Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-05-25 18:36:12

ตอนที่ 5 แสงสว่างเดียวในความมืด

ครืดดด ครืดดด

ตัวเลขเรืองแสงบนนาฬิกาหัวเตียงบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ความเงียบสงัดภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

อลิซขยับตัวอย่างงัวเงีย มือเล็กคลำสะเปะสะปะไปคว้ามันขึ้นมา หน้าจอที่สว่างวาบในความมืดปรากฏชื่อที่ทำให้ความง่วงงุนมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง... คุณอาเธอร์

'อาเธอร์' คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงภรรยาแต่งของนักการเมืองใหญ่ผู้เป็นพ่อ ส่วนเธอ... เป็นเพียงลูกเมียน้อยที่พ่วงตำแหน่งเด็กรับใช้ในบ้าน

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะกดรับสาย

"ค่ะ... คุณอาเธอร์"

(ขับรถออกมารับฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวส่งพิกัดไปให้)

น้ำเสียงห้วนจัดและเจือแววเมามายสั่งการเฉียบขาด ก่อนที่สายจะถูกตัดทิ้งไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธหรือถามไถ่อะไรแม้แต่คำเดียว

อลิซถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยล้า เธอปัดป่ายผ้าห่มออกจากตัว ลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าเก่าๆ คว้าเสื้อคลุมเนื้อหนาตัวยาวมาสวมทับชุดนอนเพื่อพรางตัวให้มิดชิดที่สุด ก่อนจะหยิบกุญแจรถยนต์คันประจำที่มักใช้ขับรับส่งคนในบ้าน แล้วเดินฝ่าความมืดออกไปยังโรงจอดรถ

ถนนยามค่ำคืนค่อนข้างโล่ง แต่สำหรับอลิซ... มันกลับเต็มไปด้วยอันตราย

มือบางกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ดวงตากลมโตหรี่ลงพยายามเพ่งมองถนนเบื้องหน้าผ่านกระจกรถ แสงจากไฟถนนและไฟหน้ารถคันอื่นที่สวนมา แตกพร่าและเบลอจัดจนมองแทบไม่ออกว่าเส้นแบ่งช่องจราจรอยู่ตรงไหน

‘โรคตาบอดกลางคืน’

มันคือความผิดปกติทางพันธุกรรมที่แม่เคยบอกว่าเธอสืบทอดมาจากคุณยาย อาการนี้ติดตัวเธอมาตั้งแต่เด็ก แต่ก่อนเธอยังพอมองเห็นบ้างในที่แสงน้อย ทว่ายิ่งอายุมากขึ้น เซลล์จอประสาทตาก็ยิ่งเสื่อมถอยลง นับวันโลกในยามค่ำคืนของเธอก็ยิ่งมืดมิดลงเรื่อยๆ

อลิซกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ทำได้เพียงขับรถประคองไปอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุด อาศัยความคุ้นชินของเส้นทางจนกระทั่งรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าสถานบันเทิงระดับหรูใจกลางเมืองตามพิกัดที่ได้รับ

หญิงสาวกดโทรศัพท์ออกหาปลายสายเพื่อแจ้งว่ามาถึงแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับกลับมามีเพียงคำสั่งสั้นๆ

(ขึ้นมาข้างบน)

เสียงเพลงจังหวะหนักหน่วงที่ดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน และแสงไฟหลากสีที่สาดกะพริบวูบวาบไปมา ยิ่งทำให้อลิซปวดศีรษะและตาพร่าหนักกว่าเดิม เธอพยายามเดินก้มหน้า เลี่ยงสายตาโลมเลียจากนักท่องราตรี จนกระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องรับรองพิเศษด้านในสุด

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นบุหรี่ผสมกลิ่นสุราราคาแพงก็ตีเข้าจมูก ภายในห้องสลัวมีกลุ่มผู้ชายราวห้าหกคนกำลังนั่งดื่มด่ำกับงานสังสรรค์ หนึ่งในนั้นคืออาเธอร์ที่นั่งอยู่ตรงกลางเบาะกำมะหยี่ตัวกว้าง

พี่ชายต่างมารดากระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์สุราปรายตามองมาที่เธอ ก่อนจะยกมือขึ้นกวักเรียกช้าๆ ราวกับเรียกสัตว์เลี้ยง

อลิซเดินเข้าไปหยุดยืนห่างๆ สองมือประสานกันแน่นด้วยความประหม่า

"คุณอาเธอร์ จะกลับเลยไหมคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เขาไล่สายตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะ

"เป็นน้องสาวของฉันแท้ๆ ... ทำไมถึงเรียกพี่ซะห่างเหินขนาดนั้นล่ะ อลิซ"

คำพูดนั้นทำให้อลิซต้องลอบกำหมัดแน่น... เขาต่างหาก... เขาไม่ใช่หรือไงที่สั่งให้เธอเรียกเขาว่า 'คุณชาย' หรือ 'คุณอาเธอร์' มาตั้งแต่ยังจำความได้ เพื่อตอกย้ำสถานะลูกเมียน้อยของเธอ

"นี่น้องสาวฉันเอง ชื่ออลิซ" อาเธอร์หันไปแนะนำเธอกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่กำลังมองมาด้วยสายตาแทะโลมอย่างไม่ปิดบัง

"ไหว้เพื่อนพี่สิอลิซ... แล้วก็มานั่งนี่มา"

มือหนาตบลงบนพื้นที่ว่างข้างตัว

สัญชาตญาณเอาตัวรอดของอลิซร้องเตือนภัยขั้นสุด สายตาหิวกระหายของผู้ชายในห้องนี้ทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนและหวาดกลัวจนตัวสั่น หญิงสาวขืนตัวไว้ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว

"อลิซว่า... พี่อาเธอร์ควรกลับได้แล้วนะคะ ดึกมากแล้ว"

"บอกให้มานั่งก็มานั่งสิวะ!"

ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดลุกพรวดขึ้นมาคว้าข้อมือเธออย่างแรง แล้วกระชากร่างบอบบางให้ล้มลงไปบนเก้าอี้นวม ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของอาเธอร์และคนอื่นๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย

"ปล่อยนะ! จะทำอะไร!"

อลิซดิ้นรนสุดแรง แต่แรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่อาจสู้แรงผู้ชายตัวโตได้ ร่างของเธอถูกกดทับด้วยน้ำหนักตัวของใครบางคนที่โถมทับลงมา แก้วเครื่องดื่มสีเข้มถูกยัดเยียดจ่อกระแทกเข้าที่ริมฝีปาก จังหวะที่เธอเผยอปากเพื่อกอบโกยอากาศ ของเหลวขมปร่าก็ถูกกรอกล่วงล้ำเข้ามา หญิงสาวสำลักกลืนมันลงคอไปอึกใหญ่ ขณะที่ของเหลวอีกครึ่งแก้วหกอาบลำคอและเสื้อคลุมจนเปรอะเปื้อน

"กินเข้าไปซะคนสวย อย่าดื้อกับพี่นะ!"

ความหวาดกลัวทะลุขีดจำกัด เมื่อมือสากเริ่มลูบคลำไปตามต้นขา ความขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก... วินาทีนั้นความหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความบ้าบิ่น เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ของใครหน้าไหนทั้งนั้น

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย มือเล็กที่ปัดป่ายไปมาสะเปะสะปะ คว้าเข้ากับถังน้ำแข็งโลหะและขวดแก้วทรงหนาบนโต๊ะ

เพล้ง!!

อลิซใช้แรงทั้งหมดที่มี ฟาดขวดแก้วเข้าที่ศีรษะของผู้ชายที่คร่อมร่างเธออยู่อย่างจัง

"โอ๊ย! อีบ้าเอ๊ย!"

ร่างหนาผงะหงายหลัง เอามือกุมศีรษะที่เริ่มมีเลือดสีสดไหลซึม จังหวะชุลมุนนั้น อลิซผลักร่างของเขาออกสุดแรง แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งพุ่งพรวดออกจากห้องรับรองไปทันทีโดยไม่หันกลับไปมอง

"จับตัวมันไว้!!" เสียงตะโกนของอาเธอร์ดังไล่หลังมา

อลิซวิ่งหนีตายออกมาตามโถงทางเดิน แต่โลกภายนอกห้องกลับกลายเป็นฝันร้ายที่น่ากลัวยิ่งกว่า

แสงไฟตามทางเดินที่ถูกหรี่สลัวเพื่อสร้างบรรยากาศของสถานที่ สำหรับคนที่มีภาวะตาบอดกลางคืนอย่างเธอ... มันคือความมืดมิดสนิท

โลกทั้งใบเป็นสีดำ... ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวจนแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนคือผนัง สิ่งไหนคือทางเดิน

"ฮึก..."

น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลทะลัก อลิซสะดุดล้มจนหัวเข่ากระแทกพื้น แต่เธอก็รีบยันตัวลุกขึ้น สองมือคลำสะเปะสะปะลากไปตามผนังเย็นเฉียบ ขาเล็กๆ ก้าวหนีอย่างทุลักทุเลพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งตามมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

ในจังหวะที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง...

หมับ!

มือแกร่งของใครบางคนพุ่งเข้ามากระชากท่อนแขนของเธออย่างแรง รั้งร่างบอบบางให้ปลิวเข้าไปหลบในมุมมืดของซอกทางเดิน

"กรี๊ด! ปล่อยนะ!!" อลิซดิ้นรนสุดชีวิต สองมือทุบตีคนตรงหน้าอย่างคนเสียสติ

"ฉันเอง... อลิซ"

น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่กระซิบอยู่ข้างหู พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดเย็นสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้สติที่กำลังเตลิดเปิดเปิงของอลิซหยุดชะงัก

ดวงตากลมโตที่มองไม่เห็นสิ่งใดในความมืด เบิกกว้างขึ้น หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง

แม้ตาจะมองไม่เห็น... แต่สัมผัสและกลิ่นอายนี้ เธอจำมันได้ดีกว่าใคร

"อะ... อเดล..."

ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนั้น อลิซโผเข้ากอดร่างหนาของชายหนุ่มตรงหน้าแน่นราวกับเขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต สองมือขยุ้มสาบเสื้อของเขาจนยับยู่ยี่ ใบหน้าหวานซุกหลบลงกับอกกว้าง ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่

"อเดล... ช่วยเราด้วย..." หญิงสาวสะอื้นไห้เสียงสั่นพร่า

อเดลชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่วงแขนแกร่งจะตวัดโอบกอดร่างบางที่กำลังสั่นเทาไว้แน่นจนจมอก ฝ่ามือหนาลูบกลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงของเธออย่างปลอบประโลม นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองเธอด้วยความอ่อนโยน บัดนี้ตวัดมองฝ่าความมืดไปยังทิศทางของห้องรับรองพิเศษ... ด้วยแววตาเย็นเยียบและวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ

"ไม่ต้องกลัวอลิซ..." อเดลกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น กดจูบซับลงบนกระหม่อมบางเพื่อถ่ายทอดความอุ่นใจ

"ฉันอยู่นี่แล้ว... "

แงงง เราน้ำตาไหลอ่ะ รักกันไว้นะเด็กๆ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 103

    อลิซน้ำตารื้นขึ้นมาทันที เธอเข้าใจความหมายของการกระทำนี้ได้ในเสี้ยววินาที... อเดลกำลังจะจัดงานแต่งงานให้กับเธอ งานแต่งงานที่มีแค่เราสองคน หญิงสาวพยักหน้ารับรัวๆ ก่อนจะหยิบชุดนั้นเข้าไปเปลี่ยนในห้องรับรองด้านหลัง เพียงไม่นาน บานประตูห้องรับรองก็เปิดออก อลิซก้าวเดินออกมาในชุดเดรสสีขาวพลิ้ว

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 102

    "ยินดีด้วยนะคะ เป็นผู้หญิงค่ะ แข็งแรงสมบูรณ์มากเลย" คุณหมอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะส่งทารกตัวน้อยที่ห่อด้วยผ้าขนหนูสีชมพูมาวางทาบลงบนอกของอลิซ อลิซก้มมองเด็กทารกตัวนุ่มนิ่มบนอก ดวงตาที่ยังคงหลับพริ้ม จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากบางจิ๋ว... ทุกอย่างบนใบหน้าของเด็กคนนี้ ถอดแบบผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเ

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 101

    ตอนที่ 49 รางวัลของการรอคอย พออายุครรภ์ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สามสิบแปด ท้องที่นูนใหญ่ก็ทำเอาอลิซเดินเหินแทบไม่ไหว ช่วงเวลานี้คฤหาสน์วงศ์วริศทั้งหลังเลยต้องสแตนด์บายเตรียมพร้อมกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง โดยเฉพาะคุณพ่ออย่างอเดลที่หอบงานกลับมาทำที่บ้านแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาปฏิเสธที่จะเข้าออฟฟิศ

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 100

    "ผมนั่งไม่ติดหรอกครับป๊า" อเดลตอบเสียงเครียด ยกมือขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด "นี่มันจะสามชั่วโมงแล้วนะ ทำไมยังไม่ออกมาอีก" "การผ่าตัดตามันละเอียดอ่อนลูก มันต้องใช้เวลา ใจเย็นๆ สิ" เ มลดาเอ่ยปลอบ ลุกขึ้นมาลูบแผ่นหลังกว้างของลูกชายเบาๆ แม้จะเป็นผู้บริหารที่เด็ดขาดและจัด

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 99

    ตอนที่ 48 แสงสว่างของกันและกัน เวลาผ่านไปสองเดือนกว่า... สายลมเย็นสบายยามสายพัดเอื่อยเข้ามาในสวนดอกไม้หลังคฤหาสน์วงศ์วริศ อลิซในชุดคลุมท้องเนื้อนิ่มสีพาสเทลกำลังเอนหลังพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้หวายบุนวมตัวใหญ่ อายุครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ห้าทำให้หน้าท้องของเธอเริ่มนูนกลมจนเห็นได้ชัด เป

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 98

    "ปะ... เปล่าค่ะ" อลิซส่ายหน้าดิก พยายามระบายยิ้มกว้างออกมาทั้งน้ำตา เธอหันหน้าไปทางเมลดา สลับกับอลัน และหยุดลงที่ฝ่ามือหนาของอเดลที่กำลังกุมมือเธออยู่ "อลิซแค่... อลิซแค่ดีใจน่ะค่ะ" "ดีใจ?" อเดลเลิกคิ้ว "อื้อ... อลิซไม่เคย... ไม่เคยมีใครมาคอยดูแล หรือทำกับอลิซแบบน

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 5

    ตอนที่ 4 กรงขังที่เรียกว่าบาป รถยุโรปคันหรูแล่นผ่านประตูเหล็กดัดตระหง่านเข้ามาจอดเทียบหน้ามุขของคฤหาสน์ศิริวัฒนากุล สถานที่ที่คนภายนอกมองว่ามันคือวิมานบนดินของครอบครัวนักการเมืองใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล แต่สำหรับอลิซ... ที่นี่คือคุกขังลืมที่คอยสูบเอาชีวิตจิตใจของเธอไปจนหมดสิ้น ทันทีที่ส้นรองเท้าแตะลงบนพื

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 4

    ตอนที่ 3 เหตุผลที่ซ่อนอยู่แผ่นหลังบางของอลิซลับสายตาไปแล้ว แต่ร่างสูงของอเดลยังคงยืนนิ่งงันอยู่ที่เดิมราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง นัยน์ตาคมกริบที่เคยมั่นใจในทุกก้าวของชีวิต บัดนี้เหม่อลอยและแหลกสลาย ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก โลกทั้งใบของเขากำลังพังครืนลงมาเป็นครั้งที่สอง"อเดล! ลูก!"เสียงเร

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 8

    ตอนที่ 7 สวะตัวพ่อริมฝีปากร้อนจัดประกบลงบนเรียวปากสั่นระริกของอลิซ สายน้ำเย็นเฉียบจากฝักบัวที่รดลงมาจนชุ่มโชกทั้งสองร่างไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างในได้เลย อเดลสอดลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ บดขยี้ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงจนอลิซครางอู้อี้ในลำคอมือเล็กที่เคยเ

  • อย่าเล่นกับใจอเดล NC++   บทที่ 7

    ตอนที่ 6 ฉันพยายามแล้วอลิซเสียงฝีเท้าและเสียงสบถหยาบคายที่ตะโกนตามหาตัวอลิซดังสะท้อนมาจากสุดโถงทางเดิน อเดลกระชับวงแขนรัดร่างบอบบางที่กำลังสั่นสะท้านเข้ามาแนบชิดอกให้แน่นขึ้นความจริงแล้ว คืนนี้เขาเพียงแค่ไปจอดรถซุ่มรออยู่หน้าคฤหาสน์ของเธอ หวังเพียงจะได้มีโอกาสเจรจาเพื่อสางความรู้สึกที่ค้างคา แต่ใค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status