล่อนเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความอับอาย ก่อนจะหันรีหันขวางแล้วเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อเห็น ‘ฝุ่น’ กำลังเดินถือจานข้าวเข้ามาในโรงอาหารวิศวะพอดี แพรวรีบสับเท้าตรงดิ่งเข้าไปหาอดีตเพื่อนสนิทของเพลิงทันที หวังจะใช้ฝุ่นเป็นเครื่องมือประชดหรืออย่างน้อยก็หาที่พึ่งใหม่"ฝุ่น! ฝุ่นต้องช่วยแพรวนะคะ วันนั้นเรา...

  • อย่าดื้อกับพี่นะธาร l 18+    บทที่3 -เคลียร์ใจ

    ความสับสนที่เกิดขึ้นในหัวใจยังคงตกค้างอยู่..หลังจากที่ ‘พระเพลิง’ ขี่บิ๊กไบค์คันโตกลับมาถึงคอนโดหรูใจกลางเมือง เขาก็พบว่าตัวเองไม่สามารถสลัดภาพใบหน้ากลมโตและรอยยิ้มตาปิดของเด็กหนุ่มปี1คนนั้นออกไปจากสมองได้เลยมุมปากหนาจุดประกายรอยยิ้มบางเบาขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่สระน้ำ และเหตุการณ์ริมฟุตบาทหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง... ลูกชายนักธุรกิจระดับพันล้านอย่างเขาที่ไม่เคยชายตามองร้านข้าวข้างทางแบบนั้น กลับยอมไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ เพียงเพราะมีเจ้าตัวเล็กแก้มตุ่ยคอยคีบลูกชิ้นมาวางในชามให้ เพียงเพราะกลัวว่าเขาจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนกินอะไรไม่ลง (โดยที่เจ้าตัวไม่คิดจะถามเขาสักคำว่าเรื่องราวมันเกิดอะไรขึ้น) แววตาใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยความกตัญญูและมุ่งมั่นที่จะแบ่งเบาภาระของที่บ้านด้วยการแอบแม่มาทำงานพิเศษในร้านเหล้าซอยเปลี่ยวนั่น ยิ่งทำให้เพลิงรู้สึกประทับใจลึกๆ อยู่ในใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน‘สายธาร... บริหารปี1งั้นเหรอ’เพลิงทวนชื่อนั้นในใจพลางหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เครื่องสำรองที่เพิ่งเปิดใช้ขึ้นมาดู หน้าจอว่างเปล

  • อย่าดื้อกับพี่นะธาร l 18+    บทที่2 -ผมชื่อสายธารครับ

    ความเงียบปกคลุมบริเวณริมสระน้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ ‘สายธาร’ จะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นด้วยการคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของหนุ่มรุ่นพี่วิศวะอย่างถือวิสาสะ"ไปครับพี่ ไปห้องพยาบาลกัน" ธารออกแรงดึง แต่ร่างสูงใหญ่ราวยักษ์ปักหลั่นของเพลิงกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนตามแรงแม้แต่น้อย"จะไปไหน" เพลิงขมวดคิ้ว มองข้อมือตัวเองที่โดนมือเปียกๆ ของเด็กปี 1 เกาะกุมไว้ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างราบเรียบติดจะดุตามนิสัย"ก็ไปทำแผลไงครับ ดูสิ เลือดที่มุมปากพี่ยังไหลอยู่เลย หน้าก็ช้ำหมดแล้ว" ธารหันมาทำตาโตใส่พลางชี้ไปที่ใบหน้าของคนพี่ "ขืนปล่อยไว้แบบนี้แผลอักเสบขึ้นมาจะแย่นะครับ""แผลแค่นี้ ไกลหัวใจว่ะ ไม่ต้องไปหรอก" เพลิงบอกปัดอย่างรำคาญใจ ปกติเรื่องชกต่อยสำหรับเขาเป็นเรื่องธรรมดา แผลแค่นี้ไกลเกินกว่าจะเรียกว่าเจ็บด้วยซ้ำ เขาตั้งท่าจะสะบัดมือออกและเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ต่อแต่มีหรือที่คนใจดีแถมดื้อตาใสอย่างสายธารจะยอม"ไม่ได้ครับ! แผลนิดเดียวก็คือแผล พี่อย่าดื้อสิ" เจ้าตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กลับใช้มืออีกข้างมาช่วยจับแล้วออกแรงลากสุดชีวิต ตัวกะเปี๊ยกเดียวแต่แรงเยอะใช่ย่อย แถมยังทำหน้ามุ่งมั่นจนเพลิงที่กำลังจ

  • อย่าดื้อกับพี่นะธาร l 18+    บทที่1 -"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ"

    สายลมยามเย็นของมหาวิทยาลัยไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในใจของ ‘พระเพลิง’ ลดลงเลยแม้แต่น้อยหนุ่มวิศวะปี 3 ร่างสูงโปร่งเจ้าของส่วนสูงเกือบ 190 เซนติเมตร ยืนกำหมัดแน่นอยู่ริมสระน้ำกลางมหาวิทยาลัย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ปกติก็ดูดุดันและเย็นชาอยู่แล้ว บัดนี้กลับดูน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ มุมปากหนามีรอยแตกและคราบเลือดซึมออกมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูตัวเก่งหลุดลุ่ยและเปื้อนฝุ่นจากการปะทะที่เพิ่งจบลงเมื่อครู่เพลิงเพิ่งบอกเลิกกับแฟนสาวที่คบกันได้เพียง 3 เดือน... ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่เพราะเขาจับได้คาตาว่าเธอแอบไปนอนกับ ‘เพื่อนสนิท’ ในกลุ่มของเขาเอง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศโดยคนที่ไว้ใจที่สุดสองคนพร้อมกัน เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เพลิงเปิดฉากชกต่อยกับ 'ฝุ่น' อดีตเพื่อนรักอย่างบ้าคลั่ง แม้อีกฝ่ายจะมีพวกมาช่วยสมทบอีกสองคนรวมเป็นสาม แต่เสือร้ายอย่างเพลิงก็ไม่ยอมถอย แลกหมัดกันนัวเนียจนเจ็บตัวกันไปทั้งสองฝ่าย ก่อนที่เขาจะเดินแยกตัวออกมาเพื่อสงบสติอารมณ์เพียงลำพัง"แม่งเอ้ย!"เพลิงสบถลั่น เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวใส่ความว่างเปล่า ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นหน้าจอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status